จับแล้วมือขว้างขบวนรถไฟสายกรุงเทพฯ-ตรัง ที่แท้เป็นด.ช. 5 คน อายุแค่ 8-12 ปีเท่านั้น ตร.ตั้งข้อหาพยายามฆ่า สารภาพไม่ได้ตั้งใจทำร้ายใคร แต่ทำไปเพราะความคึกคะนองไม่คิดว่าจะมีคนบาดเจ็บสาหัสขนาดนี้ ผู้ปกครองหนึ่งในหนูน้อยวัยคะนองเผย ได้ยินหลานพูดเรื่องเอาขวดและหินปารถไฟ จนเรียกมาตักเตือนและตีหลายครั้งก่อนจะไล่ไปนอน ไม่คิดว่าจะรุนแรงกระทั่งตำรวจมาตามจับ ทางด้านพ่อเหยื่อเผยสลดใจที่คนทำเป็นเด็กไม่รู้ประสา แต่คงต้องให้เป็นไปตามกฎหมาย และเตรียมร้องเรียนจนท.รถไฟที่ไม่ใส่ใจดูแลผู้โดยสารแม้บาดเจ็บสาหัสเมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 7 ม.ค. พล.ต.ต.ประเสริฐ จันทร์สว่าง ผบก.ภ.จว.ตรัง พร้อมด้วย นายสมพร สถิตย์ภูมิ นอภ.รัษฎา จ.ตรัง และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.รัษฎา แถลงข่าวจับกุมตัวผู้ต้องหาคดีขว้างปาขวดและก้อนหิน ใส่ขบวนรถไฟขบวนที่ 84 สายตรัง-กรุงเทพฯ เมื่อเวลา 18.12 น. วันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา พื้นที่หมู่ 12 ต.หนองปรือ อ.รัษฎา จ.ตรัง ทำให้นายบุญธเนศ หาญทะเล อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40 หมู่ 4 ต.เกาะลันตาใหญ่ อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ บุตรชายนายบุญธรรม หาญทะเล เจ้าของเกาะไหงวิลล่า ธุรกิจรีสอร์ตรายใหญ่ของจ.ตรัง ได้รับบาดเจ็บที่หน้าผากต้องเย็บถึง 20 เข็ม
ผู้ต้องหามีทั้งหมด 5 คน เป็นเด็กชายซึ่งมีอายุ 8 ขวบ 2 คน และ 10 ขวบ 11 ขวบ 12 ขวบ อย่างละ 1 คน ทั้งหมดเรียนหนังสืออยู่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3-6 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจ.ตรัง ให้การสารภาพว่า ร่วมกันใช้ขวดเหล้า ก้อนหิน และก้อนดิน ขว้างปาใส่ ขบวนรถไฟสายดังกล่าวเพื่อความสนุกสนาน ไม่ได้มีเจตนาร้ายกับผู้โดยสารบนขบวนรถไฟ โดยเลียนแบบจากข่าวโทรทัศน์
พล.ต.ต.ประเสริฐกล่าวว่า คดีนี้เป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ปกครองทุกคน ที่ควรเพิ่มความระมัดระวังและดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิดมากกว่านี้ ในส่วนของคดี คงต้องดำเนินการตามกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อหาร่วมกันพยายามฆ่า ส่วนการดำเนินคดีนั้นจะเป็นเช่นไรต้องว่าไปตามกระบวนกฎหมาย
หนึ่งในผู้ปกครองเด็กทั้ง 5 คน เปิดเผยว่า เมื่อช่วงกลางคืนวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้ยินหลานชายเล่าให้เด็กใกล้บ้านฟังว่า ไปเล่นปาก้อนหินและขวดใส่ขบวน รถไฟสนุกมาก จึงเรียกมาสอบถามและตักเตือน โดยไม่รู้ว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว และทำโทษด้วยการตีหลานชายไปหลายครั้งก่อนสั่งให้เข้านอน และมาทราบเรื่องเมื่อตำรวจตามมาจับกุมที่บ้านพัก รู้สึกเสียใจต่อการกระทำในครั้งนี้เป็นอย่างมาก ไม่เคยคาดคิดเลยว่าหลานชายจะมีนิสัยเช่นนี้ บ้านของตนกับที่เกิดเหตุนั้นอยู่ห่างกันประมาณ 30 เมตร ซึ่งเป็นบริเวณหลังบ้าน เป็นป่ารกข้างทางรถไฟ และหน้าบ้านอยู่ติดถนน จึงมักสั่งห้ามไม่ให้ลูกหลานออกไปวิ่งเล่นหน้าบ้าน บริเวณหลังบ้านซึ่งอยู่ใกล้กับริมทางรถไฟจึงเป็นที่เล่นของเด็กๆ แต่ไม่คิดว่าหลานจะซนขนาดนี้ ซึ่งต้องแล้วแต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดำเนินคดีต่อไป และรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากต่อผู้เสียหายและญาติๆ
ด้านนายบุญธรรม หาญทะเล บิดานายบุญธเนศ ผู้เสียหาย กล่าวว่า ครั้งแรกต้องการที่จะเอาผิดแก่ผู้กระทำให้ถึงที่สุด แต่เมื่อมาพบกับผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ปรากฏว่าเป็นเด็กเล็กๆ ไม่รู้จะพูดอย่างไร และพูดไม่ออกจริงๆ คงแล้วแต่กระบวนการทางกฎหมายต่อไป แต่ดีใจที่เจ้าหน้าที่ติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีได้รวดเร็ว จึงมอบเงินรางวัล 20,000 บาทเป็นขวัญและกำลังใจ ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่
สิ่งที่ผมรู้สึกเสียใจและผิดหวังมากที่สุดนั้นก็คือ พฤติกรรมของพนักงานรถไฟบนขบวนรถไฟสายดังกล่าว ที่ไม่มีความสนใจไยดีต่อผู้โดยสาร เนื่องจากเมื่อลูกชายของตนประสบเหตุบาดเจ็บสาหัส และมีเลือดไหลอาบเต็มใบหน้าแล้ว แต่พนักงานบนขบวนรถไฟกลับไม่ห่วงใย ไม่ดูแลบาดแผล หรือปฐมพยาบาลในเบื้องต้นเลย นอกจากนี้ก็ยังไม่สั่งหยุดรถ เพื่อรีบนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งรักษายังสถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ผมจะทำหนังสือร้องเรียนผู้ว่าฯการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อให้ตรวจสอบทางวินัยและสอบหาข้อเท็จจริง เกี่ยวกับพฤติกรรมของพนักงานรถไฟ ขบวนที่ 84 สายตรัง-กรุงเทพฯ โดยจะยื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายสถานีรถไฟตรังเป็นอันดับแรก และจะดำเนินการต่อไปให้ถึงที่สุด เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานแก่ผู้โดยสารหรือประชาชนคนอื่นๆ ต่อไป นายบุญธรรมกล่าว
(กรอบบ่าย)
หน้า 1
ข้อมูลจาก ข่าวสด
