โฆษก-ทนายฯ รุมยันทักษิณ ไม่ขอลี้ภัยแน่ เผยเด็กยงยุทธ คั่วรองปธ.สภารุมยันแม้ว ไม่ขอลี้ภัยแน่ โฆษกส่วนตัวเผยแค่บินไปร่วมพิธีเปิดโอลิมปิกจะกลับประมาณวันที่ 10 ส.ค. ขณะที่ทนายความก็ประกาศวันที่ 11 ส.ค.นำตัวพ.ต.ท.ทักษิณไปแสดงตัวต่อศาลเพื่อสู้คดีซื้อที่ดินรัชดาอย่างแน่นอน อธิบดีกรมสรรพากรยอมรับภาษี 546 ล้านจากการโอนหุ้นชินวัตรคดีหมดอายุความไปแล้ว เรียกเก็บไม่ได้ ขณะที่เรืองไกรส.ว.สรรหาจี้เอาผิดผู้รับผิดชอบ เมียแกนนำอีสานพัฒนาแฉขุนค้อนถือดอกไม้ธูปเทียนขอเก้าอี้รัฐมนตรีในวันเกิดทักษิณ สามารถ แก้วมีชัยรับถูกทาบให้นั่งเก้าอี้รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ลั่นยื่นแก้รัฐธรรมนูญแน่หลังวันที่ 18 ส.ค. ลูกพรรคประชาธิปัตย์แห่อวยพรมาร์คอายุครบ 44 ปี
ส่งคำร้องถอดส.ว.-ส.ส.-ไชยาแล้ว
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 1 ส.ค. ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา นายประสพสุข บุญเดช เป็นประธาน ก่อนเข้าสู่วาระการประชุมที่ประชุมได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ตราพระราชกฤษฎีกาเปิดประชุมสภาสมัยสามัญนิติบัญญัติ พระบรมราชโอง การโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายเตช บุนนาค เป็น รมว. การต่างประเทศ และรับทราบหนังสือลาออกจากตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ของนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ จากนั้นเข้าสู่วาระการประชุม
นายประสพสุขรายงานต่อที่ประชุมว่า ตามที่ น.ส.สาลี อ๋องสมหวัง และประชาชนจำนวน 22,383 คน ได้ยื่นคำร้องขอถอดถอนนายไชยา สะสมทรัพย์ รมว.สาธารณสุข ออกจากตำแหน่ง กรณีปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ขณะนี้ได้ตรวจสอบคำร้องและความถูกต้อง เห็นว่าครบถ้วนแล้วจึงได้ส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิจารณาดำเนินการต่อไป ตามรัฐ ธรรมนูญ มาตรา 272 ประกอบพ.ร.บ.ประกอบรัฐ ธรรมนูญว่าด้วยป.ป.ช. มาตรา 63 และสำนวนการยื่นคำร้องขอถอดถอนประธานสภาผู้แทนราษฎร ส.ส. และส.ว. ที่ร่วมกันเข้าชื่อเพื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 โดยนายพิภพ ธงไชย แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และคณะ ขณะนี้ได้ตรวจสอบคำร้องและความถูกต้องเห็นว่าครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว จึงส่งให้ป.ป.ช.พิจารณาดำเนินการต่อไป
วุฒิสภาตั้งกก.สอบประวัติผาณิต
จากนั้นที่ประชุมรับทราบรายงานผลการดำเนินการประจำปี 2550 ของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) โดยมีคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าฯ สตง. เป็นผู้รายงานผลการดำเนินงานประจำปี ซึ่งมีส.ว.สรรหาหลายคน อาทิ นายตวง อันทะไชย นายประสงค์ นุรักษ์ ลุกขึ้นกล่าวชื่นชอบผลการปฏิบัติงานของคุณหญิงจารุวรรณ
ต่อมาที่ประชุมได้ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งคณะกรรม การสรรหามีมติเสนอชื่อนางผานิต นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยที่ประชุมมีมติให้ตั้งคณะกรรมาธิการจำนวน 15 คน และให้พิจารณาให้เสร็จภายใน 19 วัน ซึ่งรัฐธรรมนูญกำหนดว่าต้องดำเนินการให้เสร็จภายในวันที่ 23 ส.ค.
ปชป.แห่อวยพรมาร์คครบ 44 ปี
ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์ว่า ได้มีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ทั้งส.ก. ส.ข. และส.ส. จำนวนหนึ่งได้เข้าอวยพรนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบ 44 ปีวันที่ 3 ส.ค.นี้ โดยได้นำทั้งกระเช้าดอกไม้ รูปปั้นเหมือนและภาพวาดมามอบให้ ซึ่งนายอภิสิทธิ์ได้มอบหลวงปู่ทวด รุ่นโชคลาภร่ำรวย ฮวดใช้ ตั่วถั่ง ไตรมาสเขาอ้อ ปี 2550 เป็นของที่ระลึกแก่ผู้ที่มาอวยพรด้วย ทั้งนี้ เวลา 13.00 น. นายอภิสิทธิ์จะไปทำบุญที่บ้านกาญจนภิเษกคลองโยง ศาลายา ซึ่งเป็นบ้านแรกรับเยาวชนชาย
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงประธานวิปรัฐบาลจะไม่ยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญจนกว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการบังคับใช้รัฐ ธรรมนูญ 2550 จะพิจารณาเสร็จว่า เป็นเรื่องดีที่จะไม่เป็นชนวนของความขัดแย้ง และช่วงนี้อยากให้ทุกฝ่ายเคลื่อนไหวด้วยความระมัดระวัง เพราะปัญหาต่างๆ ในบ้านเมืองรุนแรงมากขึ้น หากทุกฝ่ายช่วยกันทำให้บรรยากาศบ้านเมืองเย็นลงในช่วงนี้จะเป็นเรื่องดี ส่วนที่โหรทำนายว่าบ้านเมืองจะวุ่นวายหนักถึงขั้นปฏิวัติ ยืนยันว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับประชาชน หากทุกฝ่ายช่วยกันโหรก็ทำนายผิด หากเลื่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญไปคงช่วยได้ และรัฐบาลหลังปรับ ครม.ก็ทำงานหนักขึ้น โดยเฉพาะทำอย่าง ไรให้ประชาชนมาร่วมกันนำบ้านเมืองผ่านวิกฤตเศรษฐกิจด้วยความสามัคคี ตรงนี้คือภารกิจหลักของครม.
