ดังเพราะปั้นข่าว เอมี่ รัชฎา ครุฑรามาศ เอ็มมี่ รัชฎา ครุฑรามาศ เธอดังเพราะปั้นข่าว หญิงใดว่าแน่ อาจแพ้หญิงเทียม เธอคนนี้ เอ็มมี่-รัชฎา ครุฑรามาศ สาวเทียมสวยสะพรั่งที่กำลังฮอตสุดๆ กับข่าวฉาว เปิดศึกรักหักสวาทชิงหนุ่มไฮโซ โน๊ต-วิเศษ รังษีสิ


ดังเพราะปั้นข่าว เอมี่ รัชฎา ครุฑรามาศ

วันที่ 21 สิงหาคม 2553 เวลา 08:40 น.
อ่าน : 47143 | ตอบ : 7

เอ็มมี่ รัชฎา ครุฑรามาศ เธอดังเพราะปั้นข่าว

       หญิงใดว่าแน่ อาจแพ้หญิงเทียม ...เธอคนนี้ เอ็มมี่-รัชฎา ครุฑรามาศ สาวเทียมสวยสะพรั่งที่กำลังฮอตสุดๆ กับข่าวฉาว เปิดศึกรักหักสวาทชิงหนุ่มไฮโซ “โน๊ต-วิเศษ รังษีสิงห์พิพัฒน์” จาก “อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ” เธอมีของดี เย้ายวนใจชายได้ขนาดนั้นจริงหรือ หรือ ทั้งหมดเป็นการเตรียมการและสร้างบันไดเบิกทางสู่วงการบันเทิงของเธอ วันนี้ M-Lite ขอขุดลึกถึงความจริงที่คุณต้องรู้  

สาวแท้ VSสาวเทียม       
       
       “เอ็มมี่-รัชฎา ครุฑรามาศ” สาวประเภทสองที่แจ้งเกิดแบบ “ตั้งใจ” บนทุกพาดหัวข่าวบันเทิง หลังตกเป็นข่าวมือที่สาม ในกระแสข่าวสุดฮอตว่า สาวประเภทสองคนนี้ริจะแย่งแฟนหนุ่มไฮโซของนางเอกแนวหน้าอย่าง “อั้ม-พัชราภา” โดยเหยียบเข้าไปถึงถิ่นที่พักชายหนุ่ม จะจริงหรือไม่ก็ตาม แต่เอ็มมี่ก็กลายเป็นคนดังตูมตามขึ้นมาในชั่วข้ามคืนหลังมีเพื่อนผู้อยู่ใน เหตุการณ์ปล่อยข่าว ทำให้ถูกสาวอั้มต่อสายตรงเคลียร์ด้วยตัวเองมาแล้ว
       
       ศึกชิงรักระหว่างเอ็มมี่ปะทะอั้ม เกิดขึ้นจริงหรือไม่ M-Lite ขอต่อสายตรงถึงเอ็มมี่ให้มาเคลียร์ปัญหาคาใจกันสักตั้ง โดยเจ้าตัวนัดเจอกันที่ร้านไอศกรีมย่านทาวน์อินทาวน์ใกล้บ้านพัก สาวเทียมหุ่นนางแบบคนนี้เดินมาพร้อมเพื่อนสาวประเภทสองคนสนิทอีกคนเพื่อความ อุ่นใจ เธอดูโดดเด่นมากขึ้นเมื่อผิวใสๆ ต้องแสงอาทิตย์ ผิวขาวที่การันตีได้ด้วยตำแหน่งนางงามผิวเนียนจากเวทีมิสอาคาซ่าตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ ม.6 ขณะที่ยังไม่ได้แปลงเพศ และการันตีความผ่องสวยด้วยการผ่านเข้ารอบ 10 คน สุดท้ายบนเวทีมิสทิฟฟานี 2009
       
