เสรีพิศุทธ์ ลั่นดำเนินคดีกลับ เหยื่อ-ผู้ต้องหาคดียาเสพติดฉวยโอกาสแจ้งจับตำรวจ อ้างถูกกลั่นแกล้งยัดยา ยัดข้อหา ถ้าตรวจพบไม่เป็นจริง สั่ง จเรตำรวจ-ผบช.เสรีพิศุทธ์ ลั่นดำเนินคดีกลับ เหยื่อ-ผู้ต้องหาคดียาเสพติดฉวยโอกาสแจ้งจับตำรวจ อ้างถูกกลั่นแกล้งยัดยา ยัดข้อหา ถ้าตรวจพบไม่เป็นจริง สั่ง จเรตำรวจ-ผบช.น.-ผบช.1-9 ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงชาวบ้านวิ่งโร่แจ้งความทั่วประเทศกว่า 50 คดี
(5กพ.) เวลา 13.00 น. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผบ.ตร.กล่าวหลังตรวจเยี่ยมติดตามผลปฏิบัติราชการของกองบัญชาการตำรวจนครบาลว่า มาตรวจสอบติดตามผลการทำงานของตำรวจนครบาลภายหลังมอบนโยบายปฏิบัติตามแผนพัฒนาข้าราชการตำรวจว่าเป็นไปตามแผนหรือไม่ เท่าที่ฟังจากบรรยายสรุปพบว่ามีปัญหาที่ต้องแก้ไขอยู่หลายด้าน แต่ได้ให้แนวทางแก้ไขไว้แล้วจากนี้จะประเมินการทำงานอีกครั้ง
ผบ.ตร. กล่าวต่อว่า แผนพัฒนา ตร.แบ่งเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกเป็นการพัฒนาข้าราชการตำรวจและครอบครัวด้านร่างกายความคิดจิตใจให้เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนจัดให้มีการออกกำลังกายเพื่อมีสุขภาพแข็งแรง จัดให้มีสวัสดิการที่อยู่อาศัย ขยายอาคารสถานที่ทำงานตำรวจภูธร 1-9 ส่วนที่สองการพัฒนาองค์กรและหน่วยงานจัดให้มีการพัฒนาความรู้ข้าราชการตำรวจด้านการศึกษาต่อไปคนที่จบปริญญาตรีก็ขยับขยายขึ้นแทนตำรวจที่เกษียณอายุภายภาคหน้าตำรวจทุกคนมีดีกรีปริญญา และ 3 .การพัฒนาระบบงานจัดให้มีโครงการต่างๆ 7 ด้านคืองานบริหาร งานจเร ความมั่นคง กิจการพิเศษ งานป้องกันปราบราม สืบสวน สอบสวน
ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีผู้เสียหายคดียาเสพติดเข้าร้องเรียนที่ สน.วังทองหลาง ว่า มีนายตำรวจยศ พล.ต.ต. 3 นายร่วมลงชื่อในบันทึกการจับกุมว่า ยังไม่ได้รับรายงานข้อเท็จจริงเท่าที่สอบถามผู้รับผิดชอบระบุมีผู้อ้างว่า ได้รับความเดือดร้อนจากการกระทำของตำรวจในหลายท้องที่มาแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจต่างๆทั้งในนครบาลและภูธรจำนวน 40-50 ราย เมื่อมานั่งคิดดูมันจะเป็นไปได้หรือที่ตำรวจนอกแถวเหล่านี้จะทำอะไรนักหนาเป็นไปได้ขนาดนั้นหรือ และพบว่าผู้ที่ร้องเรียนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดทั้งสิ้น เมื่อถูกดำเนินคดีไปแล้วอาจจะเกิดความคิดขึ้นมาจะช่วยตัวเองให้รอดพ้นอย่างไรจึงมาแจ้งความทั้งที่ข้อเท็จจริงอาจไม่เป็นไปตามนั้นก็ได้ โดยส่วนตัวแล้วยังไม่เชื่ออะไรใครทั้งนั้นตอนนี้สั่งการให้ผู้รับผิดชอบรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจนก่อนผลออกมาอย่างไรก็ว่าไปตามนั้น
ผมขอเตือนพี่น้องประชาชนไว้แล้วนะว่าถ้าทำอะไรที่เป็นความผิดก็ต้องรับผิดอย่ามากุเรื่องกล่าวหาว่าคนอื่นไปข่มขู่ ทำร้ายร่างกายยัดเยียดข้อหาให้ต่างๆนาๆ ตอนนี้ไม่ว่าใครมาแจ้งความก็ตามตำรวจไม่ได้เชื่อ 100 เปอร์เซ็นต์จะมีคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า เป็นไปตามที่ร้องเรียนหรือไม่ ผมเรียนตรงๆว่าถ้าไม่เป็นความจริงตามที่ร้องเรียน ตรวจสอบแล้วไม่มีพยานหลักฐาน ท่านทั้งหลายที่มาร้องเรียนจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบโทษฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน โทษฐานหมิ่นประมาทและกระทำการให้ผู้อื่นต้องถูกลงโทษทางวินัย ฉะนั้นขอเตือนอีกครั้งว่าอย่าฉวยโอกาสนี้ขอให้เป็นเรื่องจริงเราพอรับได้แต่ถ้าเป็นไม่จริง พนักงานสอบสวนคงไม่ยอมแน่ เพราะตำรวจต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ไม่ใช่ทำมา 5 คดีแล้วมารุมใส่แจ้งความเป็น 20 คดีมันไม่ใช่คงต้องตรวจสอบกัน ผบ.ตร.กล่าวและว่า
เหตุการณ์แบบนี้มันไม่ปกติแล้ว มีการแจ้งความกันมากมายขนาดนี้มันเกินไปรู้สึกจะมาก อย่างไรก็ตามได้กำชับ พล.ต.อ.ประทีป ตันประเสร็ฐ จเรตำรวจ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผบช.น.ให้ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงทางคดีให้ชัดเจนว่า ตำรวจมีการทำผิดวินัยอย่างไรบ้าง หากมีการมาร้องทุกข์เป็นเท็จแจ้งความเท็จเอาผิดกับเจ้าพนักงาน เราก็จะดำเนินคดีกับบุคคลนั้นตามกฎหมายทันทีฉะนั้นควรเอาความจริงมาพูดกันอย่าฉวยโอกาส
ต่อข้อถามว่าการจับกุมคดียาเสพติดจากนี้ไปต้องมีมาตรการที่รัดกุมมากกว่านี้หรือไม่ ผบ.ตร. กล่าวว่า มาตรการระเบียบกฎหมายมีอยู่แล้วทุกอย่างชัดเจนเพียงแต่ว่า ตัวบุคคลที่ทำหน้าที่ทำเพื่อประเทศชาติ ส่วนรวมมากน้อยแค่ไหน แต่หากทำเพื่อตัวเองแสวงหาผลประโยชน์คนเหล่านี้ไม่สนใจหรอกว่าจะละเมิดกฎหมายหรือไม่
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
