พระเอกหน้าซีด-มือสั่น ระดมตร.นับสิบคุ้มกัน จตุพรชี้การเมืองใหม่ ล้มล้างปชต.-เป็นกบฏหนุ่ม-ศรรามระทึก ม็อบพันธมิตรฯตะโกนไล่ระหว่างไปโปรโมตสินค้าที่ห้างดังเมืองสิงห์บุรี ทางห้างขอกำลังตำรวจนับสิบนายดูแลความปลอดภัย หลังเสร็จงานต้องรีบกลับ ขากลับระหว่างทางพักกินอาหาร ม็อบตามไปด่า พปช.จี้ตร.ดำเนินคดีแกนนำพันธมิตรฯกรณีเสนอแนวคิดการเมืองแบบใหม่ ชี้เข้าข่ายทำลายระบอบประชา ธิปไตย เป็นกบฏ มีโทษหนักถึงประหารชีวิต จตุพร พรหมพันธุ์นำอดีตผู้บริหารพีทีวีเปิดแถลงความพร้อมเปิดสถานีพีทีวีวันนี้ เตรียมออกอากาศวันจันทร์ 7 ก.ค. ยันเงินสนับสนุนไม่ใช่ของทักษิณด้านสุริยะใส กตะศิลาเตรียมพิมพ์เอกสาร ทำซีดีแนวคิดการเมืองแบบใหม่แจก ส่วนบรรยา กาศการชุมนุมคึกคัก กลุ่มผู้ชุมนุมจัดงานฉลองครบวันเกิด 73 ปีให้จำลอง
ชี้การเมืองใหม่พันธมิตรทำลายปชต.
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 ก.ค. ที่พรรคพลังประชาชน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.ระบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน แถลงข่าวกรณีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เสนอแนวคิดทางการเมืองรูปแบบใหม่ โดยให้มีส.ส.แต่งตั้ง ร้อยละ 70 และส.ส.เลือกตั้ง ร้อยละ 30 พร้อมกำหนดบทบาทของทหารให้สามารถเข้ามาเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้ และไม่จำเป็นต้องขึ้นกับนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมนั้นว่า แนวคิดดังกล่าวเป็นความคิดที่ทำลายระบอบประชาธิปไตย เป็นการอ่อยเหยื่อให้ทหารเข้ามาใช้กำลังเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดฐานกบฏ ตามกฎหมายอาญา มาตรา 113 มีโทษถึงประหารชีวิต เพราะเป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตนอยากเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาพิจารณาความผิดตามแนวคิดดังกล่าวด้วย
นายจตุพร กล่าวต่อว่า ตนมั่นใจว่าตราบใดที่คนไทยยังมีสติสัมปชัญญะและรู้ตัว แนวคิดดังกล่าวจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นในเมืองไทย และเชื่อว่าทหารยังมีสติปัญญามากกว่าพล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ และจะไม่ตะครุบเบ็ดตามที่กลุ่มพันธ มิตรฯ อ่อยเหยื่อ อย่างไรก็ตาม กลุ่มพันธมิตรฯ มีการอ้างสถาบันเบื้องสูงเพื่อเป็นเครื่องมือทางการเมือง และมีแนวคิดทางการเมืองแบบอัตตาธิปไตยเอาตัวกูเป็นใหญ่ อยากให้มีการทำประชามติสอบถามความเห็นประชาชนว่าเห็นด้วยกับกลุ่มพันธมิตรฯ หรือไม่ เพราะไม่อยากให้คนเพียง 5 คนมาลิดรอนสิทธิของประชาชน 63 ล้านคน นอกจากนี้ขอเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาประกาศจุดยืนว่าเห็นด้วยกับแนวคิดการเมืองใหม่ของกลุ่มพันธมิตรฯ หรือไม่
พีทีวีภาคพิเศษออนแอร์ 7 ก.ค.
นายจตุพร ยังกล่าวถึงกรณีกลุ่มพันธมิตรฯ เตรียมเคลื่อนขบวนไปชุมนุมหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ในวันที่ 7 ก.ค. นี้ โดยอ้างว่าไปติดตามคดีของนปก.นั้น ตนไม่ทราบว่าพันธมิตรฯ ไปมุดหัวที่ไหนมา เพราะคดีของนปก.ขณะนี้ผ่านการพิจารณาของตำรวจ ไปอยู่ในชั้นของอัยการสูงสุดแล้ว ตรงกันข้ามคดีของกลุ่มพันธมิตรฯ กว่า 800 คดี สตช.กลับยังไม่ดำเนินการใดๆ ดังนั้นตนจึงขอเรียกร้องให้สตช.เร่งดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรฯ ให้เทียบเท่ากับกลุ่มนปก.
