เมื่อเวลา 00.15 น. วันที่ 16 กรกฎาคม พ.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ใจดี พนักงานสอบสวน สน.บางชัน รับแจ้งเหตุคนร้ายจี้ชิงทรัพย์ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น สาขาสวนสยามซอย 1 แขวงและเขตคันนายาว ที่เกิดเหตุพบ น.ส.อุ่นเรือน แสนสุข อายุ 19 ปี พนักงานขายให้การว่า อยู่ที่เคาน์เตอร์ มีวัยรุ่นชายอายุ 20-25 ปี เสื้อเชิ้ตแขนยาวลายทางสีขาวดำ สวมหมวกแก๊ปสีดำปกปิดหน้า เข้ามาทำทีขอซื้อบุหรี่ ก่อนใช้ปืนจ่อแล้วล้วงเอาเงินสดในลิ้นชักแคชเชียร์ 600 บาท วิ่งออกไปขึ้นรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีน้ำเงิน หลบหนีไปอีกราย เวลา 01.30 น. ร.ต.อ.นุสรณ์ กฤติยะโชติอาณัติ พนักงานสอบสวน (สบ 1) สน.โคกคราม รับแจ้งเหตุจี้ชิงทรัพย์ในลักษณะเดียวกันที่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. สาขาถนนนวมินทร์ แขวงและเขตคันนายาว รุดไปตรวจสอบ สอบสวน น.ส.ปนัดดา วงเวียน อายุ 27 ปี พนักงานขาย ให้การว่า คนร้ายเป็นชายสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวลายทางสีขาวดำ สวมหมวกแก๊ปสีดำ ทำทีจะซื้อของก่อนใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ได้เงินไป 2,000 บาท แล้วใช้รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน หลบหนีเช่นเดียวกัน
หลังรับแจ้งเหตุ พล.ต.ต.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน รอง ผบช.น.เดินทางมาตรวจสอบและพาพนักงานร้านเซเว่นอีเลฟเว่นทั้ง 2 แห่ง ไปตรวจดูภาพจากโทรทัศน์วงจรปิดพบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุเป็นคนเดียวกัน พล.ต.ต.พงษ์สันต์กล่าวว่า คนร้ายได้เงินไปเพียง 2,600 บาท ถือว่าน้อยมาก เนื่องจากผู้ประกอบการมีนโยบายห้ามสาขาใดเก็บเงินไว้ในเครื่องจ่ายเงินเกิน 2,000 บาท อย่างไรก็ดี ตำรวจจะใช้ภาพจากโทรทัศน์วงจรปิดเป็นหลักฐานสำคัญในการสืบสวนจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป 3
ด้าน พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผบช.น.กล่าวก่อนการประชุมตำรวจ กก.สส.บก.น.1-9 และศูนย์สืบสวน บช.น. เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีและเหตุอุกฉกรรจ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นว่า ทั้งคดีจี้ชิงทรัพย์ธนาคารนครหลวงไทย ได้เงินประมาณ 300,000 บาท ท้องที่ สน.ปทุมวัน คดีอุ้มเซลล์ ท้องที่ สน.บางยี่ขัน และคดีจี้ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น 2 รายซ้อน ท้องที่ สน.บางชัน และ สน.โคกคราม ต้องเรียกมาไล่บี้คดีต่างๆ หาก 4-5 รายนี้ ยังไม่รู้เรื่องก็ต้องเปลี่ยนแล้ว ในส่วนของการจี้ชิงทรัพย์ร้านเซเว่นฯนั้นเป็นเด็กวัยรุ่นที่ก่อเหตุ น่าจะเป็นรายเดียวกัน เพราะรถและลักษณะคนร้ายใกล้เคียงกันมาก คดีที่เกิดขึ้นไม่ได้ยึดรายใหญ่รายเล็ก เกิดก็ต้องจับได้ สั่งให้ไล่ดูวงจรปิดถนนนวมินทร์ทั้งเส้นเพื่อจับคนร้ายให้ได้
พล.ต.ท.อัศวินกล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าคนร้ายรายเดียวก่อเหตุจี้ชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อย่านลำสาลี เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม อีกแห่งด้วย ทั้งนี้ ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าเหตุมักเกิดในพื้นที่ บก.น.4 เรียนว่าบางท้องที่มีร้านสะดวกซื้อถึง 37 แห่ง แต่สายตรวจมีแค่ 2-3 สาย ยอมรับว่าไม่ทั่วถึง อย่างไรก็ตาม จะให้สายตรวจจราจร และสายตรวจรถยนต์เข้าเสริมด้วย (กรอบบ่าย)
หน้า 12
ข้อมูลจาก มติชน
