ผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดวันปีใหม่ย้อนกลับไปของวันนี้เมื่อ 1 ปีก่อน เมืองไทยภายใต้การควบคุมของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติคมช. ที่ปฏิวัติยึดอำนาจจากรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต้องเผชิญสถานการณ์หนักหน่วง
หนักหน่วงชนิดที่เมืองไทยแทบไม่เคยประสบมาก่อน
นั่นคือเกิดระเบิดถล่มทั่วกรุงเทพฯ ถึง 9 จุดพร้อมๆ กัน ในช่วงวันสิ้นปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่ 2550
และตลอดทั้งปี 2550 ที่ผ่านมา เสียงกัมปนาทแห่งระเบิดยังกึกก้องเป็นระยะๆ เขย่าประสาทคนไทยจนขวัญผวาไปตามๆ กัน
และทุกคดีที่เกิดขึ้น จนทุกวันนี้ยังจับไม่ได้แม้แต่เงาของผู้ก่อการ!??
ระเบิดถล่มกรุงรับปีใหม่
คนไทยทั่วประเทศ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ต้อนรับวันปีใหม่ 2550 อย่างตื่นตระหนกยิ่ง เมื่อเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดตามสถานที่ต่างๆ เน้นไปยังจุดจัดงานเคานต์ดาวน์ และที่มีคนไปท่องเที่ยวจำนวนมาก ถึง 9 จุดด้วยกัน!!!
ระเบิด 5 ลูกแรกเกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน
ลูกแรกเกิดขึ้นตอน 6 โมงเย็น วันที่ 31 ธันวาคม 2549 ที่บริเวณป้ายรถเมล์ใกล้ห้างสรรพสินค้าเซ็นเตอร์วัน อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
มีคนเจ็บรวม 15 ราย เสียชีวิตที่ร.พ. 2 ราย
ถัดมาไม่กี่นาทีอีกตูมก็ดังขึ้นที่ป้อมสัญญาณไฟจราจรสี่แยกสะพานควาย มีผู้บาดเจ็บ 1 ราย
จุดที่ 3 ระเบิดที่บริเวณป้อมจราจรสี่แยกแคราย จ.นนทบุรี ไม่มีผู้บาดเจ็บ
จุดที่ 4 คนร้ายนำระเบิดไปวางที่ป้อมจราจรบริเวณสุขุมวิท 62 ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่รถยนต์ประชาชนได้รับความเสียหาย
จุดที่ 5 เกิดระเบิดที่บริเวณตลาดสดคลองเตย 2 ชุมชนไผ่สิงโต บริเวณตลาดผลไม้ สะพานลอยข้ามถนนพระราม 4 มีคนเจ็บ 7 ราย เสียชีวิต 1 ราย
อีกราวครึ่งชั่วโมงต่อมาระเบิดลูกที่ 6 ก็ทำงาน บริเวณลานจอดรถจักรยานยนต์ ห้างซีคอนสแควร์ ถนนศรีนครินทร์ ไม่มีคนเจ็บ
เป้าหมายจุดเคานต์ดาวน์
จุดที่ 7 เกิดขึ้นตอนเที่ยงคืนบริเวณตู้โทรศัพท์หน้าห้างเกษรพลาซ่า มีคนเจ็บ 10 ราย เป็นชาวไทย 2 ต่างชาติ 8 ราย
จุดนี้ถือว่าเป็นจุดที่มีคนพลุกพล่านมากที่สุดเพราะใกล้กับห้างเซ็นทรัลเวิร์ล ที่มีการจัดงานส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่จุดใหญ่ที่สุดของกรุงเทพฯ
แต่ยังดีที่ผู้รับผิดชอบตัดสินใจประกาศยกเลิกการจัดงาน หลังเกิดระเบิดลูกแรกขึ้นในช่วงเย็น ทำให้การสูญเสียมีน้อย
จุดที่ 8 จุดสุดท้ายเกิดที่ท่าเทียบเรือประตูน้ำ เชิงสะพานเฉลิมโลกฝั่งตรงข้ามเซ็นทรัลเวิลด์มีคนเจ็บอีก 3 ราย
ปากซอยราชวิถี 24 ก็โดยวางบึ้ม
บริเวณอนุสาวรีย์ชัยฯสูญเสียมากที่สุด
เหตุระเบิดหน้าห้างเมเจอร์ รัชโยธิน
ตร.ดูจุดเกิดเหตุหน้าบก.ทบ.
