คอลัมน์ สดจากสนามข่าวมนตรี จิรพรพนิต ชูศักดิ์ วงศ์ทองดี
ดู เหมือนสโลแกนร้านเซเว่น-อีเลฟเว่นที่พูดกันติดตลก ว่าเป็นร้านสะดวกซื้อสะดวกปล้น จะกลายเป็นเรื่องจริงขึ้นมาแล้ว เพราะเมื่อเร็วๆ นี้เกิดเหตุปล้นร้านเซเว่นฯ หลายรายในเวลาไล่เลี่ยกัน คนร้ายกวาดทรัพย์สินไปได้หลายรายการ และที่สำคัญ ตำรวจยังจับมือใครดมไม่ได้ทั้งที่คนร้ายลงมืออย่างอุกอาจ
เหตุคนร้ายปล้นร้านเซเว่นฯ มีมานานแล้ว แต่ที่ได้เงินไปจำนวนมาก เห็นจะเป็นรายที่เกิดในท้องที่สน.ทุ่งครุ เหตุเกิดตอนตี 3 วันที่ 26 พ.ย. ที่ผ่านมา เมื่อมีคนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 30 ปี สูงประมาณ 160 กว่าๆ อำพรางใบหน้าด้วยการสวมแว่นกันแดดสีน้ำตาล ใช้ผ้าปิดจมูกปิดปาก ใช้มีดปลายแหลมยาวประมาณ 1 ฟุตออกมาจี้พนักงานร้านเซเว่นฯ สาขาหมู่บ้านวิเศษสุขนคร ซ.7 ถ.ประชาอุทิศ แขวงและเขตทุ่งครุ ก่อนกวาดเอาเงินไปจำนวน 12,400 บาท ซึ่งงานนี้ถึงแม้กล้องวงจรปิดจะสามารถจับภาพคนร้ายเอาไว้ได้ แต่ตำรวจก็ไม่สามารถตามจับกุมคนร้ายได้
ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็หอบเงินหนีไป
ต่อมาในกลางดึกวันที่ 30 พ.ย. เกิดเหตุปล้นร้านเซเว่นฯ อีกจนได้ แต่คราวนี้เกิดขึ้นถึง 4 แห่งในเวลาไล่เลี่ยกัน
โดยเหตุแรกเกิดตอนตี 2 ตำรวจสน.พระโขนง รับแจ้งเหตุคนร้ายจี้ชิงทรัพย์ร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น สาขาปั๊มน้ำมัน ปตท. สุภาพงษ์ ริมถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ ร.ต.ต.อภิโชค ขนบดี ร้อยเวรฯ จึงรุดไปตรวจสอบพบน.ส.นุชจรีย์ แสงบุดดี อายุ 16 ปี พนักงานร้านยืนรอเจ้าหน้าที่ด้วยอาการตื่นตระหนก ให้การว่า ขณะทำงานอยู่บริเวณเคาน์เตอร์แคชเชียร์ มีชายรูปร่างผอมสูง สวมหมวกกันน็อกสีดำแบบเต็มใบ สวมเสื้อแจ๊กเกตสีดำแถบขาว นุ่งกางเกงยีนส์ เข้ามาในร้านทำทีขอซื้อบุหรี่ โดยยื่นธนบัตร 100 บาทให้ ขณะที่ตนกำลังทอนเงินให้อยู่นั้น ชายคนดังกล่าวก็แสดงตัวเป็นคนร้ายชักปืนพกแบบออโตเมติกขึ้นมาขู่ให้ส่งเงินที่อยู่ในเครื่องคิดเงินจนหมด ด้วยความกลัวจึงรีบหยิบเงินที่มีอยู่ให้ไปทั้งหมดรวม 8,825 บาท จากนั้นคนร้ายวิ่งออกไปขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า โซนิค สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ที่จอดอยู่หน้าร้านหลบหนีไป
และต่อมาเวลาประมาณตี 3 ครึ่ง ขณะที่ร.ต.ต.อภิโชคกำลังจะเดินทางกลับสน.พระโขนง ก็ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายบุกจี้ชิงทรัพย์ที่ร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น สาขาปากซอยวชิรธรรมสาธิต 72 แขวงบางจาก เขตพระโขนงอีกเหตุจึงรุดไปตรวจสอบที่ร้านดังกล่าวทันที โดยพนักงานในร้านบอกว่าคนร้ายเป็นชายรูปร่างสูงผอม สวมหมวกกันน็อกสีเขียว-ฟ้า สวมเสื้อยืดแขนยาวสีดำ นุ่งกางเกงยีนส์ สวมรองเท้าแตะ เข้ามาทำทีขอซื้อบุหรี่แล้วชักอาวุธปืนขึ้นมาจี้ชิงเอาเงินสดไปจำนวน 1,392 บาท ก่อนหลบหนีไป
