งานหมักออกทวี เกมใหม่พันธมิตร ใช้อารยะขัดขืนพันธมิตรฯเตรียมยกระดับการประท้วง ใช้อารยะขัดขืนดื้อแพ่งกับรัฐบาล สุริยะใสระบุหมักและคณะหมดความชอบธรรมบริหารประเทศแล้ว มาตรการอาจหยุดงาน ปิดน้ำ ปิดไฟ ไม่เสียภาษี ชี้ทางออกตอนนี้ที่ง่ายที่สุดคือยุบสภา อานันท์อ้างแก่แล้วปัดรับหน้าที่คนกลางเจรจาดับวิกฤต เผยตอนนี้เลยเส้นทางไปสู่สมานฉันท์แล้ว ถ้าปัญหาจะคลี่คลายต้องเริ่มจากเข้าใจเชื่อใจและพูดกันให้ได้ก่อน โพลชี้คนกทม.และตจว. 66% อยากให้ยุติการชุมนุม
อานันท์ชี้2ขั้วเกินขอบเขตสมานฉันท์
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 8 มิ.ย.ที่หอประชุมกองทัพเรือ นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนเป็นประธานประชุมเวทีร่วมคิดร่วมสร้างทีวีไทยทีวีสาธารณะ ครั้งที่ 1 ถึงสถานการณ์การเมืองขณะนี้ว่า เรื่องนี้มีคนพูดมาเยอะแล้ว เงียบดีกว่า ส่วนการแก้รัฐธรรม นูญที่ยังมีความแตกแยกกันอยู่นั้นทุกคนมีหน้าที่อยู่แล้ว
ต่อมาเวลา 12.30 น.นายอานันท์ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า มองด้วยความเป็นห่วงเป็นใย เพราะในสังคมหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทุกสังคมต้องมีความเห็นแตกต่าง แต่ความเห็นที่แตกต่างควรอยู่บนพื้นฐานของการพูดคุยได้ หาทางออกร่วมกัน ไม่นำไปสู่ฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งใช้กำลัง ควรคุยโดยสันติและอหิงสา เพราะฉะนั้นความเห็นแตกต่างนำไปสู่ความแตกหักไม่สวยงาม ปัจจุบันแบ่งออกเป็นสองขั้วชัดเจน ตนคิดว่าเกินขอบเขตของการสมานฉันท์ เพราะก่อนจะถึงการสมานฉันท์ควรดูเหตุของความคิดที่แตกต่างกันมากกว่า
ต้องลดไม่ไว้ใจไม่เชื่อใจกันก่อน
ผู้สื่อข่าวถามว่าที่บอกว่าเกินขอบเขตของการสมานฉันท์หมายความว่าทั้งสองฝ่ายไม่สามารถพูดคุยตกลงกันได้ใช่หรือไม่ นายอานันท์กล่าวว่า ขณะนี้ตนว่าคุยกันไม่รู้เรื่อง ฝ่ายหนึ่งไม่รู้เรื่อง ถ้าจะสมานฉันท์ได้ต้องอยู่บนพื้นฐานที่ใกล้เคียงกันในบางประเด็นก่อน สมมติจะสมานฉันท์ได้ฝ่ายหนึ่งบอกว่าต้องเอาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่าแทรกแซง แต่อีกฝ่ายหนึ่งไม่ตอบประเด็นนี้ถ้าไม่ตอบตนว่าพูดต่อไปลำบาก ซึ่งเราไม่ได้บอกว่าฝ่ายไหนถูก ฝ่ายไหนผิด แต่พยายามวิเคราะห์ว่าฝ่ายหนึ่งต้องการอะไร อีกฝ่ายหนึ่งตอบประ เด็นนั้นหรือไม่ แต่ถ้าไม่ตอบประเด็นนั้นอย่างตรงไปตรงมาหรือไปยกประเด็นอื่นขึ้นมาเหมือนพูดกันสวนทาง เมื่อพูดกันสวนทางไม่ใช่พื้นฐานของการสมานฉันท์ ไม่ใช่พูดภาษาเดียวกันแต่ต้องพูดเรื่องเดียวกันด้วย อย่างถามว่าไปไหนมา แต่ตอบว่าสามวาสองศอก แล้วจะไปสมานฉันท์ได้อย่างไร ต้องสร้างพื้นฐานของการนำไปสู่ความสมานฉันท์กันก่อน
เมื่อถามว่าทั้งสองฝ่ายควรยุติก่อนหรือไม่ โดยรอการพิจารณาของศาลก่อน นายอานันท์กล่าวว่า ปัจจุบันสังคมไทยแตกแยกเป็นสองขั้ว เกิดจากการที่ไม่เชื่อใจ ไม่ไว้ใจกัน เพราะฉะนั้นถ้าเกิดความไม่ไว้ใจ ไม่เชื่อใจ ต้องมีอะไรบางอย่างทำให้ความไม่ไว้ใจหรือไม่เชื่อใจลดน้อยลงไปก่อน
แก่แล้วขอพักไม่รับบทคนกลาง
ต่อข้อถามว่าจะมีกลไกอะไรทำให้ทั้งสองฝ่ายเข้ามาหาทางออกร่วมกันได้ อดีตนายกฯ กล่าวว่า สังคมระบอบประชาธิปไตยสามารถใช้กลไกทางรัฐสภา สกัดปัญหาหรือลดความเข้มข้นของปัญหาได้ แต่ถ้าสภาไม่ทำหน้าที่ให้สมบูรณ์ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ข้อขัดแย้งจะลงไปอยู่บนถนน ทุกแห่งถ้าไม่สามารถแก้ในสภาได้ทุกๆ ประเทศก็ออกมานอกสภา ปัจจุบันก็เห็นปัญหาข้าวยากหมากแพง น้ำมันขึ้น มีการชุมนุมบนถนน ทั้งสเปน เบลเยียม ตุรกี ทุกหนทุกแห่งออกมาเคลื่อนไหวบนถนนเป็นปรากฏการณ์ธรรมดา แต่ตราบใดที่การชุมนุมที่สาธารณะหรือถนนทำด้วยความสันติ ไม่ใช้ความรุนแรงก็เป็นสิทธิภายใต้รัฐธรรมนูญของเขา
