นศ.อุเทนฯ ครึ่งร้อยก่อหวอดกลางงานศพเหยื่อรับน้องอีก ซุกมีด-ปืนขึ้นรถเมล์ร่วมงานศพเหยื่อรับน้องโหด ตำรวจค้นเจอเต็มๆ ปืน 3 กระบอก กระสุนอื้อ มีดปลายแหลมอีก 22 เล่ม คุม 7 นศ.เค้นสอบยอมรับสารภาพ ส่วนเพื่อนร่วมสถาบันที่เหลือสั่งโชเฟอร์ขับรถเมล์ตามไปกดดันถึงโรงพักเมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 17 กรกฎาคม หลังจากพิธีสวดพระอภิธรรมศพ นายกฤษณะ ฉัตรสุวรรณ อายุ 25 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย เหยื่อรับน้องโหด ซึ่งตั้งสวดอยู่ที่วัดในสองวิหาร เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย ปรากฏว่า มีเพื่อนนักศึกษาและรุ่นพี่เดินทางมาร่วมงานประมาณ 50 กว่าคน ถือว่าน้อยกว่าทุกวัน หลังเกิดเหตุถูกยิงถล่มเมื่อกลางดึกคืนก่อน ขณะเดินทางกลับจากงานศพดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กำลังตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ และอาสาสมัคร ที่เข้าไปสังเกตการณ์ภายในงานพบเห็นนักศึกษาหลายคนท่าทางมีพิรุจจึงขอตรวจค้น พบนักศึกษาชาย 6 คน พกพาอาวุธมีดปลายแหลมยาวประมาณ 1 ฟุตติดตัวมา และมีนักศึกษาหญิง 1 คนพกอาวุธปืนแบบแมกกาซีน ขนาด .22 อยู่ในกระเป๋าสะพาย จึงตรวจค้นรถเมล์คันที่โดยสารมาพบมีดปลายแหลมยาวประมาณ 1 ฟุต ซุกซ่อนอยู่ใต้เบาะนั่งด้านหลัง 22 เล่ม และปืนลูกโม่ ขนาด .38 จำนวน 2 กระบอก อาวุธปืนแบบแมกกาซีน ขนาด .22 อีก 1 กระบอก พร้อมลูกกระสุนปืนขนาด .30 จำนวน 12 นัด ลูกกระสุนปืนขนาด .22 จำนวน 4 นัด แต่ไม่มีใครยอมรับว่าอาวุธที่พบเป็นของใคร จึงยึดอาวุธทั้งหมดไว้เป็นของกลาง พร้อมควบคุมตัวนักศึกษาทั้ง 7 คนที่ค้นพบอาวุธในตัว มาสอบสวนที่โรงพัก
หลังถูกจับกุมกลุ่มนักศึกษาให้พนักงานขับรถเมล์ขับรถตามไปที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ จากนั้นกลุ่มนักศึกษาทั้งหมดก็เข้ากดดันตำรวจให้ปล่อยตัวนักศึกษาทั้ง 7 คนที่ถูกคุมตัวมา ด้วยการส่งเสียงโวยวายและพยายามจะบุกเข้าไปในโรงพัก แต่เจ้าหน้าที่นำแผงเหล็กมากันไว้ ทำให้กลุ่มนักศึกษาไม่พอใจ โวยวายด่าทอตำรวจและอาสา รวมทั้งผู้สื่อข่าวที่ตามมาบันทึกภาพทำข่าว
ก่อนที่เหตุการณ์จะปานปลาย พ.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้มาควบคุมสถานการณ์ด้วยตัวเอง โดยเชิญตัวแทนนักศึกษา 5 คน ขึ้นไปเจรจาภายในห้องทำงาน ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ทั้งหมดก็ลงมา โดยตัวแทนกลุ่มนักศึกษาบอกให้นักศึกษาทั้งหมดขึ้นไปนั่งรอบนรถเพื่อป้องกันเหตุปานปลาย
นักศึกษาทั้ง 7 คนที่พกพาอาวุธมีดและปืนติดตัวมา คือ นายพรพจน์ โสภาเจริญ อายุ 20 ปี นายยุทธนา อนุกูลญาติ อายุ 20 ปี นายชัยวัฒน์ พลเยี่ยม อายุ 19 ปี นายศักดิ์ดา โต๊ะมีต่อรองมัส อายุ 22 ปี นายสุทธิพงศ์ เสื้อหนุน อายุ 24 ปี นายพัชรพงศ์ เข็มพลิก อายุ 24 ปี ซึ่งทั้งหมดพกพาอาวุธมีด และ น.ส.สุภาพร ชมเชย อายุ 22 ปี พกพาอาวุธปืน
