ตามล่าไอ้แบงก์มือยิงตำรวจ 3 ศพ ลุยค้นสวนผลไม้ในอ่างทองหลังมีคนแจ้งเบาะแสหลบอยู่กับญาติที่บวชเป็นพระ พบร่องรอยคล้ายเพิ่งคลาดกันหวุดหวิด พ่อค้ารวมเงินลงขันตั้งค่าหัว 5 แสนบาท ตร.ฮึ่มเอาผิดคนให้ที่พักพิง เผาแล้ว 3 ตำรวจ ญาติระงมในงานพระราชทานเพลิง ท่ามกลางประชาชนที่ร่วมงานนับพันคนความคืบหน้าคดี นายอัครพล สำเภา หรือแบงก์ อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีปล้นฆ่า ข่มขืน และชิงทรัพย์ ท้องที่ สภ.พระนครศรีอยุธยา ยิง ส.ต.ต.ศิลา แหวนเงิน จ.ส.ต.ปรีดา จ้อยจุฑา และ ด.ต.โกสินทร์ มั่นพรหม ตำรวจ สภ.พระนครศรีอยุธยา เสียชีวิตขณะนำหมายจับของนายอัครพล และนายปราโมทย์ เรืองศรี อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาคดีพยายามฆ่าผู้อื่นเมื่อปี 2548 ที่ สภ.พระนครศรีอยุธยา ไปสอบถามกลุ่มคนที่กำลังเลี้ยงฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่บ้านเลขที่ 24/3 หมู่ 5 ต.บ้านขยาย อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา และถูกนายอัครพลที่ไหวตัวทันยิงเสียชีวิตทั้งหมด เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 31 ธันวาคม ที่ผ่านมา โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผบ.ตร. มีคำสั่งให้ตามล่าตัวมาดำเนินคดี หากต่อสู้ให้จัดการขั้นเด็ดขาดได้นั้น
การไล่ล่าเข้าสู่วันที่ห้า แต่ยังคว้าน้ำเหลว โดยล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 5 มกราคม พล.ต.ต.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผบก.ภ.จว.อ่างทอง ได้เรียกประชุม นายตำรวจระดับผู้กำกับการสถานี รอง ผกก. สวส. สวป. ทุกสถานีตำรวจภูธรใน จ.อ่างทอง เพื่อระดมข้อมูลในการติดตามไล่ล่าตัวนายแบงก์ โดยเชื่อว่ายังกบดานอยู่ในพื้นที่ จ.อ่างทอง หรือ จ.พระนครศรีอยุธยา
พล.ต.ต.ธนิตศักดิ์ กล่าวว่า จากการสืบสวนแกะรอยหาข่าวในพื้นที่ที่คาดว่านายแบงก์น่าจะกบดานอยู่ใน จ .อ่างทอง และรอยต่อจังหวัดใกล้เคียง โดยใน จ.อ่างทอง ต้องสงสัยใน อ.แสวงหา รอยต่อ จ.สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นถิ่นของลูกน้องนายเดชา ปรากฏผล หรือเสือเด ที่อยู่ในเรือนจำขณะนี้ ที่สำคัญมีถนนหลายเส้น มีทุ่งนาที่ง่ายต่อการหลบหนี ส่วนสถานที่สำคัญและเป็นเป้าหมายหลักที่เฝ้าจับตาคือ สวนผลไม้หลังวัดบุญเกิด อ.โพธิ์ทอง ซึ่งเป็นแหล่งพบปะแหล่งพักพิงหลบซ่อนของบรรดามือปืน หรือจะเข้าไปพักพิงที่บ้านเพื่อนที่มีประวัติเกี่ยวข้องยาเสพติดและมีบ้านพักอยู่ในชุมชนชัยมงคล และหลังวัดโล่ห์สุทธาวาส อ.เมือง จ.อ่างทอง ซึ่งทางตำรวจเชิญตัวคนที่เกี่ยวข้องไปสอบปากคำก่อนปล่อยตัวไป
