ศาลสั่งจำคุก 3 ปี ปรับ 2 หมื่น พระเอกหนุ่มศรราม ซิ่งบีเอ็มเสยหญิงเก็บของเก่าดับคาทางเท้า ญาติผู้ตายไม่เอาความหลังพระเอกยอมควัก 5แสน ศาลปรานีลดโทษให้เหลือจำ ปีครึ่ง โทษจำรอลงอาญา 2 ปี ปรับ 1 หมื่นบาท รายงานตัวคุมประพฤติ4ครั้ง เตือนสติการขับรถที่ห้องพิจารณาคดี 814 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 11ธ.ค. 50 เวลา 10.30 น.ศาลออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาในคดีขับรถชนคนตาย ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายศรราม เทพพิทักษ์ หรือ หนุ่ม อายุ 34 ปี พระเอกนักแสดงชื่อดัง เป็นจำเลยในความผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และเฉี่ยวชนผู้อื่นได้รับความเสียหาย ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.291 และ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522
ตามฟ้องโจทก์เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 50 ระบุความผิดจำเลยสรุปว่า เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.50 เวลากลางคืน จำเลยขับรถยนต์ ยี่ห้อ บีเอ็มดับเบิ้ลยู สีดำ หมายเลขทะเบียน ศธ 5881 กรุงเทพมหานคร มาตามถนนเสนานิคมด้านสี่แยกวังหิน มุ่งหน้าแยกเกษตร-นวมินทร์ ด้วยความเร็วสูงโดยปราศจากความระมัดระวังมาถึงบริเวณทางออกสินธานีคอนโด แขวงลาดพร้าว กทม.ซึ่งเป็นที่ชุมชน เป็นเหตุให้รถพุ่งชนนางพิศเพลิน ตะโกมาหรือโกมา อาชีพรับซื้อของเก่า ขณะยืนอยู่บนทางเท้าอย่างแรงเป็นเหตุให้นางพิศเพลินถึงแก่ความตายนอกจากนี้รถยนต์ยังพุ่งชนตู้โทรศัพท์สาธารณะ และต้นไม้ข้างทางได้รับความเสียหายด้วย
ต่อมาจำเลยเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สน.โชคชัย และให้การรับสารภาพพร้อมทั้งยินยอมชดใช้ค่าเสียหายแก่นายให้กับญาติจำนวน 5 แสนบาท นอกจากนี้ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการอุปสมบทสามีของผู้ตายและสร้างพระพุทธรูปขนาดหน้าตัก 30 นิ้ว สลักชื่อผู้ตายไว้ที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหารด้วย
ศาลพิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและรายงานตามฟ้องโจทก์เห็นว่าจำเลยมีความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา291 และ พรบ.จราจรทางบก .ศ.2522 เป็นความผิดกรรมเดียวต่อกฎหมายหลายบท พิพากษาให้ลงโทษจำคุก 3 ปีปรับ 2 0,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพและยังชดใช้ค่าตู้โทรศัพท์สารธารณะ ให้แก่บริษัททรูคอปอเรชั่น ค่าต้นไม้ของกทม. รวมทั้งชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ญาติผู้ตายจนเป็นที่พอใจแล้ว จึงมีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน ปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญา ไว้2 ปี และให้จำเลยบำเพ็ญประโยชน์เป็นเวลา 48 ชม. รวมทั้งให้มารายางานตัว 4 ครั้งภาย ในระยะเวลา 1 ปี
โดยวันนี้ นายศรราม เดินทางมาพร้อมกับ นางมยุรี และ นายชุมพร เทพพิทักษ์ มารดา-บิดา โดยทั้งหมดมีสีหน้านิ่งเฉยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ในช่วงก่อนเข้าฟังคำพิพากษา ซึ่ง พระเอกหนุ่มเดินจูงมือมารดาเข้าห้องพิจารณาคดี ส่วนนายชุมพร บิดายังคงรออยู่ที่ลานจอดรถหน้าศาล ภายหลังพระเอกหนุ่มได้ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ตนคงจะต้องมาตามกำหนดรายงานคุมประพฤติจำนวน 4 ครั้งและบำเพ็ญประโยชน์เป็นเวลา 48 ชม. ส่วนรายละเอียดจะต้องไปติดต่อกับพนักงานคุมประพฤติก่อน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้ได้เตรียมใจมาบ้างหรือไม่ว่าจะต้องได้รับโทษ พระเอกหนุ่มกล่าวว่าไม่ได้ทำใจ แต่ได้ทำให้หน้าของตนเองอย่างดีที่สุด โดยมาตามการนัดหมายของศาล และ มาให้ปากคำตามกำหนดทุกครั้ง แม้แต่มารดา บิดาของตนก็ให้ปากคำกับพนักงานคุมประพฤติเพื่อสืบเสาะประวัติของตนด้วย ในส่วนของผู้ตายตนก็จะทำบุญไปให้และระลึกถึงตลอดเวลา โดยตนพอใจกับผลคำพิพากษาแล้ว
เหตุการณ์ครั้งนี้ เป็นสิ่งเตือนใจ สำหรับตัวเราในการขับรถ หรือว่า การใช้ชีวิตของเราให้มีความระมัดระวังมากขึ้น
ด้านนายมนัส นาครักษ์ ทนายความ กล่าวเสริมอีกว่า ศาลพิพากษาจำคุกเนื่องจากจำเลยมีความผิดจริง แต่ให้รอการลงโทษไว้ เนื่องจากได้ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ญาติผู้ตายจนเป็นที่พอใจจนฝ่ายญาติและไม่ติดใจเอาความในทางแพ่งอีกด้วย อย่างไรก็ตามคดีนี้พนักงานคุมประพฤติได้ให้พระเอกหนุ่มบำเพ็ญประโยชน์ด้วยการ ช่วยงานกรมราชทัณฑ์ ร่วมรณรงค์โครงการ ง่วงไม่ขับ ไปช่วยเลี้ยงเด็กที่บ้านนนทภูมิ จ.นนทบุรี แต่ยังไม่ทราบกำหนดที่แน่นอน
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
