หน้าแรก

ข่าว

หาเพื่อน

เกมส์ เกม

บอร์ด เกมส์

แฟชั่น เสื้อผ้า

เว็บทั่วโลก

ซื้อ ขาย

หางาน

สมัครงาน
   หาข่าว :   
กิ๊กก๊อก ข่าว  
  ข่าว บันเทิง
  ข่าว สังคม
  ข่าว การเมือง
  ข่าว อาชญากรรม
  ข่าว เศรษฐกิจ
  ข่าว อสังหาริมทรัพย์
  ข่าว การศึกษา
  ข่าว เทคโนโลยี
  ข่าว ท่องเที่ยว
  ข่าว กีฬา
  ข่าว ไลฟ์สไตล์
  ข่าว ต่างประเทศ

กิ๊กก๊อก Link  
หางาน - สมัครงาน - งาน - งานราชการ


ผบ.ตร.สังจับแหลก ตีม็อบอุดร พันธมิตรขู่นองเลือด

เรียกร้องทหารออกมา มท.ย้ำผวจ.-มีอีกเด้ง

พันธมิตรฯเคลื่อนม็อบบุกหน้าปตท.สำนักงานใหญ่ ถ.วิภาวดีฯเป็นอัมพาตทันที สนธิและแกนนำพร้อมหน้าขึ้นปราศรัยดุเดือด ลั่นสาบานทวงคืนกลับมาเป็นสมบัติประชาชน ตร.ระดมหลายร้อยรักษาความเรียบ ร้อย ปตท.ปิดประตูทุกด้านสั่งห้ามยั่วยุ ตกบ่ายม็อบสลายตัวกลับสะพานมัฆวานฯ สนธิเปิดบ้านพระ อาทิตย์แถลงประณามรัฐบาล-ตำรวจ-ผู้ว่าฯ อยู่เบื้องหลังกลุ่มอันธพาลบุกทำร้ายพันธมิตรฯอุดร-บุรีรัมย์จนบาดเจ็บหลายคน เรียกร้องอนุพงษ์นำทหารออกมารักษาความสงบเรียบร้อยก่อนนองเลือด เหลิมลั่นถ้าพันธมิตรฯไม่หยุดมีตายแน่นอน รองโฆษกรัฐบาลอ้างพันธมิตรยั่วยุเลยเกิดเรื่อง ผบ.ตร.ส่งปานศิริไปอุดรฯประชุมผู้การจังหวัดภาค 4 สั่งเร่งจับตัวคนทำผิดมาดำเนินคดีโดยเร็ว คาดโทษผู้การต้องรับผิดชอบถ้าจังหวัดไหนปล่อยปละละเลย ปลัดมท.ฮึ่มเด้งผู้ว่าฯถ้าจัดการไม่ได้ ยะใสยังเชื่อที่อุดรฯตาย 2 ศพ ยังหาศพอยู่

-ผบช.น.เสริมกำลังปจ.คุมหน้าปตท.

เมื่อวันที่ 25 ก.ค. พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผบช.น. เปิดเผยกรณีม็อบพันธมิตรประชา ชนเพื่อประชาธิปไตย เคลื่อนไปชุมนุมหน้าปตท. ถนนวิภาวดีรังสิต ว่า ตำรวจเตรียมพร้อมไว้ตั้งแต่ตอนเช้า จากที่รับรายงานล่าสุดมีผู้ไปเรียกร้องหน้า ปตท. ประมาณ 3,000 คน จึงสั่งการพล.ต.ต.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน รองผบช.น. พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร ผบก.น.2 คุมกำลังปราบจลาจล บก.น.2 และกำลัง เสริมของบช.น.อีก 1 กองร้อย คงไม่มีปัญหาความรุนแรง จะเรียกร้องอะไรก็ว่ากันไป แต่ขอให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีกลุ่มต่อต้านพันธมิตรฯ ไปเผชิญหน้ากันเหมือนต่างจังหวัดหรือไม่ ผบช.น.กล่าวว่า ไม่มี เราดูแลไม่ให้ทั้ง 2 ฝ่ายเข้าใกล้กัน ไม่อยากให้มีการปะทะเกิดขึ้น กลุ่มต่อต้านก็พยายามขอร้องให้อยู่ห่างๆ กันไว้ อย่าใกล้กัน เพราะเข้าใกล้กันอาจกระทบกระทั่งกันได้ อยู่ห่างๆ ไม่ได้ยิน ไม่ได้เห็น อารมณ์ก็ไม่รุนแรงมากนัก พยายามทำทุกอย่าง

-คนไทยทั้งนั้นฆ่ากันเนื้อก็กินไม่ได้

เมื่อถามว่าตอนนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ เข้ามามอบตัวที่บช.น. พ.ต.อ.วิชาญ บริ รักษ์กุล รองผบก.น.1 บันทึกภาพกลุ่มนักรบศรีวิชัยถืออาวุธบุกเข้ามาไว้ได้จะพิจารณาอย่างไร ผบช.น. กล่าวว่า กำลังตรวจสอบ ทราบว่าสื่อมวลชนบันทึกภาพไว้ได้ เรื่องนี้ขอให้ยึดหลักว่าชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ ขอให้ยืนตรงนี้ไม่ใช่ว่าท่านทำได้ คนอื่นทำบ้างมันจะยุ่ง เมื่อประกาศอยู่ตลอดว่าชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ ขออย่าให้มีเลย จะเอามาหลบซ่อนหรือแอบแฝงอยู่ไม่มีประโยชน์ อยากจะฆ่ากัน เองหรืออย่างไร อย่าไปยั่วยุอีกฝ่าย หากอีกฝ่ายมีบ้างและปะทะขึ้นมา ไม่ใช่พันธมิตรฯ สูญเสีย กลุ่มต่อต้านสูญเสีย แต่ประเทศชาติจะสูญเสีย รวมถึงประชา ชน ฝากเรียนว่าอย่าทำอย่างนี้ คนไทยทั้งนั้น ฆ่ากันให้ตายเนื้อก็กินไม่ได้ ส่วนผู้ที่พกอาวุธเข้ามาจะเรียกมาดำเนินคดี ต้องดูภาพก่อน

เมื่อถามว่าคนที่บุกรุกเข้ามาบช.น.ซึ่งเป็นสถานที่ราชการจะดำเนินการอย่างไร พล.ต.ท.อัศวินกล่าวว่า บุคคลส่วนใหญ่อยู่ข้างนอก แต่คนที่บุกเข้ามาเป็นในลักษณะคุ้มครอง ความจริงไม่มีอะไร เราดูแลอยู่แล้ว คุ้มครองกันไป เข้าใจว่าอยากแสดงศักยภาพว่าคุ้มครองกันได้ ซึ่งเป็นแค่ภาพลวงตา เข้ามาในสถานที่ราชการอย่างนี้ไม่มีใครฆ่าแกงกัน เมื่อถามว่านายสนธิขึ้นเวทีพันธมิตรฯ แล้วพูดว่ามีโทรศัพท์เข้ามาก่อนมีการปล่อยตัว พล.ต.ท.อัศวินกล่าวว่า ไม่มีใครจะโทร ศัพท์ให้ปล่อยตัว บางครั้งการพูดไปก็ไม่ทราบว่าจะพูดทำไม เหมือนโฆษณาสินค้า

ด้านพ.ต.อ.วิชาญ รองผบก.น.1 กล่าวถึงกรณีให้ตำรวจบันทึกภาพกลุ่มบุคคลที่เรียกตัวว่านักรบศรีวิชัย ถืออาวุธเข้ามาในบช.น.ว่า ได้ดำเนินการแล้ว แต่ผู้ ใหญ่ไม่เอาด้วยก็ไม่รู้ว่าจะว่ายังไง

-ม็อบพันธมิตรครึ่งหมื่นบุกหน้าปตท.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากหน้าสำนักงานใหญ่ปตท. ถนนวิภาวดีรังสิต ว่า เมื่อเวลา 09.19 น.กลุ่มพันธ มิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รวมทั้งกลุ่มสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์(สรส.) กว่า 5,000 คนเดินทางมาปักหลักชุมนุม โดยใช้รถบรรทุก 6 ล้อขนาดใหญ่ติดเครื่องเสียง 2 คัน ดัดแปลงเป็นเวทีปราศรัยชั่วคราวจอดปิดทางเข้าออกสำนักงานใหญ่ปตท. โดยรถคันแรกเป็นของแกนนำพันธมิตรฯ อีกคันเป็นของศิลปินและนักดนตรี ทำให้การจราจรของถนนวิภาวดีรังสิต ฝั่งคู่ขนานขาออก ที่มาจากดินแดง มุ่งหน้าดอนเมือง เป็นอัมพาตทันที ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ทางด่วนต้องปิดด่านเก็บเงินหน้าสำนักงานปตท. เนื่องจากมีผู้ชุมนุมปักหลักประท้วงจำนวนมาก

ส่วนการดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณทางเข้าออกปตท. มีตำรวจปราบจลาจลตรึงกำลังกว่า 200 นาย กลุ่มผู้ชุมนุมร้องเพลงปลุกใจสลับกับร้องตะโกนทวงคืนปตท.ดังกระหึ่มไปทั่วพื้นที่ ขณะที่ปตท.ปิดประตูเข้าออกทั้ง 9 ประตู อนุญาตเฉพาะพนักงานผ่านเข้าออกเท่านั้น นอกจากนี้ที่ริมรั้วปั๊มน้ำมันปตท. ผู้ชุมนุมนำป้ายผ้าข้อความทวงคืนปตท.ยาวกว่า 300 เมตรผูกไว้ตั้งแต่ประตูใหญ่ ไปจนถึงประตูด้านหลังของปั๊ม และบริเวณป้ายรถเมล์หน้าปตท.มีกลุ่มศิลปินกราฟ ฟิตตี้ ช่วยกันใช้สีพ่นสัญลักษณ์พันธมิตรฯ เป็นรูปมือปิดทับลงบนป้ายสัญลักษณ์ของปตท.ที่ตั้งอยู่บริเวณดังกล่าวด้วย

-สนธิปราศรัยเดือดสาบานทวงคืน

จากนั้นเวลา 10.20 น.นายสนธิ ลิ้มทองกุล พร้อมด้วยนายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตรฯ นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ และนายสาวิทย์ แก้วหวาน เลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐ วิสาห กิจสัมพันธ์(สรส.) เดินทางมาถึงที่ชุมนุมขึ้นไปหลัง คารถเพื่อปราศรัย