ส่วนการติดตามคนร้ายในส่วนของพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา พล.ต.ต.นเรศ นันทโชติ ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า มีประชาชนชี้เบาะแสเข้ามามาก ซึ่งตำรวจรับทราบทุกข้อมูล แต่จะต้องมีการตรวจสอบและประเมินความเป็นไปได้ทุกเบาะแส ซึ่งหลังจากได้ตั้งรางวัลนำจับ 2 แสนบาท ทำให้มีบรรดาพ่อค้าและภาคเอกชนรวบรวมเงินมาสมทบเป็นเงินรางวัลนำจับ จนถึงขณะนี้มีมากถึง 5 แสนบาทแล้ว ส่วนการไล่ล่าได้เดินทางไปยัง จ.ชัยนาท สิงห์บุรี และอ่างทอง คาดว่าจะต้องได้ตัวอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะมีชีวิตหรือไม่ก็ตาม และจะดำเนินการเอาผิดกับคนให้ที่พักพิงด้วย
พ.ต.อ.กรเอก เพชรไชยเวส รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ในฐานะหัวหน้าทีมไล่ล่า กล่าวว่า จากการปฏิบัติงานและประเมินผลการทำงานของตำรวจชุดไล่ล่าทุกวัน พบว่า นายแบงก์เป็นมือปืนรุ่นใหม่ ยังไม่มีชื่อในซุ้มมือปืนซุ้มใด จึงไม่มีกลุ่มมือปืนใดให้การช่วยเหลือ แต่ที่ยังหลบหนีรอดไปได้คาดว่าได้รับการช่วยเหลือจากญาติๆ ตำรวจจึงพุ่งไปตรวจสอบญาติและเพื่อนสนิท ในส่วนของตำรวจท้องที่ต่างๆ เช่นที่ อ.เสนา พ.ต.อ.ธงไชย สายไหม ผกก.สภ.เสนา ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกแจกจ่ายรูปของนายแบงก์และนายมงคล ยาตาล หรือหมง เพื่อนที่หลบหนีไปด้วยกัน โดยได้ติดรูปภาพของทั้งสองคนไว้ตามสถานที่ต่างๆ
นอกจากนี้ ชุดสืบสวน สภ.เสนา ได้ระดมกำลังค้นหาในพื้นที่ ต.มารวิชัย อ.เสนา ติดต่อ อ.ลาดบัวหลวง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่นายแบงก์มีความคุ้นเคย เพราะเคยทำงานเป็นพนักงานอยู่ที่โรงงานผลิตรองเท้าแห่งหนึ่งในสวนอุตสาหกรรมบ้านแพน และมีเพื่อนสนิทอยู่กลุ่มหนึ่ง โดยเฉพาะที่ ต.บ้านหลวง อ.เสนา ซึ่งอยู่ด้านหลังโรงงาน โดยมีผู้พบเห็นนายแบงก์ขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายเพื่อนไปตามเส้นทางสายเสนา-ปทุมธานี และสาย 356 บางปะหัน-บางปะอิน ด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังออกค้นหา แต่ยังไร้วี่แวว
รายงานข่าวแจ้งว่า การติดตามตัวนายแบงก์ ตำรวจได้นำกำลังไปที่บ่อนไก่ชนแห่งหนึ่งใน อ.บางปะหัน ตามที่ได้รับแจ้งเบาะแสว่า มีคนพบนายแบงก์ไปอยู่กับเซียนไก่ชนคนหนึ่ง แต่จากการตรวจสอบไม่พบตัว นอกจากนี้ ยังได้รับแจ้งเบาะแสว่า หลังก่อเหตุได้ไปพบแฟนสาวที่บ้านซึ่งอยู่ใกล้วัดชัยมงคล ต.ไผ่ลิง อ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนที่จะหลบหนีไป ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงเช่นกัน
ส่วนพิธีพระราชทานเพลิงศพ ตำรวจทั้ง 3 นายที่ถูกยิงเสียชีวิต ซึ่งมีขึ้นเมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 5 มกราคม ที่วัดเสนาสนามราม ต.หัวรอ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา มี พล.ต.ต.พงศพัศ พงษ์เจริญ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธาน นายเชิดพันธ์ ณ สงขลา ผู้ว่าฯ พระนครศรีอยุธยา รวมทั้งผู้บังคับบัญชาและหัวหน้าหน่วยราชการ ประชาชน หลายพันคนมาร่วมงาน ท่ามกลางความเศร้าสลดของญาติและผู้มาร่วมงานทุกคน
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
