สลดเด็กชายวัย 10 ขวบพาน้องชายวัย 6 ขวบเล่นปืนยาวของปู่ ผลัดกันยิงพลาดท่ากระสุนลั่นใส่หัวใจน้องดับอนาถ แม่เด็กทำใจไม่รู้จะโทษใคร เตือนผู้ปกครองเก็บปืนให้พ้นมือเด็กตร.รอสอบเด็กพร้อมอัยการก่อนเอาผิดผู้ปกครอง ขณะที่สภาทนายชี้ ปู่อาจเข้าข่ายประมาทความผิดฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายเหตุสลดใจครั้งนี้เปิดเผยเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 16 มิถุนายน ร.ต.ท.รัตนะ เอี่ยมนูน ร้อยเวร สน.บางชัน ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ สุขาภิบาล 3 ว่ามีเด็กถูกยิงด้วยอาวุธปืนเสียชีวิต หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบ พบศพ ด.ช.บี (นามสมมติ) อายุ 6 ขวบ บ้านอยู่แขวงและเขตสะพานสูง กทม. มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธิปืนยาวขนาด .22 เข้าที่หัวใจ เหตุเกิดเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 15 มิถุนายน ที่ผ่านมา
จากการสอบปากคำ มารดาผู้ตาย อายุ 36 ปี กล่าวว่า มีลูกชาย 2 คน คือ ด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 10 ขวบ และ ด.ช.บี โดยเมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. วันที่ 15 มิถุนายน ระหว่างที่ตนทำงานอยู่ในบ้านตามปกติ ลูกชายทั้งสองคนได้ออกไปวิ่งเล่นนอกบ้าน จากนั้นเข้ามาเล่นในบ้านบิดาของสามีซึ่งอยู่ใกล้กัน โดยลูกชายทั้งสองมุดลงไปเล่นบนกองเศษซากไม้ใต้ถุนบ้าน และเห็นปืนกระบอกดังกล่าวซึ่งปู่ของเด็กๆ นำปืนสำหรับใช้ยิงนกซ่อนไว้ภายในกองไม้ จากนั้นได้ลากปืนออกมาจากกองไม้ แต่ปืนเป็นปืนยาว และมีน้ำหนักมาก เด็กๆ ยกปืนขึ้นไม่ไหวจึงตั้งปืนไว้กับพื้นแล้วหันปากกระบอกปืนเข้าใส่กัน โดยลูกชายที่เสียชีวิตเป็นฝ่ายเริ่มเล่นด้วยการจ่อปืนไปทางพี่ชาย แล้วเหนี่ยวไกปืน 3 ครั้งแต่ปืนไม่ลั่น จากนั้นพี่ชายจึงขอเล่นบ้างโดยหันปากกระบอกปืนไปทางน้องชาย แล้วยิงเพียงครั้งเดียว ปืนเกิดลั่นขึ้นมาจนลูกชายคนเล็กได้รับบาดเจ็บ
มารดาผู้ตายกล่าวต่อว่า หลังจากนั้นลูกชายคนโตวิ่งมาตามตนที่บ้านที่อยูใกล้ๆ กัน ส่วนลูกชายคนเล็กขณะนั้นยังมีสติดี พยายามคลานออกมาจากใต้ถุนบ้านและร้องขอความช่วยเหลือจากน้าสาว ตอนนั้นยังพูดคุยได้ แต่ร้องไห้แล้วถามคนอื่นๆ ที่มามุงดูว่า ตัวเองจะตายหรือไม่ ขณะเดียวกัน ลูกชายคนโตก็รู้สึกตกใจต่อบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตัวสั่นไม่พูดไม่จากับใคร ต้องปล่อยเวลาให้ผ่านไปนานหลายชั่วโมงจึงเรียบเรียงคำพูด และเล่าเหตุการณ์ทุกอย่างให้ตนฟัง
"ตอนนี้ยังงงอยู่ ไม่อยากจะโทษเด็กๆ ว่าใครผิดใครถูก เพราะเด็กเล่นกัน เด็กไม่รู้เรื่อง เมื่ออะไรมันเกิดเราก็ต้องทำใจยอมรับให้ได้ ปัญหาที่เกิดขึ้นค่อยๆ แก้ไปเรื่อยๆ เพราะทั้งหมดทั้งปวง ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นทั้งนั้น อยากฝากเตือนพ่อแม่เด็กทุกๆ คนที่มีลูกเล็กๆ ควรจะเก็บสิ่งของพวกนี้ไว้ให้ไกลมือเด็กมากที่สุด เพราะเหตุการณ์ไม่คาดคิดแบบนี้เกิดขึ้นได้กับเด็กๆ ทุกเวลา" มารดาผู้ตายกล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำตานองหน้า
ร.ต.ท.รัตนะกล่าวว่า หลังเกิดเหตุ พนักงานสอบสวนได้ยึดอาวุธปืนกระบอกดังกล่าวไว้เพื่อตรวจสอบ ส่วนคดีดังกล่าวผู้ก่อเหตุมีอายุแค่เพียง 10 ปี จะมีความผิดหรือไม่ต้องอยู่ที่ดุลพินิจของศาล สำหรับผู้ปกครองจะต้องเรียกตัวมาสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้งว่ามีการปล่อยปละละเลย หรือกระทำการวางอาวุธปืนไว้ด้วยความประมาท จนทำให้เด็กๆ หยิบมาเล่นหรือไม่ ถ้าสอบสวนแล้วเข้าข่ายว่ามีความผิดก็จะต้องถูกดำเนินคดี
