ราชทัณฑ์น้อมรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา ปล่อยตัวนักโทษ 2.5 หมื่นรายทั่วประเทศ "หมอวิสุทธิ์-ผู้พันตึ๋ง" พ้นโทษตายเหลือจำคุกตลอดชีวิต "รักเกียรติ" เหลือ 4 ปี "เสริม สาครราษฎร์" 40 ปี "ศรราม" ขับรถชนคนตายให้รอลงอาญาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ทั่วประเทศ วันที่ 11 ธันวาคม นายวันชัย รุจนวงศ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2550 โดยให้ไว้ ณ วันที่ 9 ธันวาคม 2550 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่ทรงพระราชดำริเห็นว่า เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 นับเป็นอภิลักขิตกาลสำคัญ สมควรพระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ เพื่อเป็นการถวายพระราชกุศลและเพื่อให้โอกาสแก่บุคคลเหล่านั้นกลับประพฤติตนเป็นพลเมืองดี อันจะเป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติสืบไป ทั้งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
นายวันชัยกล่าวว่า พระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2550 มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ที่ผ่านมา จึงมีหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้บัญชาการเรือนจำ ผู้อำนวยการทัณฑสถาน และสถานกักขัง ให้เร่งปฏิบัติตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2550 แล้ว โดยจะเร่งดำเนินการเพื่อให้ผู้ต้องขังได้รับการพระราชทานอภัยโทษได้รับเสรีภาพโดยเร็ว ทั้งนี้จะมีผลให้นักโทษที่มีโทษเล็กน้อยหรือเหลือโทษจำคุกอีกไม่ถึง 1 ปีได้รับการพระราชทานอภัยโทษให้ปล่อยตัว คาดว่าจะมีผู้ต้องขังกว่า 1 หมื่นคน จากผู้ต้องขังทั่วประเทศกว่า 1.7 แสนคน ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษครั้งนี้
ทั้งนี้จากการสำรวจตัวเลขนักโทษที่มีสิทธิได้รับพระราชทานอภัยโทษให้ปล่อยตัวประมาณ 2.5 หมื่นคน ส่วนนักโทษประหารชีวิตที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษให้เหลือโทษจำคุกตลอดชีวิตมีทั้งสิ้น 85 คน ส่วนนักโทษเด็ดขาดที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษให้ปล่อยตัว มีทั้งสิ้น 7 กลุ่ม ได้แก่ 1.ผู้ต้องโทษจำคุกไม่ว่ากรณีความผิดคดีเดียวหรือหลายคดี ซึ่งมีโทษจำคุกตามกำหนดโทษที่จะต้องได้รับต่อไปเหลืออยู่รวมกันไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ 2.ผู้ต้องโทษที่พิการตาบอด 2 ข้าง มือเท้าด้วนทั้ง 2 ข้าง 3.นักโทษที่เจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อน ไตวายเรื้อรัง โรคมะเร็ง โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง (โรคเอดส์) หรือโรคจิต ซึ่งทางราชการได้ทำการรักษามาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือน และแพทย์ของทางราชการไม่น้อยกว่า 2 คน รับรองว่าไม่สามารถจะรักษาหายในเรือนจำ
4.ผู้ต้องขังหญิงซึ่งต้องโทษจำคุกเป็นครั้งแรก และรับโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ใน 2 ของกำหนดโทษ 5.ผู้ต้องขังที่อายุไม่ต่ำกว่า 60 ปีบริบูรณ์ ที่รับโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 6.ผู้ต้องขังที่อายุไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ ซึ่งต้องโทษจำคุกเป็นครั้งแรก และรับโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ใน 2 และ 7.นักโทษเด็ดขาดชั้นเยี่ยมซึ่งเหลือโทษจำคุกรวมกันไม่เกิน 2 ปี ในส่วนของนักโทษเด็ดขาดที่ไม่ได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวให้ได้รับพระราชทานลดโทษได้แก่ 1.ผู้ต้องโทษประหารให้ลดลงเป็นจำคุกตลอดชีวิต 2.ผู้ต้องโทษจำคุกตลอดชีวิตให้ลดลงเป็นโทษจำคุก 40 ปี 3.ผู้ต้องโทษจำคุกไม่ถึงตลอดชีวิตให้ลดโทษตามลำดับชั้นนักโทษ ดังนี้ ชั้นเยี่ยม ลดโทษ 1 ใน 4 ชั้นดีมาก ลดโทษ 1 ใน 5 ชั้นดี ลดโทษ 1 ใน 6 ชั้นกลาง ลดโทษ 1 ใน 7 ส่วนผู้ต้องโทษจำคุกเพราะความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทให้ลดโทษ 2 ใน 3 ส่วนนักโทษเด็ดขาดที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงานเรือนจำไม่น้อยกว่า 1 ปี ให้ได้รับพระราชทานอภัยโทษลดโทษลงเป็นพิเศษอีก 1 ปี
อย่างไรก็ตามนักโทษเด็ดขาดที่ไม่อยู่ในข่ายได้รับพระราชทานอภัยโทษตามพระราชกฤษฎีกา ได้แก่ ผู้ต้องโทษจำคุกเกิน 8 ปี จำคุกตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต ภายหลังวันที่พระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ พ.ศ.2549 ใช้บังคับ ในความผิดฐานนำเข้า ส่งออก หรือผลิตเพื่อจำหน่ายยาเสพติดให้โทษ ผู้ที่ไม่ใช่นักโทษเด็ดขาดชั้นเยี่ยมที่ถูกศาลพิพากษาเพิ่มโทษฐานกระทำความผิดอีก และนักโทษเด็ดขาดชั้นเลวหรือชั้นเลวมาก