เหตุวุ่นวายยังไม่จบลงเพียงเท่านี้ ระหว่างที่หมวดอภิโชคกำลังสอบปากคำพนักงานร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น สาขาดังกล่าวอยู่นั้น ก็ได้รับแจ้งเหตุมีคนร้ายเข้าไปจี้ชิงทรัพย์ที่ร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น สาขาปากซอยอ่อนนุช 35 ทางเข้าวัดปากบ่อ แขวงและเขตพระโขนงเป็นเหตุที่ 3 เมื่อไปตรวจสอบพบว่าคนร้ายมีรูปพรรณและพฤติกรรมเช่นเดียวกับที่ปล้น 2 สาขาแรก คือ เป็นชายรูปร่างผอมสูง สวมหมวกกันน็อกเต็มใบหน้า สวมเสื้อแจ๊กเกตสีน้ำเงินมีแถบสีขาว 3 แถบ มีเสื้อแจ๊กเกตสีดำไว้ข้างในอีกชั้นหนึ่ง นุ่งกางเกงยีนส์ เข้ามาทำทีขอซื้อบุหรี่ก่อนจะใช้อาวุธปืนจี้ชิงเงินสดในเครื่องคิดเงินไป 700 บาทเช่นกัน จากนั้นขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีบรอนซ์-ดำ ไม่ทราบทะเบียนหลบหนีไป โดยมีพลเมืองดีขับรถยนต์กระบะไล่ตามไปจนคนร้ายเลี้ยวรถหนีเข้าไปในซอยอ่อนนุช 46 ซึ่งขณะกำลังเลี้ยวรถจักรยานยนต์อยู่นั้น พลเมืองดีคนดังกล่าวพยายามจะขับรถชนรถคนร้าย แต่ไม่ทัน คนร้ายเร่งเครื่องรถจักรยานยนต์หลบหนีไปได้อย่างหวุดหวิด
และต่อมาเวลาตี 4 ครึ่ง เกิดเหตุคนร้ายลงมือแบบเดียวกันอีกครั้ง ที่ร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น สาขาปากซอยอ่อนนุช 58 ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุที่ 3 ไปไม่กี่ร้อยเมตร ซึ่งนับเป็นคดีที่ 4 ภายในคืนเดียวที่ผู้หมวดอภิโชคต้องรับทำสำนวน จึงรุดไปสอบสวนน.ส.กาญจนา สายประภาศ อายุ 23 ปี ผู้ช่วยผู้จัดการร้าน ให้การว่า คนร้ายเป็นชายรูปร่างผอมสูงประมาณ 180 ซ.ม. ผิวดำ เข้ามาขอซื้อบุหรี่และส่งธนบัตรราคา 50 บาทชำระค่าบุหรี่ แต่ขณะที่ยื่นมือไปรับเงินดังกล่าวคนร้ายชักปืนขึ้นมาขู่เพื่อให้ส่งเงินที่อยู่ในเครื่องคิดเงิน ด้วยความตกใจจึงใช้มือปัดปืนที่คนร้ายถืออยู่ และรู้สึกมีน้ำหนักเบา ทำให้ทราบว่าเป็นปืนปลอม จึงบอกให้คืนบุหรี่มา โดยคนร้ายได้ขอเงินคืน ต่างคนต่างยื่นบุหรี่และเงินแลกเปลี่ยนกัน จากนั้นคนร้ายรีบวิ่งหนีออกจากร้านขึ้นรถจักรยานยนต์หลบหนีไป
ภายใน 3 ชั่วโมงคนร้ายลงมือปล้นถึง 4 ร้าน
การปล้นร้านเซเว่นฯ นับเป็นการกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เพราะร้านเซเว่นฯ เป็นร้านที่มีผู้คนเข้า-ออกตลอดทั้งวัน พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผบช.น. จึงสั่งการให้พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ ผบก.น.5 พ.ต.อ.สิทธิภาพ ใบประเสริฐ ผกก.สนพระโขนง จัดทีมไล่ล่าคนร้ายเป็นการด่วน
ตำรวจประมวลแผนประทุษกรรมของคนร้ายทั้ง 4 แห่งพบว่าคล้ายๆ กัน และคิดว่าน่าจะเป็นคนเดียวกัน เพียงแต่ครั้งแรกกับครั้งที่สองห่างกันประมาณ 2 ชั่วโมง สีเสื้อ สีหมวกอาจจะเปลี่ยนได้ แต่ครั้งที่ 3 และ 4 เป็นคนๆ เดียวกันแน่นอน จากการสอบปากคำพนักงานในร้านเซเว่นฯ ทั้ง 4 แห่ง แต่ละคนยังเห็นหน้าคนร้ายไม่ชัดเจนเพราะตกใจ มีแต่รายที่ 4 ที่แย่งปืนกับคนร้ายและรู้ว่าเป็นปืนปลอม ทั้งนี้ ภาพจากกล้องวงจรปิดแต่ละแห่งก็พบว่าสีของปืนเป็นสีดำเหมือนกันด้วย
แสดงว่าคนร้ายต้องหิวโซจัดจึงได้ลงมือแบบติดต่อกันถึง 4 ร้านแบบนี้
สำหรับพฤติกรรมคนร้ายที่เข้าปล้นร้านเซเว่นฯ มักจะคล้ายๆ กันหมด คือทำทีเข้าไปขอซื้อบุหรี่ เมื่อพนักงานเปิดลิ้นชักเก็บเงินก็จะใช้ปืนจี้ ซึ่งการป้องกันตัวเองจากคนร้าย นอกจากพนักงานในร้านเซเว่นฯ ที่จะต้องระมัดระวังและดูแลพฤติกรรมลูกค้าที่น่าสงสัยแล้วลูกค้าในร้านก็ต้องระมัดระวังด้วย เพราะอาจถูกปลดทรัพย์เป็นของแถมหากพกของมีค่าติดตัวไป ซึ่งในระหว่างที่ตำรวจกำลังตามจับกุมคนร้าย ก็คงทำอะไรไม่ได้มากนอกจากการเพิ่มความถี่ในการออกตรวจตามร้านเซเว่นฯ ให้มากกว่าเดิม เพื่อเป็นการป้องกันระมัดระวังไม่ให้เกิดเหตุ
สะดวกซื้อสะดวกขาย
กลายเป็นสะดวกปล้นจนได้
หน้า 2
ข้อมูลจาก ข่าวสด