นายจตุพร กล่าวด้วยว่า ในวันที่ 6 ก.ค.นี้ อดีตผู้บริหารพีทีวี 4 คน ประกอบด้วยนายวีระ มุสิกพงศ์ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายก รัฐมนตรี นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และตน จะเปิดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ประกาศฟื้นพีทีวีภาคพิเศษ ตลอดจนรายละเอียดต่างๆ ของการฟื้นสถานีโทรทัศน์พีทีวีอีกครั้งในเวลา 11.00 น. ที่ชั้น 6 อาคารอิมพีเรียล ลาดพร้าว จากนั้นจะออกอากาศในวันที่ 7 ก.ค. นี้ ในช่องเอ็มวี 5 ซึ่งถ่ายทอดผ่านสัญญาณดาวเทียมไทยคม
ยันทักษิณไม่ได้ให้ทุนสนับสนุน
พวกเราหมดความอดทนกับเอเอสทีวีที่มีการนำเสนอข้อมูลเพียงด้านเดียว แม้จะไม่ใช่ความจริง แต่การโกหกซ้ำๆ จะพัฒนาความเชื่อให้ประชาชนเข้าใจผิดได้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีมีความอดทน แต่พวกผมไม่ทนเพื่อนอนรอความตาย และมีความอดทนได้ไม่เท่า กับพ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งนี้หากพวกผมเป็นพ.ต.ท.ทักษิณ จะเปิดเวทีปราศรัยที่ท้องสนามหลวง บอกเล่าว่า 2 ปีที่ผ่านมา ถูกย่ำยีเกียรติและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างไรบ้าง ต่อมความอดทนพวกผมไม่สามารถทนได้กับกลุ่มพันธ มิตรฯ ที่ออกมาเสนอแนวคิดทำลายประชาธิปไตย จะออกมาตอบโต้ทุกกรณี แต่ไม่ใช่การเผชิญหน้า เราเพียงแค่อยากให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลทั้ง 2 ด้าน พวกเราต้องลุกขึ้นมาเพื่อพิทักษ์รักษาประชา ธิปไตย หากปล่อยให้พันธมิตรฯ เสนอข้อมูลด้านเดียว จะสร้างความเข้าใจผิดให้กับประชาชน เราจึงลุกขึ้นมาเพื่อเสนอข้อมูลให้ครบทุกมิติ หากช้ากว่านี้จะสายเกินแก้ ครั้งนี้ถือเป็นการเดิมพันกันด้วยชีวิต เพื่อไม่ให้พวกเขาย่ำยีระบอบประชาธิปไตย และขอยืนยันว่าเงินทุนในการเปิดพีทีวีครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่เป็นการระดมทุนจากผู้สนับสนุนเพื่อต่อสู้กับเอเอสทีวี โดยจะแถลงรายละเอียดในวันพรุ่งนี้ นายจตุพรกล่าว
เมื่อถามถึงการแยกบทบาทระหว่างการเป็น ส.ส.รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ และพีทีวี อย่างไร นายจตุพรกล่าวว่า เรามีจุดยืนที่ชัดเจนการทำหน้าที่ทางการเมืองก็ดำเนินการในฐานะผู้แทน แต่การดำเนินการในส่วนพีทีวีถือเป็นเอกสิทธิ์ส่วนตัว ซึ่งยังไม่ได้รายงานให้นายสมัคร สุนทรเวช นายกฯ รับทราบ แต่หากมีโอกาสก็จะเข้าไปกราบเรียน รวมถึงผู้ใหญ่ภายในพรรค ส่วนเรื่องงบประมาณการลงทุนนั้น จะมาจากการระดมทุนจากหลายๆ ที่ และการระดมทุนดังกล่าวไม่เกี่ยวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ
พปช.ชี้เป็นสิทธิ์ส่วนตัว-ฟื้นพีทีวี
นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รมว.ยุติธรรม ในฐานะรองหัวหน้าพรรค และประธานคณะกรรมการวินัยและจรรยาบรรณ พรรคพลังประชาชน ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นถึงกรณีการฟื้นพีทีวีเพื่อมาสู้กับเอเอสทีวี โดยกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบรายละเอียด และยังไม่ได้รับรายงานจากนายจตุพร การอ้างว่าเป็นเอกสิทธิ์ของส.ส.ก็เป็นความคิดเห็น พรรคไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว นอกเสียจากว่าจะไปทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง
เมื่อถามว่าเป็นห่วงว่าจะนำไปสู่การแตกแยกทางความคิดขั้นรุนแรงหรือไม่ นายสมพงษ์ กล่าวว่า มันอาจจะไม่เป็นไปอย่างที่เราคิดก็ได้ ตนยังตอบอะไรไม่ได้เพราะยังไม่ทราบรายละเอียด ผู้แทนราษฎรต้องมีความคิดความอ่านเป็นของตัวเองและเมื่อทำแล้วก็ต้องรับผิดชอบ