เมื่อถามว่าน.พ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส เสนอให้ท่านเป็นตัวกลางแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้ นายอานันท์กล่าวว่า ไม่รู้ ไม่ทราบว่าน.พ. ประเวศมีความคิดอย่างไร แต่เรื่องตัวกลางพูดกันมาหลายสมัยแล้ว บางคนเสนอกันมา ก่อนจะมีตัวกลางต้องให้สองฝ่ายเสนอ ตนมองว่าตัวกลางจะทำอะไรได้ไม่สามารถบอกว่าต้องพูดอย่างนั้น พูดอย่างนี้ ตัวกลางเป็นเพียงผู้ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้เกิดการแก้ไขปัญหานี้ได้แต่จะไปพูดแทนคนไม่ได้
เวลานี้ผมแก่แล้ว ขอพัก ปล่อยให้คนหนุ่มๆ สาวๆ ทำไป อดีตนายกฯ กล่าว
รัฐสภาต้องเป็นกลไกแก้ปัญหา
เมื่อถามถึงท่าทีของรัฐบาลที่มีต่อกลุ่มผู้ชุมนุม นายอานันท์กล่าวว่า ตนก็ชมรัฐบาล อย่างน้อยไม่ได้ใช้ความรุนแรง และคิดว่าคงไม่ใช้ความรุนแรง ต้องให้เครดิตรัฐบาลและหน่วยราชการ แต่ละบุคคลที่ออกมาพูดหรือพฤติกรรมด้านอื่นก็ต้องระมัดระวังเหมือนกัน ที่สำคัญต้องพูดกันให้รู้เรื่อง ไม่ใช่ว่าต้องเห็นด้วยทั้งสองฝ่ายแต่ต้องพูดเรื่องเดียวกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่าคิดว่ากลไกแก้ปัญหาทางรัฐสภาจะทำได้ใช่หรือไม่ อดีตนายกฯ กล่าวว่า ยังไม่เห็นดำเนินการอะไร ฝ่ายหนึ่งบอกว่าไม่ไว้ใจถ้าเผื่อว่าญัตติที่จะให้เปลี่ยนแปลงรัฐธรรม นูญถอนไปแล้วเสนอมาใหม่ได้ ไม่รู้ ถ้าตนเป็นคนธรรมดา ถ้าเผื่อรัฐบาลให้ความกระจ่างในรัฐสภา สมมติว่าตนอยู่เฉยๆ บอกว่าจะไม่ดำเนินการเรื่องนี้อีกแล้วอันนั้นน่าจะพอเพียง ถ้าประกาศในรัฐสภาว่าจะไม่มีญัตติประเภทนี้เสนอขึ้นไป ตนไม่รู้ว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะรับได้หรือไม่ ตนไม่รู้ แต่ในแง่ของคนที่อยู่ข้างนอก เพราะอีกฝ่ายไม่เชื่อใจอันนี้ เมื่อไม่เชื่อใจ แต่บอกว่าถอยไปแล้วกลับมาได้อีกหรือ ใช่หรือไม่ แต่ถ้าสร้างความมั่นใจก็อาจนำไปสู่การพูดจาที่รู้เรื่องได้
ม็อบเสื้อแดงแห่เชียร์หมัก
ก่อนหน้านั้นเวลา 07.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณหน้าสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ถ.วิภาวดี รังสิต กลุ่มเสื้อสีแดงประมาณ 30 คนจากกลุ่มธรรมาธิปไตย กลุ่มต่อต้านพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และกลุ่มคนสนามหลวงรักประชาธิปไตย มาชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลแก้รัฐธรรมนูญ รวมทั้งนำดอกกุหลาบแดงมารอมอบให้นายสมัคร สุนทรเวช นายกฯ และ รมว.กลา โหม ที่มาจัดรายการสด สนทนาประสาสมัคร มีตำรวจ สน.สุทธิสาร ดอนเมือง บางเขน ทุ่ง สองห้อง พหลโยธิน และ 191 ประมาณ 300 นายรักษาความสงบเรียบร้อย นำโดยพล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร ผบก.น.2 จากนั้นนายเผชิญ ขำโพธิ์ รักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ออกมารับหนังสือและดอกไม้แทนนายกฯ
ต่อมาเวลา 08.10 น.นายสมัครเดินทางมาถึง โดยเข้าทางประตูหน้า ถ.วิภาวดีฯ เมื่อลงจากรถยนต์ นายสมัครบ่นว่า มากันทำไมเยอะแยะ ก่อนเดินเข้าไปในสถานีเพื่อเตรียมตัวออกรายการในเวลา 08.30 น.