นายสนธิกล่าวว่า อยากให้ผู้บริหารปตท.ลองตอบประชาชนทั้งประเทศ บรรพบุรุษ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในประเทศด้วยว่า ถ้าปตท.ปีนี้ได้กำไร 2 แสนล้านบาท ทำไมต้องปันผลให้เอกชนถึง 49 เปอร์เซ็นต์ ทำไมกำไรไม่เป็นของรัฐทั้งหมด ซึ่งก็ตอบไม่ได้ และนอก จากนี้นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ กก.ผจก.ใหญ่ปตท. ยังอ้างว่าถ้าแปรรูปเป็นเอกชนแล้วจะทำให้ปตท.ดีขึ้น ซึ่งก็ไม่รู้ดีขึ้นได้อย่างไร เพราะผู้บริหารยังเป็นคนเก่า พนักงาน แม้กระทั่งภารโรงก็ยังเป็นคนเก่า ดังนั้นปตท.จึงเป็นสัญลักษณ์ของการขายชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ขณะที่สนามบินสุวรรณภูมิเป็นมหากาพย์การโกงที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และเขาพระวิหารคือการขายแผ่นดินที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

ทั้งนี้จุดเริ่มต้นของการแปรรูปปตท.คือการหาช่องทางหาเงินมาเลี้ยงพรรคการเมือง เปิดบัญชีเงินส่วนต่างราคาน้ำมันไว้ที่เกาะเคย์แมนส่งส่วยให้เดือนละ 30 ล้านบาท อยากฝากบอกไปถึงพนักงาน ปตท. ว่า ให้ทิ้งความเป็นพนักงานปตท.ไว้ชั่วคราว เพราะความชั่วช้าของเจ้านายของพวกเขาบางคน ทำให้ประชาชนเดือดร้อน เงินเดือน เงินโบนัสที่ได้ก็มาจากน้ำตาและสายเลือดของประชาชน นายสนธิกล่าว

นายสนธิกล่าวอีกว่า ไม่นานจะมีวิธียึดปตท.คืนมา โดยตนและสหภาพแรงงาน แกนนำสมาพันธ์รัฐ วิสาหกิจสัมพันธ์จะหารือกัน ดังนั้นจึงขอสาบานกับฟ้าดินว่าในเวลาอีกไม่นานจะเอาปตท.กลับคืนมาให้ประเทศไทย

-กำไรปีละแสนล้านเข้ากระเป๋าใคร

ด้านนายสมศักดิ์กล่าวบนเวทีว่า ปตท.กลายเป็นของนายทุนไปแล้ว นักการเมือง พวกพ้อง และผู้บริหารปตท.อยู่ดีกินดี ขณะที่ประชาชนเดือดร้อนกันทั่วหน้า น้ำมันขึ้นราคา ขึ้นเอาๆอย่างต่อเนื่อง แต่ปตท.และรัฐบาลกลับไม่ทำอะไรเลย ปตท.กำไรปีละแสนล้าน เอาเงินเข้ากระเป๋าใคร ไม่เคยตกถึงประชา ชนเลย มีแต่กดขี่ขูดรีดประชาชน ให้ใช้น้ำมันแพง สำนักงานปตท.ตั้งอยู่บนที่การรถไฟฯ เดี๋ยวประชาชนจะเอาที่ดินของชาติคืน

ขณะที่นายสาวิทย์กล่าวว่า การดำเนินการของปตท.ขัดแย้งกับความรู้สึกของประชาชนมาตั้งแต่ปี 2545 ปตท.กลายเป็นบริษัทมหาชน ขายหุ้นล็อตใหญ่หมดภายใน 1 นาที 17 วินาที ถือเป็นการขายหุ้นรวดเร็วที่สุดในโลก นี่คือการปล้นประชาชนอย่างชัด เจนที่สุด เพราะหุ้นส่วนใหญ่ตกอยู่ในมือนักการเมือง นักธุรกิจ พวกพ้องนักการเมือง รวมทั้งผู้บริหารปตท. และนอกจากนี้หลังแปรสภาพเป็นรัฐวิสาหกิจ ขายปตท.ไปแล้ว ราคาน้ำมันเดือนมิ.ย.2549 อยู่ที่ 12 บาท และวันนี้วันที่ 25 ก.ค.2551 ราคาน้ำมันอยู่ที่ 43 บาทกว่า จะเห็นว่าระยะเวลาเพียง 5 ปี ราคาน้ำมันดีเซลสูงขึ้นกว่า 30 บาท นี่คือการกดขี่ขูดรีดประชา ชน สร้างความร่ำรวยให้นักการเมือง นักธุรกิจ ผู้บริหาร ปตท.ทั้งสิ้น บุคคลเหล่านี้ไม่สนใจพี่น้องประชาชนเลย จากนี้ต่อไปพวกตนขอสัญญาว่าจะทวงคืนปตท. กลับมาเป็นของชาติและประชาชนเหมือนเดิม

-การ์ดล็อกคนป่วน-บ่ายโมงสลายตัว

จากนั้นเวลา 13.00 น.นายสาวิทย์ประกาศสลายการชุมนุมหลังจากปราศรัยเสร็จ โดยให้ผู้ชุมนุมทุกคนกลับไปชุมนุมต่อที่เวทีพันธมิตรฯสะพานมัฆวานรังสรรค์ ทั้งนี้ก่อนสลายการชุมนุมได้จุดประทัด 10 ดอก พร้อมกับประกาศว่า หลังจากนี้ต่อไปแผนยุทธการทวงคืนปตท.และรัฐวิสาหกิจที่ถูกแปรรูปไปแล้ว จะดำเนินการทวงคืนต่อไป เพื่อให้กลับมาเป็นรัฐ วิสาหกิจตามเดิม และจะชุมนุมจนกว่าได้รับชัยชนะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างแกนนำพันธมิตรฯขึ้นเวทีปราศรัยอยู่นั้น ในพื้นที่การชุมนุมรปภ.พันธมิตรฯจับผู้เข้ามาก่อความวุ่นวายได้หลายคน มีทั้งเมาเข้ามา และบางคนพกมีดคัตเตอร์เข้ามา รวมทั้งเบียร์ด้วย จึงถูกนำตัวออกนอกพื้นที่ พร้อมจัดกำลังดูแลอย่างเข้มงวด ตรวจกระเป๋าทุกคนที่เข้ามาในพื้นที่ชุมนุม

ส่วนการชุมนุมบริเวณสะพานมัฆวานฯ หลังจากผู้ชุมนุมกลับจากปตท.มาถึงก็กระจายกันนั่งฟังการจัดรายการข่าวสลับดนตรี ตามด้วยรายการธรรมะ มีผู้ชุมนุมกว่า 1,000 คน

-บิ๊กปตท.แจงข้อกล่าวหาพันธมิตรฯ

เมื่อเวลา 13.30 น. นายสรัญ รังคศิริ ผู้ช่วยกก.ผจก.ใหญ่ ปตท. ฝ่ายสื่อสารองค์กรและกิจการเพื่อสังคม กล่าวภายหลังกลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางกลับว่า การชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่ข้อมูลที่กลุ่มผู้ชุมนุมนำมาปราศรัยนั้นมีตัวเลขบางอย่างไม่สอด คล้องกับความจริง และคลาดเคลื่อนค่อนข้างมาก อาทิ เรื่องกำไร 2 แสนล้านบาท ความเป็นจริงปตท. มีกำไรปีที่ผ่านมาไม่ถึง 1 แสนล้านบาท ส่วนเรื่องนำส่งเงินเข้ารัฐ 15,000 ล้านบาท เป็นเพียงตัวเลขแค่ครึ่งปี ตลอดทั้งปีที่ผ่านมา ปตท.นำส่งเงินเข้ารัฐรวมภาษีกว่า 5 หมื่นล้านบาท และขณะนี้ภาครัฐยังถือหุ้นปตท. 68% ซึ่งปตท.จะรวบรวมข้อมูลที่ถูกโจมตีทยอยชี้แจงต่อสาธารณชนผ่านสื่อมวลชนต่อไป

นายสรัญกล่าวถึงกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมต้องการให้ปตท.กลับคืนมาเป็นของรัฐว่า หากต้องการซื้อคืนคงต้องแล้วแต่ผู้ถือหุ้นใหญ่ อย่างกระทรวงการคลัง การชุมนุนครั้งนี้ปตท.หลีกเลี่ยงไม่ต้องการให้เกิดความแตกแยก ที่ผ่านมาพูดคุยชี้แจงเรื่องต่างๆ ผ่านแกนนำไปแล้ว อาทิ ที่มาที่ไปของตัวเลขกำไร การนำส่งเงินเข้ารัฐ และสัดส่วนผู้ถือหุ้น และยินดีหากจะพูดคุยกับฝ่ายพันธมิตรฯ ผ่านเวทีสาธารณะ

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศภายในสำนักงานใหญ่ปตท.ว่า ช่วงเช้าตั้งแต่เวลา 08.00 น.ปตท.ปิดประตูทุกด้าน และตรวจเข้มผู้เข้าไปยังสำนักงานใหญ่ โดยมีหนังสือแจ้งพนักงานปตท. และสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ตั้งแต่เย็นวันที่ 23 ก.ค. ว่า ให้พนักงานติดบัตรประจำตัว พร้อมทั้งต้องแสดงต่อตำรวจและพนักงานรักษาความปลอดภัยก่อนเข้าไปภายใน โดยไม่อนุญาตบุคคลภายนอก และผู้สื่อข่าวเข้าอาคารสำนักงานโดยเด็ดขาด พร้อมทั้งขอความร่วมมือพนักงานไม่ไปอยู่ใกล้รั้ว และไม่ยั่วยุกลุ่มผู้ชุมนุม ทั้งนี้ระหว่างที่กลุ่มผู้ชุมนุมกำลังกล่าวปราศรัย มีพนักงานจำนวนหนึ่งออกมายืนดูด้วยความสนใจ หลังจากลุ่มผู้ชุมนุมกลับไปแล้วประมาณ 30 นาที ปตท.จึงเปิดประตูรั้วตามปกติ