       “คือจะเป็นคนดังเนี่ยก็ต้องแล้วแต่โอกาส เอ็มมี่ก็ไม่รู้จะขอบคุณโอกาสนี้ดีไหม (เสียงสั่น) เพราะเราก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะทำจริงๆ เราไม่รู้ด้วยว่าอะไรจะเกิดขึ้น สรุปคือต้องขึ้นอยู่กับโอกาสแล้วก็ต้องแล้วแต่ดวงด้วย ถ้าได้ทำงานในวงการบันเทิงก็ต้องทำให้เต็มที่ดีที่สุดก็น่าจะโอเคแล้ว แต่ถ้าเป็นที่สนใจมากของคนทั่วไปก็ต้องทำอะไรออกมาให้ดูดีที่สุดค่ะ ตอนที่เขาโทร.มาคุยก็คุยดีค่ะ เคลียร์กันไปแล้วว่าไม่มีอะไร แล้วเขาก็ออกมาพูดอีก เลยไม่รู้ว่าจะจบยังไง”
       
       ปมรักหักสวาทเริ่มปะทุขึ้น เมื่อสาวอั้มออกมาพูดแก้ต่างในประเด็นที่ว่าแฟนหนุ่ม “โน๊ต-วิเศษ รังษีสิงห์พิพัฒน์” ชวนเอ็มมี่ไปดูบอลโลกด้วยกันที่เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ ย่านทองหล่อ เพื่อดูบอลโลกนัดชิงชนะเลิศ โดย อั้มบอกว่าเหตุที่แฟนหนุ่มชวนเอ็มมี่ไปดูบอล ไม่มีอะไรในก่อไผ่ แต่ที่แรงไปกว่านั้นสาวอั้มบอกว่าโน้ต “เรียกมาดูบอลด้วยการชี้เลือกจากรูป” เป็นคำพูดที่มีนัยว่าเอ็มมี่เป็นสาวขายบริการ
       
       ด้านผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นมือที่สามขอตอบรับกระแสทันทีว่า เครียดมากกับสิ่งที่อั้มพูด แต่เชื่อว่าช่วงเวลาที่ผ่านพ้นไปจะทำให้สิ่งต่างๆ ดีขึ้น พร้อมกับบอกว่าเธอเหมือนกับหลุดพ้นช่วงที่เครียดมากๆ ไปแล้ว
       
       “ช่วงที่ผ่านมานับว่าเครียดมาก อินเทอร์เน็ตเอ็มมี่ไม่เปิดเช็กเลยจริงๆ มีแต่อ่านข่าวจากทางหนังสือพิมพ์บ้าง โทรทัศน์บ้าง ข่าวบันเทิงก็ออกกันทุกช่องนะ ญาติ พี่น้องเห็นเข้าก็ถามข่าวคราวเราบ้าง ให้กำลังใจเราดีค่ะ แล้วเอ็มมี่จะมีแถลงข่าวเรื่องนี้ด้วย แต่เราก็ไม่อยากพูดถึงมันแล้ว พูดเรื่องอื่นดีกว่าเนอะ เรื่องนี้คงต้องปล่อยให้เวลาพาไป ช่วยรักษาภาพลบที่มันเกิดขึ้นมา ข้ามข่าวนี้ไปดีกว่าค่ะ อยากให้มองด้านอื่นอย่างผลงานเรามากกว่า”

พรางตัวมาออกสื่อ      
           
       วันนี้กระแสข่าวฮอตแบบฉาวๆ ที่ยังหาจุดลงเอยไม่ได้ ผู้คนต่างให้ความสนใจตามติดกันสุดๆ ทำให้เธอต้องเก็บเนื้อเก็บตัวกว่าเดิม ล่า สุดยังพยายามเปลี่ยนทรงผมจากเดิมที่เป็นผมหน้าม้าเป็นผมแสกข้างสุดเซ็กซี่ เผื่อว่าใครเห็นจะได้จำไม่ได้ เวลาออกไปไหนมาไหนก็เลือกที่จะสวมแว่นกันแดดอันโตตลอดเวลาเท่าที่ทำได้ช่วย พรางได้อีกระดับหนึ่ง แม้ระหว่างนั่งพูดคุยเผยความอึดอัดในใจให้ฟังก็ยังไม่วายมีคนจำเธอได้ และถูกจับจ้องตลอดเวลาทุกที่ที่เธอก้าวเดินไป
       