ชุดเก็บกู้ระเบิดที่ได้รับบาดเจ็บ
กระเป๋าต้องสงสัยวางไว้ในขนส่งหมอชิต
ส่วนจุดที่ 9 มีการเปิดเผยในภายหลังว่าเกิดเหตุขึ้นในห้องเก็บของร้านแมคโดนัลด์ ภายในโรงหนังเมเจอร์ รัชโยธินซึ่งคนร้ายลอบนำไปวางไว้ในถังขยะ
แต่เดชะบุญพนักงานเก็บขยะโรงหนังเมเจอร์ นำถุงขยะที่ใส่ระเบิดไปทิ้งในจุดรวมขยะ และเกิดระเบิดขึ้นจึงไม่มีผู้บาดเจ็บ
จากการสืบสวนเชื่อว่าเป็นฝีมือของคนร้ายกลุ่มเดียวกัน โดยระเบิดมีลักษณะเหมือนกันทุกจุด
ระเบิดที่ใช้เป็นแบบแรงดันสูง มีสารประกอบของแอมโมเนียมไนเตรต หรือเอ็มโฟร์ (M4) ซึ่งบรรจุอยู่ในกล่องเหล็กขนาดกว้าง-ยาว 3x5 นิ้ว สูง 1 นิ้ว พร้อมสะเก็ดระเบิดที่ทำด้วยตลับลูกปืนและเศษตะปู ใช้นาฬิกาตั้งเวลาเป็นตัวจุดระเบิด มีถ่าน 9 โวลต์เป็นตัวให้พลังงาน
เชือดผบ.ตร.สังเวยบึ้ม
หลังเกิดเหตุพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธาน คมช. ออกมาประสานเสียงว่าสาเหตุการระเบิดน่าจะมาจากปัญหาการเมือง เป็นฝีมือของกลุ่มอำนาจเก่า!??
ในส่วนของตำรวจที่ตั้งทีมชุดใหญ่ขึ้นมาคลี่คลายคดี โดยเพ่งเล็งไปยังกลุ่มโจรใต้ หรือการสร้างสถานการณ์เขย่ากันเองของคนใน!??
การทำงานของตำรวจเดินไปอย่างรวดเร็ว ได้ภาพวงจรปิดผู้ต้องสงสัยจุดที่สะพานควายและห้างซีคอนสแควร์
ราว 1 เดือนเศษผ่านไป จู่ๆ ฟ้าก็ผ่าตร.แห่งชาติ เมื่อนายกฯ มีคำสั่งให้พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ผบ.ตร. ไปช่วยราชการสำนักนายกฯ!!!
แม้จะอ้างจากเรื่องระเบิดว่าไม่คืบหน้า แต่จริงๆ แล้วน่าจะมาจากปัญหาการทำคดีการเมืองต่างๆ ที่เดินตรงตามกฎหมาย ไม่ยอมตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายการเมือง
และข้อพิสูจน์นี้ก็เด่นชัดเพราะพล.ต.อ.โกวิท ที่ได้โอกาสทำงานคลี่คลายคดีระเบิดเพียง 1 เดือนเศษ แล้วไม่คืบหน้าก็โดนปลด
แต่จนทุกวันนี้หมดปี 2550 แล้ว คดีระเบิด 9 จุดก็ไม่ได้กระดืบไปถึงไหน แถมยังเกิดเหตุซ้ำขึ้นอีกหลายครั้งหลายครา
ถ้าหากนำมาตรฐานเดียวกันมาใช้ เชื่อว่าคงมีผบ.ตร.โดนปลดไป 6-7 คนแล้ว!??
