เมื่อเวลา 00.40 น. วันที่ 10 มิถุนายน พ.ต.ท.ปวรชัย บุรกรณ์ สารวัตรเวร สน.ดินแดง รับแจ้งเหตุคนตกตึกเสียชีวิตที่ขัตติยาอพาร์ต เมนต์ เลขที่ 50/1 ซอยหมอเหล็ง แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลรามาธิบดีและเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบศพ น.ส.เจริญศรี เบญจมสุวรรณ อายุ 32 ปี พนักงานบริษัททัวร์แห่งหนึ่ง อยู่บ้านเลขที่ 4/5 หมู่ 4 แขวงบางมด เขตจอมทอง ใส่ชุดนอนสีขาว ลำตัวพาดติดอยู่กับรั้วอพาร์ตเมนต์ ที่มีแก้วติดอยู่บนรั้ว ทำให้บริเวณลำตัวมีเศษแก้วติดอยู่จำนวนมากจากการสอบสวนญาติผู้ตาย ให้การว่า ผู้ตายพักอยู่ที่ห้องเลขที่ 503 ชั้น 5 ของอพาร์ตเมนต์ดังกล่าว ก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงทะเลาะอย่างรุนแรงกับนายชาตรี ภู่เจริญ อายุ 41 ปี สามี จากนั้นก็พบร่างของผู้ตายติดอยู่ที่รั้วดังกล่าว
ด้าน พ.ต.ท.ปวรชัยกล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้นำตัวนายชาตรี สามีผู้ตายไปสอบปากคำ ทราบว่าก่อนเกิดเหตุผู้ตายขอให้พาไปรับประ ทานอาหารนอกบ้าน แต่นายชาตรีไม่พาไป จากนั้นได้มีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ผู้ตายน้อยใจจึงกระโดดลงมาจากระเบียงชั้น 5 เสียชีวิต
ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่าในช่วงวันที่ 9-10 มิถุนายน มีเหตุฆ่าตัวตายเกิดขึ้นหลายราย โดยเวลา 13.00 น. วันที่ 9 มิถุนายน พ.ต.ท.วีระศักดิ์ คุณอุดม สารวัตรเวร สน.บางยี่ขัน รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตภายในซิตี้ อพาร์ตเมนต์ เลขที่ 1302 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 40 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์โรงพยาบาลศิริราช และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุเป็นอพาร์ตเมนต์สูง 9 ชั้น ภายในห้องหมายเลข 705 ซึ่งอยู่บนชั้น 7 บนเตียงพบศพนายกุนณัฏ พรมเล็ก อายุ 30 ปีสภาพศพสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ กางเกงขาสั้น น้ำลายฟูมปาก ใกล้กันพบศพ น.ส.สุกัญญา ศรีใหญ่ อายุ 30 ปี สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีชมพู กางเกงสามส่วนสีขาว นอนคว่ำกอดอยู่กับศพนายกุนณัฏ
นอกจากนี้ยังพบแผงบรรจุยานอนหลับโดมิแลค 10 แผง ซึ่งไม่มียาอยู่แล้ว ทะเบียนสมรส 1 ฉบับ และจดหมายลาตาย 1 ฉบับ มีข้อความว่า ได้ไปจดทะเบียนสมรสที่ อ.นครชัยศรี หลังจากนั้นก็ได้ไปรับประทานอาหารกันที่แพศรีวิชัย เจี๊ยบมีความสุขมาก โดยระหว่างนั้นได้สังเกตเห็นท๊อปมีอาการปวดท้องแต่ก็ไม่ยอมบอก พยายามบ่ายเบี่ยงทำให้ตัวเองมีความสุข และกลับมาที่ห้องพักในช่วงบ่าย ในใจก็คิดว่าทำอย่างไรที่จะไม่ให้ท๊อปต้องทรมาน เจี๊ยบจึงตัดสินใจผสมยานอนหลับลงในอาหารให้ท๊อปกิน ส่วนเจี๊ยบก็จะกินยาตายหลับไปด้วยกันจะได้ไม่ต้องทรมาน ส่วนทรัพย์สินทั้งหมดยกให้พ่อแม่ และให้นำศพไปบำเพ็ญกุศลที่วัดท่ามอญ อ.นครชัยศรี โดยให้บรรจุศพไว้ในเจดีย์ร่วมกัน