มาร์คเย้ยครม.ใหม่ไม่ประทับใจ
เมื่อถามถึง ครม.ใหม่จะช่วยทำให้หน้าตาของรัฐ บาลดีขึ้นหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หากถามในแง่ความประทับใจคงผิดหวัง เพราะเห็นข่าวต่อรองผลประโยชน์กันมาก จึงขอให้นายกฯ ย้ำกับส.ส.ทุกฝ่ายว่าวันนี้ต้องช่วยกันประคับประคองแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองก่อน ส่วนเรื่องกลุ่มเอาไว้ทีหลัง ส่วนที่มีข่าวซื้อเก้าอี้รัฐมนตรีกว่า 100 ล้านบาทของบางพรรคนั้น ต้องตรวจสอบกันต่อไป แต่เวลามีความขัดแย้งกันมักจะมีข่าวออกมามาก ฉะนั้นต้องตรวจสอบดูว่าข่าวอะไรจริงไม่จริง ทั้งนี้ เท่าที่ดูรายชื่อครม.ที่ปรากฏทางสื่อเห็นว่าเป็นการปรับ ครม.ที่รัฐบาลสูญเสียโอกาสครั้งสำคัญในการฟื้นความเชื่อมั่นของรัฐบาล
ส่วนกระแสข่าวแก๊งออฟโฟร์ที่ประกอบด้วยนายสมัคร สุนทรเวช นายกฯ น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกฯ และ รมว.คลัง นายเนวิน ชิดชอบ อดีตกรรม การบริหารพรรคไทยรักไทย และนายธีรพล นพรัมภา เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เตรียมยึดอำนาจภาย ในพรรคพลังประชาชนนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าพรรคพลังประชาชนไม่ควรนำปัญหาภายในพรรคมาเป็นปัญหาของบ้านเมือง
สุวิทย์ปัดลาออกหัวหน้าพรรค
เวลา 09.00 น. ที่กระทรวงอุตสาหกรรม นาย สุวิทย์ คุณกิตติ อดีตรองนายกฯและรมว.อุตสาห กรรม ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน เข้ามายังกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อร่วมงานอำลาผู้บริหารและข้าราชการกระทรวง พร้อมทั้งสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คือองค์พระนายรายณ์ และศาลพระภูมิประจำกระทรวง จากนั้นร่วมประชุมผู้บริหารกระทรวงพลังงาน โดยมีลูกพรรคคือน.พ.แวมาฮาดี แวดาโอะ ส.ส.นราธิวาส เดินทางมาให้กำลังใจ
นายสุวิทย์ กล่าวว่า ฝากงานให้ข้าราชการอุตสาห กรรมสานต่อ โดยเฉพาะนโยบายต่างๆ ที่ตนดำเนินการไว้ อาทิ การให้ จ.ขอนแก่นเป็นเมืองไอซีที ผลักดันการลงทุน การแจ้งเกิดอุตสาหกรรมชายฝั่งทะเลภาคใต้ สิ่งที่เป็นตนเป็นห่วงคือเรื่องเศรษฐกิจที่อยากเห็นความร่วมมือ ร่วมใจแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังจากนี้จะทำอย่างไรต่อ เพราะลูกพรรคกดดันให้ลาออกจากจากหัวหน้าพรรค นาย สุวิทย์ กล่าวว่า ตอนนี้ตนยังเป็นหัวหน้าพรรคอยู่ แต่ไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่ง สิ่งที่อยากทำคือทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม คงต้องรอดูกันต่อไป เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ และอยากจะให้คนคิดถึงบ้านเมืองมากกว่าการเมือง ไม่อยากให้คิดถึงตัวเองมาก ซึ่งวันที่ 5 ส.ค.จะมีการประชุมพรรค ถือเป็นวาระปกติ ต่อข้อถามว่าจะตัดใจลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคหรือไม่ นายสุวิทย์ ไม่ตอบ เพียงแต่ยิ้มและหัวเราะ
โต้ลั่นชิงถอนตัวเพราะหลุดเก้าอี้
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ชิงลาออกจากการร่วมรัฐ บาล เพราะมีข่าวว่าหลุดจากโผครม. นายสุวิทย์ กล่าวว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ตนลาออกจากตำแหน่งรองนายกฯหรือรัฐมนตรี สิ่งที่ทำถือเป็นหลักการ และจะมองว่าอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมมากกว่า เมื่อถามถึงการหารือกับพรรคชาติไทย นายสุวิทย์ กล่าวว่า คงไม่ไปก้าวล่วงกับพรรคอื่น แต่ละคนมีแนวคิดเป็นของตัวเอง ไม่อยากให้ผู้สื่อข่าวสนใจกระแสการ เมือง อยากให้คิดในทางสร้างสรรค์
ด้านน.พ.แวมาฮาดี กล่าวว่า สนับสนุนนายสุวิทย์ อย่างเต็มที่และจะยืนยันจุดยืนเหมือนหัวหน้าพรรค เพราะการบริหารพรรคนั้นลูกพรรคทุกคนได้ให้สิทธิ์หัวหน้าพรรคตัดสินใจเรื่องต่างๆ มาตั้งแต่ต้น ส่วนที่ตนจะเป็นฝ่ายค้านของรัฐบาลนั้น รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้เอกสิทธิ์ส.ส. ตนยังยืนยันจะเป็นสมาชิกของพรรคเพื่อแผ่นดิน ที่ผ่านมาไม่เคยล็อบบี้หรือพูดคุยกับใครให้มีความเห็นเหมือนตน
มีส.ส.ในพรรคเพื่อแผ่นดินมาหารือว่าจะใช้ชื่อผมเพื่อยื่นหนังสือยืนยันยังร่วมรัฐบาล ผมบอกไปแล้วว่าไม่อนุญาต ขณะนี้ส.ส.ในพรรคออกมาให้ข่าวในลักษณะต่างคนต่างพูด ไม่อยากให้เกิดภาพเหล่านี้ขึ้นมา น่าจะไปหารือกันในพรรควันที่ 5 ส.ค.จะดีกว่า และการประชุมดังกล่าวไม่น่าจะมีการเลือกหัวหน้าพรรคใหม่ แต่ยอมรับว่าอาจจะมีการกดดันให้นายสุวิทย์ลาออก น.พ.แวมาฮาดี กล่าว
ลูกพรรคพผ.รอให้สุวิทย์ชี้แจง
ที่รัฐสภา น.พ.อลงกต มณีกาศ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวว่า ส.ส.ในพรรค รวมถึงกรรมการบริหารพรรคทุกกลุ่ม ทุกมุ้ง ต่างยืนยันว่ายังคงสนับสนุนรัฐบาลทุกคน รอเพียงความชัดเจนและการชี้แจงจากนายสุวิทย์ อย่างเป็นทางการต่อที่ประชุมพรรควันที่ 5 ส.ค.เท่านั้น ยืนยันว่าทุกคนเข้าใจและเห็นใจนายสุวิทย์ ที่ต้องการเว้นวรรคทางการเมืองชั่วคราวโดยเฉพาะตำแหน่งรัฐมนตรี เนื่องจากอาจถูกบีบจากอะไรบางอย่าง รวมทั้งรัฐธรรมนูญเองก็วางกับดัก วางสนุ้กไว้อย่างหลากหลาย ซึ่งเป็นใครก็อยากจะเว้นวรรคในช่วงนี้
เมื่อถามว่าการเว้นวรรคของนายสุวิทย์ อาจรวมถึงการลาออกจากหัวหน้าพรรคด้วยใช่หรือไม่ น.พ. อลงกต กล่าวว่า ความเป็นไปได้อาจมี แต่ขณะนี้นายสุวิทย์ยังเป็นหัวหน้าพรรคอยู่ ยังคิดก้าวล่วงไปไม่ได้หรือนายสุวิทย์ ลาออกจากหัวหน้าพรรคไปแล้ว สมาชิกพรรคก็พร้อมอ้าแขนรับการกลับมาของนาย สุวิทย์อย่างเต็มที่ ไม่มีปัญหา เพราะท่านเป็นคนหนึ่งที่มีความรู้ความสามารถ
