หมักส่งบุญสร้าง ถกพิเศษเตียบันหมักเปิดทำเนียบฯ ถกผบ.เหล่าทัพ-ตร.-สมช.-บัวแก้ว ส่ง บุญสร้างเป็นตัวแทนรมว.กลาโหมไปประชุมกับเตีย บันรมว.กลาโหมเขมร ที่อรัญประเทศวันจันทร์นี้ เตรียมเจรจาทุกเรื่องทั้งปัญหาเขาพระวิหาร พื้นที่ทับซ้อน และทหาร 2 ประเทศเผชิญหน้า 3 คนไทยที่ถูกเขมรจับ ขึ้นโรงพักแจ้งจับทหาร-ตร.เขมรกักขังหน่วงเหนี่ยว อ้างเข้าไปนั่งปฏิบัติธรรมในเขตไทยแล้วถูกอุ้มไปสอบสวน ถอดเสื้อ พิมพ์มือเหมือนผู้ต้องหา แม่ทัพภาค 2 พร้อมผู้ว่าฯศรีสะเกษ ตรวจเยี่ยมทหารที่เสริมกำลังตรึงพื้นที่เขาพระวิหารคุมเชิงฝ่ายเขมรที่สั่งเสริมกำลังจำนวนมากเช่นกัน พันธมิตรฯโวยผู้ว่าฯ-ผู้การปล่อยไทยปะทะกันเอง ชวนกรีดหมักด่าคนไทยว่าบ้า แทนที่จะทำความเข้าใจในฐานะนายกฯ
-ชวนกรีดหมักด่าคนไทยไอ้บ้า
เมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่เนติบัณฑิตยสภา นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์บริเวณเชิงปราสาทพระวิหารว่า หลายฝ่ายห่วง ใยเรื่องความไม่เรียบร้อย ขอว่าทุกฝ่ายให้ใจเย็น อย่าเกิดการเผชิญหน้าระหว่างประเทศ ต้องถือว่าประชาชนไม่มีปัญหากัน ความขัดแย้งที่เกิดจากขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเป็นผลจากการที่รัฐบาลไทยสนับสนุน อย่าลืมว่ารัฐบาลไทยสนับสนุนมาตั้งแต่ต้น มาปฏิเสธหลังจากศาลวินิจฉัย ซึ่งช้าไปแล้ว ทุกวันนี้คนสนใจว่าพื้นที่ทับซ้อนคืออะไร เป็นสิทธิของฝ่ายใด และความจริงมีข้อตกลงเป็นบันทึกช่วยจำเมื่อปี 2543 สมัยม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร เป็นรมช.ต่างประเทศ ในบันทึกช่วยจำนั้นระบุข้อ 5 ว่าทั้ง 2 ประเทศจะไม่เข้าไปทำอะไรในพื้นที่ทับซ้อน รัฐบาลต้องถือโอกาสนี้พูดคุยกันให้ชัดว่าจริงๆ แล้วทั้ง 2 ประเทศยอมรับหรือไม่ว่าตรงนี้เป็นพื้นที่ทับซ้อน ถ้ายอมรับ สิทธิต้องทำเหมือนกันตามที่บันทึกช่วยจำในปี 2543 ต้องรอดูการเจรจาในที่ประชุมจีดีซี ที่จ.สระแก้ว วันจันทร์ที่ 21 ก.ค.นี้
ผู้สื่อข่าวถามว่าสถานการณ์ถึงขั้นคนไทยปะทะกันเองแล้ว นายชวนกล่าวว่า ไม่อยากให้มองแง่ร้าย คนที่เข้าไปก็อย่าไปหาว่าเป็นคนบ้า ต้องคิดว่าเขาก็มีความรู้สึกส่วนหนึ่งที่หวงแหน ต้องบอกเขาว่าอะไรจะเป็นชนวนที่ทำให้เกิดเหตุร้าย พูดกันดีๆ ดีกว่า เป็นหน้าที่ของรัฐบาลต้องทำความเข้าใจ อย่าปฏิเสธอะไรไปหมด ต้องดูว่าความจริงคืออะไร
เมื่อถามว่าแต่ทัศนคติของนายสมัคร สุนทรเวช นายกฯและรมว.กลาโหม จะยุติปัญหาได้หรือไม่ นายชวนกล่าวว่า อย่าไปด่า ใครที่เดินไปไหนก็ไปด่าเป็นไอ้บ้า อย่างนี้ยิ่งทำให้เกิดความตึงเครียด พูดกันดีๆ หากสิ่งที่ทำนั้นเป็นปัญหา ก็ทำความเข้าใจกับเขาเพราะเราคนไทยด้วยกัน
-พันธมิตรฯช่วย 1 แสนทหารเหยียบบึ้ม