       “จริงๆ เราอยากให้มันจบๆ ไปได้แล้ว เราก็ไม่ได้อยากให้เรื่องมันวุ่นวายอะไร พอข่าวจะเงียบเขาก็ออกมาพูดเรื่องนี้อีก จริงๆ เป็นแค่เรื่องส่วนตัว มี รู้กันไม่กี่คนกับเพื่อนที่เคยไปด้วยกันครั้งสองครั้งเท่านั้น คือเขาเห็นรูปเอ็มมี่อยู่ในมือถือเพื่อน ก็เออ...น่ารักดี เลยเรียกมาดูบอลด้วยกัน แล้วไม่ได้ดูกันแค่ 2 คน ไปกันเป็นกลุ่มหลายคน แล้วที่นั่นก็ไม่ใช่คอนโดฯส่วนตัวของโน๊ตด้วย เราก็ไม่รู้เรื่องนี้ จะจบลงยังไง แต่ก็อยากให้มันจบๆ ลงเร็วๆ ไม่อยากให้ยืดเยื้อไปมากกว่านี้ เรารู้ว่าเราไม่ได้ทำอะไรเราก็สบายใจระดับหนึ่ง ความจริงก็รู้กันหมดแหละแต่ไม่พูดดีกว่า ถึงสื่อส่วนใหญ่จะมองว่าเงียบคือมีอะไรปิดบัง แต่พูดไปแล้วมันจะยาวไง พอไม่พูดก็ยิ่งยาวไปอีก”
       
       พร้อมกับบอกว่ากระแสแรงๆ อย่างนี้กระทบต่อการรับงานบ้าง แต่บางครั้งผู้จ้างงานก็ชอบที่จะจ้างคนดังในกระแสมาร่วมงานเพื่อดึงความสนใจ แต่ตอนนี้หากชวนคุยเรื่องข่าวเธอก็ไม่กดดันแล้ว ไม่เหมือนช่วงแรกที่ข่าวมาแรงทำให้เธอต้องถูกนักข่าวรุมล้มหน้าล้มหลัง ดึงตัวมาเคลียร์เสียทุกงาน
       
       เจ้าตัวเล่าว่าไม่คิดเลยว่าจะถูกนักข่าวรุมขนาดหนัก ถึงขั้นกับคว้าแขนฉุดมาคุยทันทีที่ก้าวขาพ้นบันไดเลื่อน เรียกได้ว่า “ขอให้ได้ข่าว” แต่ คำถามข้อไหนตอบไม่ได้ก็จะไม่ตอบหรือบอกตามตรงว่าตอบไม่ได้ ...นี่ไม่รู้ว่าผู้จัดงานกลั่นแกล้งเธอหรือเปล่าที่เรียกไปออกงานให้เป็นที่ ดึงดูดความสนใจของนักข่าวแล้วก็ดังเปรี้ยงปร้างตามกันไปโดยปริยายทั้งคนทั้ง งาน
       
สมการความอยากดัง
       
       จากประมวลเหตุการณ์ทั้งหมดอาจทำให้ใครหลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงหรือไม่ และมันเป็นเพียงเรื่องบังเอิญที่เกิดขึ้น หรือเป็น “สมการสำเร็จรูป” ที่เธอเลือกเดินตามรุ่นพี่เพราะอยากดัง อยากดันตนเองเข้าวงการ สร้างงานแบบเนียนๆ เริ่มทั้งจากการเดินสายประกวดตามเวทีงานต่างๆ การทำงานถ่ายแบบ พรีเซ็นเตอร์มาอย่างเงียบๆ ด้วยรูปร่างหน้าตาที่อาจยังสู้ “น้องปอย” ไม่ได้ แต่เธอก็ใช้เสียงฮือฮาจากข่าวฉาวมาเป็นบันไดเบิกทาง
       
       ในวงการบันเทิงต่างรู้ดี ว่า เอ็มมี่ กับ น้องปอย เป็นก๊วนเพื่อนสนิทกัน ไม่แปลกที่เอ็มมี่จะเรียนรู้จากปอยว่า ควรทำอย่างไรให้ตัวเองเกิดกระแสข่าว และเกิดความสนใจจากสื่อ
       