ฮือแย่งพวงหรีดพันธมิตรฯชุลมุน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกันมีนายชนะ ผาสุกสกุล และนายพิชิต ชัยมงคล สมาชิกกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นำพวงหรีดข้อความว่า แด่นอนิมี ทรราช มามอบให้นายกฯ สร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างมาก รีบวิ่งมายื้อแย่งพวงหรีด และตะโกนด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย ตำรวจต้องห้ามปรามเพราะเกรงเกิดการปะทะกัน กลุ่มเสื้อแดงแย่งพวงหรีดมาได้นำไปโยนทิ้งลงคูระบายน้ำ พร้อมกับโห่ร้องด้วยความสะใจ
นายชนะกล่าวว่า ตอนแรกได้ข่าวมีสมาชิกกลุ่มพันธมิตรฯ จะมาตนจึงมาดูแลแต่ไม่มีมา พวกเราต้องการแสดงจุดยืนและเจตนารมณ์ว่ากลุ่มพันธมิตรฯ ชุมนุมอย่างสงบ ไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรงใดๆ
เน้นพูดผลงานลดพาดพิงม็อบ
หลังจากนายสมัครจัดรายการ สนทนาประสาสมัคร เรียบร้อยแล้ว ได้เดินทางออกจากสถานีโดยใช้ประตูด้าน ถ.วิภาวดีฯ เช่นเดิม เมื่อนั่งรถผ่านกลุ่มเสื้อแดงได้รับเสียงตะโกนให้กำลังใจว่า นายกฯ สู้ๆ อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่าในรายการ สนทนาประสาสมัคร นายกฯ พูดถึงการทำงานและโครงการต่างๆ ของรัฐบาลมากกว่าเดิม โดยพูดถึงการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทั้งนี้นายกฯ อ่านความคิคเห็นและคำถามของประชาชนช่วงท้ายรายการเพียงสั้นๆ ว่า ตนไม่อยากเอ่ยถึง มาให้ความสนใจดูแลประชาชนดีกว่า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีคำถามจากผู้ชมทางบ้านฉบับหนึ่ง นายสมัครอ่านออกอากาศว่า อยากให้รัฐบาลจัดการกับคนทำลายชาติ นายสมัครตอบว่า ขนาดยังไม่เด็ดขาด บอกเพียงว่าอยู่ตรงนั้นไม่ได้เท่านั้นเองแปลความออกไปยุ่งยากจนนักวิชาการ ใครต่อใครมาล่อกันนัวไปเลย ไม่ได้พูดอะไรเลย ไม่ได้กำหนดกฎเกณฑ์อะไรด้วย เขาไปกำหนดกันเองแล้วก็เอามาฟาดฟัน และยังมีรายการโทรทัศน์ชื่อเอเอสทีวี ปลุกระดมว่ากล่าวเสียหายด่ารัฐบาลสาดเสียเทเสียตลอด 24 ช.ม. แต่ก็ยังออกอากาศอยู่ได้เพราะว่าศาลปกครองกลางท่านคุ้มครองอยู่จะทำอย่างไรได้ บางคนถามว่าจะจัดการเด็ดขาดเมื่อใด ก็ต้องรอหารือกับผู้คนก่อน คนปรารถนาดีเยอะ ทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าคิดเองไม่ได้ รับผิดชอบเองไม่ได้ มีคนจะมาช่วยรับผิดชอบให้ ก็ต้องยืดเยื้ออยู่อย่างนี้ก่อน
แวะเดินตลาดบางลำพูฟังเสียงแม่ค้า
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า มีคำถามบางฉบับนายสมัครระบุว่าอ่านออกอากาศไม่ได้ เดี๋ยวมีเรื่อง เดี๋ยวแบ่งภาคแบ่งฝ่าย แต่บางฉบับก็อ่านว่าบ้านเมืองกำลังเดินไปได้ด้วยดี ม็อบทำเศรษฐกิจและบ้านเมืองพินาศ ซึ่งนายสมัครระบุว่าอ่านให้ฟังเท่านั้น เดี๋ยวจะว่าเขียนเข้ามาแล้วไม่อ่าน และอีกฉบับระบุว่า พันธมิตรฯ เป็นใครเที่ยวได้มากำหนดนั่นนี่มากมายไม่หน้าที่ประชาชน เบื่อมาก นายสมัครหัวเราะก่อนตอบว่า ผมอ่านให้ฟังเท่านั้น พันธมิตรฯ เป็นใครหรือ โอ้ย เขาสำคัญทั้งนั้นทั้ง 5 คนนี้ยืนยันได้ รัฐบาลไม่ได้รับการยกย่องแต่ทั้ง 5 คนนี้ได้รับการยกย่องดี
ภายหลังออกจากสถานีเอ็นบีทีนายกฯ เดินทางไปยังตลาดบางลำพู เพื่อรับประทานก๋วย เตี๋ยวร้านจิระเย็นตาโฟ จากนั้นเดินจ่ายตลาด ซื้ออาหาร ขนมหวาน แผงร้านค้าต่างๆ เหมือนที่เคยปฏิบัติเป็นประจำ โดยมีบรรดาแม่ค้าส่งเสียงให้กำลังใจบริหารประเทศต่อไป หลายคนเข้ามาบ่นกับนายกฯ ว่า ขายของได้น้อยลงเนื่องจากผู้ซื้อเดินทางไม่สะดวก เพราะการชุมนุมปิดถนนของกลุ่มพันธมิตรฯ ซึ่งนายสมัครได้แต่รับฟัง พร้อมกับยกมือแสดงท่าทีขอร้องให้หยุดพูดถึงกลุ่มพันธมิตรฯ
แกนนำพันธมิตรฯขึ้นเวทีอัดหมัก
ส่วนบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ เชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ ถ.ราชดำเนินนอก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้ายังมีประชาชนหลายร้อยคนปักหลักฟังการปราศรัยของแกนนำพันธมิตรฯ สลับกับดนตรีบนเวทีตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใดๆ จากนั้นเวลาประมาณ 10.00 น.แกนนำพันธมิตรฯ อาทิ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายพิภพ ธงไชย นายสมศักดิ์ โกศัยสุข และนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ขึ้นเวทีแถลงข่าวหลังจากนายสมัครพูดออกรายการสนทนาประสาสมัครเสร็จสิ้น
