จยย.บอมบ์- คนร้ายซุกระเบิดในเบาะรถจยย. นำไปจอดใกล้เขียงขายหมู ภายในตลาดสดบางนาค เขตเทศบาลเมืองนราฯ ก่อนจุดชนวนระเบิด มีชาวบ้านบาดเจ็บ 1 ราย ตรวจพบเจ้าของรถอยู่ใน อ.สุไหงโก-ลก เมื่อ 6 ม.ค.จยย.บอมบ์ในตลาดกลางเมืองนราธิวาส ชาวบ้านเจ็บ 1 ราย สอบพบเจ้าของรถอยู่โก-ลก เผยมีชายวัยรุ่น 1 คน ใส่หมวกแก๊ปสีขาวนุ่งกางเกงยีนส์ นำรถจยย.คันดังกล่าวมาจอดปะปนกับชาวบ้านระหว่างแผงขายเนื้อหมูชำแหละ มีเพื่อนอีก 1 คนขี่รถจยย.แบบผู้หญิงมารับ และเมื่อคนร้ายขี่รถจยย.ออกไปประมาณ 3 นาที จึงเกิดระเบิดขึ้น ส่วนที่รือเสาะตระเวนทุบบ้าน 25 หลัง ทำให้ไทยพุทธ 70 ชีวิตอพยพออกนอกพื้นที่ไปอาศัยอยู่ในเขตเทศบาล
เมื่อเวลา 16.20 น. วันที่ 6 ม.ค. ร.ต.ท.มนูศักดิ์ ปาระมี ร้อยเวรสภ.เมืองนราธิวาส รับแจ้งมีเหตุระเบิดขึ้นที่บริเวณตลาดบางนาค เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส โดยมีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 1 คน จึงพร้อมด้วยพ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ รองผกก.กองวิทยาการ จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเหยี่ยวดง รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง รุดเดินทางไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าดรีมสีแดง ทะเบียน ขกข-336 นราธิวาส ที่จอดอยู่ระหว่างแผงขายเนื้อหมูชำแหละของนางแหม่มและนายตึ๋ง อินทรสกุล ซึ่งเป็น 2 พี่น้อง อยู่ในสภาพได้รับความเสียหายทั้งคัน โดยถูกสะเก็ดระเบิดจนชิ้นส่วนต่างๆ ของรถจักรยานยนต์ กระเด็นเกลื่อนทั่วบริเวณและหลังคากันสาดของแผงขายเนื้อหมูชำแหละปลิวว่อนคลุกเคล้าไปกับซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่อง อาทิ เหล็กเส้นตัดสั้น ปุ๋ยยูเรีย เชื้อปะทุ แผงวงจรรีโมตคอนโทรล เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คน คือนางเลี่ยนห้อง โชติกาญจน์ อายุ 43 ปี มีพลเมืองดีนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ไปก่อนหน้านั้นแล้ว
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมีชายวัยรุ่น จำนวน 1 คน ใส่หมวกแก๊ปสีขาวนุ่งกางเกงยีนส์ นำรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวมาจอดปะปนกับชาวบ้านระหว่างแผงขายเนื้อหมูชำแหละของ 2 พี่น้อง โดยมีเพื่อนอีก 1 คน ขี่รถจักรยานยนต์แบบผู้หญิงสีแดงไม่ทราบหมายเลขทะเบียนมารับ และเมื่อคนร้ายขี่รถจยย.ออกไปประมาณ 3 นาที จึงได้เกิดระเบิดขึ้นในระหว่างที่นางเลี่ยนห้อง โชติกาญจน์ และชาวบ้านรวมทั้งเจ้าหน้าที่อีกจำนวนนับ 100 คน กำลังเดินผ่านเพื่อจ่ายกับข้าว แต่นางเลี่ยนห้อง โชคร้ายถูกอนุภาพแรงอัดของระเบิดแสวงเครื่องจนกระเด็นและสลบไป
ส่วนรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายนำระเบิดแสวงเครื่องไปประกอบเป็นจยย.บอมบ์นั้น ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นของนายพิษณุ โซ่สุวรรณวงศ์ อยู่บ้านเลขที่ 3 ซอย 1 ถ.ทรายทอง อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบว่ามีการแจ้งหายไว้บ้างหรือไม่อย่างไร
เวลา 10.30 น. วันเดียวกันนี้ พ.ท.ปฐวี ศรีสุข ผบ.ฉก.นราธิวาส 39 พ.ต.อ.จุมพล เปรมศิริ ผกก.สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส นายสันติ ชูดวง ปลัดอำเภอรือเสาะ และพ.ต.ท.ธวัช สุนทรพจน์ พนักงานสอบสวน ร่วมสนธิกำลัง 3 ฝ่าย จำนวน 50 นาย เดินทางไปยังหมู่บ้านชุมชนไทยพุทธบ้านบาเร๊ะ ม.10 ต.รือเสาะ หลังจากที่ตัวแทนชาวบ้านชายและหญิงจำนวน 25 คน เดินทางเข้าร้องทุกข์ขอความเป็นธรรม เนื่องจากบ้านพักและทรัพย์สินภายในบ้านถูกกลุ่มคนร้ายบุกทุบทำลายได้รับความเสียหาย จนไม่สามารถที่จะอาศัยอยู่ได้ เกรงจะไม่ได้รับความปลอดภัยในชีวิต