พ.ต.อ.วิวัฒน์ ศิริสุนทร ผกก.สน.บางชัน กล่าวว่า เหตุการณ์นี้เป็นการกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เบื้องต้นเชื่อว่าเด็กคงไม่มีเจตนา อย่างไรก็ตามพนักงานสอบสวนจะต้องนำตัวเด็กมาสอบสวนต่อหน้าพนักงานอัยการ ทนาย อีกครั้งว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไร เข้าข่ายผิดกฎหมายอย่างไร
ด้านนายสมบัติ วงศ์กำแหง กรรมการอำนวยการ สำนักฝึกอบรมวิชาว่าความ แห่งสภาทนายความ กล่าวว่า ด.ช.เอ มีความผิดฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย แต่ไม่มีความผิดฐานเจตนาฆ่าคนตาย เพราะจากข้อเท็จจริงค่อนข้างชัดเจนว่าเป็นการเล่นกันของเด็ก เนื่องจากมีการผลัดกันยิง แต่น้องชายเป็นผู้โชคร้ายเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 73 ด.ช.เอ ไม่ต้องรับโทษตามกฎหมาย เนื่องจากอายุยังไม่เกิน 10 ปี
ส่วนผู้ใหญ่ ต้องรับผิดตามกฎหมายด้วยหรือไม่นั้น นายสมบัติกล่าวว่า ในส่วนของพ่อแม่เด็กไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย เนื่องจากไม่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับปืน และที่เกิดเหตุก็ไม่ใช่ในบ้านของเด็ก แต่เป็นบ้านของปู่ ซึ่งเป็นคนละหลังกัน แต่ในส่วนของปู่ อาจมีความผิดฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท เนื่องจากปู่เป็นเจ้าของปืนซึ่งเป็นอาวุธที่มีอันตรายโดยสภาพของมันอยู่แล้ว จึงต้องเก็บปืนไว้ในที่เก็บปืนที่มิดชิด ไม่ใช่ไปเก็บไว้ในกองเศษไม้ใต้ถุนบ้านที่คนเข้าออกได้
"เคยเกิดคดีทำนองนี้มาแล้ว พ่อแม่นำยาฆ่าแมลงใส่ไว้ในแก้วน้ำวางไว้บนโต๊ะ ลูกหยิบแก้วน้ำดื่มเข้าไปเสียชีวิต พ่อแม่มีความผิดฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย อย่างไรก็ตาม กรณีของปู่ในคดีนี้ขึ้นอยู่กับพนักงานสอบสวนว่า เมื่อสอบสวนปู่แล้วได้ข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร ปู่ได้ใช้ความระมัดระวังดีแล้วหรือไม่ ซึ่งหากไม่ได้ใช้ความระมัดระวังเพียงพอ ก็ต้องรับโทษตามกฎหมาย" นายสมบัติกล่าว
ขณะที่ ผศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัย และป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก อาจารย์ประจำภาควิชากุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า กรณีเด็กบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอาวุธปืนเกิดขึ้นบ่อยในสังคมไทย แม้จะไม่มีสถิติตัวเลขที่แน่ชัด แต่กรณีดังกล่าวก็เกิดขึ้นเรื่อยๆ คงทำได้แค่เตือนกัน ต้องเก็บอาวุธปืนให้มิดชิด และอาวุธปืนและกระสุนอย่าเก็บไว้ด้วยกัน
"ประเทศที่พัฒนาแล้ว เด็กเล่นปืนเป็นสาเหตุการตายอันดับต้นๆ เพราะเด็กเคยชินกับอาวุธปืน ทั้งจากทีวี ภาพยนตร์ เกม ตลอดจนของเล่นเด็กที่เป็นอาวุธปืน กรณีเด็กชายวัย 10 ขวบ เล่นอาวุธปืน เขาสามารถแยกแยะได้ว่าเป็นปืนจริงหรือปืนปลอม เพียงแต่ว่าเขาไม่รู้สึกกลัว แต่ให้ความสนใจกับอาวุธปืน เรื่องนี้ก็ต้องสอนเด็กเรื่องอันตรายจากอาวุธปืน แต่ยังต้องทำด้านอื่นๆ ควบคู่กันด้วย เช่น ห้ามเก็บปืนไว้ในบ้าน ห้ามฉายหนังที่มีฉากยิงกัน จัดเรตติ้งเกม และห้ามวางขายปืนของเล่น แต่เอาเข้าจริงๆ ก็จะสร้างผลกระทบต่อระบบทุนนิยม ผมไม่อยากให้เป็นเรื่องวัวหายแล้วล้อมคอก หรือต้องยอมรับสภาพปัญหา เพราะปัญหาเรื่องอันตรายของเด็กจากอาวุธปืนมันไม่รู้ว่าต้นเหตุอยู่ที่ไหน จึงต้องร่วมมือกันป้องกันทุกๆ ด้าน" ผศ.นพ.อดิศักดิ์กล่าว
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