-สนธิแถลงประณามรัฐบาลตีม็อบ

ต่อมาเวลา 14.00 น. ที่บ้านพระอาทิตย์ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แถลงถึงเหตุการณ์ที่พันธมิตรฯ ถูกทำร้ายร่างกายหลายครั้งจากการชุมนุม ซึ่งพันธมิตรฯ มี แถลงการณ์ฉบับที่ 16/2551 ว่า ตามที่พันธมิตรฯ ได้ใช้สิทธิชุมนุมตามรัฐธรรมนูญอย่างสงบ อหิงสา และปราศจากอาวุธ เพื่อทำหน้าที่ของปวงชนชาวไทยปก ป้อง ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตลอดจนพิทักษ์รัฐธรรมนูญที่มาจากมติประชาชนกว่า 14,700,000 คน และยกระดับมาโค่นล้มระบอบทักษิณ และขับไล่รัฐบาลหุ่นเชิดนั้น

ตลอดระยะเวลากว่า 61 วัน 61 คืน ที่ชุมนุมอย่างโดยสงบ อหิงสา และปราศจากอาวุธนั้น รัฐบาลใช้วิธีให้ส.ส.และนักการเมืองท้องถิ่น ตลอดจนแนวร่วมจัดกลุ่มอันธพาลไล่ทุบตี ทำร้ายและพยายามฆ่าผู้ชุมนุมเวทีพันธมิตรฯ ทำลายทรัพย์สินด้วยอาวุธหลากหลายชนิด อาทิ มีด ขวาน ค้อน ไม้หน้าสามตอกตะปู ท่อนเหล็ก ก้อนหิน และลูกหิน ทั้งในกทม.และจังหวัดต่างๆ โดยที่ตำรวจและฝ่ายปกครองสมรู้ร่วมคิด รู้เห็นเป็นใจปล่อยให้ผู้บริสุทธิ์ถูกทำร้ายอย่างโหดเหี้ยมซึ่งหน้า ซึ่งเกิดขึ้นหลายจังหวัด เช่น กทม. ขอนแก่น เชียงใหม่ เชียงราย สกลนคร มหาสารคาม ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ อุดรธานี ฯลฯ

-จี้อนุพงษ์เลิกวางเฉยก่อนนองเลือด

พันธมิตรฯ เห็นควรแสดงจุดยืนต่อสถานการณ์ดังนี้ 1. ขอแสดงความเสียใจและให้กำลังใจผู้ที่ถูกทำร้ายร่างกาย 2. ขอให้กำลังใจประชาชนที่ยืนหยัดอย่างกล้าหาญ และขอให้ดำเนินคดีเจ้าหน้าที่รัฐที่ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ซึ่งหน้า หรือสมรู้ร่วมคิดกับกลุ่มอันธพาลของรัฐบาลจนถึงที่สุด และให้มาเข้าร่วมชุมนุมกับพันธมิตรฯ ที่กทม.แทน หากจังหวัดใดประสงค์จัดเวทีพันธมิตรฯ ขอให้ประสานงานมาส่วนกลาง เพื่อร่วมกันประเมินสถานการณ์ก่อนจัดชุมนุม 3. ขอประณามรัฐบาลหุ่นเชิดที่ให้กลุ่มสมุนบริวารทำร้ายร่างกาย ชีวิต และทรัพย์สินประชาชน โดยตำรวจและฝ่ายปกครองนอกจากไม่คุ้มครองแล้ว ยังรู้เห็นเป็นใจทำให้เกิดเหตุการณ์ ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ไม่เคารพสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ

4. ขอเรียกร้องพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ในฐานะผอ.รมน. แสดงความรับผิดชอบมากกว่าวางเฉย เพราะหากปล่อยเป็นเช่นนี้ต่อไป จะเกิดการนองเลือดทั่วประเทศกระทบต่อความมั่นคงภายใน เพราะฝ่ายที่ถูกกระทำอาจลุกขึ้นสู้ในที่สุด และเวลานั้นใกล้มาถึงแล้ว 5. พันธมิตรฯ ยืนยันและสนับสนุนทุกวิถีทางเพื่อฟ้องร้องดำเนินคดีกับทุกคนที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอันธพาลของรัฐบาลหุ่นเชิด โดยพันธมิตรฯ จะเป็นตัวแทนประชาชนดำเนินคดีเจ้าหน้าที่รัฐทุกๆ คน ที่ละเว้นปฏิบัติหน้าที่และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบทุกๆ กรณี นอกจากนี้จะฟ้องร้องต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติต่อไป

-รวมเหตุการณ์ถูกทำร้ายทั่วประเทศ

นอกจากนี้ พันธมิตรฯ ยังรวบรวมกรณีที่รัฐบาลส่งอันธพาลมาทำร้ายดังนี้ วันที่ 28 มี.ค.ที่หอประชุมใหญ่ธรรมศาสตร์ กทม. พันธมิตรฯ จัดสัมมนา ยามเฝ้าแผ่นดิน ภาคพิเศษ กลุ่มอันธพาลของรัฐ บาลฝั่งสนามหลวงยิงนอตและลูกแก้วเข้ามาในมหา วิทยาลัยจนมีผู้บาดเจ็บหลายคน หลังจบสัมมนา รถบัสของกองทัพธรรมประมาณ 40 คน ถูกกลุ่มอันธพาล 50 คนลอบทำร้าย ผู้หญิง คนแก่และเด็ก บาดเจ็บ 7-8 คน วันที่ 25 เม.ย. พันธมิตรฯ จัดสัมมนาครั้งที่ 2 ที่ธรรมศาสตร์ กลุ่มอันพาลขว้างปาข้าวของ ขวดน้ำ ก้อนหิน เข้ามาในมหาวิทยาลัย ช่างภาพช่อง 7 ถูกหินจนคิ้วแตกเลือดอาบ ตำรวจยังจับกุมใครไม่ได้ วันที่ 25 พ.ค. พันธมิตรฯ จัดชุมนุมใหญ่ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถูกกลุ่มอันธพาลทำร้ายร่างกาย

วันที่ 27 มิ.ย. ที่อุดรธานี กลุ่มนปก. กลุ่มคนรักอุดร และกลุ่มคนรักทักษิณ ประมาณ 200 คน ด่าทอปาข้าวของใส่พันธมิตรฯ วันที่ 11 ก.ค. ที่สกลนคร กลุ่มอันธพาล 400 คน ใช้หนังสติ๊ก ถุงปัสสาวะ ก้อนหิน ขวด ขว้างเวทีพันธมิตรฯ โดยตำรวจมิได้ดำเนินการใดๆ วันที่ 13 ก.ค. เวทีพันธมิตรฯ ที่เชียง ใหม่ ถูกกลุ่มอันธพาลปาไข่เน่า หลังปราศรัยกลุ่มอันธพาลเข้าปิดล้อมโรงยิมและขว้างไข่เน่า แกงบูด ขวดน้ำ ก้อนหิน เข้าใส่ วันที่ 17 ก.ค. ที่ศรีสะเกษ นายวีระ สมความคิด เดินทางไปอุทยานเขาพระวิหาร ถูกขัดขวางโดยตำรวจและอันธพาลที่สั่งการโดยผู้มีอำนาจในจังหวัดปิดถนน แล้วนำท่อนไม้เข้าตีกลุ่มพันธมิตรฯ จนบาดเจ็บหลายสิบราย แต่ตำรวจและฝ่ายปกครองไม่ได้ดำเนินคดีกับกลุ่มอันธพาลดังกล่าวแต่ประการใด

วันที่ 19 ก.ค. ที่เชียงราย กลุ่มอันธพาลประมาณ 1,000 คน ปิดทางเข้าสนามบินตรวจหากลุ่มพันธ มิตรฯ และยังแยกย้ายค้นสถานที่ต่างๆ อย่างอุกอาจ โดยตำรวจไม่ดำเนินการใดๆ วันที่ 23 ก.ค. ที่มหา สารคาม กลุ่มอันธพาล 400 คนบุกรื้อเวทีพันธมิตรฯ จนเกิดจลาจล นายการุณ ใสงาม ถูกหนังสติ๊กยิงที่ศีรษะบาดเจ็บ โดยตำรวจไม่ได้ดำเนินการใดๆ วันที่ 24 ก.ค. ที่บุรีรัมย์ กลุ่มอันธพาลนำก้อนหิน ท่อนเหล็กทำลายเวทีพันธมิตรฯ ทุบทำลายทรัพย์สินทางราชการ และขว้างปาผู้ชุมนุม วันเดียวกันที่อุดรธานี กลุ่มอันธพาลนำโดยน้องส.ส. นำอาวุธลุยทำร้ายพันธ มิตรฯ มีผู้บาดเจ็บรวม 20 ราย

-หมักกับบิ๊กทหารบันทึกเทปช่อง 5

ที่ททบ.5 นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พร้อมด้วยพล.อ.วินัย ภัททิยกุล ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ. ทบ. พล.ร.อ.สถิรพันธุ์ เกยานนท์ ผบ.ทร. พล.อ.อ. ชลิต พุกผาสุข ผบ.ทอ. และ ครม.บางส่วน มาบันทึกเทปโทรทัศน์ถวายพระพรเนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคมมหาราชินี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนนายสมัครบันทึกเทปได้พูดคุยกับพล.อ.อนุพงษ์ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเป็นกันเอง หลังบันทึกเทปร่วมรับประทานอาหารกลางวันกันที่ชั้น 10 ของททบ.5 จากนั้นนายกฯเดินทางกลับทำเนียบรัฐบาล โดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ ใช้มือยกขึ้นแหวกวงสื่อมวลชนออกไป

ด้านพล.อ.อนุพงษ์กล่าวถึงเหตุการณ์กลุ่มคนรักอุดรฯ บุกทำร้ายกลุ่มพันธมิตรฯ ว่า ไม่ควรมีเหตุการณ์ เช่นนั้น มันไม่ดีต่อประเทศในเรื่องใช้ความรุนแรง ภาพที่ออกไปเสียทั้งภาพพจน์และไม่ได้เป็นสิ่งดีต่อเยาวชนในอนาคต

