เหยื่อ ตชด.42 จับเรียกค่าไถ่ โผล่อีกรายที่ จ.ตรัง เข้าร้องเรียนสื่อมวลชน ถูก ตชด.ชุดเดียวกัน จับตัวทั้งสามี - ภรรยา เผยใช้ไฟฟ้าจี้ช็อตทรมานร่างกาย ก่อนยัดยาบ้า และเรียกเงิน(26มค.) ที่สำนักงานทนายความชัยพร ชูเสน ถนนรัษฎา ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง นายประดิษฐ์ คงมาก อายุ 43 ปี และนางวันเพ็ญ คงมาก อายุ 41 ปี สองสามีภรรยา เจ้าของร้านขายอาหารคาราโอเกะ ชื่อ ร้านน้องเพ็ญ ตลาดคลองมวน ต.กะปาง อ.รัษฎา จ.ตรัง พร้อมด้วยนายชัยพร ชูเสน อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชาชน และทนายความ จ.ตรัง ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน
นางวันเพ็ญ กล่าวว่า ตนเองและสามีมีอาชีพขายอาหารในร้านคาราโอเกะ ชื่อว่า ร้านน้องเพ็ญ มาประมาณ 8 ปีแล้ว กระทั่งเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2551 ที่ผ่านมา เวลา 14.00 น.ได้มีนางสายใจ ซึ่งเป็นลูกน้องได้โทรศัพท์มาหา และบอกให้มารับไปเล่นไพ่ในงานศพที่บ้านควนเคี่ยม โดย น.ส.สายใจ จะรออยู่ที่ปั๊มน้ำมันบางจาก ที่ตลาดคลองปาง ระหว่างรอเวลา ตนเองพร้อมด้วยสามีได้ขับรถยนต์ออกจากบ้านไปทำธุระที่อู่ซ่อมรถ และเมื่อถึงเวลานัดหมายก็ได้ขับรถยนต์ไปรับ น.ส.สายใจ ตามที่ได้นัดหมายกันไว้ โดยมีนายประดิษฐ์ สามีเป็นคนขับ
ขณะเดินทางก็ได้มีเงินพกติดตัวไปด้วยจำนวนหนึ่ง โดยใส่เงินไว้ในกระเป๋าสะพาย ซึ่งเป็นเงินที่ได้จากการเล่นแชร์ และกู้ยืมมาจากตำรวจนายหนึ่งที่ สภ.บางขัน จำนวน 25,000 บาท รวมมีเงินทั้งหมด 36,000 บาท ส่วนนายประดิษฐ์ ผู้เป็นสามีนั้นมีเงินสดในกระเป๋า 3,900 บาท เมื่อมาถึงปั๊มน้ำมันดังกล่าว สามีได้จอดรถเพื่อเติมน้ำมัน ระหว่างนั้นได้มีรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า จำนวน 2 คัน โดยคันสีดำขับมาจอดขวางหน้า และอีก 1 คัน สีบรอนด์เงิน ขับมาจอดขวางปิดด้านหลังรถยนต์คันของตน
ทันใดนั้นได้มีชายฉกรรจ์ จำนวน 3-4 คน ลงมาจากรถยนต์กระบะคันที่จอดขวางหน้า เดินเข้ามาหาตนเอง ส่วนอีกคนเดินไปหาสามี ซึ่งกำลังลงจากรถเพื่อยื่นกุญแจรถให้พนักงานเปิดฝาน้ำมันที่ตัวรถเพื่อเติมน้ำมัน จากนั้นได้เข้าไปจับมือนายประดิษฐ์ กระชากดึงขึ้นไปบนรถยนต์กระบะคันสีดำภายในแค๊ปหลังทันที และพูดกับพนักงานปั๊มน้ำมันว่า ไม่ต้องเติม ทำให้พนักงานเติมน้ำมันในปั๊มที่เห็นเหตุการณ์ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
นางวันเพ็ญ กล่าวอีกว่า ภายหลังจากสามีถูกจับขึ้นรถยนต์อีกคันไปแล้ว ก็ได้มีชายฉกรรจ์อีก 2 คน ลงจากรถอีกคัน เดินตรงเข้ามาเปิดประตูด้านที่ตนเองนั่งอยู่ พร้อมข่มขู่ให้ตนไปนั่งเบาะหลัง ส่วนอีกคนไปขับรถยนต์คันของตนและสามี ตามรถยนต์คันที่มีสามีนั่งอยู่ มุ่งหน้าไปตามถนนสายเพชรเกษม ออกจากตลาดคลองปาง มุ่งหน้าไป อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช
ระหว่างเดินทางตนได้ถูกชายฉกรรจ์ในรถข่มขู่กรรโชกทรัพย์ โดยให้ถอดสร้อยคอและเงินสดทั้งหมด และเมื่อมาถึง ค่าย ตชด.42 ทุ่งสง ก็ได้เห็นรถยนต์คันที่จับตัวสามีมาด้วยจอดอยู่ แต่ไม่เห็นตัวสามี ได้ยินแต่เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังออกมาจากห้องข้างล่าง โดยที่ไม่ทราบว่าเป็นเสียงของสามีที่ถูกทำร้ายและทรมานหรือเปล่า ซึ่งได้ยินเสียงดังกล่าวนานประมาณ 20 นาที ขณะที่ตนเองถูกควบคุมตัวอยู่ในอาคารเดียวกัน
จังหวะเดียวกันประตูห้องก็ถูกเปิดออก และตนเห็นสามีนั่งอยู่บนพื้นภายในห้อง ในลักษณะสวมเสื้อแต่กางเกงถูกถอดจนหมด เห็นอวัยวะเพศ นั่งในสภาพถูกมัดมือไขว้หลัง และถูกนำตัวขึ้นมาจากห้องใต้ดิน และนำตัวตนลงไปแทน โดยสังเกตุเห็นช้อนส้อมถูกพันด้วยผ้าเทปสีดำต่อด้วยสายไฟฟ้ามีปลั๊ก ต่อมามีชายฉกรรจ์ทราบชื่อภายหลังว่า คือ ร.ต.อ.ณัฎฐ์ ชลนิธิวณิชย์ หัวหน้าชุด ได้เข้ามาสั่งการให้ปิดหน้า มัดมือและเท้า จากนั้นให้นอนบนพื้น ใช้เบาะรองศรีษะและใช้เก้าอี้นั่งคร่อมตัวตน จากนั้น ร.ต.อ.ณัฎฐ์ ได้เข้ามาถามหายา ซึ่งตนปฏิเสธว่าไม่มี เมื่อ ร.ต.อ.ณัฎฐ์เห็นตนไม่รับ จึงสั่งให้ลูกน้องใช้ไฟจี้ช็อตที่หัวเข่า ขา และน่อง นาน 15 นาที และได้ปล่อยตัว
นางวันเพ็ญ กล่าวต่ออีกว่า จากนั้นในวันที่ 7 มกราคม 2551 เวลา 11.30 น.ร.ต.อ.ณัฎฐ์ พร้อมด้วยพวกรวม 8 คน ได้นำตนและสามี มาค้นที่บ้านเลขที่ 36/9 โดยไม่มีหมายศาลแต่อย่างใด และบังคับให้ไขกุญแจเข้าตรวจค้นภายในบ้าน โดยที่ตนได้ขอร้องว่าอย่ายัดยาให้ตน ระหว่างตรวจค้น ร.ต.อ.ณัฎฐ์ ได้หยิบเงินที่ตนสะสมไวที่หัวเตียง จำนวน 1,800 บาท โดยใช้ให้ลูกน้องเอาถุงยาใส่รวมกับเงิน เพื่อใช้เป็นหลักฐานมัดตัวตนกับสามี
จากนั้นได้ควบคุมตนกับสามีกลับไปที่ค่าย ตชด.อีกครั้ง แล้วนำบันทึกการจับกุมมาบังคับให้ตนกับสามีเซ็นรับสารภาพ โดยไม่ยอมให้อ่านในบันทึกการจับกุม พร้อมกับยัดยาบ้าให้ตนและสามีคนละ 10 เม็ด ก่อนจะควบคุมส่ง สภ.รัษฎา ระหว่างเดินทางตนได้พูดขอทรัพย์สินคืน และทางลูกน้องของ ร.ต.อ.ณัฎฐ์ รับปากว่าจะให้คืนเมื่อถึง สภ.รัษฎา
เมื่อเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนแล้ว ร.ต.อ.ณัฎฐ์ ได้ข่มขู่ให้ตนและสามีรับสารภาพตามที่ได้เซ็นชื่อไว้ในบันทึกจับกุม หากขัดขืนก็จะมีการจับตัวไปกระทำเช่นนี้อีก ด้วยความกลัวทั้งตนและสามีก็รับสารภาพ ภายหลังจากที่ ร.ต.อ.ณัฎฐ์ และพวกเดินทางกลับ ตนและสามีได้เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ชาวบ้านและตำรวจทราบ และมีการแนะนำให้แจ้งความดำเนินคดี ร.ต.อ.ณัฎฐ์ กับพวก ในข้อหาทำร้ายร่างกายและยัดยาบ้า ต่อมาตนตัดสินใจเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนคนเดิม และก็ได้พูดจาในทำนองห้ามว่าอย่าแจ้งความดำเนินคดี เพราะขืนดื้อดึงไปก็ไม่ได้รับความเป็นธรรมในการสอบสวนแน่นอน
