ใสปูดข่าวตท.10 ปฏิวัติช่วยทักษิณ หมักโดดอุ้มพีทีวีตร.เตือนคนกรุงผู้ใช้รถใช้ถนนเลี่ยงถนนสุขุมวิท-พระราม 1 วันนี้ ระบุจะมีปัญหารถติดเพราะม็อบพันธมิตรฯจะบุกมาประท้วงที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมขอร้องแกนนำม็อบระมัดระวังเรื่องการใช้เสียงเพราะใกล้สถานศึกษา โรงพยาบาล และเขตพระราชฐาน ด้านดาราหนุ่มศรรามงดแถลงข่าวโต้พันธมิตรฯ อยากให้เรื่องเงียบไปเอง พ่อไม่กังวลชี้เป็นเรื่องของคนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ ยะใสแถลงปูดข่าวอ้างเตรียมทหารรุ่น 10 เตรียมปฏิวัติช่วยเพื่อนแม้ว ตัดตอนให้พ้นผิดคดีต่างๆ ที่เข้าสู่ศาล หมักโดดอุ้มพีทีวี
-หมักโวยม็อบออกทีวีด่าเลว
เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 6 ก.ค. ที่สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรมว. กลาโหม กล่าวในรายการ สนทนาประสาสมัคร ตอนหนึ่งว่า พรรคฝ่ายค้านโดยโฆษกพรรคฝ่ายค้านคอยเก็บทุกประเด็น แต่เมื่อแสดงความเห็นไม่เข้าท่า พรรคพลังประชาชนบอกไม่เห็นด้วย ใช้ไม่ได้ ของพรรค์นี้ต้องตำหนิเลยว่าคิดได้อย่างไรอยู่ดีๆ คิดได้อย่างไร บ้านเมืองเดินหน้าขนาดนี้จับไปถอยหลังโดยการคิดเอาเอง หลักการมาจากไหนไม่เข้าท่า
อย่างนี้ ผมต้องพูด ผมรับผิดชอบในสิ่งที่ผมพูด ออกทีวีตั้งวงด่า ทีวีก็ถ่ายทอด ด่าหยาบคายด่าเลวด่าทรามให้คนทั้งประเทศฟัง ออกโทรทัศน์ข้างเดียวศาลท่านคุ้มครอง แล้วด่ารัฐบาล ด่าหยาบด่าคายด่าเสียด่าหาย แต่ศาลปกครองคุ้มครอง นายสมัครระบุ
-ป้องจตุพร-ด่าปชป.อุ้มชูม็อบ
นายสมัคร กล่าวถึงนายเทพไท เสนพงศ์ ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เห็นด้วยที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน ระบุจะฟื้นโทรทัศน์พีทีวีว่า นายจตุพร ต้องการแสดงข้อเท็จจริงทั้งสองฝ่ายให้ประชาชนได้รับรู้ ไม่ใช่ให้กลุ่มพันธมิตรฯใช้ถ้อยคำหยาบคายด่าข้างเดียว ถ้าคนทั่วประเทศได้รับข้อมูล จะได้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร กลุ่มพันธมิตรฯทำอะไรมา สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยว่า แต่พอทางนี้จะทำขึ้นมาหักล้าง บอกว่าจะทำให้สถานการณ์บ้านเมืองเลือดตกยางออก อย่างนี้แปลว่าอย่างไร
ในช่วงท้าย นายสมัคร ได้กล่าวขอโทษคนที่ส่งจดหมายมาให้ โดยกล่าวว่า ต้องขออภัยสุภาพสตรีท่านหนึ่งที่อุตส่าห์นั่งแท็กซี่มาส่งจดหมายด้วยตนเองเพราะโทรศัพท์เข้ามาในรายการไม่ได้ โดยเขาถามว่าจะทำอย่างไรเมื่อคนใต้เขาต่อต้าน ทั้งนายสมัคร และร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย ต่อไปครม.ลงใต้จะถูกต่อต้าน ตนขอบอกว่าตนคิดดีกับพวกนั้น ไม่เคยคิดเลยว่าหากคนใต้ขึ้นมากรุงเทพฯ แล้วจะถูกต่อต้าน แต่ถ้าพวกนั้นคิดจริงว่าถ้ารัฐมนตรีลงไปจะต้องต่อต้าน ตนคิดว่าคิดสู้ตนไม่ได้
ผมคิดดีกว่า แล้วคนปักษ์ใต้ขึ้นมากรุงเทพฯ ผมก็ยินดีต้อนรับ ไม่มีคิดต่อต้านเลย ส.ส.ปักษ์ใต้ขึ้นมาไม่คิดต่อต้านเลย คิดอะไรโง่ๆ พรรค์อย่างนั้นผมคิดไม่เป็น
-พันธมิตรใต้อ้างไม่คิดทำร้ายรมต.