อีสานพัฒนาแถลงยันผนึกกันแน่น
เวลา 11.30 น. ที่รัฐสภา กลุ่มอีสานพัฒนา พรรคพลังประชาชน จำนวน 8 คน นำโดยนายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ส.ส.เลย นายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด นายพีระพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร ได้ร่วมแถลงข่าว
นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ยืนยันว่ากลุ่มอีสานพัฒนาทั้ง 23 คน ยังคงอยู่ ส่วนที่บางคนบอกว่ามีการสลายกลุ่มนั้นไม่เป็นความจริง วันนี้กลุ่มเรายังอยู่ ใครไม่อยากอยู่ก็เป็นสิทธิของคนนั้น นอกจากนี้ยังมีส.ส. นครราชสีมา อีก 7 คน นำโดยนายอัสนี เชิดชัย พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ได้แจ้งความจำนง ขอเข้าร่วมกับกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมแล้ว โดยทางกลุ่มจะให้ผู้มีอาวุโสสูงสุดคือนายไพจิต เป็นหัวหน้ากลุ่มต่อไป ส่วนการคัดสรรตำแหน่งรองประธานสภา คนที่ 1 จะเป็นโควตาของทางกลุ่มหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับที่ประชุมพรรคที่จะเห็นว่าใครเหมาะสม
เผยหมักรับปากสอบเช็ค10ล้าน
นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า การที่กลุ่มเข้าพบนายกฯ เมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา ไม่มีความประสงค์เพื่อต่อรองตำแหน่ง แต่อยากชี้แจงให้ทราบข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร เมื่อทราบแล้ว นายกฯบอกว่าตนไม่ทราบจริงๆ เข้าใจว่ารายชื่อที่เสนอไปนั้นคือตัวแทนของกลุ่มอีสานพัฒนาจริงๆ และการปรับครม.ครั้งต่อไป นายกฯยืนยันว่าชื่อของคนที่เราเสนอไปคือนายปรีชา จะอยู่ในหัวใจของนายกฯแน่นอน นอกจากนี้เรายังมีข้อมูลคนใกล้ชิดนายกฯที่มีกระแสข่าวว่ารับเช็ค 10 ล้านบาท ซึ่งนายกฯรับปากว่าจะไปดูเรื่องนี้ให้
ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่นายกฯรับปากว่าหากมีการปรับครม.จะพิจารณานายปรีชานั้น จะเป็นการปรับ ครม.ครั้งต่อไปใช่หรือไม่ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า นายกฯ ยืนยันว่าครั้งต่อไปจะไม่ลืมชื่อนี้
ด้านนายศักดา กล่าวว่า คนใกล้ชิดนายกฯมีมากกว่า 1 คน ส่วนจะใช่คนที่เป็นรัฐมนตรีหรือไม่นั้น เวลานี้ตนไม่ขอเปิดเผย เพราะเกรงจะกระทบการทำ งานของนายกฯ อย่างไรก็ตาม กรณีนี้เกี่ยวกับเรื่องผลประโยชน์ที่ชอบโยนความผิดให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ซึ่งท่านไม่ได้รับรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งไปอ้างชื่อพ.ต.ท.ทักษิณ ในทุกๆเรื่อง
เหลิมขนโต๊ะทำงานออกไปแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากลุ่มอีสานพัฒนา ได้นำเอกสารรายชื่อ ส.ส.ในสังกัด ระบุว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 29 คน แยกเป็นส.ส.ขอนแก่น 1 คนได้แก่ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช ชัยภูมิ 2 คน นครพนม หนองคาย อุบลราชธานี มหาสารคาม ยโสธร อย่างละ 1 คน ร้อยเอ็ด เลย อย่างละ 2 คน ศรีสะเกษ 4 คน สกลนคร 3 คน รวมถึงส.ส.สัดส่วน อีก 2 คนคือนายศรีเมือง เจริญศิริ และนายชวลิต วิชัยยุทธ์ รวมถึงกลุ่มส.ส. นครราชสีมา อีก 7 คน ล่าสุด นายซูการ์โน มะทา ส.ส.ยะลา ได้ติดต่อมาหลังสุดเพื่อขอเข้าร่วมกลุ่มด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงมหาดไทยว่า ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ทีมงานของร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย ได้มาขนโต๊ะทำงาน ชุดรับแขก โคมไฟ ที่นำเข้ามาติดตั้งใหม่เมื่อตอนที่ร.ต.อ.เฉลิม เข้ารับตำแหน่งรมว.มหาดไทยออกไป โดยเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทย ได้นำเครื่องเรือนเดิมมาติดตั้งใหม่ ขณะที่ห้องทำงานของนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ที่ปรึกษารมว.มหาดไทย ยังไม่มีการย้ายของออก คาดว่านายยงยุทธจะยังดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารมว. มหาดไทยต่อไป
กล้านรงค์-แก้วสรรขึ้นเบิกความ
เมื่อเวลา 09.30 น.วันเดียวกัน ที่ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง นายทองหล่อ โฉมงาม ผู้พิพากษาอาวุโส เจ้าของสำนวนคดีหมายเลขดำที่ อม.1/2550 ทุจริตซื้อ-ขายที่ดินรัชดาภิเษก พร้อมองค์คณะออกนั่งบัลลังก์ไต่สวนพยานจำเลยครั้งแรก ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ยื่นฟ้องพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานทุจริตซื้อขายที่ดินย่านรัชดาภิเษกมูลค่า 772 ล้านบาท ตามประมวลกฎ หมายอาญา 83, 86, 90, 91, 152 และ 157 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พ.ศ.2542
วันนี้ นายเอนก คำชุ่ม และนายคำนวณ ชโลปถัมภ์ ทนายความจำเลย นำพยานร่วมของฝ่ายโจทก์และจำเลยเข้าเบิกความรวม 2 ปาก ประกอบด้วย นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.) เบิกความเกี่ยวกับการทำสำนวนไต่สวนและการนำคดีในส่วนของคุณหญิงพจมาน จำเลยที่ 2 มาฟ้องยังศาลฎีกาฯ รวมทั้งประเด็นการฟ้องคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152 และ 157 ซึ่งคุณหญิงพจมาน ไม่ได้มีฐานะเป็นเจ้าพนักงาน
กล้านรงค์ขอให้ริบเงินที่รัชดาฯ772ล.