นายพิภพกล่าวว่า เมื่อเช้านี้หากสังเกตดีๆ จะเห็นว่านายสมัครพูดเกี่ยวกับโครงการเมกะโปรเจ็กต์มากเป็นพิเศษ และเห็นได้ชัดว่านายสมัครจะจบการเป็นนายกฯ อย่างไร ตนคิดว่าจะจบที่โครงการเมกะโปรเจ็กต์นี้ เพราะว่าพูดถึงเรื่องนี้เป็นพิเศษ และพยายามทำเรื่องนี้ให้ได้ ต่อไปทำนายได้ว่าจะพูดเรื่องนี้บ่อยขึ้น เพราะว่ามือขวา มือซ้ายของนายสมัครเป็นคนใกล้ชิดทั้งสิ้น หากว่าทำสำเร็จเมื่อไหร่และลงนามก่อสร้างเมื่อไหร่ นายสมัครจะนับถอยหลังการเป็นนายกฯเร็วขึ้น
นายพิภพกล่าวต่อว่า สิ่งที่อยู่ข้างหลังเมกะโปรเจ็กต์เหล่านี้ คือ ทุจริต คอร์รัปชั่น และกินเปอร์ เซ็นต์หรือเปล่า ฉะนั้นต้องจับตาดูให้ดีโดยเฉพาะเมกะโปรเจ็กต์ใหญ่ๆ และสั่งเพิ่มงบประมาณให้สูงขึ้น ส่วนเรื่องแก้ปัญหาสลัมจะเห็นว่านายสมัครไม่เข้าใจเรื่องของคนสลัมเลย โดยคิดเองว่าคนสลัมผูกพันอยู่กับโรงงาน และถ้าย้ายโรงงานไปที่อื่นคนสลัมก็จะไปด้วย โดยไม่คิดว่าจะถามเลยว่าเขาจะอยู่กันอย่างไร ที่ผ่านมาก็มีตัวอย่างดีๆที่คนสลัมอยู่กลางเมืองได้ อยู่กลางกรุงได้ และแท้จริงแล้วคนสลัมต้องการที่ดินแค่ 10 ตารางวาเท่านั้น และอีก 1 ตารางวาสำหรับทำถนน ไม่ต้องการที่ดินอะไรเลย และปัจจุบันที่ดินในกรุงเทพฯ ก็มีประมาณ 9 แสนไร่ ควรต้องบริหารจัดการ แต่นายสมัครกลับไม่ทำ การที่บอกจะเคลื่อนโรงงานออกไปถือเป็นการทำลายอาชีพและชีวิตความเป็นอยู่ของเขาทั้งหมด
โยงย้ายสลัมสัมพันธ์ผุดโปรเจ็กต์
นายพิภพกล่าวอีกว่า ฉะนั้นคนสลัมหรือสลัม 4 ภาค จะต้องพูดประเด็นนี้ขึ้นมา นายสมัครเคยคิดถามคนสลัมหรือไม่ว่าจะอยู่กันอย่างไรเมื่อย้ายออกไปแล้ว หรือจะร่วมกันอยู่ในกรุงเทพฯ นี้อย่างไร ปัญหานี้นายสมัครไม่ได้สนใจชีวิตคนจน คิดจะย้ายคนจนแบบไหนก็ได้ ย้ายไปอยู่ที่ไหนก็ได้โดยไม่ต้องถาม เรื่องปัญหาสลัมนี้จะเกี่ยว ข้องกับโครงการเมกะโปรเจ็กต์เพราะโครงการ จะเกี่ยวกับพื้นที่ที่คนสลัมอาศัยอยู่ ฉะนั้นตรงนี้เป็นข้อสังเกตว่ามีความหมายมากกว่าขนส่งมวลชนธรรมดาๆ จะเห็นว่านายสมัครคิดแต่โครงการใหญ่ๆ ที่ต้องใช้งบประมาณสูงต้องจับตาดูกัน ต่อไป
นายพิภพกล่าวต่อว่า สังคมไทยควรมีปฏิกิริยากับนายสมัคร ทุกคนควรรวมเป็นศูนย์ เป็นหนึ่งเดียว คือเห็นว่านายสมัครควรจะลาออกจากนายกฯ หากเราต้องการยกระดับประชาธิปไตยให้เท่ากับอริยประเทศต่างๆ คนเป็นนายกฯ ต้องไม่มีประวัติกระทำผิดกฎหมาย ต่อไปคงต้องแก้รัฐธรรมนูญว่าใครเป็นรมต. ต้องผ่านส.ส.และวุฒิสภา โดยให้ซักฟอกเต็มที่ไม่ใช่จับใครมาเป็น รมต.ก็ได้ สุดท้ายคือ ด้านไม่ยอมออกหลังทำผิดรัฐธรรมนูญ
ปลุกคนดูเอเอสทีวีออกมาร่วม
ด้านนายสมเกียรติกล่าวว่า รัฐบาลบริหารประเทศได้ไม่ถึง 3 เดือน สั่งย้ายคนที่ทำคดีของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และสั่งจับคนที่กำลังรักษาผลประโยชน์ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นนายสุนัย มโนมัยอุดม อดีตอธิบดีดีเอสไอ และเลขาธิการอาหารและยา (อย.) ฉะนั้นรัฐบาลแบบนี้ไม่ใช่รัฐบาลประชาธิปไตย และพรรคพลังประชาชนที่เป็นรัฐบาลก็คือพรรคไทยรักไทยเดิม ไทยรักไทยเดิมก็คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ทำทุกอย่างเพื่อทักษิณ และยังพูดอีกว่าพ.ต.ท.ทักษิณถูกแกล้ง ใครแกล้งพ.ต.ท.ทักษิณ การชุมนุมเรียกร้องครั้งนี้ทำตามสิทธิ มาตรา 69 คือ บุคคลย่อมมีสิทธิต่อต้านโดยสันติวิธี รัฐธรรมนูญบอกว่าต้องบริหารราชการแผ่นดินเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ไม่ใช่บริการประเทศเพื่อพ.ต.ท. ทักษิณ และพ.ต.ท.ทักษิณยังคงเป็นปัญหาของประเทศนี้อย่างต่อเนื่องเหมือนเดิม
นายสมเกียรติกล่าวต่อว่า พวกเราเป็นพลเมืองดีปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ เคลื่อนไหวโดยสงบเปิดเผยปราศจากอาวุธ นี่คือหน้าที่พวกเราอยากเชิญ พี่น้องที่ดูเอเอสทีวีกว่า 14 ล้านคนมาที่นี้ให้หมด รับรองรัฐบาลชุดนี้วิ่งหางจุกตูด มาเฉยๆไม่ต้องทำอะไร มา 14 ล้านคนมาให้หมดเลยและนี้คือเรื่องจริง อย่าลืมว่า 14,700,000 คนลงมติเห็นชอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ฉะนั้นเป็นรัฐธรรมนูญของประชาชนไม่ใช่ของเผด็จการ