วันเดียวกัน นายสุนทร รักษ์รงค์ ผู้ประสานงานเครือข่ายพันธมิตรฯ 14 จังหวัดภาคใต้ และประธานกลุ่มพันธมิตรฯ จังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า กรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาโจมตีการเคลื่อนไหวของเครือข่ายพันธมิตรฯ ภาคใต้ว่า ทำในสิ่งที่ไม่เหมาะสม เกี่ยวกับการติดป้าย เขตปลอดรัฐบาลหุ่นเชิดระบอบทักษิณ เพื่อต่อต้านรัฐมนตรีทุกคนของรัฐบาลชุดนี้ว่าขอยืนยันว่า เครือข่ายพันธมิตรภาคใต้ ไม่เคยได้รับการสนับสนุนจากพรรคการเมืองใดทั้งสิ้น ดังนั้น การที่ออกมาระบุว่ามีพรรคการเมืองใหญ่หนุนหลัง ย่อมหมายถึงพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งถือเป็นการพูดที่ไร้ความรับผิดชอบ
ส่วนกรณีที่มีข่าวว่า การต่อต้านรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ของเครือข่ายพันธมิตรฯ ภาคใต้ จะใช้วิธีการที่รุนแรงด้วยการขว้างปาสิ่งของใส่รัฐมนตรีนั้น ขอยืนยันเราจะไม่ใช้วิธีดังกล่าว ซึ่งถือเป็นวิธีการที่ป่าเถื่อนโดยเด็ดขาด และมติของกลุ่มพันธมิตรฯ ไม่เคยต้องการให้ใช้วิธีการดังกล่าว หากมีเหตุการณ์ขว้างปาสิ่งของใส่รัฐมนตรี ขอยืนยันว่าไม่ใช่ฝีมือของเครือข่ายพันธมิตรฯ ภาคใต้แน่นอน นายสุนทร กล่าว
-หนุ่ม-ศรรามงดแถลงโต้ม็อบด่า
สำหรับกรณีพระเอกคนดัง หนุ่มศรราม เทพพิ ทักษ์ ไปร่วมงานโปรโมตเสื้อยี่ห้อดังที่ห้างไชยแสง ดีพาร์ตเมนต์สโตร์ ต.บางพุทรา อ.เมือง จ.สิงห์บุรี แล้วถูกม็อบกลุ่มพันธมิตรฯ มาตะโกนขับไล่นั้น
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามผู้จัดการส่วนตัวของพระเอกหนุ่ม-ศรราม ซึ่งเผยถึงสาเหตุที่ได้ยกเลิกการแถลงข่าวเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวว่า ศรรามอยากให้ข่าวเงียบไปเอง ถ้ายิ่งออกมาพูดเรื่องราวมันจะยิ่งไปกันใหญ่ จึงออกมาพูดครั้งเดียวว่าเกิดอะไรขึ้น ใครถูกกระทำก็พอแล้ว
ทางด้านนายชุมพร เทพพิทักษ์ บิดาของพระเอกหนุ่มเผยว่า มันคงไม่ได้เป็นเรื่องร้ายแรงอะไร มันเป็นเรื่องธรรมดา ผมคิดว่าคนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ ต่างคนต่างก็ทำหน้าที่ของตัวเอง อย่างหนุ่มเขามีหน้าที่เป็นนักแสดงเขาก็แสดงไป ผมว่ามันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรทุกอย่างต้องมีคนติอยู่แล้ว อย่างพระพุทธรูปในโบสถ์ยังมีคนติว่าจมูกโด่งไปบ้าง หูยาวไปบ้าง รถราคาเป็นร้อยๆ ล้านยังมีคนติ รถไฟฟ้าก็มีคนติ อย่างที่ผมบอกคนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ
ต่อข้อถามของผู้สื่อข่าวที่ว่าพอทราบข่าวมีอะไรเป็นห่วงลูกชายบ้างหรือเปล่า บิดาของพระเอกหนุ่มกล่าวว่า ไม่เลย และตอนนี้เราก็ยังไม่ได้เจอกันเลยเขาไปถ่ายละครอยู่ เขาก็ไม่ได้มาปรึกษาอะไร ผมว่ามันไม่ได้เป็นเรื่องร้ายแรงอะไร
-วีระ-จักรภพนำทีมงานฟื้นพีทีวี
วันเดียวกัน นายวีระ มุสิกพงศ์ นายจักรภพ เพ็ญแข นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนายจตุพร พรหมพันธุ์ 4 ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์พีทีวี ได้แถลงข่าวเปิดตัวพีทีวี ภาคพิเศษ ที่อิมพีเรียล ลาดพร้าว เพื่อตอบโต้กลุ่มพันธมิตรฯ ซึ่งการเปิดตัวครั้งนี้ มีประชาชนมาให้กำลังใจกว่า 100 คน และการออกอากาศจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค. เวลา 07.30 น.