ด้านร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน กล่าวว่า การที่นายจตุพร พร้อมอดีตผู้บริหารพีทีวีประกาศฟื้นพีทีวีคงไม่นำเข้าสู่ที่ประชุมพรรค เพราะถือเป็นเอกสิทธิ์ส่วนตัว พรรคไม่สามารถเข้าไปควบคุมหรือกำหนดให้สมาชิกทำหรือไม่ทำอะไรได้ แต่นายจตุพรคงต้องดูข้อกฎหมาย และข้อห้ามทางการเมืองว่าอะไรทำได้และทำไม่ได้ แต่พรรคจะไม่ไปห้ามสมาชิกว่าอะไรทำได้หรือทำไม่ได้ พรรคส่งเสริมให้ทุกคนปฏิบัติตามแนวทางสมานฉันท์ แต่สมานฉันท์ก็ไม่ได้หมายถึงว่าให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งด่าได้ฝ่ายเดียว อีกฝ่ายก็ต้องมีสิทธิชี้แจง และถ้าเขามีศักยภาพที่จะใช้สื่อก็เป็นเอกสิทธิ์ เท่าที่ฟังนายจตุพรและอดีตผู้บริหารพีทีวีรู้สึกว่ากลุ่มพันธมิตรฯ นำเรื่องส่วนตัวไปโจมตีเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว เช่นเบอร์โทรศัพท์จนชีวิตประจำวันไม่ปกติ ก็เป็นสิทธิที่จะตอบโต้ได้ ทั้งนี้พรรคเชื่อมั่นในศักยภาพของสมาชิกและส.ส.ของพรรคที่เข้าไปมีบทบาทในพีทีวีว่าจะไม่ทำในสิ่งที่ก่อให้เกิดเสียความหายกับพรรค
ปชป.ป้องสาครไม่เกี่ยวม็อบไล่เหลิม
เมื่อเวลา 11.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีรัฐบาลและส.ส.รัฐบาลระบุว่า นายสาคร เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมอยู่ในเหตุการณ์กลุ่มผู้ชุมนุมขับไล่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย ระหว่างลงพื้นที่จ.กระบี่ ว่า นายสาครไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย เพียงแต่ในวันดังกล่าวนั้น นายสาครกำลังจะขึ้นเครื่องบินเพื่อเดินทางกลับมาประชุมคณะกรรมาธิการ ที่รัฐสภา
การออกมาพูดของคนในรัฐบาลเช่นนี้เป็นการใส่ร้ายป้ายสี เป็นการทำงานแบบอัปลักษณ์โบราณมาก จับแพะชนแกะให้พรรคประชาธิปัตย์และนายสาครได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ประชาชนมีสิทธิ์ประท้วงโดยสงบ ขณะที่รัฐบาลไม่ควรบริหารงานแบบนี้ โดยเฉพาะการที่คนในรัฐบาลออกมาระบุว่าจะไม่จัดงบประมาณไปพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ เพราะเป็นวิธีการทำงานอันชั่วร้าย นายองอาจกล่าว
นายองอาจ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณเคยระบุจะไม่จัดงบประมาณลงไปในพื้นที่ภาคใต้ เพราะไม่สนับสนุนรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ถือเป็นวิธีการบริหารงานอันชั่วร้ายและอัปลักษณ์โบราณ ทำให้ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ไม่พอใจมาแล้ว ดังนั้นรัฐบาลนายสมัครไม่ควรนำวิธีนี้กลับมาใช้อีก และขอให้รัฐบาลเลิกใช้วิธีการบริหารงานแบบจับแพะชนแกะ
นายองอาจ ยังกล่าวถึงกรณีกลุ่มพันธมิตรฯ เสนอแนวทางการเมืองใหม่ ให้ส.ส.มาจากการเลือกตั้ง ร้อยละ 30 และจากการสรรหาร้อยละ 70 นั้นว่า พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและระบบรัฐสภา เพราะยังเป็นแนวทางที่เหมาะสมกับประเทศไทยในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม สังคมประชาธิปไตย การแสดงความคิดเห็นเป็นสิทธิที่แต่ละกลุ่ม แต่ละบุคคลจะสามารถแสดงออกได้ รูปแบบใดที่เป็นข้อเสนอใหม่ๆ ต้องนำมาหารือกัน และต้องรู้รายละเอียดด้วย คงไม่สามารถบอกได้ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยได้ทันที ต้องดูเนื้อหาสาระประกอบด้วย
ปชป.เตือนระวังซ้ำรอย 19 ก.ย.
นายถาวร เสนเนียม รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายจตุพรระบุว่าจะเปิดสถานีโทรทัศน์พีทีวีภาคพิเศษขึ้นมาอีกครั้งว่า ต้องดูข้อกฎหมายว่าเปิดโอกาสให้ทำได้หรือไม่ แต่สื่อที่มีต้นกำเนิดมาจากพรรคการเมือง ส่วนมากเป็นสื่อที่ไม่เป็นกลางในการนำเสนอข่าว หรือวิพากษ์วิจารณ์ ทั้งนี้สื่อพีทีวีภาคพิเศษนี้พอจะมองออกว่าตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องมือของกลุ่มหรือของพรรคการเมือง ขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการดูข่าวสารที่นำเสนอโดยพีทีวี ส่วนเจ้าหน้าที่ของรัฐจะอนุญาตให้เปิดพีทีวีได้หรือไม่ ต้องดูข้อกฎหมายให้ดี เดี๋ยวจะโดนขึ้นศาลปกครองหรือถูกดำเนินคดี
