รวบตัวผัว-เมียท้องอ่อน ค้ายาบ้าของกลางกว่า 1 หมื่นเม็ดเงิดสดหมุนเวียนในบัญชีกว่า1ล้านบาทเพิ่งออกจากคุกมาได้เพียง 1 ปีเศษ ได้หันมาเป็นเอเย่นต์ค้ายาบ้ารายใหญ่พล.ต.ต.วิทยา รัตนวิชช์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 (ผบก.น.6) พ.ต.อ.ชุมพร กาญจนรัตน์ ผกก.สน.ปทุมวัน พ.ต.ท.บรรลือศักดิ์ แสงสว่าง สว.สส.สน.ปทุมวัน ร่วมแถลงข่าวจับกุม นายพิทักษ์ ฤทธิร่วม หรือเอก อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 102 หมู่ 17 ต.คำบ่อ อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร และ น.ส.อังคณา จีนหลง หรือไอซ์ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 856/2 ซอยสินทรัพย์ ถนนพระราม 5 แขวงและเขตดุสิต กทม. ซึ่งเป็นสามีภรรยา พร้อมของกลางยาบ้า 11,100 เม็ด, เงินสด 25,920 บาท, สร้อยคอทองคำ 1 เส้น, บัญชีรายชื่อลูกค้า 1 เล่ม, โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง,รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า ฟีโน่ สีส้ม ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 1 คัน และ รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า ฟีโน่ สีชมพู ทะเบียน ลจร 562 กทม. 1 คัน
เนื่องจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.ปทุมวัน สืบทราบว่านายเอก ซึ่งเคยต้องโทษคดีชิงทรัพย์ในท้องที่สน.ประชาชื่น ถูกศาลตัดสินจำคุกนานถึง 3 ปี และเพิ่งออกจากคุกมาได้เพียง 1 ปีเศษ ได้หันมาเป็นเอเย่นต์ค้ายาบ้ารายใหญ่ โดยรับมาจำหน่ายให้ลูกค้าในย่านรัชดา ลาดพร้าว รามอินทรา และปทุมวัน ครั้งละมากๆ จึงได้ทำการล่อซื้อยาบ้าจากนายเอก จำนวน 200 เม็ด ในราคา 23,000 บาท
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่นัดส่งของกลางกันที่หน้าโรงแรมโซลทวิน ท้องที่สน.ปทุมวัน ในทันทีที่นายเอก ขับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า ฟีโน่ สีส้ม เมื่อปรากฏตัวตามนัดหมาย เจ้าหน้าที่จึงจับกุมตัวได้พร้อมของกลาง ก่อนควบคุมตัวไปขยายผลตรวจค้นภายในห้องพักเลขที่ 107 ชั้น 1 แลมพาร์คลิฟวิ่งเพลส ซอยสหกรณ์ 1 แขวงและเขตลาดพร้าว กทม.ซึ่งเป็นห้องพักระดับหรูที่นายเอก เช่าอยู่แบบรายวันกับภรรยา
เมื่อชุดจับกุมเดินทางไปถึงพบน.ส.ไอซ์ ภรรยานายเอก กำลังตั้งท้อง 4 เดือนอยู่ภายในห้องตรวจค้นพบยาบ้า 10,900 เม็ด และ สมุดบัญชีรายชื่อลูกค้าที่เขียนบันทึกด้วยลายมือฝ่ายหญิง ยอดเงินหมุนเวียนกว่า 1 ล้านบาท ซุกซ่อนไว้ในตู้เสื้อผ้า และยังพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า ฟีโน่ สีชมพู ซึ่งเป็นของน.ส.ไอซ์ จอดไว้ที่ลานจอดรถอีก 1 คัน จึงรวบรวมของกลางทั้งหมด ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย มาสอบสวนที่ สน.ปทุมวัน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันมียาบ้าไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฎหมาย ก่อนส่งตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย พร้อมด้วยของกลางทั้งหมดให้พนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.)ดำเนินคดีต่อไป