ตำรวจภาค 7 แกะรอยรวบอดีตนักปิงปองชิงทรัพย์สาวใหญ่ ขณะจอดเก๋งปากซอยลาดพร้าวคุยโทรศัพท์ ก่อนพาไปกดเงินนครปฐม อ้างส่งแม่ไถ่ถอนที่ดิน เหยื่อยันมีดจี้ทุบตีโหดเหี้ยมเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 17 กรกฎาคม พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (ผบช.ภ.7) แถลงข่าว พ.ต.อ.สมชาย รักเสนาะ ผกก.ศสส.ภ.7 พ.ต.ท.สรายุทธ พิกุลทอง รอง ผกก. พร้อมกำลังจับกุมนายพีรพล หรือเอ คงจิตงาม อายุ 25 ปี อดีตนักกีฬาปิงปอง ตัวแทนเขต 8 ปัจจุบันเป็นครูฝึกกีฬาปิงปอง ประจำการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ผู้ต้องหาร่วมกันใช้มีดจี้ทำร้ายเจ้าทรัพย์และชิงทรัพย์ จับกุมได้ที่โรงยิมศูนย์ฝึกกีฬาในร่ม การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) แขวงและเขตหัวหมาก กทม. พร้อมโทรศัพท์มือถือของนางสุนิสา ธิติประเสริฐ อายุ 42 ปี ผู้เสียหาย
สอบสวนนายพีรพลรับสารภาพว่า เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม เวลา 22.00 น. ได้ร่วมกับนายพิพัฒน์พงษ์ สวาชาติ อายุ 21 ปี ลูกพี่ลูกน้องใช้มีดทำร้ายร่างกายนางสุนิสา ขณะจอดรถยนต์โตโยต้า ยารีส สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน สส 847 กรุงเทพมหานคร เพื่อคุยโทรศัพท์อยู่ปากซอยลาดพร้าว 71 บังคับให้นอนคว่ำหน้ากับพื้นรถ และบอกรหัสเอทีเอ็ม ก่อนขับรถมุ่งหน้ามาที่ อ.สามพราน จ.นครปฐม เพื่อกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม ได้เงินสดไปจำนวนหนึ่ง จึงปล่อยตัวนางสุนิสาไว้ที่พงหญ้าริมถนนเพชรเกษม หน้าโรงเรียนอินเตอร์เทคโนโลยี ต.คลองใหม่ อ.สามพราน จ.นครปฐม แล้วนำรถยนต์ของนางสุนิสาไปจอดทิ้งไว้ที่หน้าร้านอาหารเทสตี้ซอยส์ ถนนภาณุรังสี แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
ที่ทำไปเพราะต้องการเงินไปไถ่ถอนที่ดินที่มารดาจำนองไว้กับนายทุน 150,000 บาท ซึ่งใกล้จะถูกยึด เมื่อได้เงินตามต้องการแล้วได้เดินทางกลับบ้านที่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช บอกมารดาว่าได้เงินมาจากแทงพนันฟุตบอล และมอบเงินให้ไปไถ่ถอนที่ดินคืนมา ส่วนนายพิพัฒน์พงศ์หลังจากแบ่งเงินกันแล้วได้แยกย้ายกันหลบหนี คาดว่าคงหลบหนีอยู่ในกรุงเทพฯ นายพีรพลกล่าว
ด้านนางสุนิสากล่าวว่า คนร้ายทั้งสองคนโหดเหี้ยมมาก ใช้มีดจี้และทุบตีตนอย่างบ้าคลั่ง ขู่จะฆ่าให้ตายอย่างเดียว ทั้งที่ร้องขอชีวิต กระทั่งตนเองรู้สึกเพลียเนื่องจากเลือดไหลมาก จึงยอมบอกรหัสเอทีเอ็ม อย่างไรก็ตาม ได้อโหสิให้ ขอให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม และเวรกรรมที่ทั้งสองได้กระทำไป
หน้า 12
ข้อมูลจาก มติชน