ผู้สื่อข่าวถามว่านายจตุพรระบุว่าจะขอให้นายสมัครไฟเขียวออกอากาศได้ นายถาวร กล่าวว่า ถ้าใช้อำนาจและตำแหน่งหน้าที่พิจารณาอนุญาตก็ต้องระมัดระวัง คดีของนายสมัครที่ติดตัวมีเยอะอยู่แล้ว ถ้าหากเป็นคำสั่งทางปกครอง เป็นการอนุญาตที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนทางการเมือง หรือทางหนึ่งทางใดก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อ หากนายสมัครอนุญาต จะยิ่งกลายเป็นการเพิ่มดีกรีทางการเมืองให้ร้อนขึ้นอย่างแน่นอน และจะทำให้บ้านเมืองเกิดความแตกแยกขึ้นอีก
รัฐบาลจะชี้แจงเช้า-สาย-บ่าย-เย็น แถมวันอาทิตย์ยังชี้แจงอีก 1 ชั่วโมง ไม่เห็นจะเป็นบวกอะไรกับรัฐบาลเลย จะเพิ่มอีก 10 ช่องก็ไม่เป็นประโยชน์ถ้ายังไม่ปรับเปลี่ยนวิธีการมีผลประโยชน์ทับซ้อน ปกป้องและยังเป็นนอมินีให้คนบางคน นายถาวรกล่าว
ด้านนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การฟื้นพีทีวีถือเป็นการสร้างสื่อเทียมขึ้นมา เพื่อต่อสู้กับสื่ออิสระ ซึ่งจะอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งและเผชิญหน้าในสังคมมากยิ่งขึ้น อยากถามว่าในวันนี้รัฐบาลยังใช้ของรัฐไม่เพียงพออีกหรือ จึงมาฟื้นพีทีวีขึ้นมาหลอกหลอน ไม่ทราบว่ากลุ่มคนเหล่านี้เอาเงินทุนมาจากไหน ที่ผ่านมา ประกาศปิดกิจการไป โดยอ้างว่าขาดทุนทางธุรกิจ แต่วันนี้กลับมีกลุ่มทุนรายเดิมมา สนับสนุนใหม่ใช่หรือไม่ อยากวิงวอนกลุ่มคนเหล่านี้ให้คิดถึงความสงบสุขในชาติบ้านเมือง หากยังมีการใช้สื่อมาต่อสู้กัน จะยิ่งทำให้สถานการณ์บ้านเมืองแย่ลงและอาจย้อนยุคไปสู่สถานการณ์การเมือง 19 ก.ย. ซึ่งคนในสังคมไทยไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก อย่าให้ผู้คนในสังคมหวาดผวากับฝันร้ายเหล่านี้อีก
พันธมิตรใต้ติดป้ายห้ามรบ.หุ่นเชิดเข้า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุนทร รักษ์รงค์ ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยภาคใต้ พร้อมแกนนำจากพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน และจ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมประชาชนกว่า 300 คน เดินทางมารวมตัวกันที่บริเวณซุ้มประตูสู่ภาคใต้ ถ.เพชรเกษม ต.รับร่อ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร เพื่อประกอบพิธีขึ้นป้ายบนสะพานลอย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจล อส. และหน่วยข่าวกรองประมาณ 50 คนคอยดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย
จากนั้นแกนนำพันธมิตรฯ และประชาชนทั้งหมดขึ้นไปติดป้ายขนาดใหญ่ข้อความว่า เขตปลอดรัฐบาลหุ่นเชิด ระบอบทักษิณ บริเวณขอบราวบนสะพานลอยคนเดินข้ามถนนสี่เลน ใกล้กับซุ้มประตูสู่ภาคใต้ พร้อมตะโกนขับไล่รัฐบาลภายใต้การนำของนายสมัคร โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที
หลังเสร็จพิธี แกนนำพันธมิตรฯ ลงไปปักหลักตั้งเวทีปราศรัยบริเวณข้างซุ้มประตูภาคใต้ ท่ามกลางความสนใจของประชาชนมาร่วมฟังกันอย่างคับคั่ง ก่อนจะเดินทางไปรวมตัวกันที่เวทีถาวรของพันธมิตรฯ ชุมพร บริเวณสนามข้างสถานีรถไฟชุมพร
ผบ.สส.ไม่สนพันธมิตรโจมตีทหาร