ก่อนสงกรานต์ตูมอีกลูก
เว้นว่างไปไม่นานกรุงเทพฯ ก็โดนเขย่าอีกครา เมื่อเกิดระเบิดที่ตู้โทรศัพท์หน้าโรงภาพยนตร์เมเจอร์รัชโยธิน ถนนพหลโยธิน แขวงและเขตจตุจักร กทม. เมื่อกลางดึกวันที่ 9 เมษายน
จากหลักฐานเชื่อว่าเป็นระเบิดชนิดแรงดันต่ำคล้ายกับประทัดยักษ์ ใส่ไว้ในขวดพลาสติก วางเพื่อสร้างความปั่นป่วน เนื่องจากเป็นช่วงเวลาใกล้เทศกาลสงกรานต์
ระเบิดชนิดนี้แม้จะเป็นคนละแบบกับที่ถล่มกรุงเทพฯ 9 จุดเมื่อวันสิ้นปี แต่ก็ไปเหมือนเหตุระเบิดอีก 4 จุดก่อนหน้านี้คือที่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์ของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี, ถนนพระอาทิตย์, ห้างโตคิว และสวนลุมพินี
เหตุระเบิดทั้ง 4 จุดดังกล่าว เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เกิดม็อบขับไล่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ
ห้วงนั้นสันนิษฐานว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ เพื่อกดดันรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ!??
บึ้มป่วนเมือง-ซอยราชวิถี
ไม่ถึง 1 เดือนต่อมาเหตุร้ายก็เกิดซ้ำขึ้นอีก คราวนี้สั่นสะเทือนหนักกว่าเก่าเพราะเกิดระเบิดขึ้นบริเวณตู้โทรศัพท์ปากซอยราชวิถี 24 แขวงจิตรลดา เขตดุสิต กทม. เมื่อค่ำวันที่ 5 พฤษภาคม
นายประภัทร เมืองสองชั้น อายุ 23 ปี เจ้าหน้าที่ธุรการ บริษัท เทเวศร์ประกันภัย ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเนื่องจากเข้าไปโทรศัพท์ในตู้เกิดเหตุ แต่ยังโชคดีที่สังเกตเห็นประกายไฟจึงตัดสินใจวิ่งหนีออกมาในเสี้ยววินาทีก่อนเกิดระเบิด
เบื้องต้นพบว่าเป็นระเบิดแรงดันต่ำ ลงมือเพื่อสร้างสถานการณ์ป่วนเมือง
ที่น่าสนใจก็คือระเบิดและวิธีการประกอบ-การวางเหมือนกับกรณีที่ห้างเมเจอร์ไม่มีผิด!??
ระเบิดทั้ง 2 ครั้งที่เกิดขึ้นมีการสันนิษฐานไปต่างๆ นานา แต่หลักๆ คือปั่นกระแสปฏิวัติซ้อน และปัญหาที่กำลังจะมีการตัดสินคดียุบพรรคการเมือง
แต่กระนั้นจนทุกวันนี้ก็ยังหาข้อสรุปที่แน่ชัดไม่ได้!??
ทิ้งทวน-วันเกษียณบิ๊กบัง
ระเบิดลูกที่ถือว่าส่งแรงสั่นสะเทือนมากที่สุดลูกหนึ่ง ถือว่าเป็นลูกส่งท้ายก็ว่าได้ แต่เป็นการส่งท้ายที่เจ็บแสบและเหมือนเหยียบจมูกคมช.ก็ไม่ปาน
เมื่อเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดตู้โทรศัพท์ข้างโรงเรียนแผนที่ทหาร ติดกับรั้วกองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) เมื่อกลางดึก วันที่ 30 กันยายน
มีนัยสำคัญซ่อนเร้นเมื่อมาเกิดระเบิดหน้าบก.ทบ. ในวันอำลา-รับมอบตำแหน่งผบ.ทบ.!??
ก่อนหน้านี้ตำแหน่งผบ.ทบ. มีกระแสขัดแย้งกันมาพักใหญ่ ก่อนที่หวยจะไปออกที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้ช่วยผบ.ทบ.
