กก.สอบสวนวินัยร้ายแรงเสรีพิศุทธ์สรุปผลสอบมีมูล กรณีใช้ถ้อยคำมิบังควร, ไม่ถวายอารักขาในหลวงเมื่อครั้งประทับร.พ.ศิริราช, ไม่ร่วมพิธีสวนสนามแต่ไปเปิดสถานนวดเพื่อสุขภาพแทน, ไม่ร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณที่ทำเนียบรัฐบาล, พูดกลางที่ประชุมบช.ก. พาดพิงสถาบัน และกรณีออกคำสั่งแต่งตั้งตำรวจไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยสรุปชัดมีมูลว่าทำผิดวินัยร้ายแรงจริง เสนอนายกฯตั้งกก.ขึ้นมาสอบเสรีพิศุทธ์ มี เลขาธิการก.พ. เป็นประธาน แล้วให้สรุปผลอีกครั้งเสนอนายกฯเมื่อวันที่ 25 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรการสอบสวนพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีตผบ.ตร. กรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยร้ายแรง 1.กรณีพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ถูกกล่าวหาว่าสั่งการโดยใช้ถ้อยคำที่มิบังควรและไม่เหมาะสมเรื่องที่กองสวัสดิการเสนอขอให้พิจารณางดการแข่งขันกีฬาภายใน เพราะอยู่ในช่วงไว้ทุกข์ตามมติครม. รวมทั้งมีการสอบสวนเพิ่มเติมกรณีพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ไม่ถวายอารักขาความปลอดภัยในวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับรักษาพระองค์อยู่ที่ร.พ.ศิริราช, กรณีพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ไม่ไปร่วมพิธีสวนสนามและถวายสัตย์ปฏิญาณเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.2550 แต่ไปเปิดสถานบริการนวดเพื่อสุขภาพแทน, กรณีพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ไม่ไปร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.2550, กรณีพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์พูดกลางที่ประชุมตำรวจบช.ก.เมื่อวันที่ 18 ก.พ.2551 พาดพิงถึงสถาบันเบื้องสูง และกรณีพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ออกคำสั่งแต่งนายตำรวจในสังกัดบช.ก. โดยไม่ถูกต้องตาม กฏหมายนั้น
คณะกรรมการที่มีนายชัยเกษม นิติสิริ อัยการสูงสุด เป็นประธาน สรุปว่าการกระทำของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ตามข้างต้น มีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยร้ายแรง ตามกฎก.ตร.ว่าด้วยการสอบสวนพิจารณา พ.ศ.2547 ข้อ 27 ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 68 ประกอบด้วย กฎก.ตร.ว่าด้วยการสอบสวนพิจารณา พ.ศ.2547 ข้อ 27 จึงแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อทำการสอบสวนพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ผู้ถูกกล่าวหา ประกอบด้วย นายปรีชา วัชราภัย เลขาธิการก.พ. เป็นประธาน ส่วนกรรมการประกอบด้วย นายนัที เปรมรัศมี รองปลัดสำนักนายกฯ พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผบ.ตร. พล.ต.ท.ธีระเดช รอดโพธิ์ทอง ผบช.ส. เป็นเลขานุการ พล.ต.ต.ปัญญา เอ่งฉ้วน ผบก. วินัย และนายอนุสรณ์ สุขแสงทอง ผอ.สำนักมาตร ฐานวินัย สำนักงานก.พ. เป็นผู้ช่วยเลขานุการ
ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการดำเนินการสอบสวนพิจารณาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎก.ตร. ให้แล้วเสร็จ แล้วนำเสนอการสอบสวนให้นายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป
หน้า 1
ข้อมูลจาก ข่าวสด
