(25ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้สืบสวนการดำเนินธุรกิจของ บ.ไทยเน็ตเวิร์ค จำกัดและบ.ไทยมาร์ท อินเตอร์เนชั่นเนล จำกัด พบทั้งสองบริษัทได้โฆษณา ชักชวนให้ประชาชน ร่วมลงทุนกับบริษัท นอกจากนี้ยังโฆษณาผ่านสื่อทีวี ในรายการชุมทางเสียงทอง รายการก่อนบ่ายคลายเครียดโดยมีการชักชวนระดมเงินฝากจากประชาชนมีลักษณะเป็นการให้หรือสัญญาว่าจะให้ ผลตอบแทนจากการลงทุน ที่สูงกว่าสถาบันการเงินกำหนด โดยผลตอบแทนจะจ่ายอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง เพื่อเรียกความสนใจจากประชาชน ให้หลงเชื่อโดยขายสินค้าแบบขายตรงเป็นเครื่องบังหน้า ทั้งที่ในความเป็นจริงเป็นเพียงการใช้เทคนิคหลอกลวง ทั้งสองบริษัทไม่มีเงินจ่ายให้ผู้ลงทุนเป็นเหตุให้ประชาชนได้รับความเสียหายจำนวนมาก
ต่อมาดีเอสไอสืบสวนพบว่า บริษัททั้งสองปิดกิจการและย้ายทรัพย์สินหลบหนีผู้ลงทุนและได้เปิดที่ทำการแห่งใหม่ใช้อาคารพานิชย์เลขที่ 1144 / 27 ซ.พัฒนาการ 30 แขวงและเขตสวนหลวงกทม. ใช้ชื่อว่าบ.สยามไลน์เทรดดิ้ง ซึ่งมีประชาชนหลงเชื่อเข้าลงทุนโดยวันนี้มีการทำบุญเลี้ยงพระเพื่อเปิดกิจการ
ดีเอสไอจึงนำกำลังเข้าตรวจค้นเพื่อตัดวงจรการดำเนินธุรกิจและจับกุมกรรมการบริษัท ประกอบด้วยนายสุวิทย์ สินธุนาวา นายสุรจิตร์ สินธุนาวา และนายจิฤษกร ทองเผือก นอกจากนี้ดีเอสไอไม่อนุญาตให้ผู้ร่วมงานเดินทางกลับแต่ขอตรวจสอบประวัติบุคคลใดเป็นกรรมการบริษัทพนักงาน แม่ข่ายหาสมาชิกและประชาชนที่ถูกหลอกลวง
ไอ้โม่งการเมืองชักใย เลือดนองอุดร-บุรีรัมย์
ที่เหิมแบบนี้ได้ ก็เพราะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนักการเมืองระดับชาติ
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