       เหมือนเป็นดั่งที่เอ็มมี่ตั้งใจไว้แต่ต้น ตั้งแต่ข่าวฉาวเริ่มแพร่กระจายเข้าสู่หูสื่อมวลชน ทำให้ในวันนี้บรรดานักข่าวต่างติดต่อตามตัวมาพูดคุยถ่ายภาพไม่เว้นแต่ละวัน จากเดิมที่แทบจะไม่ได้อยู่ในสายตาสื่อบันเทิงแม้แต่น้อย เหล่า นี้คงเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่เธอสร้างขึ้นมา รวมทั้งการแถลงข่าวเบิกทางที่ดูจะขัดแย้งกับคำพูดที่อยากให้เรื่องจบเร็วๆ แต่เจ้าตัวยังยืนยันพร้อมเปิดใจกับสื่อทุกแขนง โดยย้ำชัดว่าไม่มีสิ่งใดจะแถลงหรืออยากชี้แจงเป็นพิเศษ เพียงเปิดกว้างให้สื่อมวลชนสอบถามเข้าถึงตัวได้อย่างเต็มที่ คิดไปคิดมาเหมือนจะเป็นการขุดคุ้ยขึ้นมาเองหรือเปล่า เพราะทาง อั้ม-โน๊ต ดูเหมือนจะกลับไปสวีตวี๊ดวิ้วกันดังเดิมแล้ว
       
       หรือนี่จะเป็นการเบิกทางให้สื่อบันเทิงเข้ามาถึงตัวได้ง่ายขึ้น หรือนี่คือหนทางเข้าสู่วงการมายาด้วยมายาได้เร็วทันใจ งานเข้ารัดตัว ขนาดล่าสุดที่ M-Lite ได้ติดต่อเพื่อพูดคุยเพิ่มเติม เธอ ยังออกปากเลยว่าช่วงนี้งานยุ่งมากๆ ต้องเข้าอัดรายการ งานสัมภาษณ์และงานอื่นๆ ที่เจ้าตัวยังไม่เปิดเผย เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จไปไม่น้อย มีความถี่ของข่าวเท่ากับดาราดังทีเดียว
       
       จุดนี้นักข่าวสายบันเทิงรู้กันดีว่า ไม่เคยมีเอ็มมี่อยู่ในวงโคจรงานบันเทิงใดๆ มาก่อน จนกระทั่งมีข่าวฉาวออกมาจึงได้แจ้งเกิดเต็มๆ ส่วนสาเหตุที่เรื่องฉาวเหล่านี้มักเกิดกับนางเอกระดับแนวหน้าอย่าง อั้ม-พัชราภา ก็เพราะเธอคนนี้เป็นดาวค้างฟ้าที่เป็นข่าวกับใครก็ดัง ไม่เคยเหวี่ยง นักข่าวรักคอยติดตาม ซึ่ง หากสาวเอ็มมี่ไม่อยากดังจริง คงจะเคลียร์ให้จบแล้วต่างคนต่างอยู่ ไม่เปิดตัวรับงานขนาดนี้ รวมทั้งคะยั้นคะยอให้นักข่าวคอยติดตาม เรียกได้ว่า “เด็กเป็นงาน” จริงๆ
       
รู้ซึ้งมายาบันเทิง
       
       หลายคนอาจมองว่าสื่อมวลชนโดยเฉพาะสายข่าวบันเทิงอาจทำเกินไปเรื่อง การละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัว แต่เธอมองว่า เป็นเรื่องปกติมากที่จะถูกจิกถาม ฉุดรั้งดึงตัวมาถามเรื่องส่วนตัว เนื่องจากสังคมไทยชอบข่าวบันเทิงแนวฉาวโฉ่ชนิดที่ยิ่งเหม็นยิ่งมันเสียเหลือเกิน
       
       “ถ้าข่าวแนวลบๆ เนี่ยจะดังเร็วมาก แต่ข่าวอะไรดีๆ จะไม่ค่อยเท่าไหร่ ถ้าเป็นเอ็มมี่คงต้องทำใจค่ะ เพราะพี่ๆ สื่อมวลชนก็คือคนที่สำคัญต่อวงการเหล่านี้ เราก็ไม่ซีเรียสหรอกค่ะ ถ้ามันเป็นการทำตามหน้าที่ของเขาก็โอเค ส่วนตัวก็เลยคำว่าอึดอัดมามากแล้ว กลายเป็นปลงมากกว่า ซึ่งบุคคลสาธารณะสำหรับเอ็มมี่คือเป็นคนที่น่าจับตามอง ทำอะไรก็ต้องอยู่ในขอบเขต ไม่เอิกเกริกมากก็น่าจะดี”
       