นายวีระ กล่าวว่า ในฐานะคนที่ทำพีทีวีและได้ปิดตัวลงเพราะเรื่องทุน แต่เนื่องจากสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน ทำให้ไม่สามารถอยู่นิ่งได้ เนื่องจากขณะนี้กลุ่มพันธมิตรฯกำลังสถาปนาการเมืองขึ้นใหม่ จึงจำเป็นต้องมีสถานีโทรทัศน์ทำความเข้าใจกับประชาชน โดยทางพีทีวีจะเช่าช่องสัญญาณของเอ็มวี 5 และจะจัดรายการทั้งช่วงเช้า บ่าย และค่ำ รวมวันละ 5 ชั่วโมง ซึ่งเราเป็นเพียงผู้จัดรายการเท่านั้น และจะแบ่งการจัดรายการเป็นการเสนอข่าวและเสนอความเห็นอีกแง่มุมหนึ่ง และไม่ต้องกังวลว่าเราจะทำให้เกิดสงครามประชาชนหรือมวลชนปะทะมวลชน แต่เป็นการปะทะทางความคิดและวาจา ไม่มีการใช้กำลัง ขอรับรองจะเป็นการต่อสู้ทางสติปัญญาเท่านั้น
นายวีระ กล่าวว่า เวลานี้รัฐมนตรีจะลงไปตรวจราชการก็ไม่ได้ ดาราก็มีปัญหา ซึ่งเราไม่ยอมให้คนแค่หยิบมือเดียวมายึดบ้านเมือง ทั้งนี้ เห็นว่าหากแนวคิดการเมืองใหม่ของพันธมิตรฯออกไป เชื่อว่าจะเป็นอันตราย โดยจะไม่ยอมให้กลุ่มพันธมิตรฯทำอะไรตามใจชอบอีกต่อไป ยืนยันว่าการฟื้นพีทีวีขึ้นมา ไม่มีเจตนาเพื่อต้องการให้เกิดการเผชิญหน้า เพียงแต่ต้องการแสดงความคิดเห็นที่ถูกต้อง และให้มุมมองตรงข้ามกับฝ่ายพันธมิตรฯ
-ออนแอร์วันนี้-แฉกลับพันธมิตร
ขณะที่นายจักรภพ กล่าวว่า เหตุผลที่ต้องฟื้นพีทีวี เพราะไม่ยอมให้พันธมิตรฯยึดเมือง โดยใช้ถ้อยคำรุนแรงด่าทอรัฐบาล ทำแบบนักเลงอันธพาล ซึ่งทำให้บ้านเมืองบอบช้ำ ไม่เคารพกฎหมาย รังแต่จะทำให้บ้านเมืองไปสู่ความมืดมน ที่ผ่านมาที่เราชะลอการออกอากาศเพราะเหตุทางธุรกิจ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสู่ระบอบประชาธิปไตย มีรัฐบาลอยากให้รัฐบาลแก้ปัญหาไปแต่กลุ่มพันธมิตรฯกลับขัดขวางการทำงาน ยกขบวนปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล แม้รัฐบาลจะทำงานต่อไปได้แต่ในเชิงสัญลักษณ์มันอับอายไปทั่วโลก ดังนั้น การเปิดพีทีวีภาคพิเศษไม่ใช่การทำสงคราม แต่เป็นการเปิดเวทีทางความคิด โดยไม่ยอมให้ใครนำข้อมูลด้านเดียวมาให้ประชาชน ซึ่งเราจะให้ข้อมูลที่สวนทางไม่เว้นสักเรื่องเดียวและจะทำให้รู้ว่าเบื้องหน้าเบื้องหลังพันธมิตรฯแต่ละคนเป็นอย่างไร เพราะบทบาทที่ผ่านมาทำอย่างกับบ้านเมืองเป็นของคนเพียง 5 คนหรืออย่างไร
นายจักรภพ กล่าวว่า โดยจะจัดรายการ 5 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งเริ่มตอนแรกในวันที่ 7 ก.ค. ในเวลา 07.30 - 09.30 น. จะเป็นรายการเพื่อนพ้องน้องพี่ และเวลา 11.00 - 12.00 น. รายการมหาประชาชน เวลา 18.30 - 20.30 น. เป็นรายการเพื่อนพ้องน้องพี่ ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ กำลังหารือกันอยู่ว่าจะมีการจัดรายการดีหรือไม่ ทั้งนี้ เราไม่สงวนลิขสิทธิ์การเผยแพร่ภาพและเสียง และเปิดให้เคเบิลท้องถิ่นเชื่อมสัญญาณไปออกอากาศทั้งในและต่างประเทศได้ รวมทั้งเราจะถ่ายทอดสดรายการผ่าน www.mvtv.co.th และวิทยุชุมชน 99.25
-ท้าปชป.ตรวจสอบ-แจ้งจับได้
ด้านนายจุตพร กล่าวว่า การจัดรายการไม่ผิดกฎ หมาย แม้ว่าตนและนายณัฐวุฒิจะมีตำแหน่งทาง การเมือง ดังนั้น หากพรรคประชาธิปัตย์จะดำเนินการตรวจสอบในเรื่องนี้ ก็ขอท้าให้ท่านทำได้เลย นอกจากนี้ การฟื้นพีทีวีอีกครั้ง นายสมัคร สุนทรเวช นายกฯและรมว.กลาโหม ก็เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ เพราะ นายสมัครได้พูดผ่านรายการสนทนาประสาสมัคร ว่าสามารถทำได้
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ขอฝากส.ส.ประชาธิปัตย์ ที่ให้สัมภาษณ์ทำนองว่าจะใช้ช่องทางกฎหมายเล่นงานเราแต่เราได้ศึกษาข้อกฎหมายแล้ว อย่าข่มขู่เลย เพราะ เราไม่มีเวลากลัว หากกลัวคงสยบใต้อำนาจเผด็จการ ตั้งแต่การรัฐประหารแล้ว โดยงานนี้มีประชาธิปไตยเป็นเดิมพัน หากรัฐบาลนี้อยู่ไม่ได้ พวกตนที่สวมหัวโขนในรัฐบาลก็อยู่ไม่ได้ และประชาชนทั้งประเทศจะอยู่ได้อย่างไร
-ปชป.ระบุเป็นส.ส.ต้องรอบคอบ
