หลัง สกสค.มอบอำนาจให้บุคคลเข้าแจ้งความ สน.โชคชัย เหตุที่คนร้ายเข้าไปลักหนังสือแบบเรียนในคลังเก็บสินค้า ภายในโรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว เมื่อ 15 ก.ค. ผู้ต้องหาทั้งหมดรับสารภาพ ตร.ขอหมายจับเอเย่นต์จำหน่ายหนังสือที่กำลังหลบหนีเมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 23 กรกฎาคม พล.ต.ต.วิมล เปาอินทร์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 (ผบก.น.4) พ.ต.อ.กัมปนาท โสภโณดร ผกก.สน.โชคชัย พ.ต.ท.พิเชษฐ์ ฟูสินไพบูลย์ รองผกก.(สส.)สน.โชคชัย พ.ต.ต.ธรากร เลิศพรเจริญ สว.สส.สน.โชคชัยร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุม นายสุพรรณ หรือ อ้วน สกุลโพน อายุ 45 ปี ,นายเจตนา หรือ เจนต์ สุขคุ่ย อายุ 44 ปี,นายสุพัฒน์ หรือ พัฒน์ เทียนชัย อายุ 33 ปี , นายสิทธิโชค หรือ เปียว จันทรประภา อายุ 20 ปี และนายศราวุธ หรือ แบ๊งค์ ทับทิม อายุ 21 ปี
ทั้งหมดเป็นเจ้าหน้าที่ของโรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว ถนนลาดพร้าว แขวงและเขตวังทองหลาง กทม. ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2551
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ยึดของกลางรถยนต์กระบะยี่ห้อมาสด้า รุ่นไฟล์เตอร์ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน บว-44277 ขอนแก่น 1 คัน, เอกสารบัญชีการรับ-จ่ายเงินค่าสินค้าแบบเรียนหนังสือที่ผู้ต้องหาขโมยไป จำนวน 1 ฉบับ, แบบเรียนหนังสือ จำนวน 380,000 เล่ม และอาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุน 2 นัด พร้อมทั้งแจ้งข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ตั้งแต่สองคนขึ้นไปในเวลากลางคืน โดยผ่านสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์ และโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้น
พล.ต.ต.วิมล กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ที่ผ่านมา นายรัญทม จัทน์อำรุง รับมอบอำนาจจากองค์การค้าของคุรุสภา (สกสค.) ได้เดินเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสน.โชคชัย ว่าได้มีคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์หนังสือแบบเรียนในคลังเก็บสินค้า ภายในโรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว หลังรับแจ้งความได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนดำเนินการติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฏหมาย นำโดย พ.ต.ต.ธรากร เลิศพรเจริญ สว.สส.สน.โชคชัย จนกระทั่งวันที่ 22 กรกฎาคม ที่ผ่านมาสามารถจับกุมคนร้ายได้ทั้งหมด 5 คน
เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารตลอดข้อกล่าวหา ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจและศาลจังหวัดชลบุรี เพื่อออกหมายจับนายสมหมาย หรือ หมาย เจริญพร และนายสมนึก หรือ นึก เจริญพร ผู้ต้องหา 2 พี่น้องซึ่งเป็นเอเย่นต์จำหน่ายหนังสือที่อยู่ระหว่างหลบหนี
พล.ต.ต.วิมล กล่าวว่า กลุ่มคนร้ายที่ถูกจับกุมเป็นเพราะเกิดการชะล่าใจ ซึ่งปกติแล้วเวลาคนร้ายลงมือก่อเหตุไม่มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด แต่ระยะหลังหนังสือหายไปจากสต็อกจำนวนมากเจ้าหน้าที่จึงทำการติดตั้งกล้องวงจรปิด จึงเป็นเหตุให้จับกุมคนร้ายกลุ่มนี้ได้ ขณะนี้กำลังตรวจสอบว่าการซื้อขายหนังสือดังกล่าวนั้นอยู่ในราคาต่ำกว่าท้องตลาดหรือไม่ ถ้าต่ำกว่าก็จะมีการดำเนินคดีกับผู้รับซื้อในข้อหารับซื้อของโจร
เบื้องต้นจากการสอบปากคำผู้ต้องหาก็ทราบว่าในการซื้อขายหนังสือนั้นราคาที่ขายต่ำกว่าท้องตลาดประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ ขณะนี้ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวน สน.โชคชัย ไปตรวจสอบบาร์โคสของหนังสือทั้งหมดที่หายไป เพื่อมาตรวจสอบว่าหนังสือดังกล่าวหลุดออกมาขายในท้องตลาดหรือไม่ และร้านใดเป็นผู้จำหน่าย เพื่อที่จะนำตัวมาดำเนินคดี
ด้านนายบำเรอ ภานุวงศ์ ผอ.สกสค. กล่าวว่า ตั้งแต่มารับตำแหน่งปี 2548-2550 ก็เข้าตรวจสอบคลังสินค้า ไม่ว่าจะเป็นคลังเล็กหรือคลังใหญ่ ก็ได้เห็นสิ่งผิดปกติผิดสังเกต คือปัญหาดังกล่าว มีการโยกย้ายหนังสือจากคลังหนึ่งไปอีกคลังหนึ่ง แต่ก็ไม่คิดว่าเป็นการลักทรัพย์ของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเข้าใจว่าเป็นการผิดพลาดของเอกสาร หรือระบบคอมพิวเตอร์
จนประมาณเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้มีการแก้ไขปัญหาโดยการนำกล้องวงจรปิดมาติดตั้ง เพื่อเป็นการตรวจสอบอีกทางหนึ่ง จนมาพบสิ่งผิดสังเกตจากกล้องวงจรปิด เพราะการเช็คสต็อกหนังสือแต่ละครั้งเป็นไปได้ยาก เนื่องจากหนังสือมีเป็นจำนวนมาก แต่ปกติแล้ว 1 เดือน จะมีการเช็คสต็อก 2 ครั้งย่อยๆ แต่ประมาณเดือนกรกฎาคมของทุกปี จะมีการเช็คสต็อกครั้งใหญ่
"หลังจากมีการเช็คสต็อกครั้งใหญ่ก็พบว่าหนังสือหายไปว่า 48 รายการ รวมมูลค่ากว่า 23 ล้านบาท จึงได้ไปตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดก็พบว่ามีการลักทรัพย์กันเกิดขึ้น จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โชคชัย ให้มาสืบสวนหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ จนในที่สุดก็จับได้ดังกล่าว"
นายเจตนา หนึ่งในผู้ต้องหา กล่าวว่า เป็นเจ้าหน้าที่ทำงานอยู่ในโรงพิมพ์ดังกล่าว และเป็นคนถือกุญแจสำรอง โดยก่อนที่จะเข้าไปก่อเหตุลักทรัพย์ได้ประสานกับนายสุพรรณ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รปภ.ให้นำเสื้อไปคลุมปิดกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าโกดัง หลังจากนั้นตนและพวกอีก 3 คนก็จะเข้าไปที่โกดังเก็บหนังสือ
จากนั้นตนก็จะไขกุญแจเข้าไปในโกดังขนหนังสือเพียงคนเดียว ส่วนพวกที่เหลือจะรออยู่ภายนอกเพื่อขนหนังสือขึ้นรถกระบะ โดยแต่ละเที่ยวตนจะขนใส่รถเข็นมาที่ละ 30 ลัง ซึ่งที่ผ่ามาได้ทำมาแล้วประมาณ 50 ครั้ง ก่อนจะมาถูกจับดำเนินคดี
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