       พร้อมกับบอกว่าคนจะเกิดได้ต้องอาศัยกระแสนั้นจริงอยู่ ถือเป็นตัวช่วยตัวหนึ่งนอกจากเรื่องความสามารถหรือผลงาน แต่การเกิดด้วยกระแสติดลบแบบนี้ ไม่ว่าใครหน้าไหนก็คงต้องส่ายหน้าไม่เป็นที่ต้องการอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ในเมื่อเกิดขึ้นมาแล้วแก้ไขอะไรไม่ได้ ภาพลักษณ์ของสาวเอ็มมี่ที่ถูกมองกลับมาก็หลากความคิด จึงเลือกที่จะปล่อยให้เป็นมุมมองของแต่ละคนไป เพราะเธอเชื่อว่าทำดีที่สุดแล้ว
       
       หลังจากกระแสข่าวถูกกระพือมาจะเดือนหนึ่งแล้ว สาวเทียมคนนี้ก็เริ่มจะ “งานเข้า” กับเขาสักที เจ้าตัวบอกเกี่ยวกับเรื่องรับงานการเล่นละครจอแก้วว่า ยังไม่มีใครติดต่อเข้ามาเลย แม้จะอยากเล่นก็ตาม แต่งานอื่นๆ ทั้งรายการไลฟ์สไตล์พูดคุยเรื่องข่าว งานพรีเซ็นเตอร์ครีมบำรุงผิว และงานถ่ายแบบ ซึ่งมีคิวงานแน่นถึงสิ้นเดือนนี้เหลือเวลาให้ได้พักแค่ 4-5 วันเท่านั้น
       
       “ยังไม่มีงานละครอะไรติดต่อมาหรอกค่ะ แต่ถ้าถามว่าอยากเล่นไหมก็อยากนะ ส่วนจะเล่นบทไหนดีนั้น เล่นบทร้ายเลยดีไหมอะ (หัวเราะ) เพราะปกติเราก็เป็นคนหลากหลายอยู่แล้วนะ ทั้งหวาน เปรี้ยว แรง ครบทุกรสแล้วแต่สถานการณ์พาไปค่ะ แล้วก็เป็นคนชอบแฟชั่น ชอปปิ้งเป็นหัวใจหลัก คือต้องตามเทรนด์อยู่ตลอดเสื้อผ้าหน้าผม ใส่ได้ทุกแนว แต่ต้องตามกระแสไปเรื่อยๆ”
       
คิดถึงหนุ่มในฝัน
       
       หนุ่มในฝันของเอ็มมี่ สเปกอาจคล้ายกับสาวแท้สาวเทียมทั่วไปคือหนุ่มแนวตี๋ สูง ขาว ส่วนเรื่องนิสัยนั้นเธอขอเถียงสุดตัวว่า คนเราไม่ได้ชอบกันที่นิสัย
       “เราว่าคนเราไม่ได้ชอบกันที่นิสัยตั้งแต่แรกหรอกจริงๆ นะ หน้าตาต้องมาอันดับ 1 ต่อให้นิสัยดีแค่ไหน แต่หน้าตาไม่ดี มันก็ไม่ต้องสเปกเหมือนไม่ดึงดูดเข้าไปให้คุยหรืออยากรู้จัก ยังไงหน้าตาต้องมาก่อนแน่ๆ ส่วนเรื่องนิสัยต้องคุย ทำความรู้จักกันไป ก็เคยเจอหนุ่มแนวนี้แล้ว แต่ก็ยังไม่ใช่ แค่คุยกันแต่ก็ไม่มีอะไรค่ะ เป็นเพื่อนกันคุยกันมากกว่า ตอนนี้ก็ยังไม่มีใคร ไม่มีอะไรนะ”
       
       อีกมุมมองหนึ่งด้านความ รักของสาวประเภทสอง เจ้าตัวยอมรับว่าชาตินี้คงต้องยอมเป็นรองสาวแท้ต่อไป เพราะอย่างไรก็ตาม ในสังคมทุกวันนี้ “กะเทย” จะเสมอภาคหญิงสาวยังเป็นไปได้ยาก
       
