โทร.จากตู้สาธารณะสยามพารากอนตร.สเกตช์ภาพเค้าหน้า คนร้ายหนุ่มสกินเฮด ผบช.น.กร้าว จี้ชุดสืบสวนล่าตัวให้ได้ ใน 3 วัน ศาลเพิ่มมาตรการติวเข้มรักษาความปลอดภัยกรณีคนร้ายดักทำร้ายทนายความ พล.ต.อ.
เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส
ผบ.ตร. ช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 14.30 น. วันที่ 3 เม.ย. ที่ผ่านมา ขณะที่นายอนันตชัย ไชยเดช อายุ 47 ปี ทนายความส่วนตัว พล.ต.อ.
เสรีพิศุทธ์
เดินทางไปศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เพื่อนัดฟ้องในคดี
ปอ ประตูน้ำ
หรือนายไพจิตร ธรรมโรจน์พินิจ ข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ระหว่างที่เดินกลับไปขึ้นรถ ถูกคนร้ายใช้อาวุธ ทำร้ายเข้าที่ศีรษะจนเลือดสาด ก่อนจะวิ่งหลบหนีเข้าป่ารกฝั่งตรงข้าม ข้างมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธินนำกำลังปิดล้อมตรวจค้นแต่ไม่พบตัว ส่วนนายอนันตชัยถูกนำส่ง รพ.เมโย แพทย์ เย็บ 8 เข็ม และเข้าเฝือกนิ้วก้อยซ้ายที่หัก เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุมาจากเรื่องที่เป็นทนายความฟ้องร้องคดีดังๆ อาทิ คดีเสธ.แดง คดี ปอ ประตูน้ำ ล่าสุดฟ้อง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รักษาการ ผบ.ตร. ในความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ความคืบหน้า วันที่ 4 เม.ย. ที่ รพ.เมโย นายอนันตชัยยังคงนอนซมบนเตียงคนไข้ในห้องไอซียู หน้าตาอิดโรย กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ยังรู้สึกมีอาการมึนศีรษะอยู่ กินอะไรไม่ได้ จะอาเจียนออกมา แต่แพทย์ระบุว่าไม่มีผลกระทบกระเทือนต่อสมอง พร้อมกับเปิดเผยว่า หลังจากที่เข้ารักษาตัวที่ รพ.เมื่อวานนี้ เวลาประมาณ 18.00 น. ได้มีโทรศัพท์ลึกลับโทร.ไปที่สำนักงานของตน ข่มขู่ว่าจะเอาชีวิตลูกทั้งสองคนด้วย คือน้องฟ้าใสกับน้องเหนือเมฆ ต่อมาเวลา 18.10 น. ก็มีโทรศัพท์ไปหานายองอาจ สุทธินนท์ ทนายความลูกน้องของตนอีก บอกว่าจะเป็นเหยื่อรายต่อไป โชว์เบอร์โทรศัพท์สาธารณะ หมายเลข 0-2221-7350 ซึ่งเป็นตู้โทรศัพท์สาธารณะในห้างสยามพารากอน ย่านปทุมวัน
ทนายความเหยื่ออาญาเถื่อนกล่าวต่อว่า สิ่งที่คนร้ายกระทำรู้สึกเหิมเกริมเกินควร ตนรู้ว่าเป็นใคร แต่รู้ไว้ในใจ ไม่สามารถบอกใครได้ บอกได้แต่เพียงว่าให้ไปเปิดดูเว็บไซต์ที่ด่าตนเป็นประจำก็แล้วกัน จนถึงขณะนี้ก็ลงข้อความด่าตนไม่เลิก หนำซ้ำยังมีข้อความข่มขู่ว่า มึงระวังตัวไว้ให้ดีกูจะจัดการมึง ซึ่งตนก็โดนข่มขู่มาตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.เป็นต้นมา แต่ขอยืนยันว่าจะทำหน้าที่นี้ต่อไป เพราะมีอาชีพเป็นทนายความเพียงอาชีพเดียว หากไม่ทำก็ไม่รู้จะไปทำมาหากินอะไร อย่างไรก็ตาม จะระมัดระวังตัวให้มากขึ้นกว่าเดิม ขณะนี้ ได้ให้ลูกทั้งสองคนไปอยู่กับพ่อตาแม่ยายแล้วเพื่อความปลอดภัย นายอนันตชัยกล่าวต่อว่า ขณะถูกทำร้ายคิดว่าไม่รอดชีวิตแน่ นึกถึงแต่หน้าลูกทั้งสองคนที่ป่วย เป็นห่วงลูกมาก เชื่อว่าที่รอดมาได้เพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง ก่อนออกจากบ้านเหมือนมีอะไรมาดลใจให้หยิบพระสมเด็จวัดระฆังมาคล้องคอ จากนั้นแพทย์ได้นำตัวไปพักที่ห้อง 503 ชั้น 5