ส่วนนายกล้านรงค์ จันทิก ป.ป.ช. เบิกความเกี่ยวกับคำขอท้ายฟ้องที่ขอให้ศาลมีคำสั่งริบเงินจำนวน 772 ล้านบาทที่ซื้อที่ดิน เพราะเห็นว่าเป็นเงินที่ใช้กระทำความผิดเช่นเดียวกับการขอให้ริบที่ดินดังกล่าว และพยานจำเลยอีก 2 ปาก คือผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และผู้แทนจากกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง เข้าเบิกความประเด็นสถานภาพกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาสถาบันการเงินว่าปกติเจ้าหน้าที่กองทุนฯ ได้รับเงินเดือนที่เบิกมาจากหน่วยใด
การสืบพยานในวันนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ จำเลยที่ 1 ไม่ได้มาร่วมฟังการสืบพยานจำเลยด้วย เนื่องจากได้ร้องต่อศาลขอเดินทางออกนอกราชอาณาจักรชั่วคราวไปประเทศญี่ปุ่นและจีน ตั้งแต่วันที่ 31 ก.ค.-10 ส.ค.
ภายหลังศาลไต่สวนพยานจำเลยเสร็จสิ้นแล้ว ทนายจำเลยแถลงต่อศาลว่า นายวราเทพ รัตนากร อดีตรมช.คลัง พยานจำเลยอีกปาก ติดภารกิจไม่สามารถเดินทางมาได้ ส่วนผู้แทนของสำนักงบประมาณ พยานอีกปาก ยังไม่สามารถติดต่อได้ จึงขอให้ศาลเลื่อนนัดไต่สวนไปก่อน โดยศาลนัดไต่สวนพยานจำเลยอีกครั้งในวันที่ 5 ส.ค. เวลา 09.30 น.
ทนายยืนยันแม้วกลับมาแน่นอน
นายเอนก คำชุ่ม ทนายความพ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน กล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ว่าพ.ต.ท. ทักษิณและคุณหญิงพจมาน จะเดินทางมาไต่สวนพยานจำเลยนัดสุดท้ายวันที่ 22 ส.ค.หรือไม่ ขณะนี้รอการแจ้งอยู่น่าจะทราบผลในวันที่ 15 ส.ค. ยืนยันว่าแม้พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางไปต่างประเทศ แต่จะ กลับมาเบิกความแน่นอน ส่วนการยื่นคำร้องขอเดินทางไปประเทศอังกฤษนั้น ไม่ทราบ แล้วแต่พ.ต.ท. ทักษิณ จะตัดสินใจอย่างไร
ท่านกลับมาแน่นอน อย่าไปคิดอย่างนั้นเลย และวันที่ 11 ส.ค. ผมจะพาท่านมารายงานตัวต่อศาลเพื่อให้เห็นว่าท่านกลับมาเมืองไทยแล้วนายเอนก กล่าว
วิจารณ์แซด-ผึ้งหลวงหนีรังศาล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่มีรายงานเมื่อวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา เกี่ยวกับปรากฏการณ์ฝูงผึ้งหลวงนับหมื่น มาเกาะทำรังอยู่หน้าองค์ครุฑขนาด 2 เมตรคูณ 2 เมตร ที่ประทับอยู่เหนือป้ายสำนักงานศาลยุติธรรม ชั้น 13 อาคารศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ สร้างความแปลกประหลาดใจให้กับผู้เห็นเรียกว่า ท่านเปาหน้าดำฃ และมีการวิจารณ์กันต่างๆ นานา บ้างกล่าวถึงว่าอาจจะเป็นลางไม่ดีเพราะองค์ครุฑ เป็นตราสัญลักษณ์ที่ใช้สำหรับเบื้องสูง แต่บางส่วนยังคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องที่ดี เพราะตามความเชื่อโบราณเมื่อผึ้งหลวงมาเกาะภายในอาคาร หรือที่พักอาศัย จะทำให้เจ้าบ้านอยู่เย็นเป็นสุข เจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน ทำให้มีโชคลาภนั้น
ล่าสุด วันที่ 1 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังศาลอาญา มีคำพิพากษาคดีเลี่ยงภาษีหุ้นชินวัตรคอมพิวเตอร์ มูลค่า 546 ล้านบาท เมื่อวันที่ 31 ก.ค. โดยตัดสินจำคุกคุณหญิงพจมาน ,นายบรรณพจน์ พี่ชายบุญธรรมคุณหญิงพจมาน คนละ 3 ปี และจำคุกนางกาญจนาภา หงษ์เหิน เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน 2 ปี ในความผิดฐาน ร่วมกันจงใจโดยฉ้อโกง กลอุบาย แจ้งข้อความเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 37 (1)(2) ปรากฏ ว่า มีผู้สังเกตเห็นว่าผึ้งหลวงนับหมื่นตัว ได้หายไปจากหน้าองค์ครุฑแล้ว ตั้งแต่เย็นวันที่ 31 ก.ค. ทำให้เกิดกระแสวิจารณ์ในหมู่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ศาลว่าอาจเป็นลางบอกเหตุที่ดี ให้จับตาเฝ้าติดตามคดีที่กำลังเข้าสู่ศาล ไม่ว่าคดีจำคุกคุณหญิงพจมานกับพวก รวมทั้งคดีนักการเมืองที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กำลังพิจารณาและเตรียมมีคำสั่งหลายคดี ซึ่งน่าจะทำให้บ้านเมืองสงบสุขเรียบร้อย แต่บางส่วนยังเชื่อว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ
เผยยื่นอุทธรณ์คดีเลี่ยงภาษีหุ้นแน่
วันเดียวกัน นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา โฆษกส่วนตัวของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เปิดเผยถึงการต่อสู้ทางคดีของคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยาพ.ต.ท. ทักษิณ ในคดีเลี่ยงภาษีหุ้นชินวัตรว่า ขั้นตอนการต่อสู้คดีของคุณหญิงพจมานและพวกนั้น ทางทีมทนายจะยื่นอุทธรณ์ภายใน 1 เดือน ตามกำหนดเวลาที่ศาลกำหนด ส่วนจะเป็นวันไหน ทีมทนายจะ พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ส่วนฝ่ายโจทก์จะยื่นอุทธรณ์ด้วยหรือไม่นั้นก็แล้วแต่ ทั้งนี้ หากทนายฝ่ายคุณหญิงพจมานเห็นว่า ระยะเวลา 1 เดือนอาจไม่เพียงพอ สามารถร้องขอต่อศาลเพื่อขยายเวลาออกไปได้ ซึ่งการต่อสู้ในคดีนี้คงกินเวลาพอสมควร ส่วนคดีอื่นๆ ของพ.ต.ท.ทักษิณ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทนายที่ดูแลกำลังดำเนินการอยู่ตามขั้นตอนและกระบวนการ โดยเฉพาะคดีการปล่อยกู้ให้พม่า 4,000 ล้านบาทนั้น เป็นการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเพียงศาลเดียว ส่วนจะพิจารณาคดีเมื่อไหร่นั้นยังไม่ทราบ
