สองผัวเมียชาวเชียงราย แพะคดีฉกโคตรเพชร 315 ล้าน ขู่ฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ หลังได้รับความเสียหายจากการถูกตราหน้าว่าเป็นหัวขโมย ด้าน พงส.เจ้าของคดี พาผู้เสียหายไปตรวจสอบเพชรอีกก้อนว่าเป็นของแท้หรือไม่ แต่ถูกปฏิเสธอ้างไม่ปลอดภัย ตร.เซ็ง ไม่ยุ่งเรื่องเช็คเพชรอีก ขอทำแต่คดีของหาย ออกหมายจับเพิ่มอีกราย ด้านนายกสมาคมฯ ยันโคตรเพชรที่หายไปน่าจะเป็นของแท้ หากอยู่ในมือชาวต่างชาติ ราคาอาจทะลุ 500 ล้านกรณีคนร้ายขโมยโคตรเพชร น้ำหนัก 420 กรัม 2,100 กะรัต มูลค่าประมาณ 315 ล้านบาท ของ นายจักรพันธ์ ประมวลสุข หลบหนีไป เบื้องต้น พงส.สน.ดอนเมือง ขออนุมัติศาลออกหมายจับนายพรหมมา จันทร์มะลิ อายุ 52 ปี ชาวบ้าน อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย ขณะที่เจ้าตัวออกมาปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
ความคืบหน้า เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 26 ก.ค. นายจักรพันธ์ ประมวลสุข อายุ 71 ปี เจ้าของเพชร เข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับ พ.ต.ท. ณฐกร คุ้มทรัพย์ พงส.(สบ 3) สน.ดอนเมือง ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีจึงแล้วเสร็จ จากนั้นพนักงานสอบสวนได้พาตัวนายจักรพันธ์ ไปที่ โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ ย่านสีลม เพื่อพบกับ นายสมชาย พรจินดารักษ์ ประธานสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบมูลค่าที่แท้จริงของเพชรอีกหนึ่งเม็ด ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ก่อนที่ทั้งหมดจะเดินทางกลับ
พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รอง ผบก. น.2 เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าผู้เสียหายไม่ยอมให้ตรวจสอบเพชรที่เหลืออีกก้อนหนึ่ง และมีอาการเครียดมาก ทั้งที่ตกลงกันก่อนหน้านี้แล้ว แต่ยังยืนยันว่าเป็นเพชรแท้ และเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่ติดตามเพชรที่หายไปกลับคืนมาให้ได้ ส่วนนางรินทร์ลภัส ปุณยจิรพัฒน์ นายหน้าติด ต่อซื้อขายเพชรนั้น ยังไม่มีหลักฐานว่าเกี่ยวข้องกับการหายไปแต่อย่างใด
ด้านนายจักรพันธ์ เจ้าของ โคตรเพชร กล่าวกับผู้สื่อข่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า รู้สึกไม่พอใจที่ข่าวบางฉบับไม่ตรงกับความจริง ที่วันนี้ตนไม่ยอมให้ตรวจเพชรที่เหลือ เพราะกลัวว่าตนเองจะไม่ปลอดภัย และก็ยังเชื่อว่านางรินทร์ลภัส ต้องเป็นตัวการจัดฉากเรื่องนี้อย่างแน่นอน เพราะคนที่มาซื้อเพชรกลับไม่มีอุปกรณ์ในการดูเพชรต้องออกไปส่องแดดดู ซึ่งเป็นเรื่องแปลกมาก นายสมชาย พรจินดารักษ์ นายกสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ กล่าวว่าได้ดูรูปถ่ายของเพชรที่หายไปพร้อมทั้งใบรับรองจากสถาบันที่เชื่อถือได้ของผู้เสียหายซึ่งเป็นแผ่นสำเนาแล้ว คิดว่าเพชรดังกล่าวน่าจะเป็นเพชรแท้ ดูจากน้ำที่โปร่งใส เคยได้ยินว่าหากอยู่ในมือของชาวต่างชาติ จะมีมูลค่าถึง 500 ล้านบาท
ขณะที่ พ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ พรหมสวัสดิ์ ผกก.สน.ดอนเมือง กล่าวว่า ได้ออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้เพิ่มอีก 1 ราย เป็นชายไทยไม่ทราบชื่อ สูงประมาณ 170 ซม. ตามคำให้การของพยานซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุ อย่างไรก็ดีตำรวจคงไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการตรวจสอบมูลค่าเพชรดังกล่าวอีกแล้ว หลังพยายามพาผู้เสียหายไปพบผู้เชี่ยวชาญตามร้านเพชร 3-4 แห่ง แต่ผู้เสียหายกลับปฏิเสธที่จะนำเพชรออกมาให้ตรวจสอบ อ้างว่าเกรงจะไม่ปลอดภัย แต่ในส่วนของคดีความก็ต้องว่ากันต่อไป เมื่อมีการแจ้งความร้องทุกข์ ตำรวจก็มีหน้าที่ต้องติดตามจับกุมคนร้ายและเพชรกลับคืนมา ส่วนที่ นายพรหมมา จันทร์มะลิ อายุ 52 ปี ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับได้ออกมาแสดงตัว และยืนยันว่าไม่ใช่ผู้ก่อเหตุก็เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ และหากมั่นใจว่าไม่ได้เป็นผู้กระทำผิดก็ขอให้เข้ามอบตัว นำหลักฐานมาชี้แจงกับเจ้าหน้าที่เพื่อต่อสู้คดีน่าจะดีกว่า
ด้านนายพรหมมา จันทร์มะลิ อายุ 52 ปี ชาว จ.เชียงราย ที่ถูกออกหมายจับ กล่าวว่า ตนรู้สึกขมขื่น ครอบครัวเกิดความทุกข์ใหญ่หลวง เพราะมีเพื่อนบ้าน และคนรู้จักมากมายสอบถามว่าตนไปเกี่ยวข้องกับการขโมยเพชรที่กรุงเทพฯ หรือไม่ แม้ส่วนใหญ่จะไม่เชื่อ แต่บางคนก็อาจเคลือบแคลงสงสัย ส่งผลต่อการทำการค้ามาก ยืนยันว่าวันเกิดเหตุตนอยู่ที่เชียงราย ขอความเป็นธรรมกับผู้สื่อข่าวด้วย ด้านนาง เหมย จันทร์มะลิ ภรรยาของนายพรหมมา กล่าวว่าอยากให้ทาง สตช.เข้ามาจัดการเรื่องนี้โดยด่วน เมื่อสามีของตนไม่ใช่คนร้ายก็อยากให้แถลงว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีใครออกมารับผิดชอบ เรื่องนี้หากไม่มีความชัดเจนจะมีการฟ้องร้องสตช.ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ รวมทั้งสื่อมวลชนที่ลงข่าวบิดเบือนจนได้รับความเสียหายด้วย
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
