เสรีพิศุทธิ์ ยัน ผบช.ตชด.ทำไม่ถูกต้อง เตรียมเรียกตัวอบรม หลังสั่งห้ามตำรวจจับยาเสพติด ซึ่งขัดต่ออำนาจหน้าที่ มั่นใจ จเรตำรวจ สืบหาข้อเท็จจริงได้ ใครผิดหรือถูก ยันคนสอบเป็นกลางไม่เข้าข้าง ตชด.(1กพ.) พล.ต.อ.
เสรีพิศุทธิ์
เตมียาเวส ผบ.ตร. เดินทางมาประชุมชี้แจงและตรวจเยี่ยมการปฎิบัติราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในพื้นที่ 11 จังหวัดสังกัดตำรวจภูธรภาค 4 โดยได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ถึงความคืบหน้าในคดีตชด. อุ้มรีดค่าไถ โดยเฉพาะกรณีที่พล.ต.ท.นิพนธ์ ศิริวงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ออกมาสั่งห้ามตำรวจตระเวนชายแดนจับกุมคดี
ยาเสพติด
โดยให้ส่งข้อมูลให้กับตำรวจท้องที่และตำรวจปราบปราม
ยาเสพติด
ดำเนินการจับกุมเท่านั้น ว่า เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะ เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่ของการรักษาความสงบเรียบร้อย ป้องปรามปัญหาอาชญากรรม เมื่อเป็นตำรวจแล้วก็ต้องทำ
โดยปัญหาไม่อยู่ที่ว่าเมื่อมีเจ้าหน้าที่ตำรวจไปกระทำการที่ประพฤติมิชอบ แล้วไปบอกว่าไม่ให้ทำนั้นไม่ได้ ซึ่งทางผบช.
ตชด.
จะต้องแสดงความเป็นผู้นำ โดยการนำข้าราชการตำรวจภายใต้การบังคับบัญชาของตนเอง ให้ปฎิบัติหน้าที่ด้วยความตรงไปตรงมา จะตัดออกไปเลยนั้นไม่ได้
ทั้งนี้ทันทีที่เสร็จสิ้นภารกิจในหลายพื้นที่แล้วเมื่อกลับถึง สตช.ก็จะต้องมีการกำชับในเรื่องที่เกิดขึ้น ส่วนการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงนั้นได้มอบหมายให้จเรตำรวจแห่งชาติไปตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยไม่ให้ ตชด.คุมในเรื่องของการสอบสวน เพื่อให้ได้ข้อมูลที่แท้จริง ซึ่งได้ใช้หน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบไปตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้ประชาชนยอมรับได้ ซึ่งถ้าให้
ตชด.
ไปคุมสำนวนเองอาจจะมีการช่วยเหลือกันได้ เพื่อให้เกิดข้อเท็จจริงที่สุด ขณะเดียวกันผู้บังคับบัญชาในทุกระดับจะต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบฐานปล่อยปละละเลย
"ในช่วงเริ่มทำงานหลังจบการศึกษาและเข้ามาเป็นตำรวจ ช่วงนั้นยังคงไม่คิดอะไรกันมาก แต่ทำไปทำมาก็เกิดมีลู่ทางของผลประโยชน์ เข้ามาเกี่ยวข้อง พอคนทำงานมาเจอสภาพแวดล้อมใจก็อ่อน และคิดแสวงหาผลประโยชน์ เริ่มจากเรื่องเล็กน้อย จนปีกกล้าขาแข็ง เริ่มเหิมเกริมคิดการใหญ่โต เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องของคนเพียงบางกลุ่มเท่านั้น เมื่อมีตำรวจไม่ดี ก็จะต้องตัดออกไป หรือถ้าจะไปมองว่าสวัสดิการน้อยนั้นส่วนใหญ่ก็จะเห็นว่า ตำรวจนั้นอยู่อย่างสบาย ผมไปไหนจะพยายามฝึกอบรมและสอนตำรวจอยู่ตลอดเวลาว่า มาที่ขอนแก่นก็ต้องมาชี้แจงแผนพัฒนาข้าราชการตำรวจและครอบครัว เพื่อชี้ให้เห็นว่าจะประพฤติและปฎิบัติตนอย่างไร เพื่อไม่ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆเหล่านี้ พล.ต.อ.
เสรีพิศุทธิ์
กล่าว
พล.ต.อ.
เสรีพิศุทธิ์
กล่าวอีกว่า สำหรับคดีที่เกิดขึ้นตอนนี้มีคนมาร้องเรียนรวม 39 คดีนั้น จะต้องแยกออกจากกันว่าเป็นคดี
ยาเสพติด
ขั้นพื้นฐานส่วนในเรื่องการกระทำความผิดมันต่างสถานที่ จะต้องดูรายละเอียดและข้อเท็จจริงในแต่ละเรื่อง อย่างไรก็ตามขณะนี้ต้องให้ผู้ที่รับผิดชอบได้มีการสอบสวนให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจน บางรายเป็นเหยื่อที่เจ้าหน้าที่กลุ่มนี้ทำ ข่มขู่ ทำร้ายร่างกาย รีดไถ บางทีก็อาจจะมีคนที่มาผสมโรงคือทำผิดในเรื่องยาเสพติด พอถูกดำเนินคดีไป พอเห็นท่าทางตำรวจกลุ่ม นี้อาจจะผสมเองเพื่อให้ตนเองนั้นรอด เพราะฉะนั้นอย่าพึ่งไปปักใจว่าใช่ทั้งหมด ขอให้ทีมจเรตำรวจทำหน้าที่เพื่อให้ความจริงนั้นได้ปรากฏออกมาว่าของจริงหรือของเทียม จะต้องแยกออกให้ชัดเจน และจะทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้มีการร้องเรียนในลักษณะดังกล่าวนี้ขึ้นมาอีก
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