นายพงศ์เทพ กล่าวว่า คดีต่างๆ ทีมทนายแต่ละคดีจะดำเนินการต่อไปตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัวกลับมาต่อสู้คดีตามกลไกของกระบวนการยุติธรรม ซึ่งหลักการการต่อสู้จะมีกลไกและวิธีการตามขั้นตอนอยู่แล้ว การต่อสู้คดีจะเป็นในลักษณะเดียวกัน ไม่มีอะไรเป็นอย่างอื่น ถือเป็นการดำเนินการตามกลไกปกติ
ครอบครัวชินวัตรไม่เสียกำลังใจ
เมื่อถามว่าหลังจากศาลตัดสินคดีเลี่ยงภาษีหุ้นทำ ให้คุณหญิงพจมานและพ.ต.ท.ทักษิณ เสียกำลังใจหรือไม่ นายพงศ์เทพ กล่าวว่า ไม่ ทั้งสองคนไม่รู้สึกกังวลหรือใจเสียอะไร เพราะรู้ดีอยู่แล้วว่าอะไรเป็นอะไร การต่อสู้คดีและการตัดสินคดี มีขั้นตอนที่ดำเนินการกันอยู่แล้ว ศาลจะพิเคราะห์และดูตามสำนวน รวมทั้งหลักฐานต่างๆ คิดว่าการตัดสินคดีเลี่ยงภาษีหุ้นคงไม่ได้เป็นบรรทัดฐานให้กับคดีอื่นๆ เพราะแต่ละศาลหรือแต่ละคดี ศาลต้องดูและพิจารณาตามหลักฐานในแต่ละเรื่อง คงไม่ได้หมายความว่าเมื่อคดีนี้มีการตัดสินออกมาอย่างไรแล้ว คดีอื่นๆ จะต้องไปอิงตาม แต่ละคดี ศาลจะพิจารณาแตกต่างกันไป ตัดสินกันตามสำนวน ข้อโต้แย้งที่มีอยู่
โฆษกส่วนตัวของพ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวถึงการเดินทางออกนอกประเทศไปประเทศญี่ปุ่นและจีนของ พ.ต.ท.ทักษิณว่า คุณหญิงพจมาน จะเดินทางไปสมทบพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ประเทศจีน ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางไปญี่ปุ่นตั้งแต่เมื่อคืนนี้
พงศ์เทพย้ำทักษิณไม่ขอลี้ภัยแน่
ส่วนที่มีข่าวว่าพ.ต.ท.ทักษิณ จะขอลี้ภัยทางการเมืองนั้น นายพงศ์เทพยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ไม่เช่นนั้น พ.ต.ท.ทักษิณและครอบครัวคงไม่กลับมาขอสู้คดีในเมืองไทย เพราะการกลับมานั้นกลับมาด้วยตัวเองเพื่อมาต่อสู้ อย่าลืมว่าตอนที่ฟ้องคดีนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ต่างประเทศ แต่ท่านมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตัวเองและมั่นใจในกระบวนการยุติธรรม จึงขอกลับมาต่อสู้คดีด้วยตัวเอง ส่วนที่ต้องไปจีนนั้น เพราะพ.ต.ท. ทักษิณ เป็นประธานโอลิมปิกกิตติมศักดิ์ ซึ่งในวันเปิดการแข่งขันโอลิมปิก พ.ต.ท.ทักษิณ จึงต้องไป อีกทั้งต้องไปรับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่จะเสด็จฯ ไปทรงร่วมพิธีเปิดด้วย ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางกลับประมาณวันที่ 9 หรือ 10 ส.ค. หลังเปิดการแข่งขันในวันที่ 8 ส.ค.
นายพงศ์เทพ กล่าวว่า ส่วนการเดินทางต่อไปประเทศอังกฤษนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องกลับมารายงานตัวต่อศาลก่อนแล้วจึงจะร้องขอต่อศาล เพื่อไปอังกฤษอีกครั้ง ซึ่งมีเหตุจำเป็นเพราะเปิดฤดูกาลใหม่ในฐานะประธานสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มีการซื้อตัวนักเตะและโค้ชเข้ามาใหม่ และเปิดฤดูแข่งขัน จึงต้องไปเพื่อพบปะพูดคุยและมอบนโยบายต่างๆ ยืนยันว่าไม่มีการขอลี้ภัยอย่างแน่นอน
อดีตรมต.-รมต.แห่ส่งแม้วบินญี่ปุ่น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นของพ.ต.ท.ทักษิณนั้น พ.ต.ท.ทักษิณได้เดินทางไปถึงสนามบินสุวรรณภูมิในเวลา 22.30 น. โดยมีแกนนำพรรคไทยรักไทย อาทิ นายยงยุทธ ติยะไพรัช นายเนวิน ชิดชอบ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช นายสรอรรถ กลิ่นประทุม นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ นายภูมิธรรม เวชยชัย นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รวมทั้งอดีตส.ส. พรรคไทยรักไทย นอกจากนั้นยังมีแกนนำและส.ส. พรรคพลังประชาชน อาทิ นายไชยา สะสมทรัพย์ อดีตรมว.สาธารณสุข นายสมชายและนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องเขยและน้องสาวของพ.ต.ท.ทักษิณ รวมทั้งนายธีรพล นพรัมภา เลขาธิการนายกฯ นายบุญลือ ประเสริฐโสภา รมช.ศึกษาธิการ นายพงศกร อรรณพพร รมช.ศึกษาธิการ ได้เดินทางไปส่ง โดยมีการดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด และมีกลุ่มผู้สนับสนุนกว่า 10 คนมารอส่งและให้กำลังใจด้วย ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณ ได้เข้าไปทักทายก่อนจะเดินเข้าไปรออยู่ในห้องพักวีไอพีและมีการหารือกับแกนนำพรรคที่ไปส่ง ก่อนจะขึ้นเครื่องในเวลา 00.30 น. วันที่ 1 ส.ค.