ขณะที่นายสมศักดิ์กล่าวถึงโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงของนายสมัครว่า นายสมัครรู้หรือไม่ว่าทางรถไฟปัจจุบันมีทั่วประเทศ 4,170 ก.ม. มีทางตัดผ่านกัน 2,500 จุด แล้วต้องวิ่ง ต้องหยุดต้องเบาตรงนี้เพราะจะชนคน อุบัติเหตุเกิดขึ้นประจำ ฉะนั้นรถไฟความเร็วสูงไม่มีทางวิ่งได้ นอกจากต้องทำทางยกระดับขึ้นไป และต้องเป็นรางคู่ ทางเดี่ยววิ่งไม่ได้ ต่างประเทศก็ทำรางคู่ รางคู่ต้องกว้าง 1,435 ม.ม. มีโครงสร้างวิ่งสวนไปสวนมาไม่ต้องหยุด ทำแบบนี้รถไฟจะเร็วขึ้น ปัจจุบันวิ่งได้ความเร็ว 120 ก.ม. แต่วิ่งจริงๆ ได้แค่ 60 ก.ม.ต่อช.ม. นายสมัครพูดไม่รู้จริง
นายสมศักดิ์กล่าวต่อว่า กิจการรถไฟทั่วโลกเป็นของรัฐ นิวซีแลนด์เพิ่งยึดมาเมื่อวันที่ 5 พ.ค.ซื้อจากนายทุนเอามาเป็นของรัฐ รถไฟช่วยประหยัดน้ำมันได้มาก แต่ประเทศเราละทิ้งมานาน ตนเป็นรองประธานสหพันธ์รถไฟโลก ดูแลเรื่องรถไฟทั่วโลก หากนายสมัครมาถามก็จะแนะนำให้ การพูดเมื่อเช้านี้ของนายสมัครเชยมาก ไม่รู้เรื่องเลย ไม่รู้เบื้องต้นของรถไฟเลย
ต้องออกทั้งรัฐบาลไม่ใช่แค่หมัก
ส่วนพล.ต.จำลองกล่าวถึงยุทธศาสตร์ดาวกระจายว่า จากการประเมินผลยุทธศาสตร์ดาวกระจาย 3 วันที่ผ่านมา ถือว่าประสบความสำเร็จ ชาวบ้านร้านค้าสนใจสนับสนุน แสดงให้เห็นว่าเมื่อเราอยู่ตรงนี้มีโอกาสได้แสดงความจริงมากขึ้นและก็มีประโยชน์ต่อประเทศมาก
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากนายกฯ ลาออกพันธมิตรฯ จะเลิกชุมนุมหรือไม่ พล.ต.จำลองกล่าวว่า ไม่ใช่นายสมัครลาออกคนเดียว รัฐบาลต้องออกไปทั้งหมด และต้องไม่แก้รัฐธรรมนูญ ทั้งนี้หากยุบสภาแกนนำคงต้องประชุมหารือว่าจะทำอย่างไรต่อไป ต้องขึ้นกับมติที่ประชุมแกนนำทุกคน ทั้งนี้เราเรียกร้องมานานให้รัฐบาลแก้ปัญหาปากท้องประชาชนอย่างจริงจัง อย่าแก้รัฐธรรมนูญ รัฐบาลก็ทำตรงข้าม เมื่อทำตรงข้ามเราก็ทำตามคำพูดว่าจะออกมาชุมนุมใหญ่ ส่วนที่ออกมายืนยันว่าจะไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ตนไม่เชื่อเพราะเดี๋ยวนี้โกหกกันทั้งบ้านทั้งเมือง
บิ๊กตร.ประชุมสรุปสถานการณ์
ที่บช.ก. พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองผบช.ก. ในฐานะรองโฆษกตร. แถลงผลประชุมประเมินสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯว่า วันนี้พล.ต.อ.วิโรจน์ พหลเวชช์ รองผบ.ตร.มค. พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต ที่ปรึกษา(สบ.10) เทียบเท่ารองผบ.ตร. พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผบช.น. และนายตำรวจที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมสถานการณ์ประจำวัน โดยคืนวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมามียอดผู้ชุมนุมสูงสุดเมื่อเวลา 21.00 น.จำนวน 6,500 คน ส่วนกลุ่มต่อต้านพันธมิตรฯที่สนามหลวงมีจำนวน 1,300 คน มีกลุ่มจักรยานยนต์ 250 คัน แต่ไม่มีเหตุปะทะก่อกวนกันแต่อย่างใด จากการชี้แจงของผบช.น.ทราบว่าการนับจำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุมทั้งสองฝ่าย ใช้หลักคณิตศาสตร์คำนวณแบ่งเป็นพื้นที่ สามารถคำนวณผลออกมาได้แม่นยำเที่ยงตรง
รองโฆษกตร.กล่าวอีกว่า ส่วนสถานการณ์วันที่ 8 มิ.ย. เวลา 08.10 น.มีคนสองกลุ่มชื่อว่ากลุ่มต่อต้านพันธมิตรฯ และกลุ่มสภาสนามหลวง พร้อมพวกประมาณ 30 คนมาสมทบกับกลุ่มของนางรสสุคนธ์ 10 คน ไปให้กำลังใจนายกฯที่สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ถ.วิภาวดีฯ จนเวลา 08.20 น.กลุ่มพันธมิตรฯรวม 4 คน นำพวงหรีดไปที่หน้าสถานีเกิดการเผชิญหน้ากัน ปรากฏว่ามีหญิงสาวรายหนึ่งกระชากพวงหรีดและนำไปโยนทิ้ง ถือเป็นเหตุที่เกิดขึ้นฉับพลัน ผบก.น.2 รีบเข้าห้ามปรามก่อนจะบานปลาย กระทั่งเวลา 10.00 น.ทั้งสองกลุ่มจึงแยกย้ายกันกลับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในฐานะตัวแทนตร. ต้องขอโทษต่อทุกฝ่ายด้วยที่ทำงานบกพร่อง เราจะนำข้อบกพร่องไปแก้ไขให้ดีขึ้น
9มิ.ย.รับมือเปิดประชุมสภาผู้แทน
