คณะสงฆ์ไทยสูญเสียพระเถระผู้ใหญ่ สมเด็จพระพุทธปาพจนบดี กรรมการมหาเถรสมาคม และเจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ มรณภาพสงบด้วยโรคชรา สิริอายุ 100 ปี พรรษา 80 คณะสงฆ์และศิษยานุศิษย์เคลื่อนศพจากโรงพยาบาลศิริราช มาตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดราชบพิธฯ และรับพระราชทานน้ำหลวงสรงศพในวันจันทร์นี้เมื่อเวลา 11.05 น. วันที่ 19 ก.ค. ที่ห้อง 103 ชั้น 10 ตึก 84 ปี โรงพยาบาลศิริราช สมเด็จพระพุทธปาพจนบดี (ทองเจือ จินตากโร) กรรม การมหาเถรสมาคม และเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม แขวงวัดราชบพิธ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ได้มรณภาพลงอย่างสงบ ด้วยโรคชราภาพ หลังเข้ารับการรักษาพยาบาลอาการอาพาธ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 16 เม.ย. สิริอายุ 100 ปี พรรษา 80 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทันทีที่คณะสงฆ์และคณะศิษยานุศิษย์ทราบข่าว ต่างมารอกราบศพ ที่ด้านหน้าห้อง 103 พร้อมหน้า บรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าสลด บางคนถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ อย่างไรก็ตาม คณะสงฆ์วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ยังไม่ได้เคลื่อนศพสมเด็จพระพุทธปาพจนบดีมาตั้งบำเพ็ญกุศลแต่อย่างใด เนื่องจากยังอยู่ในช่วงเทศกาลวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา โดยขอให้ทางโรงพยาบาลศิริราชเก็บรักษาศพไว้ก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันที่ 21 กรกฎาคม 2551 เวลา 09.00 น. คณะสงฆ์วัดราชบพิธและคณะศิษยานุศิษย์ จะเคลื่อนศพสมเด็จพระพุทธปาพจนบดี จากโรงพยาบาลศิริราช ตั้งศพไว้และประกอบพิธีบรรจุศพลงในโกศพระราชทาน ณ ศาลาภุชงค์ประธานวิทยาสิทธิ์ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม จากนั้นจะเปิดให้พระเถรานุเถระและพุทธศาสนิกชน ร่วมสรงน้ำศพ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป และในเวลา 17.00 น. ประกอบพิธีพระราชทานน้ำหลวงสรงศพ โดยพิธีดังกล่าว ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รับไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ เป็นเวลา 7 วัน พร้อมด้วยเครื่องประดับสมณศักดิ์ชั้นสมเด็จพระราชาคณะ และโกศไม้สิบสองพระราชทานเป็นพิเศษ นอกจากนี้ พระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่ในคณะกรรมการมหาเถรสมาคมทุกรูปจะเข้าร่วมพิธีสรงน้ำศพด้วย
พระครูปลัดสัมพิพัฒนวราจารย์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดวัดราชบพิธฯ ในฐานะพระลูกศิษย์ใกล้ชิดสมเด็จพระพุทธปาพจนบดี กล่าวว่า หลังจากการบำเพ็ญฉลองอายุวัฒนมงคล 99 ปี เจ้าประคุณสมเด็จฯ มีอาการไข้หวัด อ่อนเพลีย คณะศิษย์ได้รีบนำเข้ารักษาที่โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่นั้นมาเจ้าประคุณสมเด็จฯ ต้องเดินทางเข้า-ออก ที่โรงพยาบาลเป็นประจำ เพื่อให้คณะแพทย์รักษา ต่อมา วันที่ 16 เม.ย. อาการของท่านยังไม่ดีขึ้น คณะแพทย์ขอให้ท่านพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราช ที่ห้อง 103 ชั้น 10 ตึก 84 โรงพยาบาลศิริราช และได้ให้การรักษาอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด จนกระทั่ง ช่วงเช้าวันที่ 19 ก.ค. เจ้าประคุณสมเด็จฯ เกิดอาการเหนื่อยหอบ คณะศิษย์ได้เรียกคณะแพทย์มาดูอาการและพยายามยื้ออาการอย่างสุดความสามารถ ท้ายที่สุดท่านเจ้าประคุณมรณภาพลงอย่างสงบ เมื่อเวลา 11.05 น. ซึ่งก่อนมรณภาพ สมเด็จพระพุทธปาพจนบดี ได้สั่งเสียถึงกิจการงานคณะสงฆ์ภายในวัดราชบพิธฯ ว่า ได้มอบหมายให้พระสาสนโสภณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส ในฐานะรักษาการเจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ ช่วยปฏิบัติหน้าที่กิจการภายในวัดสืบแทนด้วย
สำหรับประวัติ สมเด็จพระพุทธปาพจนบดี มีนามเดิม ทองเจือ สายเมือง เกิดเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2451 ที่ ปากคลองบางเขน เขตดุสิต กรุงเทพฯ เป็นบุตรของรองอำมาตย์ตรี ขุนศุภผลภาษี (สงวน สายเมือง) กับนางแส สายเมือง เข้าพิธีบรรพชา เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2467 ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม มีพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ เข้าพิธีอุปสมบท วันที่ 2 มิถุนายน 2472 ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม โดยมีพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์, พระวินัยมุนี (แปลก วุฑฒิญาโณ) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระจุลคณิศร (จรัส สุตธโน) เป็นพระอนุสาวนาจารย์
สมเด็จพระพุทธปาพจนบดี มีวิทยฐานะจบนักธรรมชั้นเอก, เปรียญธรรม 6 ประโยค ดำรงตำแหน่งในทางปกครองคณะสงฆ์ อาทิ เจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม, กรรมการมหาเถรสมาคม, พระอุปัชฌาย์ เป็นต้น สำหรับประวัติสมณศักดิ์ พ.ศ.2532 ได้รับพระราชทานโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะ ในราชทินนาม สมเด็จพระพุทธปาพจนบดี ตลอดชีวิตของท่านได้ทุ่มเทเวลาให้แก่การศึกษา โดยเฉพาะการศึกษาสงฆ์ ทำให้วงการศึกษาสงฆ์เจริญก้าวหน้าตามลำดับ
นายอำนาจ บัวศิริ ผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า ถือเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่สำหรับวงการสงฆ์ที่สูญเสียสมเด็จพระพุทธปาพจนบดี ซึ่งเป็นพระนักการศึกษา ท่านได้ทุ่มเทพัฒนาการศึกษาสงฆ์มาโดยตลอด โดยเฉพาะการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ดังนั้น สำนักพุทธฯ แจ้งให้พุทธศาสนิกชน และศิษยานุศิษย์ให้ได้รับทราบการมรณภาพของท่าน รวมทั้งจะเข้าไปช่วยทางวัดดูแลการจัดพิธีพระราชทานเพลิงศพด้วย
หน้า 1
ข้อมูลจาก ข่าวสด