       “ในความรู้สึกของเอ็มมี่คือยังไงก็ต้องยอมให้ผู้หญิงนะ ยังไงเราก็ต้องรองจากผู้หญิง เขาต้องการอะไรก็ต้องยอมเขา อย่างถ้าผู้ชายเขามีแฟนเป็นผู้หญิงอยู่ก่อนแล้ว พอมาคบมาคุยกับเรา ถ้าเขาจะกลับไปคบกับผู้หญิงเราก็ต้องยอมให้นะ ถึงแม้ว่าเอ็มมี่จะมีแฟนอยู่ก่อนรักแค่ไหนก็ตาม แล้วเกิดมีผู้หญิงมาแย่ง ถ้าฝ่ายชายเลือกทางนู้นมากกว่าเราก็คงต้องยอมแบบไม่มีข้อแม้ แต่ปกติจะเป็นคนขี้หึงขี้หวงนิดหน่อย”
       
ครอบครัวคือที่หนึ่ง
       
       พักเรื่องเครียดๆ มาเจาะชีวิตส่วนตั๊วส่วนตัวกันบ้าง ทำให้เราได้เห็นรอยยิ้มเล็กๆ ในอารมณ์ที่ผ่อนคลายกร้านค้าออนไลน์ว่าเดิม พลางสั่งน้ำช็อกโกแลตปั่นทอปปิ้งด้วยวิปครีมมาดื่มแก้กระหายคลายร้อน
       
       เริ่มต้นย้อนรอยสักนิด สาวเอ็มมี่เล่าว่าเริ่มรู้ตัวว่าอยากเป็นผู้หญิงมาตั้งแต่เข้าเรียนชั้น ม.1 แล้วแปลงเพศอย่างเป็นทางการเมื่อจบการศึกษาชั้น ม.6 ส่วน การประกวดมิสทิฟฟานี่ 2009 ซึ่งเจ้าตัวบอกไม่ได้คาดหวังมากนัก เป็นการประกวดที่พี่เลี้ยงแนะนำ แม้จะไม่ได้รางวัลใดๆ กลับมา แต่เธอก็สวยเข้าขั้นได้เข้ารอบ 10 คนสุดท้าย พร้อมกับยอมรับว่าตอนนั้นยังไม่สวยพร้อม เหมือนดอกไม้ที่ยังไม่บานสะพรั่งเต็มที่นั่นเอง
       
       “ตอนที่เอ็มมี่ทำศัลยกรรมแบบครบเซ็ตเลยคือตอนที่เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้ กับคลินิกแพทย์สมชาย เขาจะดูแลหน้าตาทำให้ทุกอย่าง ตรงไหนที่ไม่สวยไม่ครบก็เสริมแต่งให้ดูดีขึ้นครบสูตร ตอนนั้นก็ตื่นเต้นนะคะ แต่ถ้าอยากสวยก็ต้องทน ใช้เวลาพักฟื้นประมาณเดือนหนึ่ง ที่บ้านก็รับได้อยู่แล้ว”
       
       ครอบครัวของเธอนับว่าเป็น ครอบครัวที่อบอุ่นทีเดียว ซึ่งการเป็นสาวประเภทสองของลูกชายคนโตนั้นเป็นเรื่องที่รับได้ไม่มีปัญหา เนื่องจากมีน้องชายอีกคนหนึ่งอยู่แล้ว บวกกับความอยากได้ลูกสาวเป็นทุนเดิม จึงทำให้งานนี้ได้ลูกสาวสมใจ
       
       นอกจากนี้ ความอบอุ่นและใกล้ชิดระหว่างครอบครัวไม่มีวันจางหาย สาวเอ็มมี่รับว่าเวลาที่เธอต้องทำงานเครียดๆ หรือหากมีเวลาว่าง เจ้าตัวก็เลือกแบ่งปันเวลาเหล่านั้นให้แก่ครอบครัวอันเป็นที่รัก ด้วยการใช้เวลาอยู่ด้วยกันที่บ้านหรือยกก๊วนกันไปเที่ยวต่างจังหวัดพักผ่อน หรือไปเที่ยวประเทศนิวซีแลนด์ที่พี่ชายคนหนึ่งของเธอเปิดร้านขายผลไม้อยู่ ที่นั่น
       