พ.ต.ท.วีระศักดิ์ กล่าวว่า ผู้ตายทั้งสองคนเป็นสามีภรรยากันและเพิ่งไปจดทะเบียนสมรสเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน จากการสอบถามพนัก งานภายในอพาร์ตเมนต์ ทราบว่าพบผู้ตายครั้งสุดท้ายเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา จนตอนบ่ายวันที่พบศพ มีญาติของผู้ตายมาติดต่อขอเข้าไปดูที่ห้องเนื่องจากไม่สามารถติดต่อได้ 2 วันแล้ว เมื่อไปถึงห้องพบประตูถูกล็อก ญาติได้ปีนหน้าต่างจากข้างห้องเพื่อเข้าไปดู พบว่าเสียชีวิตแล้วทั้งคู่
จากการตรวจสอบภายในห้องไม่พบร่องรอยการต่อสู้ สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นการฆ่าตัวตายเพื่อหนีโรคที่รุมเร้า ซึ่งเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมาฝ่ายชายได้ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลกรุงเทพ และโรงพยาบาลศิริราช ด้วยโรคเส้นเลือดตีบในสมอง หากฝ่ายชายรักษาตัวโดยการผ่าตัดก็อาจจะเป็นเจ้าชายนิทรา หรือสูญเสียการมองเห็น ทำให้ทั้งสองตัดสินใจฆ่าตัวตาย โดยการกินยานอนหลับ ส่วนจดหมายลาตายที่พบ ฝ่ายหญิงเป็นผู้เขียน โดยใช้ชื่อว่า เจี๊ยบ ซึ่งเป็นชื่อของฝ่ายหญิง ฝ่ายชายชื่อท๊อป จดหมายถูกเขียนไว้ตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน พ.ต.ท.วีระศักดิ์กล่าว
พ.ต.ต.สมพงษ์ รัตนแมนสรวง สว.สส.สน.บางยี่ขัน กล่าวว่า จากการสอบปากคำพี่สาวของฝ่ายหญิงทราบว่า ก่อนจะเกิดเหตุ นายกุนณัฏได้โทรศัพท์ไปที่บ้าน บอกว่ากำลังจะกินยาฆ่าตัวตาย ทางบ้านจึงรู้สึกเป็นกังวล เมื่อติดต่อกลับไปก็ติดต่อไม่ได้ จึงโทรศัพท์ไปหาพี่สาวของฝ่ายหญิง ซึ่งพี่สาวก็ติดต่อไม่ได้เช่นกัน ทางพี่สาวฝ่ายหญิงจึงเดินทางมาดู พบว่าทั้งคู่เสียชีวิตแล้ว ส่วนจดหมายที่ฝ่ายหญิงเขียนทิ้งไว้ คงต้องตรวจสอบกันอีกที เพราะทางญาตินายกุนณัฏยืนยันว่า นายกุนณัฏได้โทรศัพท์บอกว่าจะกินยาฆ่าตัวตายด้วยตัวเอง
เหตุสลดฆ่าตัวตายอีกรายเกิดขึ้นเพราะพ่ายแพ้ในความรัก เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 9 มิถุนายน ร.ต.ท.ไพศาล ใจเกษม ร้อยเวร สภ.จตุรพักตรพิมาน รับแจ้งมีเหตุคนยิงตัวตายที่บ้านเลขที่ 19 หมู่ 5 บ้านหนองแอก ต.หนองผือ อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด จึงไปชันสูตรพลิกศพพร้อมด้วยแพทย์เวรจากโรงพยาบาลจตุรพักตรพิมาน และหน่วยกู้ภัยอโสก
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวยกสูงใต้ถุนโล่ง พบชาวบ้านจำนวนมากมุงดูเลือดที่ไหลจากชั้นบนลงมาเปื้อนอยู่บนพื้นดินด้านล่าง เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายในห้องนอนชั้นบนพบศพนายเสริมสวัสดิ์ วงศ์เฟือง อายุ 33 ปี เจ้าของบ้านนอนเสียชีวิตในสภาพศพนอนหงาย สวมเสื้อเชิ้ตลายสกอตแขนสั้น กางเกงขาสั้นสีกากี บริเวณขมับขวามีรอยกระสุนเป็นรูโบ๋ทะลุขมับซ้าย 1 นัด เลือดไหลเป็นลิ่มๆ ใกล้ปลายเท้าพบปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์สภาพเก่าตกอยู่ ภายในมีปลอกกระสุนเบอร์ 12 ติดอยู่ 1 ปลอก และข้างศพพบจดหมายลาตายบอกผู้เป็นแม่ว่า ตัวเองปวดหัวหนักขอลาตาย โดยสภาพจดหมายเหมือนเพิ่งเขียนเสร็จเพราะมีปากกาทับไว้ด้วย
จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายเคยเป็นช่างทองฝีมือดีคนหนึ่งในกรุงเทพฯ มีรายได้เดือนละหลายหมื่นบาท ต่อมาได้รู้จักกับหญิงสาวคนหนึ่งจึงแต่งงานกันจนมีบุตรด้วยกัน 1 คน จากนั้นผู้ตายก็ได้สร้างบ้านให้นางทองพูล วงศ์เฟือง อายุ 73 ปี ผู้เป็นแม่แล้วเสร็จเฉพาะด้านบน กำลังจะต่อเติมด้านล่าง แต่เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ฝ่ายภรรยาได้ไปมีสามีใหม่และนำลูกไปอยู่ด้วย ทำให้ผู้ตายกลุ้มใจหนักต้องกินยาระงับประสาทอยู่เป็นประจำ จนในที่สุดต้องออกจากงานมาอยู่บ้าน และเคยบ่นว่าคิดถึงลูกและภรรยามากจนอยากจะตายไปจากโลกนี้
ทั้งนี้เมื่อช่วงเกิดเหตุนางทองพูลไปหาหมอที่โรงพยาบาลจตุรพักตรพิมาน นายเสริมศักดิ์ซึ่งอยู่คนเดียวจึงเขียนจดหมายบอกผู้เป็นแม่ไว้ในห้องนอนว่าลูกขอลาตาย ก่อนที่จะคว้าปืนจ่อขมับระเบิดตัวเอง สมองกระจายดับคาห้องนอนโดยไม่มีใครรู้ จนนายชาติชาย พืชสิงห์ อายุ 47 ปี เพื่อนบ้านผ่านมาเห็นเลือดหยดลงใต้ถุนจึงขึ้นไปดูพบว่าเสียชีวิตแล้ว
เมื่อเวลา 09.00 น. วันเดียวกัน ที่ สน.บางยี่ขัน ร.ต.ต.หญิงรัตนา พรรณพงาพันธุ์ ร้อยเวร สน.บางยี่ขัน รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตภายในจุไรรัตน์ อพาร์ตเมนต์ เลขที่ 2 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 49 แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ เมื่อไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นอพาร์ตเมนต์ 4 ชั้น ที่ชั้น 3 ห้องเลขที่ 784 พบศพหญิงสาวไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 35 ปี เสียชีวิตอยู่บนเตียง สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีฟ้า กางเกงสามส่วน มีบาดแผลถูกมีดปาดลำคอเป็นแผลฉกรรจ์ นอนจมกองเลือดที่แห้งเกรอะกรัง ข้างลำตัวพบมีดปังตอยาวประมาณ 10 นิ้วตกอยู่ มีดอกกุหลาบ 2 ดอกแช่น้ำอยู่ที่หัวเตียง รองเท้าแตะสีฟ้า 1 คู่ อยู่ที่พื้นบริเวณประตูห้อง และมีรอยเลือดกระจายติดกระจกตู้เสื้อผ้า จากการตรวจสอบคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมง
จากการสอบถามนางยุพิน คลังเจริญชัย กล่าวว่า ผู้ตายมาเช่าห้องพักเมื่อวันที่ 14 เมษายน เมื่อขอสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนก็บ่ายเบี่ยงมาตลอด อ้างว่าบัตรอยู่กับแฟน จึงไม่ทราบชื่อและที่อยู่ ส่วนความเป็นอยู่มักจะเก็บตัวอยู่ในห้อง ไม่ออกไหน แต่จะซื้อบุหรี่ครั้งละ 4 ซอง ก่อนพบศพ 1 วัน ไม่เห็นลงมาซื้อของ จึงไปเคาะประตู แต่ไม่มีใครเปิด จนกระทั่งเวลา 20.00 น. ให้ รปภ.ปีนหน้าต่างดูจากระเบียงก็ไม่เห็น เพราะมืด พอตอนเช้าเลยให้ไปดูอีกครั้งพบว่าเสียชีวิตแล้ว