แม้วลั่นการเมืองอย่าแทรกแซงคดี
รายงานข่าวแจ้งว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้กล่าวกับอดีตแกนนำพรรคไทยรักไทยและส.ส.พรรคพลังประชาชนที่มาส่ง ถึงการต่อสู้คดีหลีกเลี่ยงการชำระภาษีหุ้นชินวัตร คอมพิวเตอร์ ซึ่งศาลอาญามีคำพิพากษาให้จำคุกคุณหญิงพจมาน นายบรรณพจน์ และนางกาญจนาภาว่า จะต่อสู้คดีต่อไป เพราะมั่นใจว่าสิ่งที่ทำมาแล้วเป็นเรื่องสุจริต และผู้ที่ถูกกล่าวหาก็ไม่ใช่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ดังนั้น จึงมีสิทธิ์อุทธรณ์ต่อไป ซึ่งเรื่องนี้ต้องต่อสู้กันอีกนาน
ผมหวังว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามกระบวนการ อย่าเอาการเมืองมาแทรก เรื่องการเมืองจะเป็นอย่างไรก็ว่ากันไป แต่อย่าเอาผมเข้าไปยุ่ง วันนี้การเมืองพยายามเอาผมเข้ามาโยงด้วยตลอด หลังจากนี้ขอให้ส.ส.ตั้งใจทำหน้าที่ และขยันลงพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชน พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว
พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวด้วยว่า ขอบคุณทุกคนที่มาให้กำลังใจและมารอส่งทุกครั้ง ทำให้รู้สึกอบอุ่นขึ้น เมื่อเห็นมิตรแท้อยู่ใกล้ๆ และคอยให้กำลังใจในช่วงที่ตนมีความทุกข์ คนเราจะได้ใจกันต้องอยู่ในช่วงลำบากที่สุดของชีวิต
ไกรศักดิ์เชื่อทักษิณขอลี้ภัยแน่
ด้านนายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เชื่อว่าพ.ต.ท.ทักษิณที่ใช้ชีวิตระดับ 6 ดาว ไม่ยอมไปอยู่ในคุกไทยที่มีคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐานแน่นอน และเป็นไปได้ว่าพ.ต.ท.ทักษิณ จะขอลี้ภัยทางการเมือง โดยประเทศที่จะไปได้แก่ จีน สิงคโปร์ เนื่องจากไม่มีสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน แต่ถ้าจะไปจริงๆ เชื่อว่าเป็นประเทศอังกฤษ เพราะอบอุ่นสำหรับเขา เนื่องจากมีธุรกิจ ทีมฟุตบอล มีบ้านและใครก็ไปมาเยี่ยมเยียนได้ แม้อังกฤษกับไทยมีสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนก็ตาม เชื่อว่าไม่สามารถนำตัวพ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาดำเนินคดีได้ เพราะพ.ต.ท. ทักษิณ มีเงินมหาศาล จ้างทนายในต่างประเทศที่มีความสามารถมาต่อสู้คดีเพื่อยื้อเวลาไม่ต้องถูกส่งตัวกลับเมืองไทย เช่น นายปิ่น จักกะพาก อดีตประธานกลุ่มเอกธนกิจ และนายราเกซ สักเสนา ที่หนีคดีทุจริต แต่ทางการไทยยังไม่สามารถจับตัวมาลงโทษได้
ทั่วโลกมักให้ความสำคัญกับคดีละเมิดสิทธิมนุษยชน ขณะที่คตส.ส่งฟ้องของพ.ต.ท.ทักษิณ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งเขาไม่ค่อยให้ความสำคัญ เพราะหากคตส.ทำคดีเรื่องละเมิดสิทธิมนุษยชนควบคู่ด้วย อาทิ การปราบปรามสงครามยาเสพติด ที่มีผู้เสียชีวิต 2,800 คน คดีกรือเซะคนตาย 108 คน และคดีตากใบ 89 คน เพราะหากเป็นคดีดังกล่าว พ.ต.ท.ทักษิณ จะหนีไปไหนก็คงไม่รอดการจับกุม เช่น นายออกุสโต ปิโนเชต์ อดีตผู้นำเผด็จการของชิลี ที่ลี้ภัยไปสเปนแต่สุดท้ายถูกจับติดคุกและต้องตายในคุก นายไกรศักดิ์ กล่าว
แต่อดีตทูตเชื่อดำเนินการไม่ได้
นายกษิต ภิรมย์ อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. กล่าวว่า การลี้ภัยทางการเมืองเป็นสิทธิของทุกคนที่ทำได้ แต่การลี้ภัยทางการเมืองนั้น จะอนุญาตให้เฉพาะผู้ประสบภัยทางการเมืองและอาจถูกตัดสินโดยศาลเตี้ย มิใช่หนีเพราะถูกคดีอาญาและแพ่ง ดังนั้นหากพ.ต.ท.ทักษิณ จะลี้ภัยทางการเมืองควรทำในช่วงเหตุการณ์รัฐประหาร 19 ก.ย.2549 เพราะอ้างเหตุผลได้ แต่ขณะนี้ผ่านล่วงเลยมาแล้วเกือบ 2 ปี พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าออกประเทศไทยด้วยความปลอดภัย มีคนอารักขา พร้อมขึ้นศาลต่อสู้คดี เท่ากับยอมรับกระบวนการยุติธรรมเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น จึงไม่มีเหตุผลจะขอลี้ภัยทางการเมือง