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า กองทัพไม่มีอำนาจ

-รองโฆษกโวยพันธมิตรฯเจตนายั่วยุ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ให้สัมภาษณ์ว่า รัฐบาลและส.ส. พรรคพลังประชาชน ไม่ได้อยู่เบื้องหลังการใช้ความรุนแรงกับกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ จ.อุดรธานี แต่เห็นว่าความรุนแรงดังกล่าวมาจากแผนดาวกระจายของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ยั่วยุให้เกิดความรุนแรง จึงขอเรียกร้องยุติการดำเนินการแผนดังกล่าว เราเป็นห่วงสถาน การณ์ที่อาจบานปลายขยายวงกว้างลุกลามทั่วประเทศ อย่างไรก็ตามไม่ต้องการให้โทษกันไปมาว่า รัฐบาลอยู่เบื้องหลัง เนื่องจากส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ก็มีส่วนร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่มพันธมิตรฯ เช่นกัน

ถ้ารัฐบาลจะดำเนินการกับกลุ่มพันธมิตรฯ จะใช้กลไกทางกฎหมาย และแกนนำพันธมิตรฯก็มีคดีติด ตัวคนละหลายคดี ไม่มีรัฐบาลชุดไหนขาดสติ ปลุกปั่นคนให้ออกมาปะทะเพื่อยุติความเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯ นายณัฐวุฒิกล่าว และว่า ขอเรียกร้องเจ้าหน้าที่บ้านเมืองดูแลป้องกัน และดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด หากพบว่ามีการกระทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด ต้องดำเนินการอย่างเท่าเทียมและขอให้ประชาชนใช้สติ อดทนและใช้การเคลื่อนไหวแบบสันติวิธีลดเผชิญหน้า

-ธีระชัยอ้างไม่รู้เรื่องน้องชายตีม็อบ

ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายธีระชัย แสนแก้ว รมช.เกษตรฯ กล่าวถึงเหตุปะทะกันที่ จ.อุดรฯ โดยมีนายอุทัย แสนแก้ว น้องชาย เป็นแกนนำฝ่ายตรงข้ามพันธมิตรฯ ว่า ต้องปล่อยเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบดำเนินการตามกฎหมาย ยอมรับว่าการชุมนุมเป็นสิ่งห้ามยากเพราะเป็นเรื่องของความคิดเห็นแตกต่างกัน นานาจิตตัง เรื่องนี้นายสมัครและสมาชิกพรรคไม่ได้ถามไถ่ถึงรายละเอียดที่เกิดขึ้น เพราะนายกฯ น่าจะรู้และเข้าใจสถานการณ์ดี

เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นได้โทรศัพท์ติดต่อน้องชายถามไถ่ถึงรายละเอียดความเป็นไปเป็นมา ส่วนตัวรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยืนยันไม่เคยรู้เรื่องและไม่ได้อยู่เบื้องหลังแต่อย่างใด แต่ได้เตือนน้องชายไปเพื่อห้ามปรามแล้ว เพราะเกรงว่าจะตกเป็นเหยื่อทางการเมือง นายธีระชัยกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงความรับผิดชอบ นายธีระชัยกล่าวว่า จะรับผิดชอบอะไร ในเมื่อเป็นคนละคน น้องชายอยู่ในชมรมคนรักอุดรฯ ซึ่งตั้งมา 10 กว่าปีแล้ว ตนก็ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายไม่ได้มีส่วนรู้เห็น จึงต้องปล่อยเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รับผิดชอบดูแลความสงบของบ้านเมือง

-ผบ.ตร.คาดโทษผู้การจังหวัด

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. กล่าวว่า ข้อห่วงใยของ ตร.กรณีเหตุปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมใน 2 จังหวัดคือ อุดร ธานีและบุรีรัมย์ ทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายราย รวมทั้งตำรวจ ผบช.และผบก.จังหวัด จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องให้ความสนใจ โดยตร.จะประชุมระดับรองผบ.ตร. และผู้ช่วยผบ.ตร.เพื่อกำหนดนโยบายให้ชัดเจนว่า ผบช. และผบก.ต้องทำอะไรบ้างเมื่อมีการชุมนุม ต้องชัดเจน หากเกิดกรณีเช่นนี้อีกผบก.จังหวัดต้องเป็นผู้รับผิดชอบ

ตำรวจไม่ต้องการให้เกิดเหตุผู้ชุมนุมปะทะกัน ผู้การจังหวัดต้องให้ความสนใจเมื่อมีความคิดเห็นแตก แยก 2 ฝ่ายค่อนข้างชัดเจน เมื่อมีการชุมนุมต้องจัดสถานที่ ต้องดูแลห้ามเกิดเหตุเช่นนี้อีก ถ้าเกิดเหตุผู้การจังหวัดต้องรับผิดชอบ ต้องลงไปจัดการด้วยตน เอง ความเสียหายของประเทศเกิดขึ้นมากตำรวจถือเป็นด่านหน้า กำลังดูว่ามีกฎหมายอื่นรองรับส่วนนี้หรือไม่ ในส่วนของทหารอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับกฎหมายความมั่นคง ซึ่งจะหารือกับทหารอีกครั้ง เช่น กอ.รมน.ภาค และจังหวัด ถ้าสามารถจัดการได้ เช่น ผู้ว่าฯและตำรวจจะช่วยกันดูแลตรงนี้ และทหารต้องเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย รายละเอียดจะศึกษากฎหมายอีกครั้ง โดยจะหารือระดับรองผบ.ตร.และผู้ช่วยผบ.ตร. นำกฎหมายการชุมนุมในที่สาธารณะ ส่วนจะเสนอรัฐบาลอย่างไรจะดูอีกครั้ง ผบ.ตร.กล่าว

-ส่งปานศิริลงพื้นที่ดำเนินคดีโดยด่วน

ด้านพล.ต.ท.วัชรพล ประสารราชกิจ ผู้ช่วยผบ. ตร. ในฐานะโฆษกตร.กล่าวว่า ตร.เกรงว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้จะเกิดขึ้นอีกหลายพื้นที่ การดูแลความสงบเรียบร้องต้องพยายามไม่ให้เกิดเหตุการณ์ปะทะ แต่ เหตุที่จ.อุดรธานีบางครั้งเกินความคาดหมาย เวลาสั้น ก็เกิดชุลมุน ถือเป็นบทเรียนที่ตำรวจต้องระมัดระวัง อย่าให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเข้าใกล้กันหรือยั่วยุ ซึ่งจะนำมาสู่การปะทะจนบาดเจ็บทั้งผู้ชุมนุมและตำรวจ จึงต้องเอาใจใส่จริงจังป้องกันไม่ให้เกิดเหตุขึ้น พล.ต.ท.วุฒิ วิทิตตานนท์ ผบช.ภาค 4 แถลงแล้วว่าตำรวจที่ดูแลไม่ได้นิ่งนอนใจ รวมทั้งผบ.ตร.มอบหมายพล.ต.อ. ปานศิริ ประภาวัต รองผบ.ตร.ไปดูแลร่วมกับตำรวจพื้นที่เรื่องการสืบสวนหาผู้กระทำผิด รวมทั้งตำรวจอุดรธานีก็ตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีเรื่องนี้ และกำลังตรวจสอบพยานหลักฐานจากภาพถ่ายและพยาน โดยจะดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง

ผู้สื่อข่าวถามว่าคาดโทษผู้การจังหวัดอย่างไร พล.ต.ท.วัชรพลกล่าวว่า เป็นเรื่องของความบกพร่องในหน้าที่ ต้องดูระดับความรุนแรงของความบกพร่อง คงบอกไม่ได้ว่าถึงขั้นไหน อย่างไร การลงโทษเป็นไปตามระเบียบ ผบ.ตร.เน้นย้ำเพราะเป็นหน้าที่ผู้รับผิดชอบในพื้นที่ต้องเอาใจใส่ดูแล เพราะน่าเชื่อว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดมากขึ้น

เมื่อถามว่าตำรวจในพื้นที่ปล่อยม็อบชนม็อบ โฆษกตร.กล่าวว่า ไม่คิดว่าตำรวจจะทำเช่นนั้น แต่เป็นไปได้ว่าฝ่ายที่มีหน้าที่ดูแลไม่สนใจเท่าที่ควร และคิดว่าไม่น่าจะมีเหตุการณ์ ซึ่งต้องเปลี่ยนลักษณะการเตรียมรับมือใหม่ ให้ถือเป็นบทเรียนราคาแพง ทุกพื้นที่ต้องระวังเจ้าหน้าที่ต้องสืบสวนหาข่าว เพราะหากเตรียมด้านการข่าวและประสานงานทุกส่วน ไม่ว่าสันติบาล ตำรวจพื้นที่ และส่วนที่เกี่ยวข้องจะวางแผนและดึงฝ่ายปกครองและทหารช่วยกันป้องกันปัญหาได้ การข่าวครั้งนี้เตรียมการไม่ครบถ้วน เหตุ การณ์นี้จะทำให้ทุกคนได้คิด เพราะไม่ดีต่อประชาชนและประเทศชาติ

-ให้ประกันสนธิไม่เกี่ยวม็อบกดดัน

ต่อข้อถามว่าผู้ชุมนุมบางกลุ่มละเมิดสิทธิผู้อื่นถึงขั้นปิดถนนตรวจค้นรถโดยเจ้าหน้าที่ไม่ได้ดำเนินการใดๆ พล.ต.ท.วัชรพลกล่าวว่า เรื่องนี้ตำรวจก็หนักใจเพราะเป็นเรื่องสิทธิตามรัฐธรรมนูญ การดำเนินการของตำรวจถูกจำกัดในกรอบพอสมควร เราพยายามใช้หลักการตามสิทธิตามรัฐธรรมนูญเป็นหลัก โดยใช้ข้อบังคับกฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหา ตำรวจจึงพยายามผลักดันการควบคุมการชุมนุมในที่สาธารณะที่เคย เสนอสนช.แต่ตกไปมาพิจารณาปรับปรุงแก้ไขใหม่ เนื่องจากบางข้อลิดรอนสิทธิประชาชน โดยจะพิจารณาในที่ประชุมตำรวจ จากนั้นขอความเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและทำประชาพิจารณ์ เพื่อเสนอเป็นกฎหมายต่อไป ช่วงนี้สังคมน่าจะเห็นด้วยกับกฎหมายฉบับนี้