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ว่า เวลา 07.00 น.แกนนำพันธมิตรฯนำโดยนายสนธิ ลิ้มทองกุล พล.ต.จำลอง ศรีเมือง และนายพิภพ ธงไชย ร่วมทำบุญตักบาตรเนื่องในวันเข้าพรรษา โดยมีพล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ ประธานคณะที่ปรึกษาบก.สส. ร่วมทำบุญด้วย จากนั้นเปิดเวทีปราศรัย รายการข่าวสลับกับแสดงดนตรี โดยมีผู้ชุมนุมประมาณ 500 คน ต่อมาช่วงบ่าย นายปานเทพ พัวพงศ์พันธุ์ โฆษกกลุ่มพันธมิตรฯ เป็นตัวแทนนำดอกไม้ไปเยี่ยมพร้อมมอบเงินช่วยเหลือจากการบริจาคของผู้ชุมนุม 100,000 บาท ให้กับทหารพรานที่เหยียบกับระเบิดในพื้นที่เขาพระวิหารจนขาขาด ที่ร.พ.พระมงกุฎเกล้า
-ถามแม้ว-จิ๋วทำไมเข้าที่ทับซ้อนไม่ได้
จากนั้นเวลา 10.00 น.นายพิภพแถลงถึงเหตุการณ์การปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมพันธมิตรฯกับชาวบ้าน จ.ศรีสะเกษบริเวณเส้นทางสู่เขาพระวิหารเมื่อวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า เป็นความรู้สึกของประชาชนที่มีต่อนโยบายรัฐบาลทำให้ต้องสูญเสียดินแดน จึงใช้สิทธิไปทวงคืน เรื่องปัญหาปราสาทพระวิหารยังคลุมเครือ ทับซ้อนกันอยู่มาตั้งแต่สมัยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ทำให้เกิดปัญหาชาตินิยมขึ้น และอนาคตไทยอาจเสียดินแดนเพิ่มหลังจากเสียพื้นที่ทับซ้อนไปแล้ว 4.6 ตร.กม. อาจจะเสียอีกกว่า 100 จุด
นายพิภพกล่าวต่อว่า อยากฝากถามอดีตนายกฯและอดีตนายทหารโดยเฉพาะพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ว่าสมัยนั้นสั่งการใดไว้จนมีการล้อมรั้วลวดหนามในเขตพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตร.ก.ม. ทั้งที่พื้นที่ดังกล่าวเป็นของไทย และอยากถามอดีตเสธ.ทบ.ด้วย เรื่องดังกล่าวทั้งพ.ต.ท.ทักษิณ พล.อ.ชวลิตและอดีตเสธ.ทบ. ต้องชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นในดินแดนดังกล่าว และพื้นที่ 4.6 ตร.ก.ม.นี้ขณะนี้คนไทยเข้าไปไม่ได้ทั้งที่เป็นของไทย จึงได้แสดงเจตนารมณ์แสดงสิทธิต่างๆ ว่าเป็นของไทย พร้อมแสดงตัวปกป้องอธิปไตยของไทย เพราะพื้นที่ตรงนั้นเป็นของไทย
นายพิภพกล่าวอีกว่า การดูแลอธิปไตยของชาติบริเวณดังกล่าว ไม่จำเป็นแค่เครือข่ายพันธมิตรฯอย่างเดียวที่จะปกป้อง ประชาชนทั่วไปก็มีสิทธิเข้าไปแสดงจุดยืนหรือแสดงความรักชาติ ประชาชนที่ไปร่วมชุมนุมเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่มีอาวุธ แต่มีนักการเมืองจัดตั้งกลุ่มคนเข้าไปก่อความรุนแรงกับประชาชนผู้บริสุทธิ์ ทำให้เกิดนองเลือดขึ้น อยากถามผู้ว่าฯศรีสะเกษว่ามีนโยบายสั่งการตำรวจปกป้องประชาชนมากน้อยแค่ไหน โดยไม่ให้ทั้งสองฝ่ายกระทบกระทั่งกันจนเกิดนองเลือด และพันธมิตรฯที่ไปก็ไม่ได้เตรียมการปะทะ ไม่มีอาวุธ
-จวกผู้ว่าฯ-ผู้การปล่อยไทยปะทะไทย
นายพิภพกล่าวว่า ส่วนของคนเขมรกับคนไทยนั้น ในอดีตความสัมพันธ์เป็นเครือญาติกันมาช้านาน เมื่อเกิดเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ทั้งสองฝ่ายกระทบกระเทือน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอตำหนิผู้ว่าฯและผบก.ตำรวจที่ไม่พยายามสกัดกั้นไม่ให้เกิดความรุนแรง และอยากถามว่าผู้ว่าฯจะจัดสัมมนาให้ความรู้ประชาชนเกี่ยวกับความเป็นมาของปราสาทพระวิหารหรือไม่ อย่างไร เรื่องนี้ถือเป็นหน้าที่ของผู้ว่าฯต้องสร้างความเข้าใจโดยเร็ว และเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้น ทำไมตำรวจถึงไม่ขอกำลังเสริมจากทหาร หากเห็นว่ากำลังไม่พอ แต่กลับนิ่งเฉย