จากการสอบสวนทั้งหมดให้การรับสารภาพ เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันพกพาอาวุธมีดและปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนและมีดไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ส่วนอาวุธที่เหลือไม่มีใครรับเป็นเจ้าของ จึงยึดเอาไว้เป็นของกลาง ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 7 คนพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านั้นเมื่อเวลา 17.00 น.วันเดียวกัน พ.ต.อ.ธนา ได้ส่งกำลังตำรวจกว่า 20 นายไปป้องกันเหตุร้ายที่ศาลาสังข์เงิน ภายในวัดในสองวิหาร ซึ่งมีพิธีสวดพระอภิธรรมศพนายกฤษณะเป็นคืนที่ 4 บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด หลังเกิดเหตุคนร้ายยิงถล่มใส่รถโดยสารนักศึกษาอุเทนถวาย ประกอบกับคืนนี้เป็นอีกคืนที่เพื่อนและรุ่นพี่อุเทนถวายรับเป็นเจ้าภาพสวดศพ เจ้าหน้าที่เกรงจะเกิดเหตุร้ายซ้ำอีก จึงจัดกำลังตำรวจพร้อมรถยนต์สายตรวจ วิ่งคุ้มกันรถโดยสารที่มารับ-ส่งนักศึกษาระหว่างเดินทางมาและกลับไป
ส่วนอาการของ น.ส.จิดาภา สิมาพรรณ อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ ที่โดนยิงเข้าที่ต้นขาซ้าย ถูกนำตัวส่ง รพ.เปาโลเมโมเรียลสมุทรปราการ และ น.ส.ฐานิญา เจริญฤทธิ์ อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ ถูกยิงเข้าที่แขนซ้าย อาการปลอดภัย เหลือเพียง นายพิศวง พิบูลย์เสริฐ อายุ 21 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ ซึ่งถูกยิงเข้าที่แขนซ้าย กระดูกแตก กระสุนฝังใน ถูกนำตัวส่ง รพ.ศิครินทร์ โดยญาติได้ขอย้ายไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งย่านบางกะปิ
พ.ต.อ.ธนากล่าวย้ำว่า วางประเด็นการสอบสวนไว้ 2 ประเด็น คือ เป็นฝีมือนักศึกษารุ่นพี่สถาบันเดียวกัน ต้องการข่มขู่รุ่นน้องที่เข้าไปเป็นพยานเกี่ยวกับคดีนายกฤษณะ กับนักเรียนต่างสถาบันคู่อริ ฉวยโอกาสที่นักศึกษาอุเทนถวายรวมตัวกันลงมือก่อเหตุ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะเร่งสืบสวนหาข้อเท็จจริงเพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
รายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังเรียกสอบนักศึกษาที่อยู่ในเหตุการณ์วันรับน้อง จนเป็นเหตุให้นายกฤษณะเสียชีวิตนั้น อาจารย์ของวิทยาเขตอุเทนถวายได้ประสานไปยัง บช.น. ขอกำลังตำรวจมาดูแลความปลอดภัยให้คณะอาจารย์และนักศึกษาที่เดินทางไปร่วมงานศพ กระทั่งมาเกิดเหตุขึ้น
ด้านนายบุญลือ ประเสริฐโสภา รมช.ศึกษาธิการ กล่าวถึงเรื่องนักศึกษาอุเทนถวายถูกยิงถล่มขณะเดินทางกลับจากงานศพนายกฤษณะ ว่า ได้สอบถามไปยังผู้บริหารแล้ว แต่ยังไม่ได้รับรายงานกลับมา ขณะเดียวกัน ก็ติดต่อไปยังตำรวจเพื่อขอทราบข้อเท็จจริงว่า การยิงกันครั้งนี้เกี่ยวข้องกับการรับน้อง ซึ่งเป็นเรื่องค้างคาอยู่หรือไม่ คาดว่าจะทราบความคืบหน้าในวันที่ 18 กรกฎาคมนี้