ต่อมาเวลา 12.20 น. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผบ.ตร. ช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางไปเยี่ยมทนายความคู่ใจ พร้อมกับเปิดเผยว่า เป็นเรื่องที่น่าหดหู่ใจที่บ้านเมืองไร้ขื่อไร้แป ตอนแรกคิดว่าบ้านเมืองจะกลับสู่สภาพปกติ ที่ไหนได้ไม่ใช่อย่างที่คิด มีคนกล้าละเมิดศาลเข้าไปเพื่อจะฆ่าคน อยากจะบอกว่าคดีต่างๆที่ตนทำ รู้ว่าคนพวกนี้เป็นอย่างไร ถ้าทำได้ก็อยากจะเก็บให้หมด แต่เก็บโดยวิธีการกระบวนการของกฎหมาย คือปราบให้สิ้นซาก อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรักษาการ ผบ.ตร. คอยติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี ส่วนตนก็จะช่วยสืบคดีนี้ด้วยเช่นกัน
ส่วนที่ สน.พหลโยธิน พ.ต.อ.อาคม จันทนลาช ผกก.สน.พหลโยธินเปิดเผยว่า สอบพยานในคดีไปแล้ว 3 ปาก และนำพยาน รปภ.2 คน และหลานชายของผู้ เสียหายไปสเกตช์ภาพคนร้ายที่กองทะเบียนประวัติอาชญากรแล้ว เป็นชายรูปร่างสันทัด อายุประมาณ 20 ปี ตัดผมทรงสกินเฮด สวมเสื้อยืดคอวีสีฟ้า กางเกงยีนส์ คาดว่าจะเสร็จเรียบร้อยภายในวันนี้ และขออนุมัติหมายจับได้ภายในวันเดียวกัน ในข้อหาทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนการสอบพยานที่เกี่ยวข้องกับเบื้องหลังการถูกทำร้าย คงใช้เวลาอีกสักระยะ จึงจะเรียกมาสอบสวน ทั้งนี้ ภายหลังเกิดเหตุ ผู้บังคับบัญชาไม่ได้นิ่งนอนใจ สั่งการให้ศูนย์สืบสวน บช.น. ประสานฝ่าย สืบสวน กก.สส.น.2 และ สน.พหลโยธิน เข้าคลี่คลายคดี
เนื่องจากเป็นเหตุอุกอาจกระทำการภายในศาล สาเหตุน่าจะเป็นการจ้างวานไม่ใช่เรื่องส่วนตัว เนื่องจากตัวผู้ เสียหายไม่มีเรื่องทะเลาะกับใคร นอกจากเรื่องหน้าที่การงาน ซึ่งผู้เสียหายทำคดีฟ้อง ปอ ประตูน้ำ และ เสธ.แดง ดังนั้นจะเรียกผู้เกี่ยวข้องทั้ง 2 คดีมาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนต่อไป แต่ยังระบุไม่ได้ว่าจะเรียกมาเมื่อไหร่ เบื้องต้นทาง สน.พหลโยธิน ได้ส่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนไปดูแลความปลอดภัยให้ผู้เสียหายที่ รพ.เมโย จำนวน 2 นาย และหากผู้เสียหายร้องขอให้ตำรวจไปดูแลความปลอดภัยที่บ้านด้วย ก็จะดำเนินการให้ตามประสงค์
ด้าน พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผบช.น.กล่าวว่า พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รักษาการ ผบ.ตร. กำชับให้ทาง บช.น.เร่งรัดจับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็วพร้อมทั้งรายงานผลให้ทราบทุกระยะ ซึ่งได้สั่งการให้ พ.ต.อ. ปรีชา ธิมามนตรี รอง ผบก.ศส.บช.น.ร่วมกับชุดสืบสวนของ สน.พหลโยธิน และ กก.สส.น.2 ติดตามจับกุมคนร้ายและให้รายงานผลภายใน 3 วัน เพราะขณะเกิดเหตุมีพยานหลายคน คนร้ายกล้าลงมือทำร้ายถึงในรั้วศาลอย่างนี้มันต้องจับให้ได้ ไม่ต้องห่วง ไม่ว่าจะเป็นใครก็ไม่มีสิทธิ์ไปทำร้ายคนอื่นแบบนี้
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.เรืองศักดิ์ จริตเอก รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงเหตุคนร้ายทำร้ายนายอนันตชัย ไชยเดช ทนายความ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผบ.ตร. ที่ศาลอาญา รัชดาฯ ว่า พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รักษาการ ผบ.ตร. ให้ความสำคัญกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะถือว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจ คนร้ายบุกเข้าไปทำร้ายผู้อื่นถึงในสถานที่ราชการ จึงมีคำสั่งตรง ให้ พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผบช.น. เร่งรัดสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ โดยกำชับให้ทำคดีให้รวดเร็วและรอบคอบ ส่วนการคุ้มครองพยาน ขณะนี้ยังไม่มีการติดต่อขอความคุ้มครองจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่หากมีการร้องขอ จะรีบดำเนิน การทันที เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและให้ความเป็นธรรม