พล.ต.ท.วัชรพลกล่าวถึงการให้ประกันตัวนายสนธิ แกนนำพันธมิตรฯว่า เป็นอำนาจของตำรวจ นครบาล พนักงานสอบสวนมีอำนาจโดยตรงตามขั้นตอนกฎหมาย เนื่องจากนายสนธิแสดงตนเองด้วยการมอบตัวไม่ได้หลบหนี ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับมวลชนที่มาชุมนุมรอบบช.น. หากนายสนธิกระทำผิดซ้ำอาจถูกถอนประกันได้

-เหลิมประชุมกำนัน-ผญบ.ภาคเหนือ

วันเดียวกันเวลา 09.30 น. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย เป็นประธานประชุมกับกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน 17 จังหวัดภาคเหนือ ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน และข้าราชการฝ่ายปกครองเข้าร่วมประชุมประมาณ 5,000 คน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ติดตั้งเครื่องตรวจวัตถุระเบิดบริเวณประตูทางเข้าห้องประชุม และนำกำลังตำรวจกว่า 100 นายพร้อมสุนัขตำรวจ 2 ตัวตรวจหาวัตถุต้องสงสัยรอบห้องประชุม ทั้งนี้มีตัวแทนกลุ่มสภาประชาชนภาคเหนือเข้ายื่นหนังสือต่อร.ต.อ.เฉลิมให้ถอดถอนร.อ.หญิงเดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ นายกเทศบาลนครเชียงใหม่ ที่อนุญาตกลุ่มพันธมิตรฯใช้สนามกีฬาเทศบาล จนเกือบเกิดเหตุการณ์วุ่นวาย

ร.ต.อ.เฉลิมให้สัมภาษณ์ว่า อยากเตือนกลุ ่มพันธ มิตรฯว่าอย่าเรียกร้องอะไรตามอำเภอใจ ที่ผ่านมาออกมาขับไล่รัฐบาลพรรคไทยรักไทย พอมาเป็นพรรคพลังประชาชนก็วิพากษ์วิจารณ์และยังปราศรัยโจมตี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในทางเสียหายตลอด กลุ่มพันธมิตรฯอาจไม่ชอบพ.ต.ท.ทักษิณ แต่ประชาชนส่วนใหญ่ยังชอบอยู่ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้เกี่ยวกับการเมืองแล้ว ไม่พอใจรัฐบาลชุดนี้ทั้งที่มาจากการเลือกตั้ง และไม่มีการประท้วงที่ไหนที่ปิดถนนกลางเมืองหลวง บนเวทีก็ด่าโคตรพ่อโคตรแม่ หยาบคายต่ำช้า บางจังหวัดไม่ใช่กลุ่มพันธมิตรฯ แต่เป็นส.ส. สอบตกของบางพรรค เมื่อไปตั้งเวทีด่าคนที่ประชา ชนรักในภาคอีสานและภาคเหนือ จึงออกมาขับไล่แล้วทะเลาะกัน ที่อุดรธานีบาดเจ็บ 15 คน 13 คนเป็นพลเรือน เป็นตำรวจ 2 คน จ่า 1 คน นายดาบ 1 คน

-ฟันธงถ้ายังไม่เลิกมีตายแน่

ผมยังอยากเจรจากับพันธมิตรฯว่าคุณทำอย่างนี้เพื่ออะไร คุณไม่ชอบรัฐบาลชุดนี้ก็วิจารณ์โครงสร้างรัฐบาล ไม่ใช่ด่าตัวบุคคล ด่าแล้วยังถ่ายทอดสด ด่าหยาบๆ คายๆ ไอ้อีมึงกู สัตว์นรก พูดหมด ทีนี้คนที่เขาชอบอยู่ก็ต้องไม่พอใจ ถ้ายังไม่ยุติพฤติการณ์แบบนี้ ไปจังหวัดไหนๆที่เป็นสายคะแนนเสียงของรัฐบาลก็ต้องทะเลาะกันไม่รู้จบ ข่าวออกไปทั่วโลกว่าคนไทยเข่นฆ่ากันเอง ความเป็นจริงแล้วไม่ใช่ คุณการุณ(ใสงาม)ลงเลือกตั้งแล้วก็แพ้ ที่มหาสารคาม คุณสุชาติ ศรีสังข์ เลือกตั้งก็แพ้ แม่พิธีกรคนเก่งลงเลือกตั้งก็แพ้ ตรงนี้ไม่น่าทำ ควรยุติโดยเฉพาะไปปิดถนน เรื่องการดูแลความเรียบร้อยไม่ให้เกิดเรื่องนั้น ดูแลยากหากพันธมิตรฯประพฤติตัวอย่างนี้ ไม่มีรูปแบบประชา ธิปไตยที่ไหนในโลกที่เรียกร้องแบบพันธมิตรฯ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลดูแลหรือควบคุมไม่ให้มีเรื่องทะเลาะกันได้หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่าทำไมจะดูแลไม่ได้ ถ้าดูแลไม่ได้ก็ตายกันหมดแล้ว เจ้าหน้า ที่ลำบากเพราะไม่รู้ว่าพวกที่มาต่อต้านนั้นสายไหนกันแน่ บางคนต้องการสร้างสถานการณ์ซึ่งยากต่อการควบคุม ทั้งนี้ตนกำชับเจ้าหน้าที่ให้ดูแลความสงบเรียบร้อย แต่คนเราเมื่อมาเผชิญหน้ากันต่างคนต่างมีอารมณ์ พันธ มิตรฯบอกว่าทำถูก ประชาชนที่มาต่อต้านก็บอกว่าพันธมิตรฯไม่มีเหตุผล ด่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งโดยไม่มีสาเหตุ ด่าพ.ต.ท.ทักษิณซึ่งไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วย ตนห่วงจริงๆ โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคอีสาน หากยังไม่ยุติจะมีการตายกันเกิดขึ้น

เอาเทวดามาเป็นรมว.มหาดไทยก็แก้ไม่ได้หากพันธมิตรฯยังทำตัวแบบนี้ รมว.มหาดไทยกล่าว

-ปลัดมท.ขู่เด้งผู้ว่าฯถ้าเกิดซ้ำอีก

ที่รัฐสภา นายพงศ์โพยม วาศภูติ ปลัดกระทรวงหมาดไทย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ผู้ว่าฯอุดาธานีรายงานสถานการณ์เข้ามา โดยระบุว่าทำหน้าที่เต็มที่แล้ว โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่ทุ่งศรีเมือง ผู้ว่าฯระดมตำรวจ ตชด. อพ.ปร. และอส.มาแล้ว แต่มีไม่มากพอกับจำนวนผู้ชุมนุม ตนกำชับผู้ว่าฯไปแล้วว่าหากมีเหตุการณ์เกิดขึ้นอีกให้ดูแลให้ดี นำเจ้าหน้าที่ในเหตุการณ์มาเป็นพยานอย่างตรงไปตรงมา

ผู้สื่อข่าวถามว่ากำชับกับผู้ว่าฯทำหน้าที่อย่างไร นายพงศ์โพยมกล่าวว่าผู้ว่าฯต้องใช้ความพยายามมากกว่านี้ หากมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกจะพิจารณาว่าผู้ว่าฯจังหวัดนั้นทำหน้าที่เต็มที่หรือไม่ หากพบว่าทำหน้าที่ไม่เต็มที่อาจเรียกผู้ว่าฯมาประจำกระทรวงมหาดไทย

นายสุพจน์ เลาวัณย์ศิริ ผู้ว่าฯอุดรธานี ให้สัมภาษณ์ รายการ ข่าวเช้าโมเดิร์นไนน์ ว่ายืนยันว่าไม่มีใครบาดเจ็บจนเสียชีวิตตามข่าว มีผู้บาดเจ็บ 15 ราย และต้องรักษาตัวที่ร.พ.เพียง 4 ราย และบาดเจ็บแตกต่างกัน เช่น ศีรษะแตก แต่ไม่ถึงขั้นกะโหลกร้าว เลือดออกที่ตา กระดูกโหนกแก้มแตก นิ้วก้อยบาดเจ็บ อย่างไรก็ตามยอมรับว่าวิตกว่าจะมีการแก้แค้นเกิดขึ้น แต่พยายามบอกผ่านไปยังผู้นำชุมชนให้ทุกฝ่ายรักความสามัคคีกัน

นายสุพจน์กล่าวด้วยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้า ที่ไม่ได้นิ่งเฉย วางแผนรับมือไว้แล้ว เพราะทราบจากการข่าว แต่จำนวนคนมามากกว่าที่คาดการณ์ไว้ และมีการผสมโรงจากคนต่างถิ่นด้วย ถือเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดเหตุปะทะกันขึ้น

-ผู้การบุรีรัมย์คุยดำเนินคดีทุกคน

วันเดียวกันพล.ต.ต.ประสิทธิ์ ทำดี ผบก.ภ.จ.บุรี รัมย์ ปล่อยแถวตำรวจกว่า 100 นาย ออกระดมกวาดล้างอาชญากรรม สิ่งผิดกฎหมาย อาวุธสงคราม กลุ่มมือปืน และคดีค้างเก่า พร้อมทั้งให้นโยบายรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณเวทีปราศรัย พล.ต.ต.ประ สิทธิ์กล่าวถึงเหตุการณ์กลุ่มต่อต้านพันธมิตรฯฝ่าเจ้าหน้าที่บุกเข้าทุบทำลายเวทีกลุ่มพิทักษ์เมืองบุรีรัมย์เมื่อเย็นวันที่ 24 ก.ค. ทำให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมากว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีข้อหาขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ ทำร้ายเจ้าพนักงานขณะปฏิ บัติหน้าที่ และทำลายทรัพย์สินเสียหายแล้วจำนวน 14 คน ในจำนวนนี้เป็นกลุ่มต่อต้าน 10 คน อีก 2 คนเป็นกลุ่มเครือข่ายพันธมิตรฯ ยืนยันดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกคน ขณะที่นายโสภณ เพชรสว่าง อดีตรองประธานสภาผู้แทนฯ และแกนนำกลุ่มพิทักษ์เมืองบุรีรัมย์ ยังยืนยันเปิดเวทีปราศรัยอีกครั้ง แต่ขอหารือกับแกนนำเครือข่ายพันธมิตรฯก่อน

