เมื่อวันที่ 18 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางเจริญ ชูพลัง อายุ 73 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38/44 ม.3 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พยายามตามหาลูกชาย 2 คน หลังจากพลัดพรากกันมานานกว่า 50 ปีนางเจริญ กล่าวว่า ตนมาอาศัยอยู่ที่สัตหีบนานกว่า 40 ปีแล้ว ได้รับความอนุเคราะห์จากเจ้าของบ้านเช่ากว่า 10 ห้อง หน้าโรงเรียนเลิศปัญญาบ้านเตาถ่าน สัตหีบ ที่ให้พักอาศัย โดยจ่ายเพียงค่าน้ำค่าไฟในแต่ละเดือนเท่านั้น ความเป็นอยู่ไม่ลำบาก เนื่องจากได้วิชาหมอนวดแผนโบราณมาจากหมอตำแยในพื้นที่สัตหีบให้คำแนะนำ จึงประกอบอาชีพนวดแผนโบราณเลี้ยงชีพมาโดยไม่ขัดสน
นางเจริญ กล่าวต่อว่า ตนมีพื้นเพเป็นคนอยุธยา ฐานะทางบ้านไม่ดี จึงต้องดิ้นรนเข้ามาประกอบอาชีพรับจ้างที่กทม.ตั้งแต่อายุได้ 16 ปี จนพบรักกับนายทองแดง แสงตา อายุแก่กว่า 2 ปี อยู่กินฉันสามีภรรยาจนมีพยานรักเป็นลูกชาย 2 คน จำได้แต่เพียงชื่อเล่นว่า ด.ช.เล็กและด.ช.เหน่ง เลี้ยงดูจนอายุประมาณ 3 ขวบ ระยะหลังสามีเริ่มเที่ยวดึก ไม่ยอมกลับบ้าน กระทั่งเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้น เมื่อสามีแอบไปมีภรรยาใหม่และพาลูกน้อยทั้งสองคนไปด้วย โดยคนโตอายุ 4 ขวบ ส่วนคนเล็กอายุ 3 ขวบ ตนหัวใจแทบแตกสลาย จึงตัดสินใจมาตายเอาดาบหน้าที่อ.สัตหีบ จนพบหมอตำแยให้ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยทำคลอดและถ่ายทอดความรู้ทางหมอตำแยและหมอนวดแผนโบราณ จึงยึดเป็นอาชีพติดตัวมาจนถึงปัจจุบัน
แม้เวลาจะล่วงเลยมานานกว่า 50 ปี แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยลืมเลือนไปจากความทรงจำเลยคือคิดถึงลูกและสามีที่ต้องพลัดพรากจากกัน รอแล้วรอเล่าแต่ไม่มีวี่แววว่าจะได้พบ แต่ด้วยกำลังใจที่ได้รับจากหมอดูที่ทำนายไว้ว่า ก่อนตายจะต้องได้พบลูกอย่างแน่นอน จึงรออย่างมีความหวังมาโดยตลอด กระทั่งคิดว่า หากปรึกษาสื่อมวลชนน่าจะมีโอกาส จึงฝากเพื่อนบ้านที่รู้จักแจ้งให้สื่อมวลชนทราบ เพื่อหวังว่าลูกและสามีจะเห็นภาพข่าวทางโทรทัศน์หรือหนังสือพิมพ์ คงจะมีโอกาสได้พบกัน ขอยืนยันว่าที่ต้องการพบลูกและสามี ไม่ต้องการให้มาเลี้ยงดูหรือหวังประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น เพียงแค่ต้องการพบหน้าลูกซึ่งเป็นสายเลือดเป็นครั้งสุดท้ายเท่านั้น นางเจริญกล่าว
หน้า 15
ข้อมูลจาก ข่าวสด