เวลา 10.15 น.ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงส.ส. พรรคพลังประชาชนประกาศจัดตั้งสถานีโทรทัศน์ พีทีวีว่า ต้องดูในข้อกฎหมายว่ามีการจัดตั้งสถานีโทรทัศน์หรือไม่ และการตั้งสถานีโทรทัศน์ดังกล่าวเพื่อประโยชน์ต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือไม่ รวมทั้งต้องดูเจตนารมณ์ ที่สำคัญผู้ก่อตั้งเป็นถึงส.ส.ต้องพิจารณาเรื่องนี้ให้รอบคอบ
นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เท่าที่ตรวจสอบในข้อกฎหมายพบว่า ขณะนี้ยังมีความลักลั่นอยู่ เนื่องจากเป็นการตั้งสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ซึ่งคล้ายกับสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี ตนอยากฝากถึงนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส. สัดส่วน พรรคพลังประชาชน ควรดำเนินการเรื่องนี้อย่างถูกต้องตามข้อกฎหมาย รวมทั้งการตั้งสถานีโทรทัศน์ในขณะนี้มีความจำเป็นหรือไม่อย่างไร
-วรัญชัยแจ้งจับม็อบละเมิดศาล
เมื่อเวลา 13.00 น.วันเดียวกัน นายวรัญชัย โชคชนะ แกนนำกลุ่มต่อต้านพันธมิตร เดินทางเข้าร้องทุกข์แจ้งความต่อร.ต.ท.ป้อมเพชร โชติกลาง ร้อยเวรสน.นางเลิ้ง เพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมายกับกลุ่ม พันธมิตรฯที่ละเมิดคำสั่งศาลแพ่ง โดยยังปิดถนนและใช้เครื่องขยายเสียง ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวรัญชัยได้ยื่นเอกสารมี 5 ข้อเรียกร้องต่อพนักงานสอบสวนว่า 1.ตามที่กลุ่มพันธมิตรฯ ปักหลักชุมนุมอยู่ข้างทำเนียบรัฐบาล โดยไม่มีทีท่าว่าจะสลายตัว อ้างเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ แต่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษา ข้าราชการโดยทั่วไป ในการสัญจรไปมาไม่สะดวก เพราะชุมนุมปิดกั้นถนน 2.ครูและนักเรียนโรงเรียนมัธยมราชวินิต ได้ฟ้องร้องต่อศาลแพ่งจนเป็นเหตุให้ศาลแพ่งได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ให้กลุ่มพันธมิตรชุมนุมได้แต่อย่าปิดกั้นถนน ทำให้การจราจรติดขัด ถึงแม้กลุ่มพันธมิตรจะยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาลแพ่งก็ตาม ศาลแพ่งยังยกคำร้องของกลุ่มพันธมิตร 3.แต่กลุ่มพันธมิตรหาได้ปฏิบัติตามคำของศาลไม่ กลับปิดถนนตามเดิม กลุ่มต่อต้านพันธ มิตรเห็นว่ากลุ่มพันธมิตรละเมิดคำสั่งศาล ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลถือว่าเป็นความผิดที่สำเร็จแล้ว ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31 (1) และ (2) 4.เมื่อมีผู้มาร้องทุกข์ถ้าตำรวจไม่ดำเนินการใดๆ ถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎ หมายอาญามาตรา 157 และ 5.กลุ่มต่อต้านพันธมิตร จึงขอร้องทุกข์ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้รักษากฎหมาย โดยร่วมกับกรมบังคับคดีดำเนินการต่อไป หลังจากแจ้งความแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน เพื่อเสนอต่อผู้บังคับบัญชาพิจารณาต่อไป
-ชี้ชาวบ้านเบื่อการเมือง-ม็อบ
ด้านสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ เพื่อสะท้อนความคิดเห็นและสรุปข้อคิดเกี่ยวกับปัญหา และแนวทางแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม สำรวจประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 3,697 คน ระหว่างวันที่ 1-6 ก.ค. พบว่าข่าวที่ประชาชน เบื่อหน่าย ไม่อยากรับรู้มากที่สุดร้อยละ 45.78 คือข่าวการเมือง เพราะเห็นว่ามีแต่เรื่องความขัดแย้ง เล่นเกมการเมืองไม่หยุด รองลงไปร้อยละ 32.38 ข่าวความขัดแย้ง ม็อบประท้วง เพราะเกิดความเครียด ไม่รู้จักจบสิ้น บ้านเมืองวุ่นวาย เศรษฐกิจตกต่ำ ฯลฯ ร้อยละ 21.84 ข่าวอาชญากรรม ปล้น ฆ่าข่มขืน ฆ่าตัวตาย เพราะสลดหดหู่ เกิดความทุกข์ สังคมมีแต่ความโหดร้ายน่ากลัว ฯลฯ
ส่วนข่าวที่ประชาชน อยากติดตาม อยากรับรู้ มากที่สุดร้อยละ 60.35 คือ ข่าวเศรษฐกิจ เพราะอยากรับรู้ราคาสินค้า โดยเฉพาะน้ำมัน ข้าว อยากรู้วิธีแก้ปัญหาปากท้อง ความยากจน ฯลฯ รองลงไปข่าวบัน เทิงร้อยละ 25.86 เพราะเบื่อข่าวการเมือง อยากสบาย ใจ คลายความเครียด ฯลฯ ร้อยละ 13.79 ข่าวสังคม การแก้ปัญหาสังคม การทำความดี เพราะทำให้รู้แนว ทางป้องกันปัญหา การทำความดีทำให้มีความหวัง ฯลฯ