ด้านน ายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงศาลตัดสินลงโทษคุณหญิงพจมาน และพวกในคดีการเลี่ยงภาษีว่า ไม่กระทบกับรัฐบาล และรัฐบาลไม่หวั่นไหว แต่ผู้ที่ใกล้ชิดและมีความผูกพันกับพ.ต.ท.ทักษิณ ต่างเห็นใจและส่งกำลังใจไปให้พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัวต่อสู้คดี ถือเป็นความรู้สึกส่วนตัว อีกทั้งพ.ต.ท.ทักษิณ วางมือทางการเมืองไปแล้ว คงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับรัฐบาล ส่วนที่เกรงว่าพ.ต.ท.ทักษิณ จะถือโอกาสลี้ภัยทางการเมืองนั้น คงเป็นไปไม่ได้ การต่อสู้คดีที่ผ่านมายังมีอีก 2 ศาล ส่วนคดีอื่นยังมีขั้นตอนและระยะเวลา ดังนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีเหตุผลจะต้องลี้ภัย
สามารถรับถูกทาบเป็นรองปธ.สภา
วันเดียวกัน นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงนายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด ระบุมีการเสนอเงิน 10 ล้านบาท ให้กับบุคคลใกล้ชิดนายสมัครเพื่อปรับเปลี่ยนรายชื่อครม.ว่า ส่วนตัวไม่เชื่อว่าจะมีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น และการเข้ามาเป็นรัฐ มนตรีในขณะนี้ต้องรับภาระหนัก จึงไม่มีใครยอมเสียเงินมากขนาดนั้น เพื่อแลกกับตำแหน่ง และเห็นว่าเรื่องดังกล่าวทำให้พรรคพลังประชาชนเกิดความเสียหาย เพราะยังไม่รู้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ดังนั้น คิดว่าพรรคจะให้ผู้ที่พูดเรื่องดังกล่าวแสดงข้อมูล ไม่ใช่พูดผ่านสื่อโดยไม่มีหลักฐานใดๆ และจะเรียกร้องให้กรรมการจริย ธรรมของพรรคพิจารณาการกระทำดังกล่าวหรือตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งผู้ที่พูดต้องแสดงความรับผิดชอบในการกระทำของตนเอง หากพบว่าเป็นการกล่าวหาอาจจะมีการพิจารณาคาดโทษ
นายสามารถ กล่าวถึงกรณีที่มีรายชื่อเป็นแคนดิเดตรองประธานรัฐสภาแทนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ว่า ยอมรับว่ามีผู้ใหญ่ระดับแกนนำพรรค ซึ่งใกล้ชิดกับนายกฯ ทาบทามให้ตนรับตำแหน่งดังกล่าว ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา ก่อนที่นายสมศักดิ์จะลาออก เพราะคิดว่าจะทำหน้าที่ได้ ส่วนที่มีชื่อนายสุขุมพงศ์ โง่นคำ ส.ส.สัดส่วน ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาลนั้น การตัดสินใจสุดท้ายว่าจะเลือกใครต้องนำเรื่องเข้าที่ประชุมพรรควันที่ 5 ส.ค. เพื่อหารือร่วมกับส.ส.ในพรรคให้เห็นชอบก่อน
เมียปรีชาแฉขุนค้อนขอเก้าอี้แม้ว
วันเดียวกัน นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตรองประธานสภา กล่าวว่า ยืนยันว่าตนเป็นหัวหน้ากลุ่มอีสานพัฒนาเหมือนเดิม ส่วนจะนำใครมาเป็นหัวหน้ากลุ่มคนใหม่แทนตนนั้น ไม่เป็นไร ตนไม่คิดอะไรมากเพราะไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด ไม่อยากทะเลาะด้วย ซึ่งตนจะมุ่งทำงานให้กับประเทศชาติต่อไปมากกว่า ส่วนสมาชิกใครจะเข้าจะออก ขอให้เป็นเรื่องภายในกลุ่มตัดสินว่าจะมาร่วมกับตนอีกหรือไม่ ซึ่งไม่แน่ว่าตนอาจจะตั้งกลุ่มขุนค้อน ขึ้นมาด้วยก็ได้
นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข ส.ส.เลย พลังประชาชน กลุ่มอีสานพัฒนา ภรรยานายปรีชา กล่าวว่า ข้อเท็จจริง นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข เป็นผู้ตั้งกลุ่มอีสานพัฒนา และนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ได้เข้ามาร่วมกลุ่มในภายหลัง แต่เห็นว่านายสมศักดิ์ ได้รับตำแหน่งรองประธานสภา และมีห้องรองรับกลุ่มเราให้เข้าประชุมได้ จึงให้เป็นหัวหน้าทีมเฉยๆ แต่ไม่ใช่มานำเราทุกอย่าง เพราะเราได้จัดลำดับความสำคัญเรื่องความอาวุโสในการดำรงตำแหน่งส.ส.มากที่สุด ซึ่งจะได้เป็นรัฐมนตรี ซึ่งมีการคุยกันตั้งแต่ตั้งกลุ่มแล้ว
นางเปล่งมณี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ซึ่งเป็นวันเกิดของพ.ต.ท.ทักษิณนั้น นายสมศักดิ์ได้ถือดอกไม้และพูดกับปาก แทนที่อวยพรวันเกิดแต่กลับพูดเรื่องตำแหน่งหน้าที่ไปต่อรองกับพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งหลายคนที่ล้อมวงอยู่ถึงกับงงโดยนายสมศักดิ์ระบุว่านายใหญ่อย่าลืม สิ่งที่รับปากไว้ แต่ถ้าจะแต่งตั้งรัฐมนตรี ผมขอฝากส.ส.ปรีชาที่อยู่ข้างๆ และนายเจริญ จรรย์โกมล ส.ส.ชัยภูมิ ไม่ต้องห่วงผมไม่ต้องห่วงผม แต่สุดท้ายแล้วเป็นอย่างไร
พปช.ยื่นแก้รธน.หลังวันที่18ส.ค.