รองโฆษกตร.กล่าวต่อว่า วันนี้พล.ต.อ.ปานศิริให้นโยบายว่าผู้บังคับบัญชาที่ควบคุมดูแลการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่แต่ละผลัดจำนวน 3 ผลัด ต้องนำนโยบายข้อมูลข่าวสารที่รับจากผู้บังคับบัญชาไปบรรยายสรุปให้นายตำรวจระดับควบคุมกำลังและกำลังพลทุกนายทราบ จะได้ปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ และเน้นนโยบายของผบ.ตร.ว่าตำรวจจะไม่ใช้กำลังสลายการชุมนุม ต้องใช้ความอดทนอดกลั้นต่อการยั่วยุ และจะไม่ทำร้ายประชาชนอย่างเด็ดขาด เมื่อวานเวลา 17.00-24.00 น. พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ไปให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่สะพานมัฆวานฯ และนั่งดูถ่ายทอดการปราศรัยของกลุ่มผู้ชุมนุมที่ศปก.ตร. สน.ด้วย
รองโฆษกตร.กล่าวว่า ส่วนการเคลื่อนที่แบบดาวกระจายของกลุ่มพันธมิตรฯวันที่ 9 มิ.ย. ที่จะเคลื่อนไปให้กำลังใจคตส.นั้น ได้กำชับให้ผู้บังคับบัญชาดูแลไม่ให้มีเหตุแบบวันนี้อีก โดยเน้นกลุ่มต่อต้านพันธมิตรฯมากกว่า เพราะกลุ่มพันธมิตรฯเดินทางไปให้กำลังใจคงไม่มีเหตุรุนแรง ส่วนการเปิดประชุมสภาผู้แทนฯวันพรุ่งนี้ ยังไม่มีข่าวว่ากลุ่มพันธมิตรฯจะไปหน้ารัฐสภาหรือไม่ อย่างไรก็ตามสั่งเตรียมพร้อมดูแลรักษาความสงบไว้เรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะการจราจรหน้ารัฐสภาที่ต้องจัดการดูแลเพราะจะมีสมาชิกสภาจำนวนมากมาร่วมประชุม
รองโฆษกตร.กล่าวอีกว่า วันพรุ่งนี้วันจันทร์เปิดเรียนตามปกติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดรถตู้รับส่งนักเรียนเหมือนเช่นเคย เริ่มตั้งแต่เวลา 05.30 น. และคงจุดบริการไว้ 5 จุดได้แก่ บริเวณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย, ท่าเรือผ่านฟ้า, พาณิชย์พระนคร, หน้าสภาพัฒน์ และแยกเทเวศร์ สำหรับโครงการรับส่งนักเรียนดังกล่าวไม่ได้มุ่งหวังว่าต้องให้บริการนักเรียนจำนวนมากน้อยเท่าไหร่ เพียงแต่ตำรวจได้รับรู้ความเดือดร้อนของนักเรียนอันเนื่องมาจากการปิดถนน และตำรวจยังไม่สามารถเปิดเส้นทางการจราจรได้ จึงต้องการแบ่งเบาภาระพี่น้องประชาชนและนักเรียนที่เดือดร้อน
ริบบิ้นขาวไปรณรงค์สวนจตุจักร
เมื่อเวลา 14.00 น.กลุ่มนักศึกษาใส่ใจไทย เครือข่ายประชาธิปไตยเห็นต่างกันได้แต่อย่าใช้ความรุนแรง หรือเครือข่ายริบบิ้นสีขาว และนักแสดงหน้าขาว 15 คน ออกรณรงค์ผูกริบบิ้นสีขาวพร้อมทั้งแจกดอกกุหลาบสีขาวให้กับประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าตลาดนัดสวนจตุจักร ได้รับความสนใจมีผู้มาผูกริบบิ้นขาวที่ข้อมือจำนวนมาก
น.ส.เธียรขวัญ พงศ์ปรีชา แกนนำกลุ่มริบบิ้นสีขาว กล่าวว่า พวกเราเป็นหนึ่งในกลุ่มเครือข่ายที่รณรงค์ไม่ใช้ความรุนแรง ขณะนี้มีประมาณ 14-15 เครือข่ายแล้ว อาทิ นักศึกษา องค์กรเอกชน กลุ่มองค์กรศาสนา โดยกลุ่มริบบิ้นสีขาวยังเน้นยํ้าจุดยืนเดิมคือไม่ต้องการให้ใช้ความรุนแรงแก้ไขปัญหา ต้องการให้แก้ปัญหาอย่างสันติเพื่อทุกอย่างจะคลี่คลาย และต้องการให้ทุกคนในสังคมตื่นตัวและมีส่วนร่วมในสถานการณ์บ้านเมือง
น.ส.เธียรขวัญกล่าวต่อว่า สาเหตุที่เลือกมาบริเวณนี้เพราะต้องการให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจ เพราะมีหลายคนยังไม่เข้าใจการรณรงค์ของเรา ถ้าใครต้องการแสดงออกในเรื่องนี้ทำได้โดยติดสัญลักษณ์ริบบิ้นสีขาวไม่ว่าจะเป็นที่ใดก็ตาม กลุ่มเราเน้นการมีส่วนร่วม ถ้าใครต้องการเข้าร่วมก็ยินดี ส่วนจุดที่จะก้าวต่อไปต้องดูสถานการณ์อีกครั้ง
ผบ.ทอ.เชื่อเดี๋ยวก็เจอคนกลาง
วันเดียวกันพล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผบ.ทอ. ให้สัมภาษณ์กรณีกลุ่มพันธมิตรฯใช้ยุทธศาสตร์ดาวกระจายเคลื่อนขบวนไปสถานที่ราชการและหน่วยงานต่างๆว่า ทหารไม่เกี่ยวข้องเป็นหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยและตำรวจดูแล แต่เห็นว่าการเดินขบวนไม่ควรล่วงล้ำสิทธิของบุคคล ส่วนที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าผู้ชุมนุมต้องการความรุนแรงหรือไม่นั้น พล.อ.อ.ชลิตกล่าวว่า ผู้ที่วาง แผนเราก็ไม่ทราบ เป็นเรื่องที่เขาจะวางแผน ที่สำคัญไม่ควรก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับประชา ชน หากการชุมนุมทำให้ประชาชนเดือดร้อนแล้วเกิดความไม่พึงพอใจ ใครที่ชอบก็อาจเริ่มไม่ชอบใจ