"หมอวิสุทธิ์-ผู้พันตึ๋ง"เหลือจำคุกตลอดชีวิต
นายวันชัยกล่าวต่อว่า ขั้นตอนต่อไปกรมราชทัณฑ์จะเร่งสำรวจจำนวนและชั้นของนักโทษที่เข้าข่ายได้รับพระราชทานอภัยโทษ โดยตั้งคณะกรรมการแต่ละจังหวัด ประกอบด้วยผู้ว่าฯ ผู้พิพากษา อัยการ ตำรวจและเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ขึ้นมาพิจารณาว่ามีผู้ต้องขังจำนวนเท่าใด และนักโทษรายใดบ้างที่มีสิทธิได้รับพระราชทานอภัยโทษให้ปล่อยหรือลดโทษอย่างไร จากนั้นเสนอเรื่องต่อศาลเพื่อให้ได้รับการปล่อยตัวหรือลดโทษ โดยจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด เนื่องจากเป็นพระมหากรุณาธิคุณ และจะทยอยปล่อยตัวผู้ต้องขังที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษในแต่ละเรือนจำ นักโทษที่จะได้รับพระราชทานอภัยโทษครั้งนี้ได้ผ่านการพิจารณาแล้วว่าเป็นนักโทษชั้นดี และตั้งใจกลับไปเป็นคนดีของสังคม จึงอยากขอให้สังคมให้โอกาส เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ส่วนพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษพ.ศ.2550 ระบุว่า ผู้ต้องโทษที่จะได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวไป ได้แก่ 1.ผู้ต้องกักขัง 2.ผู้ทำงานบริการสังคมหรือทำงานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับ และ 3.ผู้ได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติ ส่วนผู้ต้องโทษประหารชีวิตให้ลดโทษลงเป็นจำคุกตลอดชีวิต ส่วนผู้ต้องโทษจำคุกตลอดชีวิต ให้ลดโทษเป็นจำคุก 40 ปี โดยให้นับแต่วันที่ต้องรับโทษ ทั้งนี้ นักโทษประหารชีวิตที่เป็นที่รู้จักที่จะได้รับพระราชทานอภัยโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต ได้แก่ นพ.วิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ และ พ.ต.เฉลิมชัย มัจฉากล่ำ หรือผู้พันตึ๋ง
ส่วนนายรักเกียรติสุขธนะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งต้องโทษจำคุกคดีทุจริตการจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ และคดีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการใช้เช็ค ซึ่งขณะนี้ถูกจำคุกในเรือนจำกลางอุดรธานี ได้รับการลดโทษให้เหลือโทษจำคุก 4 ปี 4 เดือน 17 วัน ส่วนนายเสริม สาครราษฎร์ ต้องโทษจำคุกตลอดชีวิตในคดีฆ่าหั่นศพแฟนสาว ได้รับการลดโทษเหลือจำคุก 40 ปี
ขณะที่นายศรราม เทพพิทักษ์ ดารานักแสดงชื่อดัง ศาลอาญามีคำพิพากษาจำคุกนายศรราม เป็นเวลา 3 ปี และปรับ 2 หมื่นบาท ฐานขับรถโดยประมาทชนนางพิศเพลิน ตะโกมา คนเก็บขยะ จนเสียชีวิตเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 20 มิถุนายน ที่ผ่านมา บริเวณซอยเสนานิคม แต่จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลเห็นควรลดโทษให้กึ่งหนึ่งโดยให้จำคุกเป็นเวลา 1 ปี 6 เดือน และปรับ 1 หมื่นบาท แต่จากการสืบเสาะประวัติ พบว่าจำเลยมีมารดาต้องเลี้ยงดูโทษจำคุก จึงให้รอลงอาญาไว้มีกำหนด 2 ปี พร้อมสั่งให้จำเลยเข้ารายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติเป็นเวลา 4 ครั้ง ภายในกำหนดเวลา 1 ปี และให้จำเลยทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์เป็นเวลา 48 ชั่วโมง
วันเดียวกันเมื่อเวลา 16.00 น. ที่วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์ (วัดเมือง) อ.เมืองจ.ฉะเชิงเทรานายอุดม รัตนโภคิน ผู้บัญชาการเรือนจำกลางจังหวัดฉะเชิงเทรา นำตัวผู้ต้องทัณฑ์ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษตามพระราชกฤษฎีกา เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมพรรษา 80 พรรษาจำนวน 171 คนเป็นนักโทษชาย 160 คนนักโทษหญิง 11 คนโดยมีนายอานนท์ พรหมนารท ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา มาร่วมเป็นประธานในการปล่อยตัวผู้ถูกคุมขังดังกล่าว และมอบถุงพระราชทานสิ่งของใช้จำเป็น พร้อมเงินค่ารถเดินทางกลับภูมิลำเนาตามระยะทางที่เหมาะสม ให้แก่ผู้ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษในครั้งนี้ด้วย ท่ามกลางบรรดาญาติผู้ถูกคุมขังมารอรับเป็นจำนวนมาก
ด้านน.ส.สมหวัง(นามสมมติ) อายุ24 ปีผู้ต้องหาคดีมียาเสพติดไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย จำนวน 100 เม็ดกล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษในครั้งนี้ ซึ่งตนถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำมาเป็นเวลา 2 ปี8 เดือนโดยโทษทั้งหมดถูกตัดสินให้จำคุก 3 ปี6 เดือนและยังต้องเหลือเวลาอีกหลายเดือน หลังถูกปล่อยตัวแล้ว จะไม่ขอกลับไปข้องเกี่ยวกับยาเสพติดอีก น.ส.สมหวังกล่าว
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