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สถานีวิทยุชุมชนที่ราบสูง ต.ตลาด อ.เมือง จ.มหาสารคาม กลุ่มพันธมิตรฯมหาสารคาม นำโดยนางกัญชพร อุทัยอาจ ผู้ประสานงาน แถลงการณ์ประณามกลุ่มก่อกวนเวทีพันธมิตรฯที่ถนนหน้าโรงเรียนอนุบาลมหาสารคาม จนผู้ชุมนุมรับบาดเจ็บนับสิบราย แต่ตำรวจและฝ่ายปกครองไม่ป้องปราม ทำให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก จึงขอประณาม

เวลา 16.20 น.ที่หน้าศาลากลางจังหวัดนครราช สีมา กลุ่มคนโคราชรักษ์ประชาธิปไตย แนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ(นปก.) สวมเสื้อแดงกว่า 20 คน ยื่นหนังสือต่อผู้ว่าฯนครราชสีมา ขอถอดถอนคณะกรรมการป.ป.ช. พร้อมอ่านแถลงการณ์และถือป้ายขับไล่ป.ป.ช. กกต. และกลุ่มพันธมิตรฯ ก่อนไปรวมกลุ่มตั้งเวทีปราศรัยบริเวณอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี

ขณะที่นางสารภี บุญประตูชัย แกนนำกลุ่มภาคีมวลชนคนโคราชเพื่อประชาธิปไตย และผู้ประสานงานเครือข่ายพันธมิตรโคราชเปิดเผยว่า กลุ่มยังเคลื่อน ไหวในพื้นที่ต่อไป โดยตั้งเวทีปราศรัยที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี เพื่อให้ประชาชนรับทราบข้อ มูลที่ถูกต้อง เนื่องจากรัฐบาลมีพฤติกรรมไม่น่าไว้วาง ใจหลายอย่าง และมีกลุ่มเสื้อแดงนปก.ออกมาต่อต้าน โดยมีพรรคพลังประชาชนอยู่เบื้องหลัง

ส่วนที่จ.พิษณุโลกมีใบปลิวไปทั่วเมือง อ้างเป็นใบปลิวของกลุ่มพันธมิตรฯระบุจะจัดเวทีที่โรงแรมเทพนคร เวลา 09.00-15.00 น. วันที่ 26 ก.ค. มีชื่อนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ นายไทกร พลสุวรรณ นาย การุณ ใสงาม หรั่ง ร็อกเคสตร้า และไก่ แมลงสาบ ร่วมเสวนา ทำให้ตำรวจและฝ่ายปกครองเตรียมพร้อมรับมือเพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวาย

-ปชป.อีสานยื่นกมธ.สอบข้อเท็จจริง

เมื่อเวลา 11.30 น.ที่รัฐสภา นายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายศุภชัย ศรีหล้า ส.ส.อุบลราชธานี นายอภิวัฒน์ เงินหมื่น ส.ส.อำนาจเจริญ ยื่นเรื่องต่อกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้พิจารณาศึกษาการกระทำผิดกฎหมายอย่างร้ายแรงของกลุ่มบุคคล และการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐในจ.อุดรธานีและบุรีรัมย์ กรณีกลุ่มชมรมคนรักอุดร และกลุ่มต่อต้านพันธมิตรฯ บุกทลายเวทีพันธมิตรฯ เมื่อวันที่ 24 ก.ค.

นายสุทัศน์ กล่าวว่า ส.ส.อีสาน พรรคประชาธิ ปัตย์ เป็นห่วงกรณีที่เกิดขึ้น ยืนยันว่าชาวอีสานรักสงบ สามัคคี ตั้งมั่นในศีลธรรม มีวิญญาณการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม ประชาธิปไตย ความยากจน อำ นาจอธิปไตยของประเทศ ไม่เคยต่อสู้กันเอง วันนี้ การเมืองตื่นตัวสูง มีการชุมนุมโดยชอบตามรัฐธรรม นูญ มาตรา 63 แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมีการทำผิดกฎหมายอาญาอย่างร้ายแรง โดยที่อุดรธานีมีทำร้ายประชาชนที่ร่วมชุมนุมบาดเจ็บสาหัส ตำรวจบางคนละเว้นปฏิ บัติหน้าที่ ส่วนที่บุรีรัมย์เกิดเหตุการณ์คล้ายกัน ซึ่งมีเจ้าพนักงานโดนทำร้ายร่างกายด้วย และทรัพย์สิน ของทางราชการก็ถูกทำลาย

เหตุการณ์นับวันจะรุนแรงขึ้น แต่รัฐบาลไม่สน ใจ และยังปล่อยปละละเลย อีกทั้งยังมีบุคคลที่เป็นญาติรัฐมนตรีมีส่วนร่วมกระทำผิดด้วย ซึ่งมีหลักฐานคำสัมภาษณ์ รูปถ่ายจากตำรวจ รัฐมนตรีที่ถูกพูดถึงก็ตรวจราชการอยู่แถวอีสานด้วย จึงขอให้คณะกรรมา ธิการฯ พิจารณาในการประชุมวันที่ 30 ก.ค. เพื่อเร่ง รัดเอาคนผิดมาลงโทษ โดยเชิญรมว.มหาดไทย ผู้ว่าฯ อุดรฯ ผู้ว่าฯบุรีรัมย์ ผู้บังคับการตำรวจทั้ง 2 จังหวัด รวมถึงเรียกเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น ภาพถ่ายทั้งภาพนิ่งและวิดีโอมาพิจารณาประกอบด้วย นายสุทัศน์กล่าว

-มาร์คจี้รัฐบาลพิสูจน์ยังมีกฎหมาย

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า เป็นเหตุการณ์ที่ไม่ควรเกิดขึ้น น่าเสียใจ ขอย้ำว่าการใช้สิทธิเสรีภาพของทุกคน ทุกฝ่ายมีขอบเขตตามรัฐ ธรรมนูญ ใครจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยไม่มีเหตุ ผลต้องใช้ความรุนแรงทำร้ายผู้อื่น ไม่มีกฎหมายที่ ไหนอนุญาตให้ใช้ความรุนแรงแบบนี้ หากทำกันอย่างนี้ไม่ใช่ประชาธิปไตย ไม่ใช่ระบบการเมือง เหมือนบ้านเมืองไม่มีกฎหมาย ดังนั้น เจ้าหน้าที่โดยเฉพาะรัฐบาลต้องพิสูจน์ให้ทุกฝ่ายเห็นว่าบ้านเมืองยังมีกฎหมายอยู่ โดยนำผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยเร็วและเด็ดขาด มิฉะนั้นจะกลายเป็นว่ากลุ่มใดก็ตามซึ่งมีความเห็นตรงกับรัฐบาลแล้วได้อยู่เหนือกฎหมาย ถ้าอย่างนั้นบ้านเมืองวุ่นวายไม่จบสิ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า ร.ต.อ.เฉลิมระบุว่า การแก้ปัญหาคือให้พันธมิตรฯ หยุดเคลื่อนไหว นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ถ้าร.ต.อ.เฉลิมพูดอย่างนี้ก็ไม่มีความเหมาะสมเป็นรมต. หรือเป็นนักการเมืองระบอบประชาธิปไตยต่อไป เพราะทุกคนมีหน้าที่รักษากฎหมาย ถ้าร.ต.อ. เฉลิม อยากขอร้องพันธมิตรฯ ก็ขอร้องได้ แต่ต้องทำให้เห็นก่อนคือเอาคนทำผิดมาลงโทษ

-เทือกแฉ 30 ล้านจ้างม็อบตีม็อบ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนบอกแล้วว่าได้ข่าวมีการกระจายเงินลงพื้นที่ บางจังหวัดได้ถึงกว่า 30 ล้านบาท เพื่อจัดม็อบชนม็อบ ตนฝากเจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องให้ หาทางป้องกัน แต่น่าเสียใจว่ามีการจัดม็อบไปปะทะกันจนบาดเจ็บ รู้สึกสลดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ทราบว่ายอดเงินจ่ายไปอย่างไร แต่เขาทำแล้วจริงๆ ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะทำให้ผู้บงการกลับไปทบทวนหรือพิจารณาว่าการเอาเงินจ้างม็อบชนม็อบให้คนไทยมาปะทะกันเอง ไม่เป็นประโยชน์กับใครเลย แม้แต่ผู้บงการเอง

คนเขารู้กันทั้งนั้นว่าใครสั่งการหรือบงการ อย่าคิดว่าทำอะไรแล้วคนอื่นไม่รู้ ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นไม่เป็นประโยชน์ต่อผู้บงการเลยด้วยประการใดๆ ทั้งสิ้น ยังมีคนไทยอีกมากที่ไม่ได้เลือกข้าง ดูสถานการณ์อยู่เฉยๆ ใช้ชีวิตปกติ เมื่อไหร่เขาเห็นว่ากระทบกระ เทือนต่อประเทศชาติ ประชาชน ต่อสถาบันหลักของประเทศแล้ว เมื่อนั้นผู้สั่งการจะไม่มีที่อยู่ อยากเรียนให้สังวรว่านี่ไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาด้วยการเอาคนมาตีกัน มาปะทะกัน นายสุเทพกล่าว

-ปัญหาประเทศไม่ได้แก้ด้วยฆ่ากัน

ผู้สื่อข่าวถามว่าการสร้างสถานการณ์รุนแรงอาจใช้เป็นข้ออ้างลี้ภัยทางการเมืองเพื่อหนีความผิดตามกระ บวนการยุติธรรม เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า เป็นเรื่องที่เขาคิด แต่ตนคิดว่าเขาคิดผิด มีทางออกในการแก้ไขปัญหาชาติบ้านเมืองได้ แต่ไม่ใช่วิธีนี้ แม้แต่ปัญหาของเขาก็แก้ไขได้ ต้องใช้วิธีที่ถูกต้อง ถ้าเป็นคนไม่ยอมแพ้ เชื่อมั่นอำนาจเงิน อิทธิพลของตัวเอง เชื่อถือพวกประจบสอพลอ ตนคิดว่าพังกันหมด นอกจากนี้ อยากฝากถึงประชาชนให้ติดตามสถานการณ์ อย่าด่วนตัดสินใจเข้าข้างหนึ่งข้างใด และต้องพูดจาให้ทุกฝ่ายตระหนักว่าการดำเนินการอย่างนี้ไม่เป็นผลดี ฝ่ายพันธมิตรฯ ต้องระวัง รู้ว่าบางพื้นที่ถ้าชุมนุมอาจเกิดปัญหาต้องหลีกเลี่ยง ถ้าฝ่ายอื่นไม่เห็นด้วย เห็นแตกต่างกับพันธมิตรฯ ก็จัดชุมนุมได้ จัดเวทีได้โดยไม่ต้องยกพวกมาตีกัน มันดูเป็นผู้ที่เจริญกว่า