วันเดียวกัน พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผบ.สส. ให้สัมภาษณ์กรณีกลุ่มพันธมิตรฯ โจมตีผบ.เหล่าทัพว่า คนร้อนแดดมากๆ บางทีเหน็ดเหนื่อยก็น่าเห็นใจ ตนเข้าใจ ก็เลยต้องมีการโจมตี ถ้าไม่โจมตี การพูดก็ไม่มีรสชาติ และการกระตุ้นต่างๆ ก็อาจต้องโจมตีคนโน้นคนนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมจึงชมแต่พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผบ.ทอ.เท่านั้น พล.อ.บุญสร้าง กล่าวว่า ไม่ทราบ อย่าคิดมาก ทหารอยู่ฝ่ายประชาชนอยู่แล้ว ที่เราทำมาทั้งหมด ไม่ได้ทำให้แมว ให้ต้นไม้ แต่เราทำงานเพื่อประชาชน เราเทิดทูนอะไรในบ้านเมืองก็เพราะประชาชนเคารพนับถือ
เมื่อถามว่าเป็นเพราะพันธมิตรฯ ชวนทหารไปร่วมชุมนุม แต่ทหารไม่ออกไปใช่หรือไม่ พล.อ.บุญสร้าง กล่าวว่า มีไป แต่ไม่ได้ใส่เครื่องแบบไป ส่วนตัวไม่เคยได้รับการติดต่อจากแกนนำพันธมิตรฯ แต่รู้จักกันก็มี ตนมองโลกในแง่ดี หวังดีกับทุกฝ่าย อย่างน้อยเราก็คนไทยด้วยกัน ไม่ได้หมายความว่าดีทั้งหมด คนทั้งประเทศมีจำนวนมากดีบ้างไม่ดีบ้าง แต่ต้องไม่ลืมว่าเราคือคนไทยด้วยกัน
เมื่อถามว่ากลุ่มพันธมิตรฯ โจมตีการทำบุญมหาสังฆทาน โดยมีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ 1 ใน 111 อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ร่วมด้วยซึ่งอาจมีเบื้องหน้าเบื้องหลังนั้น พล.อ.บุญสร้าง กล่าวว่า มีหรือไม่มีตนไม่ทราบ เพราะไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ ตนไม่ทราบเรื่องเกี่ยวกับคุณหญิงสุดารัตน์ ตนขอพูดในแง่ประเด็นหลักคือการทำบุญเพื่อถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเป็นการถวายสังฆทานใหญ่ อะไรที่เราส่งไปช่วยภาคใต้ถือเป็นความคิดที่ดี ส่วนคนที่มาร่วมด้วยตนไม่ทราบว่าเป็นใครบ้าง เรื่องเบื้องหน้าเบื้องหลังก็ไม่ได้คิดอะไรขนาดนั้น อะไรดีก็มองไปในแง่ดีก่อน จนกว่าจะได้พิสูจน์ว่าดีจริงหรือไม่ดีจริง ทั้งนี้จะต้องมีการเลื่อนออกไปก่อน มิเช่นนั้นแทนที่จะได้ผล 100% คงไม่ได้ เพราะมีปัญหาอื่นมาแทรกซ้อน
หนุ่ม-ศรรามเครียดผวาม็อบไล่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.30 น. หนุ่ม ศรราม เทพพิทักษ์ พระเอกชื่อดังเดินทางโดยรถตู้ พร้อมคณะมาโปรโมตเสื้อยี่ห้อ ลาคอสต์ ที่ห้างไชยแสง ดีพาร์ตเมนต์สโตร์ ต.บางพุทรา อ.เมือง จ.สิงห์บุรี เมื่อมาถึง ศรรามเดินไปที่ห้องพักรับรอง บริเวณชั้น 2 ของห้างดังกล่าว โดยมีข่าวว่ากลุ่มพันธมิตรฯ จะมาประท้วงหากเดินทางมาโปรโมตสินค้าที่ จ.สิงห์บุรี ทำให้ศรรามเครียด ถึงกับน้ำตาคลอเบ้า
โดยทางห้างได้ประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสภ.เมือง จ.สิงห์บุรี จำนวน 10 นายมารักษาความสงบ ดูแลความปลอดภัยให้กับพระเอกชื่อดัง นอกจากนี้ยังเตรียมเจ้าหน้าที่รปภ.ทางห้างอีก 5 นายคอยอารักขา เนื่องจากเกรงว่าจะมีกลุ่มพันธมิตรฯ มาประท้วง
จากนั้นเวลา 12.00 น. ศรรามพร้อมคณะออกมาจากห้องพักรับรองไปขึ้นเวทีเพื่อโปรโมตสินค้า โดยมีประชาชนเกือบ 100 คนคอยต้อนรับ พร้อมขอถ่ายภาพร่วมกับศรราม โดยพระเอกชื่อดังร้องเพลงให้กับแฟนๆ จำนวน 3 เพลง ทั้งเพลงของตัวเองที่เคยออกอัลบั้มและเพลงของศิลปินคนอื่น ก่อนจะพูดคุยทักทายแฟนๆ ที่มาต้อนรับ จากนั้นนาง สุนีย์ ตรีชัยรัศมี ผอ.ห้างไชยแสง ดีพาร์ตเมนต์สโตร์ มอบช่อดอกไม้และของที่ระลึกให้กับหนุ่ม-ศรราม โดยใช้เวลาแสดงบนเวทีประมาณ 30 นาที ก่อนที่ศรรามและคณะรีบขึ้นรถตู้เดินทางกลับกรุงเทพฯ เพราะเกรงว่ากลุ่มพันธมิตรฯ จะมาประท้วง จนอาจเกิดความวุ่นวายขึ้นได้ ทำให้แฟนคลับของศรรามที่รอถ่ายภาพกับพระเอกขวัญใจต่างพากันผิดหวังไปตามๆ กัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นประมาณ 10 นาที กลุ่มพันธมิตรฯ ประมาณ 5 คนโพกผ้าเหลืองที่ศีรษะ เขียน กู้ชาติ มายืนหลังห้าง ตะโกนสาปแช่งพ.ต.ท.ทักษิณ แต่เหตุการณ์ไม่รุนแรง โดยขณะนั้นศรรามเดินทางกลับกทม.แล้ว