ขณะที่นายทวีชัย เหลี่ยมศิริวัฒนา รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย กล่าวว่า ทราบเรื่องจากข่าวทางสื่อมวลชน แต่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ขณะนี้ได้กำชับนักศึกษาทุกคนให้ระมัดระวังตัว เวลาอยู่นอกสถานศึกษาก็เตือนให้ดูแลตัวเอง ห้ามนักศึกษาใส่เสื้อผ้าที่แสดงตนว่าเป็นเด็กอุเทนถวาย เพราะหลังเกิดเรื่องการรับน้องขึ้นก็ไม่ทราบว่าจะมีเรื่องอะไรตามมาอีก และเหตุการณ์ยิงกันก็ยังไม่ทราบชัดเจนว่ามีเหตุมาจากอะไร แต่ขอให้นักศึกษาป้องกันตัวไว้ทุกด้าน ส่วนความปลอดภัยในสถานศึกษา ได้ขอกำลังเจ้าหน้าที่มาตรวจตราทุกคืน และมีตำรวจนอกเครื่องแบบคอยดูแลอีกครั้งหนึ่ง
นายทวีชัยกล่าวต่อว่า การสอบสวนนักศึกษาที่ไปร่วมกิจกรรมรับน้องจนเป็นเหตุให้นายกฤษณะเสียชีวิต คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงได้แจ้งข้อมูลเบื้องต้นมาว่า ตอนนี้จะพอทราบตัวผู้บงการแล้ว คาดว่าเป็นนักศึกษารุ่นพี่ที่เรียนไม่จบ แต่ลาออก หรือโดนไล่ออกจากสถาบัน ได้กลับมาชักชวนให้นักศึกษาปี 2 พารุ่นน้องไปรับน้องนอกสถานที่ ซึ่งคณะกรรมการขอเวลาสอบสวนอีก 3 วัน เนื่องจากมีนักศึกษาไปร่วมกิจกรรมครั้งนี้ 40-50 คน ต้องใช้เวลาสอบสวนนักศึกษาทั้งหมด คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในวันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคมนี้ เมื่อได้ข้อสรุปแล้วจะรายงานไปยังสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาทันที
"ถ้าการสอบสวนพบว่าอาจารย์มีส่วนรู้เห็นกับการไปจัดกิจกรรมนอกสถานที่ ก็จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอาจารย์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ส่วนกรณีนักศึกษาขอโอนย้ายข้ามสถาบัน ผมสอบถามไปยังคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ฯ แล้ว ทราบว่าคณบดียินดีเซ็นอนุมัติให้ย้ายสถาบันได้ แต่ขอให้นักศึกษามาแจ้งว่าจะย้ายไปที่ไหน ไปคณะอะไร แต่นักศึกษาคนดังกล่าวไม่ได้มายืนยัน คณบดีจึงเข้าใจว่าไม่ต้องการย้ายแล้ว" นายทวีชัยกล่าว
รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ อดีต รมช.ศึกษาธิการ กล่าวถึงการรับน้องรุนแรงจนเป็นเหตุให้มีนักศึกษาเสียชีวิตไปหลายราย และล่าสุด คือ นายกฤษณะ ว่า ปัญหาเรื่องการใช้ความรุนแรงในการรับน้อง ส่วนหนึ่งเกิดจากศิษย์เก่าที่จบไปแล้วยังมีอิทธิพล ซึ่งหลายคนเรียนนานจนสร้างฐานรุ่นน้องไว้เยอะ ระบบรุ่นพี่ หรือศิษย์เก่าที่มีอิทธิพลต่อรุ่นน้องมีทุกแห่ง ทุกมหาวิทยาลัย ซึ่งต้องเข้าใจว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมหาวิทยาลัยเองก็รักศิษย์เก่า ดูแลศิษย์เก่า หากจะแก้ปัญหานี้ตัวนักศึกษาต้องให้ความร่วมมือด้วย ที่สำคัญศิษย์เก่าต้องตระหนักด้วยว่า การใช้ความรุนแรง หรือปลูกฝังวัฒนธรรมที่รุนแรงทิ้งไว้ มีแต่จะทำให้เกิดความสูญเสีย
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