-นักวิชาการอัดการเมืองใหม่
เมื่อเวลา 09.30 น. ที่สถาบันปรีดี พนมยงค์ มีการเสวนา การจัดการประวัติศาสตร์ 6 ตุลา จากมุมมองของปัญญาชนไทย โดยมีนายไชยยันต์ รัชชกูล อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นายสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬา ลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายพิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมเสวนา
นายสุธาชัย กล่าวเสวนาว่า ประวัติศาสตร์ 6 ตุลา คือ การเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ แต่ฆาตกรไม่ถูกดำเนินคดี นักศึกษาและประชาชนกลับถูกดำเนินคดี 19 คน ขึ้นศาลติดคุก 2 ปี กระทั่งรัฐบาลชุดนั้นถูกโค่นอำนาจ จึงมีการนิรโทษกรรม ซึ่งดูเหมือนการนิรโทษกรรมให้ฆาตกรมากกว่า จึงเกิดปัญหาในทางประวัติศาสตร์ขึ้น ความจริงเรารู้ว่าฆาตกรเป็นใคร แต่เราพูดไม่ได้ ไม่ใช่นายสมัคร สุนทรเวช นายกฯเพราะเป็นเพียงลิ่วล้อเท่านั้น ระยะเวลา 32 ปีที่ผ่านมาพบว่า มีกระบวนการและแนวโน้มบางอย่างยังคงอยู่ เป็นสิ่งไม่ถูกต้อง คือ 1.เราตกอยู่ในกระบวนการใส่ร้ายป้ายสีทางการเมือง โดยอ้างสถาบัน 2.มีขบวนการปลุกเร้าประชาชน โดยเอาค่านิยมแบบผิดๆ เอาการเมืองระหว่างประเทศมาเล่นงานการเมืองภายใน โดยไม่คำนึงถึงผลที่จะตามมา เช่น กรณีเขาพระวิหาร อย่างไรก็ตาม เห็นว่าการวิพากษ์หรือต่อต้านรัฐบาลทำได้ แต่ต้องไม่ไปไกลขนาดการล้มระบบประชาธิปไตย ตราบที่ไม่มีระบบอื่นเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า ระบบ 70-30 เป็นเรื่องเหลวไหล ต้องทำในเหตุผลที่ควรจะเป็น
-ชี้70-30เลวร้ายกว่ารัฐประหาร
ด้านนายไชยยันต์ กล่าวว่า เหตุการณ์ปัจจุบันที่ เกิดขึ้นมีความเหมือนกับเหตุการณ์ 6 ตุลา คือ การรัฐประหาร 6 ตุลา เริ่มต้นการเมืองแบบมวลชน และผู้เกี่ยวข้อง คือ มีลูกเสือชาวบ้านจัดตั้งกว้างขวางมากในหลายจังหวัด มีสื่อมวลชนที่พยายามให้ข่าวสารหรือปลุกระดม และมีดาบสุดท้าย คือ ทหาร แต่การชุมนุมขณะนี้คือ การแจกข้าวกล่อง และไม่มีการจัดตั้งในหลายจังหวัด มีศูนย์รวมอยู่ที่กรุงเทพฯ จะมีต่างจังหวัดบ้างเป็นส่วนน้อย ส่วนที่เหมือนกันมาก คือ การที่ขบวนการทำร้ายนักศึกษาและขบวนการกำจัดระบอบทักษิณ มีอะไรที่เหมือนกันอยู่ การที่กลุ่มพันธมิตรฯเสนอเรื่องของระบบรัฐสภา 30-70 ยิ่งเลวร้ายกว่าระบบรัฐประหารเสียอีก
ด้านนายพิชิต กล่าวว่า ผู้ถูกกระทำในเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 ปัจจุบันคนรุ่นนี้จำนวนมากไปอยู่ตรงหน้าเวทีพันธมิตรและหลังเวทีพันธมิตรฯ และยังเข้าร่วมกับการชุมนุมก่อนเกิดรัฐประหารในปี 2549 เนื่องจากคนเหล่านี้จัดการกับความทรงจำเหตุการณ์ 6 ตุลา กรณีที่นายสมัครให้สัมภาษณ์ซีเอ็นเอ็นว่ามีคนเสียชีวิตในเหตุการณ์ 6 ตุลา ว่าตายเพียงคนดียว ตนฟังอยู่ก็อึ้งเหมือนกัน แต่กลับกลายเป็นประเด็นขึ้นมา เพราะผู้เกี่ยวข้องเหตุการณ์ 6 ตุลา รู้อยู่แล้วว่าตาย เจ็บหรือถูกจับ หรือเข้าป่าจำนวนเท่าไหร่ กลุ่มคนเดือนตุลาที่สนับสนุนรัฐประหารและปัจจุบันก็อยู่ในกลุ่มโครง สร้างของพันธมิตร ก็หยิบเรื่องนี้มาโจมตีนายสมัคร ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็มีกระแสเช่นนี้ในหมู่อาจารย์ มีกระแสไม่พอใจนายสมัคร เป็นกลุ่มอาจารย์ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีการเรียกประชุมจะประท้วงนายสมัครอย่างไรดี ตนจึงด่ากลับไปว่า คนที่ด่านายสมัครในวันนี้เป็นคนขี้ขลาดตาขาว ดัดจริตกันทั้งนั้น กล้าพูดกันหรือไม่ว่าการที่ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ไปเสียชีวิตต่างประเทศ เนื่องจากอะไร
-เตือนคน 6 ตุลาที่จับมือพันธมิตร