โดนม็อบไล่กลางร้านอาหาร
ด้านผู้จัดการส่วนตัวของพระเอก หนุ่ม-ศรราม กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ตอนนี้หนุ่มไม่สะดวกที่ให้สัมภาษณ์เพราะไม่ได้นอนมา 2-3 วันแล้ว มีอาการเพลียนิดหน่อย ซึ่งวันที่ 6 ก.ค. เวลา 12.00 น. จะมีการชี้แจงจากปากของหนุ่มเองในกองละคร รักบ้านเรา ที่วังน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา สำหรับเหตุการณ์วันนี้ หนุ่มและตนไปทำงานของลาคอสต์ ที่ห้างไทยแสงฯ จ.สิงห์บุรี ก็ปกติราบรื่นดี ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงอย่างที่มีข่าวออกมาว่าโดนห้อมล้อมหรือถึงเนื้อถึงตัวแต่อย่างไร ซึ่งคิวร้องเพลงบนเวทีของหนุ่มมีตอนเที่ยงและเสร็จตอนบ่ายโมง คุยกับลูกค้า เล่นเกมกับแฟนๆ เสร็จก็กลับออกมาทางด้านหลังห้าง แต่ก็มีกลุ่มคนมาหน้าห้างและไม่เจอพวกตนอยู่แล้ว ขณะที่พวกตนไปรับประทานข้าวที่ร้านรำพึงซึ่งอยู่ไม่ไกลจากห้างไทยแสง มีคนกลุ่มเดิม 4 คนพูดจาตะโกนโหวกเหวกอยู่หน้าร้าน แต่พวกตนไม่รู้ว่าพวกไหน เรื่องมีแค่นี้ ถ้าอยากทราบรายละเอียดให้ฟังจากปากของหนุ่ม-ศรรามในวันที่ 6 ก.ค.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดผู้จัดการส่วนตัวของศรรามแจ้งว่าจะไม่มีการแถลงข่าวแต่อย่างใด
ด้านนายรำพึง สว่างแก้ว เจ้าของร้านอาหารรำพึงที่ศรรามไปนั่งทานอาหาร กล่าวว่า ทีมงานศรรามโทรศัพท์มาสั่งอาหารที่ร้าน และตนเตรียมทำอาหารไว้เรียบร้อย พอศรรามมาที่ร้าน มีกลุ่มชายประมาณ 10 คนโพกผ้าสีเหลือง มีข้อความว่ากู้ชาติมาตะโกนด่าศรรามด้วยคำหยาบคายต่างๆ นานา จนศรรามหน้าซีด มือสั่น ทานอาหารได้สองสามคำ ก็รีบเรียกเช็กบิล จากนั้นขึ้นรถกลับกรุงเทพฯเลย สำหรับกลุ่มคนที่มาตะโกนด่าศรรามนั้นเป็นคนในตลาดสิงห์บุรี ตนรู้จัก เป็นกลุ่มร่วมพันธมิตร
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ หนุ่ม-ศรราม เคยกล่าวถึงกรณีคนในวงการบันเทิงที่เข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มพันธมิตรฯ ว่ามีความคิดเห็นแตกต่างกับตนเอง สำหรับศรรามนั้นไม่มีความคิดที่จะไปร่วมชุมนุมแต่อย่างใด
จำลองยันไม่รื้อ-ไม่ย้ายเวที
ส่วนการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ถ.พิษณุโลกนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้า แม้จะเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ แต่บรรยากาศการชุมนุมเป็นไปอย่างเงียบเหงา โดยบนเวทีมีการจัดเสวนา สภาท่าพระอาทิตย์ โดยลำดับเหตุการณ์การพบปะกันระหว่างนายสมัคร สุนทรเวช นายกฯ และนายฮุนเซน นายกฯกัมพูชา และการพบปะระหว่างนายนพดล ปัทมะ รมว.การต่างประเทศ กับนายซกอัน รองนายกฯกัมพูชา ตลอดจนเรื่องการออกแถลงการณ์ร่วมในการลงนามการขอขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก โดยมีประชาชนหลบแดดร่วมรับฟังการเสวนาแบบประปราย
ด้านพล.ต.จำลอง ศรีเมือง หนึ่งในแกนนำพันธมิตรฯ เปิดเผยว่า ตามมติของ 5 แกนนำจะอธิบายหลักการเมืองแนวใหม่แบบกว้างๆ ว่าดีกว่าของเก่าอย่างไร และจะแก้ไขปัญหาบ้านเมืองได้อย่างไร เพราะการเมืองแบบเก่าไม่ได้แก้ไขปัญหา เพราะประชาชนมีส่วนร่วมน้อย วิกฤตของบ้านเมืองไม่เคยแก้ไขในสภาได้ จึงต้องออกมาต่อสู้ข้างถนน ดังนั้นการเมืองใหม่จะต้องเป็นการเมืองที่มีคุณธรรม หากโครงสร้างดีแต่ไร้คุณธรรมทุกอย่างก็จะเหมือนเดิม ส่วนที่อาจารย์โรงเรียนราชวินิตมัธยมระบุจะฟ้องร้องตนกรณีละเมิดอำนาจศาลด้วยการขึ้นเวทีปราศรัยในช่วงเวลาที่ศาลมีคำสั่งห้ามว่า การขึ้นเวทีไม่ใช่การปราศรัย แต่เป็นการซักซ้อมทำความเข้าใจกับกลุ่มพันธมิตรฯ หากเรื่องแค่นี้จะฟ้องร้องกันก็เชิญเลย