ผู้สื่อข่าวถามว่านายกฯตำหนิ 3 คนไทยที่ถูกฝ่ายกัมพูชาจับเป็นพวกคนบ้า นายพิภพกล่าวว่า คำพูดดังกล่าวนายสมัครไม่ควรเป็นนายกฯอีกต่อไป เนื่องจากรัฐบาลชุดนี้สร้างปัญหา รวมทั้งอดีตนายกฯที่พยา ยามเอื้อประโยชน์กับนายกฯฮุนเซน การใช้พื้นที่ดังกล่าว เชื่อว่าต่อไปจะเสียอีก 100 กว่าจุด อยากฝากถึงรัฐบาลว่าอย่าปัดสวะ ควรรีบแก้ปัญหาโดยเร็วและออกนโยบายเรื่องนี้ให้ชัดเจน รวมทั้งสั่งการไปยังพื้นที่ให้ชัดเจนกรณีดูแลความสงบเรียบร้อย ไม่ให้ปะทะกันอีก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 ก.ค. ตำรวจต้องติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายประชาชนและกลุ่มพันธมิตรฯ โดยตรวจสอบจากกล้องวิดีโอที่ถ่ายไว้
-จี้หมักชี้แจงประชาชนเหมือนเขมร
เมื่อถามว่าพันธมิตรฯเดินทางไปประท้วงถึงพื้นที่ปราสาทพระวิหาร แกนนำพันธมิตรฯมีท่าทีอย่างไร นายพิภพกล่าวว่า แกนนำทั้ง 5 คนยังไม่ได้พูดคุยกับนายวีระ สมความคิด แกนนำที่นำผู้ชุมนุมไปประท้วงและเกิดเหตุปะทะ แค่รับรู้เท่านั้น การไปครั้งนี้ไปอย่างสันติ อยากฝากถึงประชาชนศรีสะเกษว่า ขณะนี้เรื่องปราสาทพระวิหารเป็นเรื่องของประเทศแล้ว ขอให้ร่วมมือกันแก้ปัญหา ขอให้เสียสละและอย่าตกเป็นเครื่องมือนักการเมืองท้องถิ่น
นายพิภพกล่าวด้วยว่า ขอเรียกร้องนายกฯแถลงให้ชัดว่าพื้นที่ 4.6 ตร.ก.ม.เป็นอย่างไร และลงนามในรายละเอียดอย่างไร เพราะจนถึงขณะนี้นายกฯยังไม่มีท่าทีที่จะชี้แจงประชาชนทราบ ไม่เหมือนรัฐบาลกัมพูชาที่มีนโยบายชัดเจนว่าให้ทหารมาดูแลบริเวณปราสาทที่ถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก และอยากให้นายกฯปกป้อง 3 คนไทยที่ต่อสู้ในเรื่องดังกล่าวด้วย นายกฯอย่าเฉไฉ อย่าตั้งเรื่องให้เป็นเท็จ นายกฯอยู่ใกล้ชิดกับแม่ทัพน่าจะทราบเหตุการณ์เหล่านี้ดี ตนอยากให้เครดิตทหารที่พยายามปกป้องอธิปไตย และถึงเวลาแล้วที่ทหารต้องพูดคุยกับรัฐบาลให้ชัดเจน รวมทั้งเรื่องแนวรั้วลวดหนามในพื้นที่ 4.6 ตร.ก.ม. ด้วย หากรัฐบาลยังคลุมเครือจะเกิดความเสียหายมากขึ้น และอยากให้พล.อ.ชวลิตออกมาพูดเรื่องนี้ ตอนนี้พวกเราช้ำใจที่มีรมต.คอยแต่สร้างปัญหา
-แม่ทัพภาค 2-ผู้ว่าฯตรวจเสริมกำลัง
วันเดียวกันเวลา 10.30 น.ที่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ พล.ท.สุจิตร สิทธิประภา แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วยนายทหารระดับสูงของกองทัพภาคที่ 2 ตรวจเยี่ยมการตรึงกำลังของทหารไทยบริเวณเชิงเขาพระวิหาร ซึ่งเสริมกำลังเข้ามาจำนวนมากทั่วบริเวณ ขณะที่ฝ่ายกัมพูชาก็เสริมกำลังทหารจำนวนมากเช่นกัน