นายพิชิต กล่าวว่า แต่ละคนที่เคยผ่านเหตุการณ์ 6 ตุลา แล้วเข้าร่วมกับการชุมนุมพันธมิตรนั้น คิดว่าเขาจะต้องมีคำอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนั้นกับคนอื่นและตัวเอง ควรมองหาผู้กระทำผิด ซึ่งสุดท้ายก็มองว่าตนเป็นผู้กระทำผิด เมื่อพูดถึงเหตุการณ์ 6 ตุลา หลายคนโทษตัวเองที่รู้ว่ามีขบวนการแต่ก็ยังปล่อยให้เป็นไปตามนั้น ปล่อยให้ถูกครอบงำโดยพรรคคอมมิวนิสต์ในเวลานั้น นอกจากนี้กรณีของนายสมัคร ที่หลายฝ่ายขุดกันขึ้นมาพูดเป็นการพูดเพียงบางส่วน ขี้ขลาดตาขาวที่จะดึงความจริงขึ้นมาทั้งหมด มีแต่เถียงกันว่าตายกี่คน แต่ไม่พูดว่าใครเป็นคนทำให้คนพวกนี้ตาย
ผมอยากให้ไปดูห้องประชุมจารุพงศ์ ทองสินธุ์ ตึกกิจกรรม ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งใช้เป็นที่ประชุมขององค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.) ผมอยากบอกว่า การประชุมด้านท่าทีทางการเมือง 2 ปีที่ผ่านมานั้น พบว่าสนับสนุนกลุ่มพันธมิตร นี่คือ การเลือกจำเพียงบางส่วน ในหมู่คณาจารย์มธ. นายพิชิต กล่าว
-ตร.รับมือดาวกระจายบุกสตช.
เมื่อเวลา 16.50 น.ที่บช.น. พล.ต.ต.สุรพล ทวน ทอง รองโฆษก สตช.พร้อมด้วย พล.ต.ต.วิทยา รัตน วิชช์ ผบก.น.6 ร่วมกันแถลงข่าวกรณีที่กลุ่มพันธมิตรฯ จะเดินทางไปสตช.ในเช้าวันที่ 7 ก.ค. และเดินทางต่อไปฟังศาลแพ่งในช่วงบ่ายว่าสตช.ได้ให้ผบก.น.6 มารายงานถึงความพร้อมในการดูแลความปลอดภัยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ชุมนุม และการจราจร เส้นทางการเดินทางของกลุ่มพันธมิตรฯ จะเคลื่อนย้ายจากหน้าทำเนียบฯ ไปตามถนนเพชรบุรีตัดใหม่ถึงแยกราชเทวี เลี้ยวขวาเข้าถนนพญาไท ข้ามสะพานหัวช้างถึงแยกปทุมวันเลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าไปสตช. ซึ่งกำลังประสานกับแกนนำพันธมิตรฯ การข้ามสะพานหัวช้างเกรงว่าขบวนจะไปใกล้เขตพระราชฐาน จึงขอให้ใช้เส้นทางอื่นแทน
พล.ต.ต.สุรพล กล่าวว่าการเดินทางไปสตช.เท่าที่ทราบเพื่อติดตาม 1.คดีต่างๆ ที่นปก.ถูกดำเนินคดีเมื่อปีที่แล้ว 2.เรื่อง คตส. 3.เรื่องคดีหมิ่นพระบรมเดชา นุภาพของนายจักรภพ เพ็ญแข ซึ่งสตช.ขอเรียนว่า ทุกเรื่องเบื้องต้นได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้วทั้งสิ้น โดยดำเนินการด้วยความโปร่งใสยุติธรรมและให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย สำหรับการดำเนินคดีของ นปก. ผ่านการพิจารณาของพนักงานสอบสวนส่งไปอัยการสูงสุด มีการสอบสวนเพิ่มเติมเสร็จสิ้น ได้รับแจ้งจากอัยการสูงสุดล่าสุดว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบทำความเห็นของคณะทำงานของอัยการสูงสุด ซึ่งจะสั่งคดีได้ในเร็วๆ นี้ ทาง สตช.เรารอฟังผลการพิจารณาจากอัยการสูงสุดอยู่
-สั่งถ่ายรูปเหตุการณ์ทุกระยะ
รอง โฆษก สตช.กล่าวต่อ สำหรับกรณีการร้องทุกข์กล่าวโทษทางกลุ่มพันธมิตรฯ มีการสืบสวนสอบ สวนดำเนินคดีฝ่ายผู้ร้องทุกข์เอาไว้ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค.รวมเป็นเวลากว่า 40 วัน ได้ทำคดีอย่างต่อเนื่อง พร้อมรอผลทางคดีของ นปก.เพื่อมาเทียบเคียงกับคดีของกลุ่มพันธมิตรฯ จะได้เป็นแนวทางประกอบการดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรฯ ต้องยอมรับว่าทั้งสองเรื่องเป็นเรื่องที่มีลักษณะของทางการเมืองประกอบอยู่ การพิจารณาสั่งคดีในอดีตที่ผ่านมาหลายเรื่องที่เป็นเรื่องการเมือง การชุมนุม ปัจจัยพื้นฐานความถูกต้องเป็นเรื่องของรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีความละเอียดอ่อนทางคดีมากกว่าคดีอาญาทั่วไป มุมมองผู้พิจารณาคดีจะคำนึงถึงสิทธิตามรัฐธรรมนูญเป็นหลัก ดังนั้นคดีของ นปก.ทาง สตช.เรารอฟังผลการพิจารณาอยู่ เพื่อเอามาเทียบเคียงกับคดีของกลุ่มพันธมิตรฯ สตช.ไม่ได้เพิกเฉย อัยการสูงสุดแจ้งว่าอยู่ในขั้นทำความเห็นแล้วใกล้ที่จะสั่งคดีในไม่ช้า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.วิทยา ได้กำชับสั่งการให้ พ.ต.อ.สมบัติ มิลินทจินดา ผกก.สส.น.6 ให้จัดชุดตำรวจฝ่ายสืบสวนสืบสวนหาข่าวเกาะติดการชุมนุมของพันธมิตรฯ และถ่ายรูปและบันทึกภาพเคลื่อนไหวของการชุมนุมเอาไว้ทุกมุมอย่างน้อย 2-3 กล้อง เพื่อรวบรวมเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีหากมีการพูด พาดพิงผู้บังคับบัญชา หรือบุคคลที่สามในทางเสียหายต่อไป
-ชุมนุมหน้าสตช.ประมาณ 2 ช.ม.