พล.ต.จำลอง กล่าวด้วยว่า จะไม่มีการย้ายหรือรื้อถอนเวทีปราศรัย และวันจันทร์ที่ 7 ก.ค.นี้ จะมียุทธการดาวกระจาย 3 จุด โดยช่วงเช้าทนายความของพันธมิตรฯ จะเดินทางไปยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาล และเวลา 10.00 น. ผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งจะไปที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เวลา 13.00 น. แกนนำพันธมิตรฯ และผู้ชุมนุมจะไปที่ศาลแพ่ง เพื่อเข้ารับฟังคำให้การของตำรวจ โดยกลุ่มพันธมิตรฯ มั่นใจในข้อกฎหมายและสามารถชี้แจงได้ทุกขั้นตอนว่าไม่ได้ละเมิดอำนาจศาล เพราะยึดมั่นในรัฐธรรมนูญ ขณะที่ผู้ชุมนุมอีกส่วนหนึ่งจะปักหลักชุมนุมที่หน้าทำเนียบฯ เพื่อป้องการการสลายการชุมนุม
พันธมิตรเตรียมยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาล
เมื่อเวลา 18.30 น. นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความกลุ่มพันธมิตรฯ แถลงว่า ขณะนี้เตรียมอุทธรณ์คำสั่งศาลกรณีที่ครูร.ร.ราชวินิตมัธยมยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อขอคุ้มครองชั่วคราว โดยแบ่งเป็น 2 หัวข้อที่จะอุทธรณ์ คือกรณีศาลแพ่งเห็นว่าการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ เป็นการละเมิดสิทธิของผู้ฟ้อง และมีคำวินิจฉัยว่าสามารถใช้กฎหมายแพ่งบังคับได้ ตนเห็นว่าเหมือนเป็นข้อขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญมาตรา 63 ที่ให้ชุมนุมในที่สาธารณะได้ ตนเห็นว่ารัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายหลัก และขณะนี้ยังไม่มีกฎหมายจำกัดเสรีภาพการชุมนุมในที่สาธารณะ รวมทั้งประเด็นที่ศาลระบุว่าการที่พันธมิตรฯ อ้างว่าหากเปิดพื้นที่เพื่อการจราจร จะทำให้กลุ่มนปก.เข้ามาปั่นป่วน ซึ่งศาลระบุว่าไม่ใช่ข้อกฎหมายที่จะมาอ้างได้
นายสุวัตร กล่าวต่อว่า สำหรับช่วงบ่ายของวันที่ 7 ก.ค. ที่ครูของร.ร.ราชวินิตมัธยมจะยื่นขอบังคับคดีที่กลุ่มพันธมิตรฯ ไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งศาล โดยไม่ยอมเปิดเส้นทางตลอดเวลา และหยุดใช้เครื่องขยายเสียงตั้งแต่เวลา 07.30-16.30 น. วันจันทร์ถึงวันศุกร์นั้น ตนเห็นว่าคำขอของโจทก์เป็นการไม่ให้ใช้ถ.พิษณุโลกและถ.พระราม 5 รวมถึงเครื่องขยายเสียงด้วย แต่ในความเป็นจริงกลุ่มพันธมิตรฯ ได้ปฏิบัติตามแล้ว เพราะในคำสั่งศาลใช้คำว่า และ ทางกลุ่มพันธมิตรฯจึงตีความว่าให้เปิดเส้นทางจราจร และยุติการใช้เครื่องขยายเสียงเฉพาะช่วงวันและเวลาดังกล่าวเท่านั้น ซึ่งตนจะพาแกนนำพันธมิตรฯ ทั้ง 5 คนไปเผชิญหน้ากับพล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผบช.น. พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รองผบช.น. และพล.ต.ท.วัชรพล ประสารราชกิจ โฆษกสตช. และตัวแทนของเจ้าหน้าที่ ขสมก. เพื่อให้ชัดเจนว่าศาลมีคำสั่งเป็นอย่างไร ให้ชุมนุมได้อย่างไร หรือจะให้ไปชุมนุมที่อื่น ซึ่งพร้อมปฏิบัติตามคำสั่งศาลตลอด แต่ต้องขอความชัดเจนในคำสั่งศาล นอกจากนี้ ตนกำลังเขียนคำร้องขอไต่สวนเพื่อยกเลิกคำสั่งศาลที่ห้ามนายสนธิ ลิ้มทองกุล พูดพาดพิงถึงพ.ต.ท.ทักษิณ เบื้องต้นทราบว่าจะสามารถยื่นต่อศาลได้ช่วงบ่ายวันที่ 8 ก.ค.นี้
แจกแผ่นซีดีการเมืองแนวใหม่