ต่อมาพนักงานสอบสวนได้นำตนกับสามีไปฝากขังที่ศาล จ.ตรัง และได้ควบคุมตัวที่เรือนจำ จ.ตรัง ทั้งนี้ก่อนเข้าเรือนจำ เจ้าหน้าที่เรือนจำได้ตรวจร่างกายและพบเห็นร่องรอยการถูกทำร้ายตามร่างกายหลายแห่งทั้งของตนและสามี จึงแนะนำให้ไปแจ้งความดำเนินคดี ร.ต.อ.ณัฎฐ์พร้อมพวก ภายหลังตนและสามีได้ประกันตัวจากศาล จ.ตรัง ก็ได้เข้าพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายที่ถูก ร.ต.อ.ณัฎฐ์พร้อมพวก ทรมาน ทำร้ายร่างกาย และแจ้งความดำเนินคดีพร้อมปฏิเสธไม่ได้กระทำความผิดตามที่ ร.ตอ.ณัฎฐ์ และพวกกล่าวหา
นางวันเพ็ญ กล่าวว่า ในช่วงที่สามีถูกจับมัด ทำร้ายร่างกายควบคุมชั้นใต้ดินในค่าย ตชด.ทุ่งสง น.ส.สายใจ ได้เล่าให้ตนฟังหลังเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายว่า ตชด.ชุดดังกล่าว ได้ไปจับกุม น.ส.สายใจในข้อหาจำหน่ายยาบ้า ที่รับมาจากนายวินัย และให้น.ส.สายใจนำ ตชด.ไปจับกุมนายวินัย และนำเงินล่อซื้อมาจากนายวินัยได้ก่อนหน้านี้ และ ตชด.ชุดดังกล่าวยังหลอกให้ น.ส.สายใจโทรศัพท์ติดต่อตนและสามีให้ออกมารับและจับกุมในครั้งนี้ ซึ่งเป็นการเข้าใจผิดว่าคนขายยาบ้าที่ชื่อดิษฐ์ คนละคนกับสามีตน และขณะที่สามีถูกทำร้าย น.ส.สายใจ ถูกข่มขู่และควบคุมตัวมาดูเหตุการณ์ทำร้ายสามีตนด้วย และบังคับให้ซัดทอดว่าตนและสามีจำหน่ายยาบ้า
จากเหตุการณ์ดังกล่าว ต่อมาได้ประสานกับนายชัยพร และเข้าแจ้งความกับกองกำกับการตำรวจปราบปราม เพื่อดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด.และต่อมา ร.ต.อ.ณัฎฐ์ ได้ถูกตั้งกรรมการสอบ และให้ไปช่วยราชการที่ จ.ชุมพร แต่ยังไม่ถูกดำเนินคดีแต่อย่างใด เลยเข้าร้องเรียนที่กองปราบปราม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และได้ทำหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมไปยัง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี รวมถึง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จเรตำรวจ และดีเอสไอ
ภายหลังจากเกิดเหจุการณ์ดังกล่าว ทำให้ตนและสามีต้องขายกิจการร้านอาหารคาราโอเกะ และบ้าน ที่ได้เปิดกิจการมานานหลายปี จนต้องหลบหนีไปอาศัยอยู่กับบิดา เพราะกลัวตาย ดังนั้นจึงอยากขอความเป็นธรรมให้ดำเนินคดีกับ ตชด.ชุดดังกล่าวอย่างถึงที่สุด ปฏิบัติตัวเหมือนโจรในเครื่องแบบมีทั้งอาวุธครบมือไว้ปล้นและทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์ ที่ประกอบอาชีพสุจริต หากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังปกป้อง ตชด.ชุดดังกล่าว จะทำให้ตำรวจที่ดีต้องเสียหายไปด้วย นางวันเพ็ญ กล่าว
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