ตั้งแต่มาอยู่ก็ไม่มีใครเคยมาหาเลย แต่ช่วงกลางคืนประมาณ 21.00 น. คุยโทรศัพท์เสียงดัง และร้องไห้เหมือนทะเลาะกับแฟน จนข้างห้องแจ้งให้ไปเตือน ก่อนหน้านี้เห็นขนเสื้อผ้า โทรศัพท์ มาบอกขายให้คนละแวกนี้ แต่ไม่มีคนซื้อ ช่วงหนึ่งมีคนเข้ามาขนเฟอร์นิเจอร์ไปหลายอย่าง ฉันนึกว่าเป็นขโมย แต่พอถามก็บอกว่าขายเฟอร์นิเจอร์เอง นางยุพินกล่าว
ร.ต.ต.หญิงรัตนากล่าวว่า จากการตรวจสอบภายในห้องไม่พบทรัพย์สินมีค่าใดๆ และไม่มีร่องรอยการต่อสู้ สันนิษฐานว่าผู้ตายน่าจะฆ่าตัวตาย เนื่องจากมีปัญหาเรื่องเงิน แต่ก็ยังไม่ตัดประเด็นเรื่องชู้สาวทิ้ง หลังจากนี้ต้องติดตามญาติของผู้ตายมาสอบปากคำอย่างละเอียด และรอผลการพิสูจน์หลักฐานในที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป
เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 9 มิถุนายน พ.ต.ท.ชาร์เรศ ฤกษ์มาก สารวัตรเวร สภ.หาดใหญ่ รับแจ้งมีคนเสียชีวิตที่บ้านเลขที่ 25 ถนนประธานอุทิศ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หลังรับแจ้งได้รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบศพผู้ชายนอนหงายอยู่ใกล้กับบ่อปลาที่อยู่ในบริเวณบ้าน สวมเสื้อยืดคอปกแขนสั้นสีน้ำเงิน กางเกงขายาวสีน้ำเงิน เลือดไหลนอง ที่ขมับด้านขวาถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด .38 ทะลุขมับซ้าย 1 นัด ใกล้กับศพมีอาวุธปืนขนาดเดียวกันตกอยู่ ทราบชื่อผู้ตายคือนายดำรงศักดิ์ ธรรมดี อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 53 ซอย 2/1 ถนนกาญจนวนิช ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นลูกจ้างโรงพยาบาลหาดใหญ่ ตำแหน่งพนักงานเข็นเปล ตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อสู้แต่อย่างใด
ด้านญาติซึ่งเป็นเจ้าของบ้านให้การว่า ผู้ตายได้มาอยู่ด้วย เมื่อเวลา 03.00 น.ได้ยินเสียงคล้ายเสียงปืน แต่ไม่ได้สนใจ เพราะบ้านอยู่ใกล้ตลาดสด จะมีเสียงดังของรถยนต์ รถจักรยานยนต์และเครื่องบดน้ำแข็งตลอด แต่ตอนเช้าไม่เห็นผู้ตายจึงขึ้นไปเรียกที่ห้อง แต่ไม่พบ พบเพียงจดหมายลาตาย ระบุว่าน้อยใจที่ไม่มีใครสนใจรักใคร่ และขอโทษทุกคนที่ทำแบบนี้ จึงช่วยกันเดินหาบริเวณบ้านและพบกลายเป็นศพดังกล่าว
ตะลุยข่าว - ถุงยางกับซากงู ปมที่ยังขับไม่แตก
การตายอันพิลึกพิลั่นของ วิโรจน์ บ้านเลน หนุ่มบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา วัย 40 ปี คงจะคลี่คลายได้ไม่ยากเย็นนักหากว่า นอกเหนือจากรอยเขี้ยวของสัตว์ที่ปรากฏบริเวณข้อเท้าซ้ายกับแก้มขวาแล้ว จะไม่พบปมปริศนาหนึ่งที่ทำให้เกิดข้อกังขาและปริศนาตามมาให้ขบคิด
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