พล.ท.สุจิตรกล่าวกับนายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ ว่า ขณะนี้ไทยและกัมพูชาส่งกำลังทหารเข้ามาตรึงบริเวณเชิงเขาพระวิหารและวัดกัมพูชาจำนวนมาก แต่ยังไม่มีความรุนแรงใดๆ โดยพล.ต. กนก เนตระคะเวสนะ ผบ.กองกำลังสุรนารี ยังนำทหารกองกำลังสุรนารีตรึงอยู่ด้านในบริเวณวัดกัมพูชา สำหรับการแก้ปัญหาจะต้องเจรจากันระดับรัฐบาล ขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการกันอยู่ คาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลงเร็วๆ นี้
-3 คนไทยแจ้งจับทหาร-ตร.เขมร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้ารถปิกอัพบรรทุกทหารพรานพร้อมอาวุธหนักเต็มคันมุ่งหน้าสู่เชิงเขาพระวิหารอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ทหารกัมพูชาก็เสริมกำลังมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัวเช่นกัน แต่ยังไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรงใดๆ ส่วน 3 คนไทยกลุ่มธรรมยาตราที่ปีนรั้วข้ามเขตเข้าไปจนถูกทหารกัมพูชาจับกุม ประกอบด้วย นายวิชาญ ทับซ้อน นางชนิกานต์ เก่งนอก และพระคำพอง ขณะนี้กลับออกมาร่วมปฏิบัติธรรมกับกลุ่มธรรมยาตราบริเวณหน้าผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารเช่นเดิมแล้ว
นายวิชาญกล่าวว่า วันนี้พวกตน 3 คนซึ่งถูกทหารกัมพูชาจับกุมตัวจะไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บึงมะลู อ.กันทรลักษ์ เพื่อให้ดำเนินคดีทหารและตำรวจกัมพูชาข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวทำให้เสื่อมเสียเสรีภาพ โดยจะดำเนินคดีตามกฎหมายจนถึงที่สุด เนื่องจากบริเวณที่ทหารและตำรวจกัมพูชาจับกุมพวกตนนั้นเป็นเขตแดนของประเทศไทย
-ถูกอุ้มไปพิมพ์มือทั้งๆที่อยู่ฝั่งไทย
จากนั้นเวลา 15.45 น.ที่ สภ.บึงมะลู นายวิชาญ ทับซ้อน อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39/6 หมู่ 12 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม. พร้อมด้วยพระภิกษุคำพอง ชยธัมโม หรือบุญพรหม อายุ 46 ปี บ้านเดิมอยู่ อ.เมือง จ.เลย และนางชนิกานต์ เก่งนอก อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 171/1 หมู่ 2 ต.บ้านกอก อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ เข้าแจ้งความกับพ.ต.ท.ทิพย์พงษ์ ทิพยเกสร สวญ.สภ.บึงมะลู พ.ต.ท.ประยุทธ ทับทิม ไสย์ รองผกก.(ส.ส.) และพ.ต.ท.คมสัน ทันนา พงส. (สบ 3) ให้ดำเนินคดีกับทหารและตำรวจกัมพูชา จำนวน 15-20 คน ที่ควบคุมตัวทั้ง 3 คนขณะนั่งปฏิบัติธรรมบริเวณตลาดชุมชนทางขึ้นปราสาทพระวิหาร เขต ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 15 ก.ค.ระหว่างเวลาประมาณ 07.00-14.00 น.ต่อเนื่องกัน
นายวิชาญกล่าวว่า พวกตนเข้าไปนั่งปฏิบัติธรรมที่บริเวณสะพานไม้ ซึ่งเป็นเขตแดนไทยทางขึ้นไปสู่ปราสาทพระวิหาร ปรากฏว่าขณะนั่งปฏิบัติธรรมอยู่นั้นทหารและตำรวจกัมพูชา จำนวน 15-20 คนเข้ามาจับกุมตัวพวกตน โดยอุ้มไปสอบสวนและพิมพ์ลายนิ้วมือให้ตกเป็นผู้ต้องหาลักลอบเข้าไปในเขตประเทศกัมพูชา โดยจับถอดเสื้อผ้าออกหมดทั้งตัว และให้ถือป้ายถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานด้วย กระทั่งพล.ต.กนก เนตระคะเวสนะ ผบ.กองกำลังสุรนารี เข้ามาเจรจาช่วยเหลือออกมาได้ การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำผิดกฎหมาย
นายวิชาญกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ตามคำพิพากษาของศาลโลกเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2505 ระบุให้กัมพูชามีอธิปไตยเหนือปราสาทพระวิหารเท่านั้น แต่ไม่ใช่เขาพระวิหารทั้งลูก ดังนั้นบริเวณที่พวกตนเข้าไปนั่งปฏิบัติธรรมจึงถือว่าเป็นเขตแดนไทยอย่างชัดเจน พวกตนจึงแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บึงมะลู ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มทหาร-ตำรวจกัมพูชา จำนวน 15-20 คนที่ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังหรือกระทำด้วยประการใดๆ ให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย
ทางด้านพ.ต.ท.คมสันกล่าวว่า เรื่องนี้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบแล้ว และจะสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป แต่เนื่องจากว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นชาวต่างชาติและเป็นทหารจึงต้องประสานงานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการด้วยความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
-หมักถกผบ.เหล่าทัพ-ตร.-บัวแก้ว
วันเดียวกันเวลา 14.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช นายกฯและรมว.กลาโหม เป็นประธานประชุมคณะกรรมการกิจการชายแดนทั่วไป โดยมีพล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผบ.สส. พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผบ.ทอ. พล.ร.อ.สถิรพันธุ์ เกยานนท์ ผบ.ทร. พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. พล.ท.สุรพล เผื่อนอัยกา เลขาธิการสมช. ฯลฯ เข้าร่วมประชุม เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนประชุมคณะกรรมการชายแดนไทย-กัมพูชา หรือจีบีซี ที่โรงแรมอินโดจีน จ.สระ แก้ว วันจันทร์ที่ 21 ก.ค.นี้
เวลา 16.30 น.พล.ท.นิพัทธ์ ทองเล็ก เจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมว่า นายกฯและรมว.กลาโหมเชิญผบ.เหล่าทัพ ผบ.ตร. กระทรวงการต่างประเทศ มาหารือกรณีสถานการณ์ในจ.ศรีสะเกษ นายกฯดำริว่าการพูดคุยกับกัมพูชาควรใช้กลไกระหว่างประเทศ ที่เรียกว่าคณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือจีบีซี มีรมว.กลาโหมของ 2 ประเทศเป็นประธานประชุม แต่การประชุมวันที่ 21 ก.ค.นายกฯมอบหมายพล.อ.บุญสร้าง ในฐานะรองประธานคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา เป็นผู้แทนรมว.กลาโหมเข้าประชุม โดยฝ่ายไทยจะมีปลัดกระทรวงมหาดไทย และอธิบดีกรมสนธิสัญญา กระทรวงการต่างประเทศ
-ส่งบุญสร้างเป็นตัวแทนคุยเตียบัน
