โชเฟอร์รถร่วมสาย 9 เมาซิ่งชน จยย.ล้ม ก่อนแล่นทับหัวลูกจ้างสาว ทบ.ดับคาที่ เพื่อนชายคนขี่รอด เผยนาทีชีวิต ใช้มือตบรถให้จอดแต่ไม่ยอมหยุด กระเป๋ารถแฉก๊งเหล้าประจำ ตร.ตั้งข้อหาขับรถประมาท ขสมก.ยัวะเตรียมเอาเรื่องถึงที่สุดรถร่วมบริการฯ
อุบัติเหตุรถประจำทางทับหญิงสาวเคราะห์ร้าย เพราะคนขับรถประจำทางเมาสุรา เกิดขึ้นเมื่อเวลา 15.15 น.วันที่ 9 มิถุนายน ร.ต.ต.เรืองวิทย์ รัตนทวี ร้อยเวร สน.ชนะสงคราม รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถโดยสารประจำทางเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ บริเวณปากซอยสามเสน 6 ถนนสามเสน แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กทม. เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลรามา เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู
เมื่อไปถึงพบผู้ขับขี่รถยนต์จำนวนมากชลอรถดูเหตุการณ์ ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก ที่เกิดเหตุพบรถโดยสารประจำทางร่วมบริการ ขสมก.สาย 9 สีขาวคาดฟ้า หมายเลขทะเบียน 13-5596 กรุงเทพมหานคร หมายเลขข้างรถ 9-31 วิ่งระหว่างท่าเรือภาษีเจริญไปยังสถานีรถไฟสามเสน ที่บริเวณใต้ท้องรถช่วงล้อหลังด้านซ้าย พบศพ นางถนอม กลิ่นสังข์ อายุ 35 ปี ลูกจ้างประจำ สำนักงานเลขานุการกองทัพบก (สลก.ทบ.) อยู่บ้านเลขที่ 42/926 ถนนราชเทวี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. สภาพศพนอนเสียชีวิตจมกองเลือดในลักษณะคว่ำหน้า แขนขาหัก กะโหลกศรีษะเปิดจนสมองไหลออกมาด้านนอก แต่งกายคล้ายชุดข้าราชการทหารบก สวมทับด้วยเสื้อกันฝนพลาสติกใส ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีฟ้า-เทา หมายเลขทะเบียน กบร 281 อุทัยทานี โดยมี จ.ส.อ.เฉลียง บุญเกิด อายุ 43 ปี ทหารสังกัด สลก.ทบ.เจ้าของรถ ได้รับบาดเจ็บหัวเข่าถลอก และฟกช้ำที่บริเวณฝ่ามือขวา
จ.ส.อ.เฉลียง ให้การว่า เป็นเพื่อนร่วมงานกับผู้ตาย โดยตนเป็นข้าราชการทหาร ส่วนผู้ตายเป็นลูกจ้างประจำสังกัด สลก.ทบ.ด้วยกัน เมื่อช่วงบ่ายได้ขี่รถจักรยานยนต์พาผู้ตายไปกินอาหารที่ร้านส้มตำซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุมากนัก หลักจากนั้นได้ขี่รถพาผู้ตายกลับมาที่ทำงาน แต่ฝนได้ตกลงมาอย่างหนักจนต้องชลอความเร็วอยู่ในเลนซ้ายสุด เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรถประจำทางคันดังกล่าวพยายามจะแซงรถของตนแต่ไม่พ้น ทำให้ไฟเลี้ยวด้านซ้ายหน้ารถประจำทางเฉี่ยวที่แฮนรถของตนจนรถเสียหลักล้มคว่ำ ทำให้ร่างผู้ตายไถลเข้าไปใต้ท้องรถ ตนรีบลุกขึ้นมาพยายามใช้มือตบข้างรถเพื่อบอกให้คนขับรถจอด แต่ก็ไม่จอด กระทั่งล้อหลังด้านท้ายทับผู้ตายจนเสียชีวิต
นายเว็ด อาการ อายุ 52 ปี คนขับรถประจำทางคันเกิดเหตุ ซึ่งอยู่ในอาการสลึมสลือและให้การวกวนในสภาพคล้ายคนเมาสุรา โดยให้การว่า ขณะเกิดเหตุได้ตระเวนขับรถรับผู้โดยสารเพื่อมุ่งหน้าไปท่าน้ำภาษีเจริญ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุได้มีรถจักรยานยนต์ตีคู่มาด้านซ้าย แต่มองเห็นแค่รางๆ เนื่องจากมีฝนตกลงมาอย่างหนัก และไม่ทราบว่าขับไปเฉี่ยวรถจักรยานยนต์ตอนไหน จากนั้นได้ยินเสียงรถเหยียบอะไรบางอย่างดังโผละ จึงจอดรถลงมาดูก็พบว่าล้อรถด้านซ้ายทับร่างของผู้หญิงเสียชีวิตคาที่
น.ส.แสงจันทร์ ยศสมุทร อายุ 36 ปี กระเป๋ารถประจำทาง ให้การว่า ขณะเกิดเหตุมีผู้โดยสารอยู่บนรถประมาณ 10 กว่าคน หลังรถเคลื่อนออกจากป้ายรถประจำทางมาด้วยความเร็วปกติ ผ่านสำนักงานเขตพระนคร ได้ยินเสียงรถทับอะไรบางอย่าง กระทั่งมีผู้โดยสารร้องกรี๊ดด้วยความตกใจ เมื่อรถจอดจึงเดินลงมาดูก็พบร่างผู้ตายนอนอยู่ที่ล้อหลัง
"ปกติคนขับชอบกินเหล้าเป็นประจำ หลังเลิกงานก็จะนั่งกินเหล้าทุกวัน วันนี้เขาบอกกับฉันว่า ตั้งแต่เช้ากินเหล้าแค่ 1 เป๊ก ฉันก็ไม่คิดว่าจะมาขับรถทับคนตาย" น.ส.แสงจันทร์ กล่าว
ร.ต.ต.เรืองวิทย์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้ควบคุมคนขับไปสอบสวนที่ สน.ชนะสงคราม พร้อมตรวจวัดแอลกอฮอล์ในร่างกายพบว่า นายเว็ด มีบริมาณแอลกอฮอล์ 29 มิลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม นายเว็ดก็ไม่ควรดื่มสุราแล้วมาขับรถ เนื่องจากจะเป็นอันตรายกับผู้โดยสาร จึงได้แจ้งข้อหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีเจ้าหน้าที่จาก ขสมก.เดินทางมาที่ สน.ชนะสงคราม เพื่อดูแลและดำเนินการเกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันจะลงโทษกับนายเว็ด ที่ขับรถโดยประมาท และยังดื่มสุราขณะขับรถ ซึ่งถือว่าไม่สมควรอย่างยิ่ง การกระทำดังกล่าวจะส่งผลกระทบก่อให้เกิดอันตรายกับผู้โดยสาร ทั้งนี้ จะกำชับเรื่องการขับขี่ในด้านความปลอดภัยไปยังผู้ขับรถโดยสารทุกชนิด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เลวร้ายเช่นนี้ขึ้นอีก
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
