วันที่ 18 มิ.ย. นายสหวัฒน์ แน่นหนา ผอ.สำนักศิลปากรที่ 8 เชียงใหม่ กล่าวถึงการที่กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) เตรียมเสนอ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่ ลำพูน ลำปาง เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แม่ฮ่องสอน น่าน และแพร่ เป็นมรดกโลกวัฒนธรรมล้านนาว่า การจะขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกได้หรือไม่นั้น จะต้องพิจารณา 2 ประเด็นหลักได้แก่ พื้นที่ที่มีความเป็นอารยธรรมและมีความต่อเนื่อง ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เข้าสมัยประวัติศาสตร์ พบว่ามีหลายแห่ง ได้แก่ บ้านวังไฮ จ.ลำพูน พุทธศตวรรษที่ 11-13 หรือ 1,300 ปีมาแล้ว มีอารยธรรมของทวารวดี และหริภุญไชย จนกระทั่งถึงพุทธศตวรรษที่ 19 นอกจากนี้อีกหลายเมืองมีความเชื่อมโยงต่อเนื่องของอารยธรรมล้านนา ครอบคลุมทั่วภาคเหนือ ดังนั้นจึงสามารถหยิบยกศักยภาพที่สำคัญของอาณาจักรแต่ละแห่งมาพิจารณาการขึ้นมรดกโลกได้นายสหวัฒน์กล่าวต่อว่า การได้รับการพิจารณาหรือไม่จะต้องมองที่เรื่องกายภาพเป็นหลัก โดยเฉพาะหริภุญไชยมีลักษณะกายภาพของสถาปัตยกรรมทางด้านศาสนาเช่น วัดพระนางจามเทวี เจดีย์วัดพระธาตุหริภุญไชย นอกจากนี้จ.น่าน มีแหล่งเตาเผา และแหล่งโบราณคดีภูซางสมัยก่อนประวัติศาสตร์ อย่างไรก็ดีพื้นที่ในเขตเมืองเก่า ที่มีการอนุรักษ์บ้านเรือนไม้นั้นเท่าที่ทราบไม่สามารถจัดภูมิทัศน์ได้
สถาปัตยกรรมภาคเหนือ จะเห็นว่าเจดีย์แบบหริภุญไชยนั้น เป็นต้นแบบของเจดีย์ที่กระจายไปทั่วล้านนา จึงสามารถที่จะเข้าเกณฑ์การเสนอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกได้ ขณะเดียวกันจะต้องนำเรื่องของประเพณีล้านนาที่ได้สืบทอดมาจนถึงปัจจุบันมาสนับสนุนด้วย เช่น ประเพณีสรงน้ำพระธาตุประจำปี ประเพณีตานก๋วยสลาก เป็นต้น เพื่อสนับสนุนให้น้ำหนักทางด้านกาย ภาพของศาสนสถานด้วย ทั้งนี้ตนคิดว่าทั้งจ.ลำพูน และเมืองอื่นๆ มีความเป็นไปได้สูงที่จะเข้าเกณฑ์ดังกล่าว และจะจัดทำเอกสารเลือกความโดดเด่นและชัดเจนของอารยธรรมล้านนา ซึ่งจะมีผลต่อการประเมินผลมรดกโลกวัฒนธรรมล้านนาของคณะกรรมการมรดกโลกด้วย ผอ.สำนักศิลปากรที่ 8 กล่าว
(กรอบบ่าย)
หน้า 14
ข้อมูลจาก ข่าวสด
