เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 29 มิ.ย. เกิดเหตุยิงถล่มกันที่ถนนสายทุ่งชน-ต้นเลียบ ม.7 ต.หัวตะพาน อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.วิสิทธิ์ ฤทธิ์แผลง ผกก.สภ.ท่าศาลา พร้อมด้วย พ.ต.ท.ชริส พุทธกูล สารวัตรเวร และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีเขียว ทะเบียน บย-5361 นครศรีธรรมราช จอดอยู่บนถนน ที่เบาะคนขับพบศพผู้ตายคือนายวัชรินทร์ อินทร์ทอง อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34/1 ม.6 ต.โมคลาน อ.ท่าศาลา และข้างรถพบศพนายวัชระ วังชัยศรี อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 30/1 ม.8 ต.หัวตะพาน อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งผู้ตายทั้งสองเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน และยังเป็นลูกน้องของผู้มีอิทธิพลคนหนึ่งใน อ.ท่าศาลา สภาพศพผู้เสียชีวิตทั้งสองถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 ม.ม.ตายคาที่ทั้งนี้จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่านายวัชรินทร์ คนขับรถยนต์คันดังกล่าวทำงานรับเหมาก่อสร้างอยู่ที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ก่อนเกิดเหตุขณะที่นายวัชรินทร์ขับรถคันดังกล่าวโดยมีนายวัชระ นั่งมาที่เบาะด้านซ้ายเพื่อกลับบ้านพักได้มีคนร้ายคาดว่าไม่ต่ำกว่า 2 คนใช้รถ จยย.เป็นพาหนะตามมาทันยังที่เกิดเหตุแล้วได้เรียกให้นายวัชรินทร์ จอดรถ ก่อนจะมีการพูดคุยตกลงอะไรกันบางอย่าง แต่ตกลงกันไม่ได้คนร้ายจึงใช้อาวุธปืนยิงใส่นายวัชรินทร์จนเสียชีวิต แล้วหันกระบอกปืนไปยิงนายวัชระอีกคนที่ตกใจจะกระโดดหนีจนเสียชีวิตอีกราย จากนั้นคนร้ายก็ได้ขับรถ จยย.หลบหนีไปด้วยความเร็ว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิทยุระดมกำลังออกตามล่าคนร้ายตามจุดต่างๆ แต่ไร้ร่องรอย
ส่วนสาเหตุการตายทาง พ.ต.อ.วิสิทธิ์ ฤทธิ์แผลง ผกก.สภ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ระบุว่าทางตำรวจได้ตั้งประเด็น คือเรื่องขัดแย้งภายในครอบครัวของนายวัชรินทร์ คนขับรถ กรณีรถยนต์คันดังกล่าวนั้นเป็นของคนในครอบครัวที่เป็นเครือญาติกัน แต่ขาดส่งไม่ยอมผ่อนต่อ นายวัชรินทร์จึงมารับช่วงผ่อนต่อพร้อมกับยึดรถคันดังกล่าวเอาไปเป็นของตนเองโดยนำไปใช้ที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ต่อมาทางคนในครอบครัวจะเอารถคืน แต่นายวัชรินทร์ไม่ยอมคืนให้จึงขัดแย้งกันอย่างรุนแรง จนกระทั่งนายวัชรินทร์กลับมาจาก อ.เกาะสมุย เพื่อจะเคลียร์ปัญหาดังกล่าว แต่ปรากฏว่าไม่สามารถเคลียร์กันได้ กระทั่งมีคนร้ายตามมายิงจนเสียชีวิต ส่วนนายวัชระนั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใดแต่ก็ถูกคนร้ายฆ่าตายเพื่อเป็นการปิดปาก
อย่างไรก็ตามทางตำรวจเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนรู้จักกับผู้ตาย เนื่องจากสภาพรถของผู้ตายที่จอดอยู่นั้นอยู่ในลักษณะเปิดไฟเลี้ยวซ้าย และมีการพูดคุยกันก่อนที่คนร้ายจะลงมือฆ่า ซึ่งตำรวจเชื่อว่าการติดตามคนร้ายรายนี้ไม่น่าจะยาก เนื่องจากรู้เบาะแสและสาเหตุการตายในเบื้องต้นแล้ว โดยจะสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานออกติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้อย่างแน่นอน พร้อมกันนั้นจะสอบสวนหาสาเหตุการตายประเด็นอื่นๆ ไปด้วย เนื่องจากผู้ตายทั้งสองเป็นลูกน้องของผู้มีอิทธิพลอาจจะไปโยงใยกับฝ่ายตรงข้ามทำให้สร้างความโกรธแค้นและถูกตามมาฆ่าตายในที่สุด ซึ่งหลังจากเจ้าหน้าที่ร่วมกันชันสูตรพลิกศพเสร็จแล้วจึงมอบให้กับญาตินำไปจัดการตามประเพณีต่อไป
หน้า 15
ข้อมูลจาก ข่าวสด