ผู้สื่อข่าวถามว่าพล.อ.สุจินดา คราประยูร อดีตนายกฯ เสนอให้มีคนกลางเจรจาระหว่างรัฐบาลและกลุ่มพันธมิตรฯเพื่อให้มีทางออก พล.อ.อ. ชลิต กล่าวว่า ตนเคยยกตัวอย่างว่าการต่อสู้กัน นักมวยยังต้องมีกรรมการ เพราะต่างคนต่างคิดเข้าข้างตนเอง ส่วนใครจะเหมาะสมเป็นตัวกลาง ตนไม่ทราบเหมือนกัน หากันไปเดี๋ยวก็คงได้ ส่วนความรุนแรงจะเกิดหรือไม่นั้นขึ้นกับวัตถุประสงค์ของแต่ละฝ่าย ว่าต้องการให้ปะทะกันหรือใช้ความรุนแรง เรื่องนี้อยู่ที่ความตั้งใจ ทั้งนี้ควรจะฟังไม่ว่าฝ่ายพันธมิตรฯหรือฝ่ายต่อต้าน แม้แต่รัฐบาลก็ต้องฟัง
ทหารจะทำตามคำสั่งที่ถูกกฎหมาย
เมื่อถามว่าหากเกิดความวุ่นวายทหารจะอยู่ฝ่ายใด พล.อ.อ.ชลิตกล่าวว่า หากเกิดความวุ่นวายในประเทศทหารไม่เกี่ยวข้อง เป็นหน้าที่ของตำรวจและรัฐบาลต้องแก้ปัญหา เมื่อถามว่าหากรัฐบาลสั่งใช้กำลังทหารถือเป็นคำสั่งที่ถูกต้องหรือไม่ พล.อ.อ.ชลิตกล่าวว่า ทหารปฏิบัติหน้าที่ภายใต้รัฐบาล ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ดังนั้นต้องปฏิบัติตามในคำสั่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย
ทุกคนไปวิเคราะห์แล้วใช้วิจารณญาณน่าจะดูออก ผมไม่ขอวิจารณ์ มีหลายคดีมากมายที่ติดอยู่ในศาล ต้องเป็นไปตามกฎหมาย พล.อ.อ.ชลิต กล่าว
พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผบ.สส. กล่าวถึงแนวทางคิดของน.พ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโสที่เสนอให้อดีตนายกฯมาช่วยกันแก้ปัญหาขณะนี้ว่า เรื่องการเมืองเป็นเรื่องซับซ้อน การเสนอให้อดีตนายกฯมาร่วมกันแก้ไขปัญหาบ้านเมืองอาจจะดีหรือไม่ดีก็ได้ ในฐานะที่เป็นทหารไม่สามารถออกความเห็นอะไรได้มาก เพียงแต่ติดตามสถานการณ์ไม่อยากให้เกิดความวุ่นวายเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 9 มิ.ย.เวลา 08.00 น. พล.อ.บุญสร้าง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. พล.ร.อ.สถิรพันธุ์ เกยานนท์ ผบ.ทร. และพล.อ.อ. ชลิต นัดประชุมและร่วมรับประทานอาหารเช้าที่กองทัพเรือ คาดว่าจะหารือเกี่ยวกับพ.ร.บ.ว่าด้วยการจัดระเบียบกระทรวงกลาโหม ไปเสนอแนะนายกฯและรมว.กลาโหม เพื่อนำมาใช้หลังจากผบ.เหล่าทัพหลายคนจะเกษียณอายุราชการเดือนก.ย.นี้ นอกจากนี้ผบ.เหล่าทัพอาจหยิบยกสถานการณ์การเมืองที่กำลังร้อนแรงมาหารือด้วย
พัลลภไกลเกินกว่าจะพูดแล้ว
ด้านพล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผอ.กอ. รมน. เพื่อนร่วมรุ่นจปร. 7 ของพล.ต.จำลอง แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวถึงกรณีน.พ.ประเวศเสนอแนวทางให้อดีตนายกฯร่วมกันแก้ปัญหาบ้านเมืองขณะนี้ว่า แนวคิดดังกล่าวถือเป็นทางออกที่ดีทางหนึ่ง แต่จะทำได้ขนาดไหนเป็นอีกเรื่อง เพราะคนที่ขึ้นมาเป็นนายกฯจะต้องกล้าตัดสินใจแก้ไขปัญหาของประเทศ ถ้าหากเป็นนายกฯแล้วไม่ทำอะไรเลยประเทศชาติก็ไม่ได้อะไร ตนไม่อยากเห็นแบบนี้
พล.อ.พัลลภกล่าวอีกว่า ตนยังไม่ได้พูดคุยกับพล.ต.จำลอง ตามที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว. มหาดไทย อยากให้ช่วยเจรจา แต่โดยส่วนตัวเห็นว่ามันไกลเกินกว่าที่จะพูดแล้ว ยอมรับว่าที่ผ่ านมาเคยโทรศัพท์หาพล.ต.จำลองเพื่อให้กำลังใจเพื่อน หลังจากรัฐบาลประกาศสลายการชุมนุม
ผมบอกกับเพื่อน(จำลอง) ว่าเพื่อนสู้ถูกต้องแล้ว ถ้าหากตำรวจมาจับก็ให้ปล่อยให้ตำรวจจับไป อย่าต่อสู้หรือขัดขืน วันนี้เพื่อนชนะแล้ว ซึ่งพล.ต.จำลองก็บอกว่าขอบคุณเพื่อนที่ให้กำลังใจ ส่วนสถานการณ์การชุมนุมผมก็ติดตามตลอดเห็นยังตึงเครียดกันอยู่ พล.อ.พัลลภกล่าว
มาร์คถามใครจะเป็นเจ้าภาพ
วันเดียวกันนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้นำฝ่ายค้าน ให้สัม ภาษณ์ถึงกรณีน.พ.ประเวศเสนอให้อดีตนายกฯมาช่วยกันแก้ไขวิกฤตขณะนี้ว่า สามารถพูดคุยระดมความเห็นกันได้ แต่ไม่ทราบว่า ใครจะเป็นเจ้าภาพ
ด้านนายถาวร เสนเนียม รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีพรรคพลังประชาชนโจมตีหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ให้ว่ากล่าวตักเตือนสมาชิกพรรคที่ไปปราศรัยบนเวทีพันธมิตรฯ ว่า ตามรัฐธรรมนูญ ส.ส.ทั้ง 480 คนไม่ว่าจะอภิปรายหรือลงมติไม่ผูกติดกับพรรค ดังนั้นคนที่เล่นการเมืองไม่ควรทำให้ประชาชนไขว้เขว อ่านรัฐธรรมนูญให้ดีว่าเอกสิทธิ์การทำงานของส.ส.ถ้าไม่ผิดกฎหมายสามารถดำเนินการได้ หากว่าสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์คนหนึ่งคนใดขึ้นเวทีพันธมิตรฯหรือไปให้กำลังใจ ถ้าทำผิดกฎหมายก็ดำเนินการตามกฎหมาย อย่าพูดให้ประชาชนเข้าใจผิดถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน
ยะใสเตรียมใช้อารยะขัดขืน
วันเดียวกันเวลา 18.00 น.นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรฯ กล่าวว่า ช่วงปลายสัปดาห์หน้าอาจจำเป็นต้องยกระดับความเข้มข้นการชุมนุมโดยใช้สิทธิของพลเมือง ในการไม่เชื่อฟังรัฐบาลเนื่องจากเป็นรัฐบาลที่หมดสภาพ ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวนักวิชาการหลายคนใช้คำว่า อารยะขัดขืน ดื้อแพ่ง ที่จะไม่เชื่อฟังรัฐบาลซึ่งไม่มีสิทธิชอบธรรมบริหารประเทศ โดยใน 1-2 วันนี้จะประกาศมาตรการว่าจะทำอย่างไร โดยขอหารือกับแกนนำก่อนประกาศ อาจใช้วิธีการแตกต่าง เช่น การหยุดงาน ปิดน้ำ ปิดไฟ ไม่เสียภาษี เพื่อให้ประชาชนที่เห็นด้วยกับพันธมิตรฯแต่ไม่สามารถมาร่วมชุมนุมได้ มีส่วนร่วมต่อสู้ครั้งนี้
นายสุริยะใสกล่าวต่อว่า กรณีกลุ่มคนรักทักษิณชุมนุมต่อต้านพันธมิตรฯที่จ.เชียงใหม่ ถือเป็นสิทธิชอบธรรมตามกฎหมายที่สามารถชุมนุมได้ด้วยความสงบ แต่การประกาศให้จ.เชียงใหม่เป็นเขตปลอดแกนนำพันธมิตรฯถือเป็นความเหิมเกริม ก้าวร้าว ไม่เกรงกลัวกฎหมายของพวกบริวารและลิ่วล้อระบอบทักษิณที่ยังหลงเหลืออยู่เหมือนสถาปนารัฐอิสระขึ้นมาโดยใช้อำนาจเถื่อน ซึ่งการต่อต้านดังกล่าวสุดท้ายอาจนำไปสู่สงครามมวลชน
เย้ยแม้วต้องพึ่งเหลิม-เนวิน
ไม่แปลกใจที่นายเนวิน ชิดชอบ แสดงตัวเปิดเผยว่าอยู่เบื้องหลังการชุมนุม พ.ต.ท.ทักษิณเองเคยประกาศกับผู้ใหญ่ในบ้านเมืองบางท่านว่า หากเข้ามาสู่ในแวดวงการเมืองจะกำจัดคนอย่างร.ต.อ.เฉลิมและนายเนวิน แต่วันนี้พ.ต.ท. ทักษิณเองที่ต้องพึ่งบารมีของนายเนวิน เพราะต้องการทำทุกอย่างให้หลุดพ้นจากคดี จึงยอมทุกวิถีทาง นายสุริยะใสกล่าว
นายสุริยะใสกล่าวอีกว่า ขณะนี้มีการบิดเบือนจุดประสงค์และเงื่อนไขการชุมนุมว่าเรียกร้องไม่รู้จักจบ จึงขอยืนยันว่าจุดยืนของกลุ่มพันธมิตรฯชัดเจน คือ ต้องการให้พ.ต.ท.ทักษิณ และบริวารเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางศาลแบบสามัญชนเท่านั้น ถ้าแทรกแซงโดยอำนาจเงินหรืออำนาจการเมืองจะไม่ยอมเด็ดขาด และยังมีจุดประสงค์ต่อต้านการแก้รัฐธรรมนูญไม่ว่ากรณีใดก็ตาม จนกว่าคดีของพ.ต.ท.ทักษิณจะยุติ จะติดตามตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง และขอย้ำว่าขณะนี้รัฐบาลหมดความชอบธรรมแล้ว
ทางออกง่ายที่สุดคือยุบสภา
นายสุริยะใสกล่าวถึงกรณีน.พ.ประเวศเสนอให้อดีตนายกฯ 4 คนมาช่วยคลี่คลายวิกฤตว่า ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองไม่สามารถนิ่งดูดายสถาน การณ์ขณะนี้ได้ แต่การเสนอให้ถอยคนละก้าวไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้ กลุ่มพันธมิตรฯพร้อมรับฟังความคิดเห็น แต่ต้องขอดูข้อเสนอก่อนว่าทางออกคืออะไร ซึ่งทางออกง่ายที่สุดขณะนี้คือยุบสภาคืนอำนาจประชาชน เพราะเมื่อรัฐบาลหมดสภาพแล้วก็ไม่ควรดันทุรังอยู่ต่อ
วีระขึ้นเวทีอัดหมัก-เหลิม
ต่อมาเวลา 18.50 น.นายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายภาคประชาชนต้านคอร์รัปชั่น ขึ้นเวทีพันธมิตรฯกล่าวโจมตีนายสมัครและ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย เรื่องบริหารงาน ซึ่งส่วนใหญ่ใช้อำนาจช่วยเหลือตัวเองและพวกพ้อง โดยเฉพาะแทรกแซงการทำงานของหน่วยงานยุติธรรม นอกจากนี้นายสมัครยังผลักดันนายดวง ลูกชายร.ต.อ.เฉลิมกลับเข้ารับราชการ จึงต้องออกมาบอกประชาชนว่าไม่ต้องการรัฐบาลนี้ มหาวิทยาลัยราชดำเนินต้องติดอาวุธทางปัญญาให้กับประชาชน ไม่ใช่การซ่องสุมตามที่น.พ. เหวง โตจิราการ กล่าวหา แต่เป็นการซ่องสุม อาวุธทางปัญญา
นายวีระกล่าวอีกว่า ประชาชนที่ร่วมชุมนุนหากใครอยู่ครบ 1 เดือนมารับปริญญาตรี ใครอยู่ครบ 2 เดือนรับปริญญาโท ใครสู้จนชนะไล่รัฐบาลออกไปรับปริญญาเอก รัฐบาลยังมีคนชั่วอีกมาก ทหารไม่ต้องออกมาเดี๋ยวประชาชนจะปฏิวัติเอง ขอให้ทหารช่วยจัดการพวกที่มารังแกพันธมิตรฯก็พอ
หน้า 1
ข้อมูลจาก ข่าวสด