เมื่อถามว่าคิดว่าเหตุการณ์จะขยายความรุนแรงไปพื้นที่อื่นหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า ทราบข่าวว่าประ ชุมกันแล้วถึงขนาดวางแผนใครจะขนคนจังหวัดไหนเข้ามาชานกรุงเทพฯ เมื่อถึงเวลาก็ลุกฮือเข้ามา เชื่อมโยงเรื่องที่รัฐบาลจะผลักดันแก้รัฐธรรมนูญวันที่ 1 ส.ค. รัฐบาลไม่ควรทำอย่างนี้ ไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้องเด็ดขาด ขณะนี้รัฐบาลใช้สื่อมากกว่าใคร เอาเปรียบเต็มที่อยู่แล้ว แต่การสนับสนุนให้คนยกพวกตีกันไม่ใช่วิสัยของรัฐ บาลในโลกนี้ที่ทำกัน รัฐบาลต้องสำรวจตัวเอง นายกฯ ต้องพิจารณาเป็นพิเศษ อย่าเอาตัวไปเกี่ยวข้อง แม้จะเคยพูดจาพลั้งเผลอไปบ้าง เรื่องว่าเขาฆ่ามามากแล้ว เลยสั่งให้คนของตัวเองมาฆ่าบ้างให้ลืมไปเสีย ประเทศไม่มีวันยุติหรือสงบได้ ด้วยการฆ่ากัน

-ผบ.สส.สามัคคีใหญ่กว่าเขาวิหาร

ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผบ.สส. ให้สัมภาษณ์ว่า ความสามัคคีของคนในชาติเป็นเรื่องใหญ่กว่าเรื่องปราสาทพระวิหารมาก ยิ่งมีเลือดตกยางออกอย่างนี้ยิ่งไม่ดี เราเป็นคนไทยด้วยกัน ขอให้ใจเย็นๆ พูดคุยกันให้ได้ ผู้นำและผู้เกี่ยวข้องต้องนึกถึงบ้านเมือง ต้องรักกัน แต่ดูเหมือนตอนนี้ความรักความสามัคคีเรามีน้อยที่สุดในหลายปี

ผู้สื่อข่าวถามว่ากลุ่มพันธมิตรฯ เรียกร้องทหารช่วยดูแลเพราะตำรวจดูแลไม่ได้ พล.อ.บุญสร้างกล่าวว่า ถ้าทหารดูแลใครได้ก็ยินดี แต่ต้องอยู่ในหน้าที่และมีความเหมาะสม เมื่อถามว่าพันธมิตรฯ จะร้องยูเอ็นว่ารัฐปล่อยให้ผู้ชุมนุมถูกทำร้ายร่างกาย พล.อ.บุญสร้างกล่าว ว่า ไม่ทราบ แต่ยูเอ็นคงได้ไทยเป็นลูกค้าหลายเรื่อง

เมื่อถามว่าเกรงว่าเรื่องจะบานปลายจนทหารต้องออกมาดูแลสถานการณ์หรือไม่ พล.อ.บุญสร้างกล่าวว่า อย่ามาหลอกตนเสียให้ยาก ตอนนี้ทหารเข็ดกันหมดแล้ว แต่หากสถานการณ์ไม่ไหวจริงแล้วตำรวจร้องขอให้ช่วย ทหารก็ทำหน้าที่ได้ แต่ต้องดูรายละเอียดให้รอบคอบ คิดว่าตำรวจคงไม่เพิกเฉย แต่ไม่ใช่ง่าย อยากฝากให้คนไทยรักกันไว้ดีกว่า ทำให้ประเทศแข็งแรง ตอนนี้บ้านเมืองต้องการความเข้มแข็ง ยอมรับว่าไม่สบายใจต่อสถานการณ์การเมือง แต่ไม่กังวล เพราะคงกังวลไม่ไหว เรื่องมันเยอะไปหมด

เมื่อถามว่าพล.อ.ปฐมพงษ์ เกสรศุกร์ ประธานที่ปรึกษากองบัญชาการกองทัพไทย ขึ้นเวทีพันธมิตรฯ อย่างต่อเนื่อง พล.อ.บุญสร้างกล่าวว่า มอบหมายพล.อ.อ.วีรวิท คงศักดิ์ รองผบ.สส.ดำเนินการแบบเบ็ดเสร็จ ขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่

-หมอแนะการแก้ปัญหาเชิงบวก

น.พ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กล่าวแนะนำประชาชนที่เครียดกับสถาน การณ์ขัดแย้งทางการเมืองว่า ต้องพยายามรับรู้ข้อมูลข่าวสารทั้ง 2 ด้าน รวมทั้งรับฟังข้อมูลจากผู้ที่มิได้อยู่ในทั้ง 2 ฝ่าย เปิดใจรับฟัง ยอมรับความเป็นจริงว่าโลกนี้ไม่มีใครถูกทั้งหมดหรือผิดทั้งหมด ตลอดจนรู้จักแบ่งเวลารับรู้ข้อมูลข่าวสาร ไม่ใช้เวลาอยู่กับข่าวสารบ้านเมืองมากเกินไปจนเสียการงาน ประเทศไทยก็จะยกระดับเป็นสังคมที่ประชาชนตื่นตัวทางการเมือง ตลอดจนมีวัฒนธรรมทางการเมืองที่เปิดกว้าง

น.พ.ยงยุทธกล่าวต่อว่า ข้อดีของการเกิดความขัดแย้งหรือความคิดเห็นที่ต่างกันทางการเมือง เป็นโอกาสดีในการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์(อีคิว) โดยรู้จักใช้ข้อมูลและเหตุผลแสดงความคิดเห็นมากกว่าการใช้อารมณ์ รู้จักเปิดใจกว้าง รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่หลากหลาย ยอมรับฟังความคิดเห็นที่ต่างกันของผู้อื่น ตลอดจนควบคุมอารมณ์ของตน ถ้าปฏิบัติเช่นนี้จะช่วยให้คนในสังคมมีความฉลาดทางอารมณ์มากยิ่งขึ้น ทั้ง 2 ฝ่ายจะได้ประสบการณ์และมุมมองการแก้ปัญหาเชิงบวก ที่จะนำไปสู่ความสงบสุขของสังคม เหตุการณ์ทางการเมืองเป็นเรื่องเพียงชั่วคราว เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ดังนั้น จึงไม่ควรนำความเห็นที่ต่างกันทางการเมืองเพียงชั่วคราวมาทำลายสัมพันธภาพที่ดีให้หมดไป

-ปานศิริไปอุดรประชุมผู้การบช.ภ.4

วันเดียวกัน เวลา 11.00 น.ที่ห้องประชุมฉัตรไพฑูรย์ บก.ภ.จ.อุดรธานี พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผบ.ตร. เรียกประชุมผบก.จังหวัดของบช.ภาค 4 เขตภาคอีสานตอนบน เพื่อตรวจสอบติดตามกรณีกลุ่มรักอุดรฯ ยกพวกเข้าทำร้ายและทำลายทรัพย์สินกลุ่มพันธมิตรฯ ในสวนสาธารณะหนองประจักษ์ฯ เมื่อวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา มีผู้บาดเจ็บสาหัสหลายคน ใช้เวลาประชุมเครียดนานกว่า 1 ช.ม.

จากนั้นพล.ต.อ.ปานศิริให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับมอบหมายจากผบ.ตร.ให้มาติดตามเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งไม่ได้นิ่งนอนใจ กำชับพล.ต.ต.เพิ่มศักดิ์ ภราดรศักดิ์ ผบก. ภ.จ.อุดรธานี ให้ดำเนินคดีผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด แต่ต้องใช้เวลา จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกำชับตำรวจปฏิบัติหน้าที่และป้องกันตามแผนดำรงความสงบ ต้องเจรจากันทั้ง 2 ฝ่าย และยังกำชับอีกว่าตำรวจไม่ใช่คู่กรณี ต้องปฏิบัติงานตามแผนที่วางไว้ โดยขั้นแรกต้องเจรจาก่อน ถ้าตกลงไม่ได้จริงๆ จึงใช้มาตร การตามขั้นตอน

รองผบ.ตร.กล่าวอีกว่า ที่มีข่าวว่าตำรวจไม่เข้าห้ามปรามนั้น ข้อเท็จจริงคือตำรวจพยายามแก้ไขสถาน การณ์ ปฏิบัติการอย่างเข้าอกเข้าใจ การชุมนุมทุกครั้งถ่ายภาพนิ่งและภาพวิดีโอไว้ จะดูจากภาพวิดีโอสอบ สวนผู้บาดเจ็บและไม่บาดเจ็บ ทั้งอยู่ในเหตุ การณ์และรอบๆ บริเวณนั้น นำมาพิจารณาว่าผู้ใด กระทำผิดตามพยานและหลักฐาน หากหาผู้กระทำผิดได้แล้วจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

-ขวัญชัย ไพรพนากร้าวมาอีกไล่อีก

ขณะเดียวกัน เวลา 11.00 น.ที่สนามทุ่งศรีเมืองอุดรธานี กลุ่มชมรมคนรักอุดรประมาณ 300 คน จัดเวทีชุมนุมต่อ โดยมีแกนนำขึ้นเวทีกล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่ระบุว่าการบุกทำร้ายพันธมิตรฯ ถือว่าสาสมแล้ว ส่วนบรรยากาศทั่วไปบริเวณหนองประจักษ์ฯ ตำรวจห้ามบุคคลภายนอกเข้าเด็ดขาด ขณะที่สถานีวิทยุร่มโพธิ์ทองของตำรวจเมืองอุดรมีมือดีเปิดสัญญาณแถลงการณ์ของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ออกอากาศ

นายขวัญชัย สาระคำ หรือ ขวัญชัย ไพรพนา ดีเจ.วิทยุชื่อดัง แกนนำกลุ่มคนรักอุดรที่ร่วมกับนายอุทัย แสนแก้ว น้องชายนายธีระชัย รมช.เกษตรฯ นำม็อบบุกถล่มพันธมิตรฯ เปิดเผยว่า พร้อมจะติดคุกหากตำรวจตั้งข้อหาและจับกุมดำเนินคดี เนื่องจากตนไม่อยากให้พันธมิตรฯ มาตั้งเวทีที่อุดรฯ ยืนยันหากพันธมิตรฯ มาตั้งเวทีอีกก็จะพาสมาชิกไล่อีกแน่นอน

-เหยื่อเล่านาทีตื้บ-เปิดชื่อผู้บาดเจ็บ

ด้านนายจวง ถาเกษศรี อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 731 ม.1 ต.แสงสว่าง อ.หนองแสง จ.อุดรธานี ซึ่ง รักษาตัวอยู่ตึกศัลยกรรมประสาท ร.พ.ศูนย์อุดรธานี มีอาการตาขวาบวม ขอบตาแตกเย็บ 10 เข็ม ศีรษะแตกเย็บอีก 2 เข็ม เปิดเผยว่า จริงๆ แล้วตนอยู่ชมรมคนรักอุดร แต่เนื่องจากไม่ได้โพกผ้าสีแดงเหมือนคนอื่น หลังบุกเข้าไปในหนองประจักษ์ฯ แล้ว ช่วงนั้นชุลมุนกันมาก เพื่อนที่มาด้วยกันนึกว่าเป็นฝ่ายพันธ มิตรฯ จึงรุมทำร้ายอย่างหนัก จนไม่รู้สึกตัว มารู้สึกตัวอีกทีที่ร.พ.

สำหรับผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ประกอบด้วย 1.นายชนะศักดิ์ ผ่องเพริศพริ้ง อายุ 54 ปี ชาว อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี อาการสาหัสกะโหลกร้าว รักษาตัวที่ร.พ.อุดรธานี 2.นายจวง ถาเกษศรี อายุ 46 ปี ชาวอ.หนองแสง จ.อุดรธานี อาการสาหัส มีอาการทางสมอง อาเจียนเป็นเลือด 3.นาแก้ว จันทิชู อายุ 57 ปี อป.พร. จ.อุดรธานี 4.นางธัญญนันทน์ จรัสจิรวงศ์ อายุ 30 ปี ชาวอ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี 5.ด.ต.เฉลิมวุฒิ ประวิเศษ อายุ 61 ปี ตำรวจอุดรธานี 6.นายสมพร ละดาดาษ อายุ 23 ปี ชาวอ.ไชยวาน จ.อุดรธานี 7. น.ส.สุจิรา มีชั้นช่วง อายุ 45 ปี ชาวจ.อุดรธานี 8.นายรัตนชัย ทองสุข อายุ 22 ปี ชาวจ.อุดรธานี 9.นายพงษ์เทพ แก้วใส อายุ 25 ปี ชาวจ.อุดรธานี

10.นายรังสี ศุภชัยสาคร หรือ เสี่ยเป็ด อายุ 61 ปี ชาวจ.อุดรธานี รักษาตัวที่ร.พ.ค่ายประจักษ์ฯ 11.นายโกวิท เรี่ยวแรงไกรศร อายุ 63 ปี ชาวจ.อุดรธานี 12.นายพรเลิศ อินทรบัวศรี อายุ 52 ปี ชาวจ.อุดร ธานี 13.นายเสรี เต็มสุข อายุ 49 ปี ชาวจ.ตรัง 14.จ.ส.ต.สงกรานต์ พรเพ็ง อายุ 37 ปี ชุดสืบสวนสภ.เมืองอุดรธานี และ 15.ด.ต.ประยูร ศรีกงพาน อายุ 44 ปี ชุดสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี

-ยะใสเชื่อตาย 2 กำลังหาศพ

สำหรับการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ บริเวณ สะพานมัฆวานฯ กทม. ช่วงเย็นนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีประมาณ 1,500 คน บนเวทีจัดเสวนารู้ทันประเทศไทย พูดถึงเหตุการณ์ถูกทำร้ายที่จ.อุดรธานี จากนั้นเวลา 18.30 น.นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธ มิตรฯ แถลงว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่จ.อุดรฯคาดว่าจะมีผู้เสียชีวิต 2 ราย ซึ่งเป็นพันธ มิตรฯจากจังหวัดอื่น เพราะถูกฟันศีรษะ กะโหลกฉีกสมองไหล บางรายถูกตีจนสลบแล้วถีบลงน้ำ โดยมีผู้อยู่ในเหตุการณ์ยืนยันตรงกันแต่กำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงอยู่

-ฮึ่มถอดธีระชัย-ฟันอาญาผู้ว่าฯ

นายสุริยะใสอ้างอีกว่า มีข้อมูลว่านายตำรวจใหญ่ของอุดรฯพูดกับผู้ใต้บังคับบัญชาว่าปล่อยให้จัดการเพราะนายใหญ่สั่งมา จึงอยากทราบว่าพูดจริงหรือไม่ และต้องตรวจสอบว่าตำรวจหละหลวมหรือไม่ และนายธีระชัย แสนแก้ว รมช.เกษตรฯจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ดังนั้นจะสืบหาข้อเท็จจริงว่าเกี่ยวโยงกับนายธีระชัยหรือไม่เพื่อเป็นข้อมูลยื่นถอดถอน ทั้งนี้สัปดาห์หน้ากลุ่มพันธมิตรฯจะเรียกร้องคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน สภาทนายความมาดูแลคดี และประสานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนฯ วุฒิสภา ตรวจสอบข้อเท็จจริง และวันที่ 28 ก.ค.จะยื่นป.ป.ช.เอาผิดทางอาญากับผู้ว่าฯอุดรฯ และผู้ว่าฯจังหวัดอื่นๆ ที่ปล่อยให้เกิดความรุนแรง ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งต้องดูข้อเท็จจริงอีกครั้ง

นายสุริยะใสกล่าวว่า เหตุการณ์ที่อุดรฯ เกรงว่าจะลุกลามไปยังจังหวัดอื่นๆ จึงควรเข้มงวดการรักษาความ ปลอดภัย หากจังหวัดไหนดูแล้วไม่ปลอดภัยให้งดจัดกิจกรรม ทั้งนี้ทางราชการต้องมีมาตรการเอาผิดกับผู้ว่าฯหรือตำรวจที่ปล่อยปละละเลย อาจสั่งย้ายออกจากพื้นที่ ถ้าปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก ไม่เช่นนั้นจะเกิดพฤติกรรมเอาเยี่ยงอย่างจนบานปลาย เกิดสงคราม กลางเมือง และท้ายที่สุดรัฐบาลจะตกเป็นจำเลย

นายสุริยะใสกล่าวด้วยว่า ส่วนที่พ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายกฯระบุจะเข้าวัดเข้าวานั้น ขอให้พูดจริงทำจริง อย่าเอาผ้าเหลืองบังหน้า อย่าใช้ปฏิบัติการให้คนไทยเป็นเหยื่อเพื่อรักษาฐานอำนาจของตัวเอง

หน้า 1





ข้อมูลจาก ข่าวสด


Tag : อุดรธานี อายุ วันที่ ชาวจ พันธมิตรฯ มิตรฯ เมื่อวันที่ แสนแก้ว ลิ้มทองกุล ซึ่ง บุญสร้าง



Giggog.com © copyright 2003-2008 All right reserved. contact us : webmaster@giggog.com
หางาน | สมัครงาน | งาน | งานราชการ | job | แปลภาษา | แปลศัพท์ | ดิกชันนารี | แปลคำศัพท์ | แปลภาษาอังกฤษ | dictionary | dictionary online | dictionary english thai | แปล | หางาน | สมัครงาน | งาน | งานราชการ | job | เกมส์ | เกม | เกมส์ | เกม | เกมส์ | เกม | g | n | หางาน | สมัครงาน | งาน | งานราชการ | job | ท่องเที่ยว | ดูดวง | หางาน | สมัครงาน | งาน | งานราชการ | job | ข่าว | ข่าว | ข่าว | ข่าว | บันเทิง | ข่าวบันเทิง | ข่าวการเมือง | ข่าวกีฬา | เพลง | เนื้อเพลง | โทรศัพท์มือถือ | มือถือ | ขายมือถือ | ซื้อของ | ขายของ | ของมือสอง | สินค้ามือสอง | ลงโฆษณาฟรี | ยานพาหนะ | โทรศัพท์ | สัตว์เลี้ยง | หนังสือ | tag | มิตรแท้ | มิตรแท้ประกันภัย | ประกัน | ทำประกัน | รับทำประกัน | ประกันภัย | ทำประกันภัย | รับทำประกันภัย | รถมือสอง | รถมือสอง | รถยนต์มือสอง | รถ | รถยนต์ | บ้านมือสอง | คอนโดมือสอง | ทาวน์เฮาส์มือสอง | บ้าน | คอนโด | ทาวน์เฮาส์ | asianlife | เอเชี่ยนไลฟ์ | sports | clip | . ฟุตบอล | LiveScore | Premiership | หนังสือ | นิตยสาร | แมกกาซีน | การ์ตูน | หนังสือคอมพิวเตอร์ | buddyjob.com | thaieasyjob.com | news.thaieasyjob.com | dictionary.thaieasyjob.com | mjob.in.th | plazajob.com | siamdic.com | bestdic.com | diclive.com | dicpro.com | dicstore.com | thaipromote.com | giggog.com | หาเพื่อน | plazaphone.com | plaza2u.com | plazathai.com | tag | ขาย-ซื้อ-มือสอง | คอนโด | ซื้อคอนโด | ขายคอนโด | แฟชั่น | บ้าน | รถยนต์ | หนังสือ | มือถือ | งานประจำ | อุปกรณ์สำนักงาน | ตั๋ว | ท่องเที่ยว ทัวร์ | กล้อง กล้องดิจิตอล | พระเครื่อง | เฟอร์นิเจอร์ | เครื่องใช้ไฟฟ้า | อาหาร | เกมส์ | กิ๊ฟชอป | เครื่องจักร | เครื่องดนตรี | หนัง | กีฬา | สัตว์เลี้ยง | เรียนพิเศษ | แม่ เด็ก | เสริมสวย | คอมพิวเตอร์ | เครื่องประดับ | . Menujob jobacc thaigreet stationjob job24h rcajob jobrca jobcoke jobboot jazzjob clickejob job41 job47 search2job wanjai ejob4u jobprince jobthinking thinkingjob plazabook princejob