ด้านนายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ ระบุว่า ความพยายามของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นการขยายความคำสั่งศาลมากเกินกว่าที่กลุ่มพันธมิตรฯ จะรับได้ เช่นระบุให้เปิดถนนตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งที่ไม่มีระบุในคำสั่งศาล จึงต้องยื่นอุทธรณ์ แต่ก็ขึ้นอยู่กับความชัดเจนของศาลว่าจะให้ปฏิบัติอย่างไร ถ้าศาลสั่งให้ย้ายสถานที่ชุมนุมใหม่ก็ไม่มีปัญหา หากมีการย้ายจริงก็ไม่ได้ลดพลังการกดดันรัฐบาลลงแต่อย่างใด ยิ่งอาจจะทำให้เป็นการเพิ่มการกดดันเนื่องจากมีผู้มาร่วมชุมนุมมากขึ้นก็เป็นได้ แต่อย่าขยายความการชุมนุมจนกลายเป็นการก่ออาชญากรรม ขณะนี้มีคดีที่นายสมัคร ร.ต.อ.เฉลิม และพ.ต.ท.ทักษิณ ฟ้องร้องพันธมิตรฯ หลายคดี จึงตั้งกองทุนสู้คดีเพื่อขอบริจาคเงินนำไปสู้คดี ขณะนี้มีเงินอยู่ในบัญชีประมาณ 3 แสนบาท เพื่อจะใช้ต่อสู้คดีในระยะยาว เพราะเคยมีบทเรียนเมื่อครั้งการชุมนุมในปี49 หลังจากยุติการชุมนุมแล้ว นายสนธิต้องเหนื่อยต่อสู้คดีอยู่เพียงคนเดียว ครั้งนี้จึงเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วม
นายสุริยะใส กล่าวอีกว่า ขณะนี้เตรียมนำคำปราศรัยของแกนนำพันธมิตรฯ เกี่ยวกับการเมืองแนวใหม่ เพื่อจัดพิมพ์และทำเป็นซีดีเพื่อเผยแพร่สู่สาธารณะ โดยข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงกรอบความคิดกว้างๆ ว่าการเลือกตั้งเป็นแบบไหน การตรวจสอบเป็นอย่างไร เมื่อเผยแพร่แล้วอยากแลกเปลี่ยนกับนักวิชาการ ผู้รู้หรือประชาชนที่สนใจ สามารถแลกเปลี่ยนความรู้กันได้ ส่วนกรณีที่นายสนธิขึ้นพูดถึงการเมืองใหม่เมื่อวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่ระบุว่าการเมืองใหม่จะเปิดโอกาสให้ทหารเข้ามาเปลี่ยนแปลงการเมืองนั้น ไม่ได้เป็นการเปิดโอกาสให้ทหารเข้ามาทำรัฐประหาร แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ทหารเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง เพราะกองทัพเป็นสถาบันที่ทรงพลัง จึงควรเข้ามาช่วยพัฒนาประชาธิปไตย ซึ่งการเปิดทางดังกล่าวเป็นการเปิดทางให้ทหารในฐานะสถาบัน ไม่ใช่เปิดโอกาสให้คนระดับคุมกำลังเข้ามาปฏิวัติ แต่วิธีที่จะเปิดโอกาสให้กองทัพเข้ามาในรูปแบบไหนนั้น อยากให้ทางนักวิชาการหรือผู้รู้ช่วยกันส่งความคิดเห็นเข้ามาด้วย ดังนั้นอย่าหวาดระแวงว่าพันธมิตรฯ จะเปิดทางให้มีการทำรัฐประหาร
นายสุริยะใส กล่าวถึงกรณีจะมีการเปิดสถานีพีทีวีขึ้นมาอีกครั้งว่า ถ้าอยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญก็สามารถทำได้ แต่ยังมองไม่เห็นว่ามีกฎหมายมาตราใดที่เปิดช่องให้ทำเช่นนั้นได้ ดังนั้นกรมประชา สัมพันธ์ในรัฐบาลชุดนี้ จะเปิดให้มีสถานีดังกล่าวขึ้นมาอย่างง่ายดายได ้อย่างไร แต่หากเป็นการจัดตั้งโดยอำนาจทางการเมืองก็เชิญตามสบาย ซึ่งอย่าลืมว่าเคยมีบทเรียนจนในที่สุดต้องปิดสถานีลง และตนมองว่าเป็นการดิ้นรนเฮือกสุดท้ายของรัฐบาลที่ต้องการควบคุมสื่อเอาไว้เพื่อต่อสู้กับพันธมิตรฯ
มาเลย อยากให้เปิดขึ้นมาหลายๆ ช่องด้วย เพราะผมเห็นว่านปก.หลายคนกำลังตกงาน ขณะนี้มีนปก.ในระดับคนรับเงินและคอยประสานกับกลุ่มแกนนำนปก.ติดต่อผมเข้ามาว่าจะเข้ามาเปิดเผยข้อมูลเส้นทางการรับเงินและการทำงานของแกนนำนปก. ซึ่งผมพร้อมจะพามาเปิดเผยข้อมูล แต่ไม่มั่นใจว่าจะดูแลความปลอดภัยของนปก.รายนี้ได้ ขณะนี้นปก.คนดังกล่าวกำลังตัดสินใจ แต่มีแนวโน้มว่าจะออกมาเปิดเผยข้อมูลให้ได้ทราบกันบนเวที นายสุริยะใส กล่าว
ม็อบฉลองวันเกิดจำลองครบ 73 ปี
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมว่า เวลา 21.00 น. มีประชาชนเดินทางมาร่วมรับฟังการปราศรัยหลายพันคน โดยฝั่งทำเนียบรัฐบาลมีประชาชนมาร่วมชุมนุมโดยท้ายแถวอยู่บริเวณแยกสวนมิสกวัน ส่วนบริเวณฝั่งนางเลิ้งนั้นท้ายแถวอยู่บริเวณ ร.ร.ราชวินิตมัธยม โดยประชาชนส่วนใหญ่จะนั่งฟังการปราศรัยอยู่บริเวณหน้าเวทีจนแน่นขนัด ไม่มีทางเดิน ขณะที่แกนนำพันธมิตรฯขึ้นเวทีปราศรัย มีการฉายวีดิทัศน์ประวัติพล.ต.จำลองตั้งแต่วัยเด็กจนถึงปัจจุบัน พร้อมเปิดเพลงอวยพรวันเกิดครบรอบ 73 ปีให้กับพล.ต.จำลองด้วย โดยมีผู้ชุมนุมบางส่วนร่วมร้องเพลงอวยพรวันเกิดตาม
หน้า 1
ข้อมูลจาก ข่าวสด