พล.ท.นิพัทธ์กล่าวว่า การประชุมวันนี้เพื่อทำความเข้าใจของฝ่ายไทย และกำหนดท่าทีที่จะพูดจากับกัมพูชา ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เข้าใจกันดี เรื่องนี้นายกฯมอบหมายเป็นการเฉพาะให้พล.อ.บุญสร้างเป็นผู้แทนไปพูดคุยเจรจา เมื่อถามว่าจะหยิบยกเรื่องปราสาทพระวิหารพูดคุยในที่ประชุมด้วยหรือไม่ พล.ท.นิพัทธ์กล่าวว่า เรื่องนี้นายกฯมอบหมายเป็นการเฉพาะให้พล.อ.บุญสร้าง เป็นผู้แทนพูดจา โดยไทยจะใช้เวทีนี้พูดจาและแจ้งกับกัมพูชา ตนในฐานะเลขาฯคณะกรรมการแจ้งไปยังพล.อ.เตีย บัน รมว.กลาโหมกัมพูชาแล้วว่าจะพูดกันในกรอบประเด็นปัญหาพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะจ.ศรีสะเกษ ซึ่งปัญหาพื้นที่ทับซ้อนจะหยิบยกขึ้นมาพูดจาด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่านายกฯเป็นห่วงเรื่องอะไรบ้าง และมอบหมายพล.อ.บุญสร้างอย่างไรบ้าง พล.ท.นิพัทธ์กล่าวว่า ทุกอย่างเรียบร้อย เป็นไปตามหลักเกณฑ์ หลักการที่กฎหมายกำหนดไว้ เมื่อถามว่าจะหยิบยกปัญหาคนไทยกับคนกัมพูชาในพื้นที่ทับซ้อนมาพูดคุยด้วยหรือไม่ พล.ท.นิพัทธ์กล่าวว่า คิดว่าเมื่อผู้นำทั้ง 2 ประเทศเจอกันก็เป็นโอกาสดีที่จะได้พูดจากันทุกเรื่อง ทั้งนี้ความสัมพันธ์ระหว่างคนไทยกับกัมพูชาไม่มีอะไรน่าห่วง เพราะผบ.ทบ.ร่วมชี้แจงสถานการณ์อย่างชัดเจน ซึ่งการแก้ปัญหาที่ผ่านมาทั้งหมดทำได้ด้วยความร่วมมือระหว่าง 2 ประเทศอย่างไร ทุกอย่างเข้าใจกันดี
-พูดเรื่องจม.ฮุนเซนจี้ถอนทหารด้วย
ต่อข้อถามว่านายกฯชี้แจงเรื่องสาส์นที่สมเด็จฮุน เซน นายกฯกัมพูชาส่งมาเพื่อขอให้ทหารไทยถอนกำลังออกจากพื้นที่ชายแดนหรือไม่ พล.ท.นิพัทธ์กล่าวว่า นายกฯพูดจากับนายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่จะไปประชุมครั้งนี้แล้ว โดยจะนำไปพูดจากับฝ่ายกัมพูชาด้วย เมื่อถามว่าแล้วจะถอนทหารในพื้นที่หรือไม่ พล.ท.นิพัทธ์กล่าวว่า เรื่องทั้งหมดจะนำไปพูดจาในที่ประชุมจีบีซี หลังการประชุมจะแถลงข่าวร่วมกันที่อ.อรัญประเทศ อย่างไรก็ตามนายกฯมอบหมายว่าในการพูดจากันทุกอย่างต้องดำรงอยู่บนความสัมพันธ์ที่ดีของทั้ง 2 ประเทศ เป็นสิ่งที่ต้องยึดถือ และต้องทำให้ได้
เมื่อถามว่านายกฯเป็นรมว.กลาโหมไม่ไปร่วมประชุมเองจะทำให้ฝ่ายกัมพูชามองว่าไม่ให้เกียรติพล.อ.เตีย บัน หรือไม่ พล.ท.นิพัทธ์กล่าวว่า พล.อ. เตีย บัน ยินดีมาก และเข้าใจดีว่าผบ.สส.คือบุคคลที่เข้าใจเรื่องราวต่างๆ และรู้จักกันมานาน ทั้งนี้เป็นเรื่องที่เข้าใจกัน เพราะการประชุมลักษณะนี้มอบหมายระดับรองลงมาทำงานแทนได้
-ยะใสขู่ตั้งเวทีชุมนุมที่เขาวิหาร
วันเดียวกัน เวลา 18.20 น. นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรฯ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีว่า รัฐบาลควรมีท่าทีชัดเจนก่อนจะยกดินแดนให้กัมพูชา เพราะดินแดนทับซ้อนคือดินแดนทางฝั่งไทย รัฐบาลต้องแสดงให้เห็นชัดเจน ไม่เช่นนั้นการเจรจาจะไม่มีประโยชน์ ส่วนเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างกลุ่มพันธ มิตรฯ กับคนในพื้นที่เชิงเขาพระวิหารนั้น ตำรวจไม่ปฏิบัติหน้าที่ และขอประณาม ส.ส. ส.ว. และนักการเมืองท้องถิ่น ที่จัดตั้งกลุ่มคนมาขัดขวางการปกป้องดินแดนของกลุ่มพันธมิตรฯ ทาง 5 แกนนำจะหารือถึงความเป็นไปได้ถึงการตั้งเวทีชุมนุมบริเวณปราสาทพระวิหาร
หน้า 1
ข้อมูลจาก ข่าวสด