ขณะที่ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร หนึ่งในตัวเต็งโดนโยกไปเป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหม
ในส่วนของการเมืองก็กำลังเดือดพล่านๆ นอกจากรัฐมนตรีโดนพิษถือครองหุ้นต้องชักแถวลาออกกันหลายรายแล้ว อดีตแกนนำม็อบที่เคยจขับไล่แม้วและเป็นชนวนให้ทหารปฏิวัติ เกิดไม่สบอารมณ์อาละวาดไล่ทุบรัฐบาล
แล้วห้วงที่ทุกๆ สถานการณ์กำลังเดือดปุดๆ นี่เอง ระเบิดก็โผล่ขึ้นมาเขย่าได้อย่างเหมาะเหม็งยิ่ง!??
ตำรวจและชุดเก็บกู้ระเบิดตรวจสอบพบกล่องดำ วางอยู่บริเวณตู้โทรศัพท์ข้างกำแพง กรมแผนที่ทหารบก ติดกับรั้วบก.ทบ. ภายนอกห่อหุ้มด้วยหนังสือพิมพ์และมีสายไฟโยงเข้ากับถังน้ำมันขนาด 5 ลิตร ขณะเข้าตรวจสอบ พบว่ามีไฟลุกไหม้อยู่ที่กล่องด้านบน
หลังจากดับไฟแล้ว ด.ต.จิรเดช อัตตพงศ์ และ ส.ต.ท.พิทยาธร สุนทรชื่น ชุดเก็บกู้ระเบิดเข้าไปตรวจสอบ
ห้วงนี้เองระเบิดก็ทำงานส่งเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ฉีกมือด.ต.จิรเดช และสะเก็ดเข้าที่ลำตัวอีกจำนวนหนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะที่ส.ต.ท.พิทยาธร บาดเจ็บเล็กน้อย
ระเบิดดังกล่าวจากการตรวจสอบเป็นแบบแรงดันต่ำใช้ผงดินดำ ไม่มีสะเก็ดระเบิด บรรจุอยู่ในขวดน้ำพลาสติกขนาด 5 ลิตร จุดชนวนด้วยนาฬิการะบบดิจิตอล ไม่สามารถประสงค์ต่อชีวิตหรือทรัพย์สิน เพียงแต่ต้องการให้เกิดเสียงดังเท่านั้น
ที่น่าสนใจก็คือผู้เชี่ยวชาญระบุว่า มีการต่อวงจรซ้อนกัน 2 ชนิดคือใช้ความร้อนจุดระเบิดและนาฬิกา โดยช่วงที่เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นนั้นทหารรักษาการณ์มาดับไว้เสียก่อน ทำให้วงจรถูกตัดไป แต่การจุดชนวนด้วยนาฬิกายังคงอยู่ จึงเกิดระเบิดขึ้น
ผู้เขี่ยวชาญระบุว่าบุคคลที่สามารถต่อวงจรระเบิดซ้อนกันได้นั้น จะต้องเป็นผู้ที่มีความชำนาญพอสมควร เพราะคนทั่วๆ ไปที่ไม่มีความรู้ด้านนี้ไม่น่าจะทำได้!??
แฉคล้ายระเบิดวันปีใหม่
ระเบิดดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับเหตุระเบิดเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2549 ที่ป้ายรถประจำทางอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพราะมีพยานเห็นประกายไฟก่อนระเบิดเช่นกัน!??
พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ที่เพิ่งพ้นตำแหน่งผบ.ทบ.มาหมาดๆ ยอมรับว่าสาเหตุของระเบิดอาจจะเกี่ยวข้องกับปัญหาการแต่งตั้งผบ.ทบ. ที่ทำให้มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย
ด้านพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี มองว่าน่าจะเป็นการสร้างสถานการณ์ทางการเมือง
ส่วนพล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร รองปลัดกลาโหม ปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ไม่ว่าเหตุระเบิดจะเป็นฝีมือใคร หรือมาจากเรื่องใด แต่ถือว่าเป็นการลูบคมกองทัพบกครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งก็ว่าได้
และทั้งหมดนี้คือบันทึกเลือดคดีบึ้มเขย่ากรุงในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา!!!
หน้า 2
ข้อมูลจาก ข่าวสด
