เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ฝ่ายจราจร กล่าวถึงการประชุมสารวัตรจราจร (สว.จร.) และรอง ผกก.จร. ว่าที่ประชุมหารือกรณีใบสั่งที่ตำรวจเขียนแปะไว้หน้ารถที่จอดรถผิดกฎหมายเพราะมีการฝ่าฝืนกันมาก และออกใบสั่งไปแล้ว ไม่ค่อยมีผลการปฏิบัติ จึงตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษาว่าทำอย่างไรให้ใบสั่งมีความหมายมากที่สุด ได้ข้อสรุปว่า ถึงขั้นตอนปฏิบัติว่าเมื่อออกใบสั่งแปะไปแล้วภายใน 15 วัน ยังไม่มาชำระค่าปรับ ให้ออกเป็นหมายเรียกไปยังเจ้าของรถ หากภายใน 30 วันยังไม่มาอีก จะแจ้งอายัดไปยังกรมการขนส่งทางบก โดยมีแบบฟอร์ม มีขั้นตอน ซึ่งเจ้าของรถจะต้องไปชำระค่าปรับในวันที่ต่อภาษีรถยนต์พล.ต.ต.ภาณุกล่าวถึงรถยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนว่า กำชับให้เปรียบเทียบปรับรถยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนด้านหลังขั้นต่ำสุด 1,000 บาท จากอัตราโทษปรับสูงสุด 2,000 บาท เนื่องจากผู้ใช้รถนิยมไม่ติดแผ่นป้าย เหมือนเป็นแฟชั่นโดยเฉพาะจากการสำรวจมักจะเป็นรถยนต์สีดำเป็นส่วนใหญ่ อาจนำไปกระทำความผิด ทำคดี ชนแล้วหนี ให้กวดขันให้หนัก
รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ประชุมให้กวดขันจับกุมคดีเมาแล้วขับ จากสถิติเดือนมิถุนายนพบว่า สน.สุทธิสาร จับกุม 171 ราย สน.วิภาวดี จับกุม 125 ราย และ สน.ประเวศ สน.อุดมสุข จับกุม 109 ราย ถือว่ายอดจับสูงมาก จึงกำชับไปยังโรงพักที่ไม่มีผลจับกุม อาทิ สน.พหลโยธิน สน.หลักสอง สน.ปทุมวัน และ สน.จักรวรรดิ ที่ประชุมสั่งให้ สว.จร.และรอง ผกก.จร. มาฝึกงานที่ บก.จร.ผลัดดึกในสัปดาห์หน้า มาฝึกช่วยจับ เพราะไม่มีผลจับกุมเสมือนละเลย (กรอบบ่าย)
หน้า 12
ข้อมูลจาก มติชน