เมื่อถึงที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่กระจายกำลังกันออกตรวจสอบบ้านพักแต่ละหลัง พบว่าบ้านโดยภาพรวมจำนวน 25 หลัง ถูกคนร้ายทุบทำลายหลังคาบ้านได้รับความเสียหาย ฝาผนังถูกทุบจนแตกเป็นรูโหว่ กระเบื้องปูพื้นถูกทุบแตกกระจาย ตู้เสื้อผ้าถูกทุบและถูกรื้อค้นเอาทรัพย์สินของมีค่าหายไป ต้นผลไม้ เช่น ทุเรียน กระท้อน มังคุค และเงาะ ถูกของมีดคมฟันจนขาดได้รับความเสียหาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ลงบันทึกประจำวันไว้อย่างละเอียด
และเมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบแล้วเสร็จ จะทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อเสนอต่อนายการัณย์ ศุภกิจวิเลขการ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้รับทราบเพื่อหาแนวทางในการช่วยเหลือต่อไป โดยในส่วนของชาวบ้านไทยพุทธ จำนวนทั้ง 70 คน ลงความเห็นร่วมกันและได้อพยพครอบครัวออกจากหมู่บ้านทันที เพื่อไปเช่าบ้านพักอาศัยอยู่ในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลรือเสาะ เพราะเกรงจะไม่ได้รับความปลอดภัยในชีวิต เนื่องจากในอดีตที่ผ่านมามีชาวบ้านไทยพุทธครอบครัวหนึ่งถูกกลุ่มคนร้ายบุกทุบทำลายข้าวของที่บ้านพักและยิงเจ้าของบ้านเสียชีวิตมาแล้ว 1 รายและได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย ซึ่งล่าสุดครอบครัวดังกล่าวที่รอดตายอพยพครอบครัวไปตั้งรกรากในพื้นที่จ.สุราษฎร์ธานีแล้ว
ส่วนที่จ.ปัตตานี เมื่อเวลา 14.00 น. วันเดียวกัน พ.ต.ต.วิพัฒน์ สุวรรณรัตน์ สารวัตรเวร สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี รับแจ้งเหตุยิงกันบริเวณบ้านรับซื้อของเก่า หมู่ 5 บ้านโรงกระเบื้อง ตำบลเมาะมางวี อำเภอยะรัง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 1 ราย จึงเรียนผู้บังคับบัญชาทราบและนำกำลังรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที
เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุพบมีผู้เสียชีวิตจมกองเลือดบนม้านั่งหินอ่อน บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 14/2 หมู่ 5 ตำบลเมาะมาวี โดยมีนางปัทมา วานิ เป็นเจ้าของบ้านซึ่งมีอาชีพรับซื้อขายของเก่า เพื่อไม่เกิดเหตุระเบิดซ้ำ เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานชุดกำลังเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดปัตตานี เข้ามาตรวจสอบเสียก่อน ก่อนที่จะเข้าทำการชันสูตรพลิกศพต่อไป ส่วนผู้ตายทราบชื่อคือนายจรัส สุนทรถาวร อายุ 54 ปี บ้านเลขที่ 65/82 ซอยสายไหม 56/2 แขวงเขตสายไหม กรุงเทพฯ อาชีพรับซื้อของเก่า
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ขับขี่รถยนต์กระบะสีบรอนซ์ขาว ตอนเดียวมีหลังคาคลุม หมายเลขทะเบียน ลอ 4932 กรุงเทพฯ ขับมาจากพื้นที่ยะลา เพื่อตระเวนซื้ออะไหล่รถยนต์เก่าตามร้านรับซื้อของเก่าริมถนนสาย 410 ปัตตานี-ยะลา ในระหว่างจอดรถยนต์ริมถนนสาย 410 ซึ่งบริเวณหน้าร้านที่เกิดเหตุแล้วแวะนั่งบนมานั่งหินอ่อน ได้มีคนร้ายจำนวน 1 คนลงจากรถเมล์ประจำทาง ถือกระสอบปานเดินเข้ามาในร้านทำทีจะขายเศษเหล็ก จากนั้นคนร้ายชักอาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบขนาดและชนิดกระหน่ำยิงนายจรัสอย่างเลือดเย็น
จากนั้นคนร้ายยังได้หยิบค้อนเหล็กทุบกระจกรถยนต์ของผู้ตายแล้วเปิดประตูหยิบเงินสดของผู้ตายจำนวนหนึ่ง แล้วทิ้งกระสอบปานภายในรถยนต์ดังกล่าว ก่อนวิ่งขึ้นรถจักรยานยนต์ที่เพื่อนจอดรอไว้แล้ว มุ่งหน้าไปยังตัวเมืองยะลาอย่างลอยนวล ในระหว่างทางคนร้ายยังได้โปรยตะปูเรือใบบนถนนสาย 410 บริเวณหมู่ 4 ตำบลเมาะมาวี เพื่อป้องกันการติดตามของเจ้าหน้าที่ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเสียเวลาในการเข้าตรวจสอบ จึงต้องรอกำลังชุดเก็บกู้ฯเข้ามาตรวจสอบเสียก่อน
ภายหลังตรวจสอบพบว่าเป็นเพียงกระสอบปานเปล่า แล้วยังพบมีเงินสดเป็นธนบัตร 100 บาท ประมาณ 3 หมื่นบาท บรรจุในถุง จึงเก็บไว้ให้ญาติผู้ตายต่อไป
(กรอบบ่าย)
หน้า 1
ข้อมูลจาก ข่าวสด