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยว่า ตั้งแต่เช้ายังคงมีแกนนำขึ้นเวทีปราศรัย พร้อมเปิดเครื่องขยายเสียง เนื้อหาส่วนใหญ่โจมตีนายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ กรณีสนับสนุนประเทศกัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก และการฟื้นสถานีโทรทัศน์พีทีวี รวมถึงการชี้แจงแนวทางการเมืองใหม่ที่ฝ่ายพันธมิตรฯนำเสนอ โดยการชุมนุมได้ปิดถนนตั้งแต่แยกมิสกวันไปจนถึงแยกนางเลิ้ง
พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินทางไปชุมนุมหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า ยุทธศาสตร์ดาวกระจายที่จะเดินทางไปสตช.ในวันที่ 7 ก.ค. เวลา 10.00 น. เป็นการไปทวงถามความคืบหน้าของคดีความที่เกี่ยวกับพ.ต.ท. ทักษิณและคดีของแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) รวมถึงคดีของกลุ่มพันธมิตรฯที่ต้องการให้ตำรวจปฏิบัติด้วยความเป็นธรรม และเท่าเทียมกับประชาชนทุกคน โดยกลุ่มผู้ชุมนุมจะปักหลักชุมนุมหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นเวลา 2 ชั่วโมง
-จำลองแบะท่าพร้อมยุติ-ได้ชัยแล้ว
พล.ต.จำลอง กล่าวว่า สำหรับการชุมนุมที่เชิง สะพานชมัยมรุเชฐนั้น กลุ่มพันธมิตรฯจะปฏิบัติตามคำสั่งของศาลแพ่งอย่างเคร่งครัด หากศาลมีคำสั่งให้ยุติการชุมนุม กลุ่มพันธมิตรฯได้เตรียมการไว้หมดแล้ว ทั้งการย้ายสถานที่ชุมนุมหรือยุติการชุมนุม เนื่องจากการชุมนุมที่ผ่านมากลุ่มพันธมิตรฯ ถือว่าได้รับชัยชนะแล้วโดยเฉพาะการทำประโยชน์ให้กับประชาชน ดังนั้นจะยุติการชุมนุมเมื่อใดก็ทำได้
พล.ต.จำลอง กล่าวถึงรูปแบบการเมืองใหม่ที่ถูกต่อต้านจากต่างประเทศว่า ไม่เป็นประชาธิปไตยเพราะมีส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งเพียงร้อยละ 30 ว่า การออกแบบการเมืองใหม่พิจารณาจากรูปแบบประชาธิปไตยที่ผ่านมา ซึ่งมีความแตกต่างจากต่างประเทศ ดังนั้น การจะรับเอาแนวคิดของต่างประเทศมาทั้งหมด คง ทำไม่ได้ ถึงเวลาที่ต้องทำการเมืองที่เหมาะสมกับคนไทย ยืนยันว่าแนวคิดการเมืองใหม่ไม่ได้ปูทางให้ แกนนำพันธมิตรฯ ก้าวเข้ามาแสวงหาอำนาจทางการเมือง และจะไม่ถอนแนวคิดนี้แม้จะมีเสียงโจมตีจากหลายฝ่าย
-บักใสอ้างตท.10เตรียมปฏิวัติ
เวลา 18.00 น. ที่หลังเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรฯแถลงว่า ขณะนี้มีข้อมูลว่ามีความพยายามจะปฏิวัติตัวเองโดยกลุ่มเตรียมทหารรุ่น 10 เพื่อช่วยเหลือพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ให้พ้นจากคดีความทั้งหมด เนื่องจากขณะนี้คดีต่างๆที่ค้างอยู่ในศาลเริ่มที่จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณา การปฏิวัติตัวเองจึงเป็นทางรอดเดียวของพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งตนอยากให้จับตามองกระบวนการยุติธรรมที่มีความพยายามแทรกแซง โดยเฉพาะสำนักงานอัยการสูงสุด ที่มีข่าวว่ามีความพยายามยื่นข้อเสนอเป็นเงินหลายร้อยล้านบาทเพื่อไม่ให้ยื่นฟ้องคดีต่างๆ นอกจากนี้ขอให้จับตาดูการแต่งตั้งโยกย้ายเหล่าทัพในช่วงเดือนต.ค.นี้ เพราะจะมีการล้างบางฝ่ายที่อยู่ตรงกันข้ามกับพ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อวางแนวทางรัฐประหารตัวเอง
