คอลัมน์ สดจากสนามข่าววิทยา ปัญญาศรี เรื่อง/ภาพ
ปิดคดีเป็นที่เรียบร้อยสำหรับคนร้ายแก๊งหื่นฆ่า-ข่มขืนนักศึกษาสาวเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาทิ้งศพหมกป่าอย่างน่าสยด สยอง
เป็นคดีใหญ่ที่เกิดขึ้นในจ.ตาก
คนร้ายลงมือกับเหยื่ออย่างน่าเวทนา!!
การจับกุมคนร้ายรายนี้ไม่เพียงแต่ปิดสำนวนคดีฆ่านักศึกษาสาวล้านนาเท่านั้น แต่ยังสามารถสะสางคดีเก่าๆ ที่คนร้ายได้ก่อไว้อีกหลายคดี ล้วนแต่เป็นคดีฆ่า-ข่มขืนแทบทั้งสิ้น เบื้องหลังการจับกุมมาจากการที่คนร้ายนำโทรศัพท์มือถือของเหยื่อไปขาย จึงทำให้เจ้าหน้าที่สืบสวนขยายผลไปถึงตัวจนได้
พวกนี้พฤติกรรมโหดเหี้ยมเกินบรรยาย
ย้อนกลับไปดูเหตุการณ์วันที่ 11 ธ.ค. เกิดเหตุคนร้ายลงมือฆ่าข่มขืนน.ส. สุพัตรา มั่งคำ หรือ ตุ๊กตา อายุ 22 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา(มทร.) วิทยาเขตตาก ทิ้งศพหมกสวนป่าสักทอง บ้านสระทอง หมู่ 8 ต.สมอโคน อ.บ้านตาก จ.ตาก โดยสภาพศพของตุ๊กตาถูกฆ่าตายในสภาพนอนหงาย สวมกางเกงยีนส์ เสื้อยืดสีเหลือง สวมทับด้วยเสื้อกันหนาวสีขาวแขนยาว ศพขึ้นอืดมีหนอนไต่ยั้วเยี้ย เสียชีวิตมาแล้วกว่า 10 วัน ถูกทุบจนหน้าเละ
ใกล้กันพบรถมอเตอร์ไซค์ยี่ห้อยามาฮ่า สีฟ้า หมายเลขทะเบียน กพก 134 ตาก ของเธอจอดตะแคงอยู่ข้างๆ ทรัพย์สินบางอย่างหายไปรวมทั้งโทรศัพท์มือถือยี่ห้อแอลจีก็ถูกคนร้ายขโมยไป เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมหลักฐานไว้พร้อมนำลายนิ้วมือแฝงไปตรวจสอบ
เป็นคดีใหญ่ท้าทายฝีมือตำรวจเมืองตาก
กล่าวถึงคดีฆ่าข่มขืนลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ก่อนหน้านี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 17 ต.ค. ก็เกิดคดีคนร้ายฆ่าข่มขืนชิงทรัพย์เช่นกัน โดยคนร้ายลงมือกับนางณัฐวรรณ เตสุ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 63/6 หมู่ 12 บ้านปากวัง ต.ตากออก อ.บ้าน ตาก จ.ตาก หมอนวดแผนไทย ประจำอยู่ที่โรงพยาบาลบ้านตาก ถูกคนร้ายฆ่ารัดคอนำศพมาทิ้งไว้ใกล้ๆ จุดพบศพน.ส.สุพัตรา โดยคนร้ายหอบเอาทรัพย์สินผู้ตายไปหมด ทิ้งไว้เพียงซากศพให้ดูต่างหน้าเท่านั้น
ตำรวจวิเคราะห์พบว่าลักษณะของเหตุการณ์มีลักษณะคล้ายๆ กัน โดยคนร้ายลงมือทำร้ายเหยื่อแล้วจึงข่มขืนชิงทรัพย์ ซึ่งคนร้ายน่าจะเป็นแก๊งเดียวกัน
และเพื่อให้คดีสะเทือนขวัญยุติลงโดยเร็ว พล.ต.ท.วสันต์ วัสสานนท์ ผบช. ภาค 6 พร้อมด้วยพล.ต.ต.สมาน พรมมา พล.ต.ต.สมพงษ์ คงเพชรศักดิ์ รอง ผบช.ภาค 6 และพล.ต.ต.ธารินทร์ จันทราทิพย์ ผบก.ภ.จว.ตาก จึงลงมาสั่งการไล่ล่าคนร้ายด้วยตนเอง มอบหมายให้พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ พิมพ์พิสุทธิ์ ผกก.สภ. เมืองตาก จัดชุดไล่ล่าคนร้ายทันที
การตามล่าไอ้บ้ากามจึงเริ่มขึ้น