ขณะเดียวกัน นายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ นายกสภาทนายความ ได้ออกแถลงการณ์ว่า สภาทนายความรู้สึก ไม่สบายใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะคนร้ายกล้าลงมือในบริเวณอาคารศาลอาญา อันเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้ทำกับทนายความ ซึ่งเป็นผู้ประกอบวิชาชีพนักกฎหมาย รักษาความเป็นธรรมในสังคม อย่างไม่มีความเกรงกลัวเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง สภาทนายความจึงขอเรียกร้องดังนี้ 1. ให้ตำรวจซึ่งมีหน้าที่บังคับ ใช้กฎหมาย เร่งรัดสืบสวนจับกุมคนร้ายโดยเร็ว เพราะถือว่าเป็นคนร้ายอุกฉกรรจ์ กล้าท้าทายอำนาจศาล และเชื่อว่าต้องมีพยานรู้เห็นเหตุการณ์หลายคน 2. ขอให้ศาลยุติธรรม วางมาตรการรักษาความปลอดภัยนอกอาคารศาลด้วย 3. ให้รัฐบาล กระทรวงยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีหน้าที่คุ้มครองสิทธิของประชาชน ได้ดำเนินการตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ 2550 โดยเร็ว
ทางด้านนายสราวุธ เบญจกุล รองเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวว่า หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว นายพินิจ สุเสารัจ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ได้สั่งการให้เสริมการรักษาความปลอดภัย บริเวณอาคารศาลทั่วประเทศที่ดีอยู่แล้วให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น ซึ่งปกติในอาคารศาล จะมีเครื่องตรวจอาวุธ มี รปภ.จากองค์การสงเคราะห์ ทหารผ่านศึก และวางกำลังบริเวณจุดที่มีการควบคุมตัวผู้ต้องขัง รวมทั้งมีรถจักรยาน จักรยานยนต์วิ่งตรวจตลอดเวลา เรื่องนี้ศาลได้กำชับให้ รปภ.ศาลและตำรวจศาล ที่ส่งมาจากตำรวจนครบาล และกองปราบฯ หมั่นตรวจตราผู้เดินทางมาศาล และตรวจสัมภาระอย่างละเอียด สำหรับการเลือกมาประทุษร้ายในครั้งนี้ คนร้ายมาก่อเหตุที่บริเวณทางเข้าศาลอาญา ถือว่าเป็นการละเมิดอำนาจศาลด้วย ส่วนจะถามว่าเลือกเจาะจงมาทำร้ายที่ศาลหรือไม่ ตนเห็นว่าคนร้ายคงดูว่าจะพบเป้าหมายได้ที่ใด คงไม่เจาะจงมาทำร้ายที่หน้าศาล แต่สบโอกาสเหมาะมากกว่า
ล่าสุด พนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติศาลอาญา ออกหมายจับกุมผู้ต้องหาตามภาพสเกตช์ แต่ศาลพิจารณาแล้วมีความเห็นให้พนักงานสอบสวนไปสอบปากคำแพทย์ เพื่อยืนยันบาดแผลที่ถูกทำร้ายว่าเกิดจากอาวุธใดแน่ระหว่างมีดกับท่อนเหล็ก และอาการสาหัสหรือไม่ เพื่อให้เกิดความ ชัดเจนว่าอยู่ในอำนาจการพิจารณาหมายจับของศาลแขวงหรือศาลอาญาต่อไป
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของอาวุธที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ พ.ต.อ.อาคม จันทนลาช ผกก.สน.พหลโยธิน เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำพยาน รปภ.2 คน ที่เห็นเหตุการณ์ และเพื่อนผู้เสียหายที่ไปด้วยกัน รวมทั้งนายอนันตชัยผู้เสียหายเอง ระบุตรงกันว่า เห็นคนร้ายใช้อาวุธท่อนเหล็ก ลักษณะคล้ายเหล็กแป๊บกระหน่ำตีหัว โดยไม่มีใครยืนยันว่าคนร้ายใช้อาวุธมีดทำร้าย ทำให้ต้องรอแพทย์ตรวจสอบบาดแผลให้แน่ชัดว่าเกิดจากอาวุธชนิดใดกันแน่