ในช่วง 3 เดือนต่อไปนี้ รัฐบาลนายสมัครจะไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น นอกจากหาทางช่วยเหลือพ.ต.ท. ทักษิณ รัฐบาลจึงจะต้องทนอยู่ไปให้ได้จนถึงช่วงการแต่งตั้งโยกย้ายประจำปี เพื่อกวาดล้างคนที่ไม่เห็นด้วยกับกลุ่มพ.ต.ท.ทักษิณไปให้หมด และจะเห็นได้ว่ารัฐบาลไม่สนใจที่จะแก้ไขปัญหาบ้านเมืองอีกแล้ว พยายามที่จะจุดชนวนความขัดแย้งให้เกิดขึ้น อย่างกรณีของพีทีวี ที่รัฐบาลเองไม่จำเป็นต้องปลุกขึ้นมาอีก เพราะรัฐบาลไม่มีปัญหาในเรื่องการสื่อสารกับประชาชน ซึ่งสื่อในมือรัฐบาลเองก็มีมากมาย ก็ไม่เข้าใจว่าสื่อในมือมีไม่เพียงพอต่อการชี้แจงประชาชน หรือต้องการที่จะสร้างสถานการณ์ให้เกิดการเผชิญหน้าในสังคมจนเกิดการปฏิวัติตัวเอง นายสุริยะใสกล่าว
-เตือนเลี่ยงถ.สุขุมวิท-พระราม 1
นายสุริยะใสกล่าวว่า ส่วนการกลับมาออกอากาศของพีทีวีนั้น ถือเป็นสิทธิที่จะดำเนินการ แต่รัฐธรรม นูญ มาตรา 48 ระบุไว้ชัดเจนว่าห้ามผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเข้ามาถือหุ้น หรือบริหารสื่อประเภทต่างๆ ซึ่งไม่รู้ว่าคนอย่างนายจักรภพ เพ็ญแข นายจตุพร พรหมพันธุ์ จะไม่รู้กฎหมายข้อนี้ ซึ่งหากมีการดำเนินการพันธมิตรฯก็จะหารือในการยื่นฟ้องร้องในการกระทำผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯยังคงปราศรัยโจมตีการทำงานของรัฐบาล โดยเฉพาะนายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ ในกรณีปราสาทพระวิหาร และนายสมัครที่กล่าวถึงตุลาการ ทั้งนี้ ได้มีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนไปร่วมชุมนุมในยุทธศาสตร์ดาวกระจายที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติในวันที่ 7 ก.ค. เวลา 10.00 น.
ด้านพล.ต.ต.วิทยา รัตนวิชช์ ผบก.น.6 ได้แนะ นำผู้ใช้ถนนสุขุมวิทในช่วงเวลา 10 โมงเช้าว่าขอ ให้หลีกเลี่ยง ถ้ามีผู้ชุมนุมมากก็จะต้องล้ำลงไปบนผิวการจราจร เพราะม็อบจะใช้เส้นทางดังกล่าวเคลื่อนขบวนมาชุมนุมที่หน้าสตช. นอกจากนี้ขอให้หลีกเลี่ยงถนนพระราม 1 หน้าบริเวณสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติด้วย
พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่าขอฝากเตือนแกนนำพันธมิตรฯในเรื่องการใช้เครื่องกระจายเสียง เพราะรอบ สตช.มีทั้งโรงเรียน โรงพยาบาล และเขตพระราชฐาน คือวังสระปทุม ให้ระวังเรื่องความดังและคำพูดไม่ควรใช้เหมือนอยู่บนเวที เพราะไม่เหมาะสม
-สนธิลิ้มขู่ลั่น-ชุมนุมหน้าสตช.
เวลา 20.30 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ปราศรัยบนเวทีท่ามกลางผู้ชุมนุม 2,000 คนว่า วันที่ 7 ก.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเวลา 10.00 น. ขอให้ผู้ชุมนุมไปรวมตัวกันเพื่อแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในการแสดงความไม่เห็นด้วยกับตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่ประกอบด้วยยศพล.ต.อ.และพ.ต.อ. ที่แสดงตัวตนรับใช้นักการเมืองเพื่อมากลั่นแกล้งประชาชน และหลังจากเคลื่อนไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว ตนจะแฉว่ามีตำรวจชั้นผู้ใหญ่ชื่อและยศอะไร และรับใช้นักการเมืองอย่างไรบ้าง เพื่อให้ประชาชนได้จดบันทึกไว้ที่ฝาบ้าน ถึงการกระทำของตำรวจชั้นผู้ใหญ่เหล่านี้ต่อไป
นายสนธิ ให้สัมภาษณ์ว่า หากศาลมีคำสั่งให้เปิดเส้นทางจราจร 24 ชั่วโมง ทางพันธมิตรฯ จะย้ายสถานที่ชุมนุม โดยไปปักหลักที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างถาวร
หน้า 1
ข้อมูลจาก ข่าวสด