รองฯ สมพงษ์ สั่งชุดสืบสวนติดตามคนร้ายจากโทรศัพท์มือถือของเหยื่อเป็นอันดับแรก โดยขอความร่วมมือจากร้านโทรศัพท์มือถือทั่วเมืองตาก หากใครพบว่ามีลูกค้านำโทรศัพท์ยี่ห้อแอลจีไปขาย ขอให้เก็บหลักฐานบัตรประชาชนไว้ ซึ่งต่อมาไม่นานเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากร้านขายมือถือแห่งหนึ่ง แจ้งว่าก่อนหน้านี้มี นายธวัชชัย เกิดแก้ว อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/58 หมู่ 8 ต.รวมไทยพัฒนา อ.พบพระ จ.ตาก เอามือถือแอลจีที่ตำรวจให้จับตาดูมาขาย จึงได้ขอถ่ายเอกสารสำเนาบัตรประชาชนเก็บไว้ เมื่อตำรวจนำโทรศัพท์เครื่องนั้นมาตรวจสอบก็พบว่าเป็นโทรศัพท์มือถือของ สุพัตรา ผู้ตาย
ตำรวจจึงนำตัวนายธวัชชัยมาสอบปากคำ
ตอนแรก นายธวัชชัย หรือ ไอ้หนึ่ง ให้การปฏิเสธไม่รู้เห็นอะไรทั้งสิ้น อ้างว่าเก็บมือถือเครื่องนี้ได้เลยนำมาขาย แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ถามดักและนำลายนิ้วมือไอ้หนึ่งไปเปรียบเทียบกับลายนิ้วมือแฝงที่พบในที่เกิดเหตุ ก็พบว่าตรงกันเลยทำให้ไอ้หนึ่งจนมุมยอมเปิดปากรับสารภาพว่าร่วมกับพวกฆ่าข่มขืนเหยื่อด้วยน้ำมือตัวเอง
ไอ้หนึ่งให้การว่า ร่วมมือกับ นายชัยรัตน์ หรือ ยอด ณ ลำพูน อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 190 ต.หนองหลวง อ. เมือง จ.ตาก และ นายสมชาย หรือ นก โนนคล้อ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 885 ต.หนองหลวง อ.เมือง จ.ตาก เพื่อนร่วมแก๊งฆ่าข่มขืนน.ส. สุพัตราและยังฆ่าข่มขืนนางณัฐวรรณอีกด้วย ซึ่งทรัพย์สินของนางณัฐวรรณ พวกตนได้นำไปขายแบ่งเงินกันใช้หมดแล้วรวมทั้งมือถือของเหยื่อก็นำไปขายที่ร้านโทรศัพท์ร้านนี้ เหมือนกัน แต่ตอนนั้นไม่ได้ให้เอกสารบัตรประชาชนกับทางร้าน เลยทำให้ตำรวจตามแกะรอยไม่ได้
สำหรับรายละเอียดในคดีฆ่าน.ส.สุพัตราไอ้หนึ่ง เล่าว่า ร่วมกับนายชัยรัตน์และนายสมชายออกล่าเหยื่อไปตามถนนพหลโยธิน ช่วงระหว่างอ.เมืองตากกับอ.บ้านตาก จนกระทั่งไปเจอ สุพัตรา ขับรถผ่านมาพอดีจึงแกล้งทำเป็นน้ำมันหมดรถเสีย โบกขอความช่วยเหลือ เมื่อสบโอกาสจึงทำร้ายและฉุดเข้าป่าข้างทาง ใช้ไม้ทุบเหยื่อจนหมดสติก่อนรุมข่มขืนจนสำเร็จความใคร่แล้วปลดเอาทรัพย์สินไป โดยไม่รู้ว่าโทร ศัพท์มือถือเครื่องเดียวจะพาเข้าคุกได้
ส่วนคดีฆ่า ณัฐวรรณ ไอ้หนึ่งบอกว่า ร่วมมือกับนายชัยรัตน์ทำในลักษณะเดียวกัน ตำรวจจึงตามรวบตัวนายชัยรัตน์กับนายสมชายเอาไว้ได้ในภายหลัง นำตัวทั้งหมดมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพท่ามกลางประชาชนที่เดินทางมาดูหน้าพวกมัน
ทุกคนสาปแช่งขอให้ตายตกไปตามกัน
สำหรับนายชัยรัตน์กับนายสมชาย เจ้าหน้าที่สอบขยายผลพบว่าเคยก่อคดีข่มขืนอย่างโชกโชน หลังก่อเหตุฆ่าข่มขืนนางณัฐวรรณ เมื่อวันที่ 17 ต.ค. ขณะหลบหนีการจับกุมยังก่อคดีทำร้ายร่างกายและฉุดข่มขืนหญิงสาว อายุ 15 ปี เหตุเกิดที่ริมแม่น้ำปิงกลางเมืองตาก และถูกจับกุมเมื่อวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา ตอนนี้อยู่ระหว่างประกันตัวต่อสู้คดีในชั้นศาล ก่อนจะมาก่อเหตุฆ่าน.ส.สุพัตราแล้วมาถูกจับกุมอีกครั้ง
โดยพฤิตกรรมทั้งหมดคนร้ายอ้างว่าทำเลียนแบบในหนังฉากที่มีการฉุดข่มขืนกัน
คราวนี้คงหมดเวลาทำเวรทำกรรมแล้ว
หน้า 2
ข้อมูลจาก ข่าวสด