       เช่นเดียวกับวันหยุดยาวที่ผ่านมา ก็ไม่เว้นที่จะพาครอบครัวไปทำบุญและใช้เวลากับครอบครัวอย่างเต็มที่ก่อนจะ ต้องกลับมาเจอเรื่องเด็ดประเด็นร้อนที่สังคมมอบให้เธออีกครั้ง
      
รักตัวเองเป็น
       
       ตอนนี้เธอเรียนจบมา 2 ปีแล้วแต่ยังไม่มีแนวโน้มที่จะเรียนต่อหรือทำงานใดๆ นอกจากเรื่องสวยๆ งามๆ หรือการถ่ายแบบ เป็นพรีเซ็นเตอร์แบรนด์ต่างๆ รวมทั้งการได้โลดแล่นในวงการบันเทิงนั่นเอง
       
       “ล่าสุดก็มีถ่ายมิวสิกวีดิโอค่ะ เพลงเหล่ของมาเจนต้า ที่ซิงเกิลแรกเป็นเพลงสุดหล่อ เอ็มมี่ก็เล่นแต่อันนี้เป็นนางเอกเต็มตัว แล้วก็เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้คลินิกแห่งหนึ่งแล้วก็เครื่องสำอางเกาหลีด้วย งานทั้งหมดรวมทั้งด้านบันเทิงคือชอบมาก รู้สึกเป็นงานที่ท้าทาย ชอบมากอยู่แล้วค่ะ”
       
       สำหรับเรื่องสวยๆ งามๆ ที่ไม่ว่าหญิงแบบไหนก็ต้องให้ความสนใจ แต่สำหรับสาวเทียมที่มีฮอร์โมนแมนๆ อยู่เต็มเปี่ยม ก็ต้องมีสิ่งที่พึงระวังเป็นพิเศษอยู่เหมือนกัน โดยตลอดเวลาที่เจอกัน เจ้าตัวมักจะหันมาถามความเห็นบ่อยๆ ถึงลุคของเธอว่า ดูดีกว่าในทีวีหรือตอนเข้ากล้องหรือเปล่า
       
       “ก่อนจะออกจากบ้านได้ทาครีมนานมาก สิ่งที่กลัวที่สุดคือกลัวแดดมาก เมื่อก่อนไม่ขาวบลิ๊งเท่านี้ ตอนนี้ก็โอเคแล้ว พยายามรักษาผิวให้ดีที่สุด เอ็มมี่ไม่เคยออกกำลังกายเลย ตอนเรียนก็ไม่เคย กลัวว่าเล่นไปเล่นมาแล้วกล้ามขึ้นก็ไม่ไหว การคุมอาหารคือสิ่งที่พยายามสู้มากที่สุด เวลาเห็นตัวเองออกสื่อแล้วดูอ้วนหรือหน้ากลมจะพยายามลดทันที เวลาหิวข้าวดึกๆ ก็จะอดอาหารค่ะ ต้องอดทน”
       
       เอ็มมี่บอกว่าจริงๆ แล้วเธอเป็นคนสบายๆ ง่ายๆ รวมทั้งรู้จักที่จะใช้ชีวิตอย่างพิถีพิถันทุกๆ วัน ใช้เวลาที่มีให้มีค่ามากที่สุด เพราะไม่อาจรู้ได้ว่าเมื่อใดจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้น จึงเลือกที่จะมีความสุขกับทุกวันอย่างเต็มที่ ผลการกระทำต่างๆ ก็ปล่อยให้เป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น
       
       ประวัติ
       ชื่อ-สกุล : รัชฎา ครุฑรามาศ (เอ็มมี่)
       วันเกิด : 26 ธันวาคม พ.ศ.2527
       ส่วนสัด : 34-25-35 ส่วนสูง 172 ซม. น้ำหนัก 50 กก

โหวต(+ให้คะแนนบทความ)


   
ขอบคุณข้อมูลจาก ผู้จัดการ Online


ข่าวบันเทิง , ซีรี่ย์ , เกมส์ , ประกาศฟรี , ลงประกาศฟรี , ขายของออนไลน์ ,