เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา มีนางพิกุลแก้ว ไกรฤกษ์ ส.ว.พิษณุโลก เป็นประธาน โดยที่ประชุมพิจารณาปัญหาแผนที่เขาพระวิหารฉบับใหม่ที่กัมพูชานำเสนอต่อฝ่ายไทย ภายหลังการประชุมดังกล่าว นางพิกุลแก้ว แถลงว่า รัฐบาลไม่ได้ทำตามรัฐธรรมนูญมาตรา 190 จากการไม่ได้นำแถลงการณ์ร่วมเข้าสู่รัฐสภาเพื่อให้ความเห็นชอบ อีกทั้งเห็นว่าการดำเนินการเรื่องนี้ของนายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ มีความเร่งรัด เร่งรีบ และไม่โปร่งใสด้านม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต รองประธานคณะกรรมาธิการ กล่าวว่า กมธ.การต่างประเทศมีมติจะเร่งทำคำร้องเพื่อยื่นต่อคณะกรรมการมรดกโลก โดยผ่านองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) เพื่อขอให้ชะลอการขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก และควรยื่นขอขึ้นทะเบียนร่วมกันระหว่างไทยกับกัมพูชาซึ่งต้องรวมองค์ประกอบทางฝ่ายไทยร่วมด้วย ทั้งสระตราว สถูปคู่ และภาพสลักนูนต่ำผามออีแดง นอกจากนี้คณะกรรมาธิการจะทำหนังสือเพื่อยื่นต่อกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อคัดค้านการสนับสนุนให้กัมพูชาขอจดทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกเพียงฝ่ายเดียว เพราะจะทำให้ไทยไม่สามารถได้สิทธิในการจดทะเบียนมรดกโลกในภายหลัง และไม่มีหลักประกันว่าไทยจะมีสิทธิเทียบเท่ากับกัมพูชาในการบริหารพื้นที่รอบตัวปราสาทพระวิหาร
วันเดียวกัน นายนพดล แถลงข่าวปฏิเสธผลงานวิจัย ข้อเท็จจริงในพื้นที่ปราสาทพระวิหาร ของม.ล.วัลย์วิภา จรูญโรจน์ นักวิชาการด้านเขตแดนสถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่า นักวิจัยบางกลุ่มและพันธมิตรฯยังไม่เข้าใจคำชี้แจงเรื่องแผนที่ฉบับใหม่ที่ทางกัมพูชาขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร ขอชี้แจงว่า 1.ปฏิเสธคำกล่าวหาว่าไทยไม่ยอมรับคำตัดสินของศาลโลกเมื่อปี 2505 2.ข้อกล่าวหาว่าไทยไม่เคยคัดค้านการเข้ามาตั้งถิ่นฐานของชาวกัมพูชาในพื้นที่ทับซ้อนนั้นไม่เป็นความจริง เนื่องจากกระทรวงการต่างประเทศประท้วงกัมพูชาถึง 3 ครั้ง 3.ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ระบุว่ารัฐบาลบิดเบือนความจริงประเด็นพื้นที่บริเวณพื้นที่เขาพระวิหารเป็นพื้นที่ทับ 4.ขอยืนยันไทยไม่เคยยอมรับการกำหนดเส้นเขตแดนเมื่อปี 2505 แต่ไทยสนับสนุนการขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาทพระวิหารซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่กัมพูชาและไม่ล่วงล้ำมาในประเทศไทย การขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารไม่ทำให้ไทยเสียดินแดนแต่อย่างใด 5.การที่ระบุว่ารัฐบาลละเมิดมาตรา 190 (2) ตามรัฐธรรมนูญนั้น ขอชี้แจงว่าแถลงการณ์ร่วมระหว่างไทยและกัมพูชาเรื่องการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกไม่ใช่สนธิสัญญา จึงไม่มีข้อผูกมัดทั้งสิทธิและหน้าที่ ดังนั้นจึงไม่ต้องขออนุมัติรัฐสภา
หน้า 10
ข้อมูลจาก ข่าวสด