ด้านนายสามารถ แก้วมีชัย ประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า จะยื่นหลังวันที่ 18 ส.ค.เพื่อรอให้คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ที่มีนายกระมล ทองธรรมชาติ เป็นประธาน ให้พิจารณาแล้วเสร็จ เพราะไม่ต้องการให้หลายฝ่ายอ้างว่าเราทำโดยพลการ ส่วนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เราจะยื่นได้พิจารณาจาก 4 ประเด็นคือ 1.รายงานของกรรมาธิการวิสามัญฯ 2.อนุกรรมาธิการของวิปรัฐบาลที่มีนายชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกฯเป็นประธาน 3.ผลงานทางวิชาการของนักวิชาการที่ศึกษารัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 เช่นนายมนตรี รูปสุวรรณ และ4.ประสบการณ์ของครม.ว่ามีปัญหาอะไรบ้าง ซึ่งการยื่นครั้งนี้จะไม่ยื่นแก้ไขทั้งฉบับ แต่จะเป็นรายมาตรา คาดว่าจะยื่นในประเด็นที่มาของส.ส.และส.ว.ก่อน ส่วนมาตรา 190 , 237 และมาตรา 309 นั้นจะยื่นภายหลัง ส่วนระยะเวลายื่นจะห่างกันแค่ไหนตอบไม่ได้ เพราะต้องรอการตกผลึกทางความคิด ไม่ใช่เช่นนั้นเกรงว่าจะมีปัญหาเพราะมาตราดังกล่าวเป็นประเด็นสำคัญ
นายกล้านรงค์ จันทิก คณะกรรมการป.ป.ช. กล่าวถึงรัฐบาลเตรียมยื่นมติแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ไม่รู้สึกกังวล เพราะทำทุกอย่างตามหน้าที่และทำตามกฎหมาย ซึ่งทุกครั้งตนบอกเสมอมาเกี่ยวกับการแก้กฎหมายนั้น ขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจจะเสนอแก้ไขทั้งส.ส. คณะรัฐมนตรี เมื่อมีกฎหมายออกมา เราก็ปฏิบัติตาม ไม่ว่าการแก้กฎหมายนั้น จะยังมีป.ป.ช. หรือไม่ ก็ไม่รู้สึกกังวลใดๆ
ผบ.ทอ.ทำอึกอัก-โกวิทนั่งมท.1
ที่สถานีรถไฟฟ้าสนามกีฬาแห่งชาติ พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผบ.ทอ. กล่าวถึงกรณีศาลอาญาพิพากษาจำคุกคุณหญิงพจมานและพี่ชายเป็นเวลา 3 ปีว่า ทุกอย่างคณะผู้พิพากษาคงพิจารณาตามตัวบทกฎหมาย คดีดังกล่าวไม่ใช่ผลสำเร็จของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) แต่คิดว่าทุกส่วนได้ดำเนินการตามตัวบทกฎหมาย คมช.ไม่ได้ตั้งเป้าให้ใครมาติดคุก แต่ถ้าใครกระทำผิดเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ทุกสิ่งเป็นไปตามกฎหมายและธรรมชาติ
เมื่อถามว่าเกรงว่ากลุ่มสนับสนุนพ.ต.ท.ทักษิณ จะออกมาเคลื่อนไหวรุนแรงจากผลการพิพากษาคดี พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า เป็นธรรมดาที่กลุ่มผู้สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ จะไม่พอใจ เปรียบเหมือนญาติเราถูกฟ้อง หรือต้องคำพิพากษาต้องไม่พอใจเป็นธรรมดา หากขออุทธรณ์ ฎีกา ทำได้อยู่แล้ว ต้องหาเหตุผล พยานหลักฐานมาแก้ต่าง คิดว่าฝ่ายที่ถูกพิพากษาคงอุทธรณ์ต่อไป ไม่มีปัญหา
เมื่อถามว่ามีความเห็นอย่างไรต่อการปรับคณะรัฐมนตรี พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องเฝ้าดู ต้องหาคนที่ดีที่สุด ส่วนที่มีข่าวล็อบบี้ใช้เงินซื้อตำแหน่งรัฐมนตรีนั้น ตนไม่ทราบ แต่ไม่ควรซื้อ เมื่อถามถึงความเหมาะสมที่พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ อดีตผบ.ตร. จะมาดำรงตำแหน่งรมว.มหาดไทย พล.อ.อ. ชลิต กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับคณะผู้พิจารณาคัดเลือก ท่านคงพยายามคัดเอาคนที่เหมาะสม
เมื่อถามว่าเหมาะสมหรือไม่เพราะพล.ต.อ.โกวิท เป็นอดีตคมช.จะมาดำรงตำแหน่งในรัฐบาลนี้ พล.อ.อ. ชลิต นิ่งคิดไปสักพักก่อนกล่าวว่า ร้อยตำรวจเอกยังเป็นรมว.มหาดไทยได้เลย พล.ต.อ. ตนว่าเป็นได้เหมือนกัน
เผยนักการทูตจับตากรณีทักษิณ
รายงานข่าวระดับสูงจากกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยกรณีพ.ต.ท.ทักษิณ อาจตัดสินใจขอลี้ภัยหลังมีคำพิพากษาของศาลในหลายๆ คดีว่า เรื่องนี้ได้รับความสนใจและวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ซึ่งอดีตเอกอัครราชทูตคนหนึ่งเห็นว่า หากพ.ต.ท.ทักษิณได้รับการอนุมัติจากศาลให้ไปต่างประเทศได้ชั่วคราว แล้วอดีตนายกฯขอลี้ภัยก็ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แต่ที่สุดแล้วขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของอดีตนายกฯ หากลี้ภัยจริงก็ต้องมาพิจารณาว่าศาลตัดสินคดีนั้นๆ อย่างไร เช่น เป็นคดีอาญาหรือไม่ จึงจะเข้าข่ายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนได้ หากประเทศไทยและประเทศปลายทางมีสนธิสัญญาระหว่างกัน เชื่อว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะต้องสู้คดีอย่างแน่นอน เพราะยังมีสิทธิสู้คดีในชั้นศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา อย่างไรก็ตาม หากเป็นการขอลี้ภัยทางการเมืองต้องขึ้นอยู่กับประเทศที่ 3 ด้วยว่าจะรับหรือไม่ สำหรับประเทศไทยไม่สามารถห้าม พ.ต.ท.ทักษิณออกนอกประเทศได้ เพราะศาลให้สิทธิเดินทางไปต่างประเทศชั่วคราวและอดีตนายกฯจะต้องกลับมา
แก้วสรรเตือนอย่าเพิ่งแก้รธน.
วันเดียวกัน นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตคณะกรรม การตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) กล่าวถึงศาลอาญาตัดสินจำคุกคุณหญิงพจมาน กับพวก ความผิดฐานร่วมกันจงใจหลีกเลี่ยงการชำระภาษีการโอนหุ้นบริษัท ชินวัตรคอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด (มหาชน) ว่า การดำเนินคดีดังกล่าวของคตส.เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ไม่มีใครสั่งการ ขออย่าให้มองเป็นเรื่องชัยชนะ เพราะจำเลยในคดียังมีสิทธิอุทธรณ์ได้ และอาจจะชนะในอนาคต ส่วนเรื่องดังกล่าวจะทำให้เกิดความขัดแย้งไม่ยอมรับคำตัดสินหรือไม่ นายแก้วสรรกล่าวว่า มนุษย์มีสิทธิจะคิดได้ แต่กระบวนการยุติธรรมพิสูจน์ตัวเองได้เช่นกัน อย่าระแวงในเรื่องนี้ ทุกคนเห็นตรงแล้วว่าไม่มีใครสั่งกระบวนการยุติธรรมได้ ไม่มีการสุมหัวกลั่นแกล้ง ไม่มีการซูเอี๋ย
ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลพรรคพลังประชาชนนั้น นายแก้วสรรกล่าวว่า ทางที่ดีที่สุดคืออย่าแก้รัฐธรรมนูญในขณะนี้ และยอมรับว่ามีความกังวลกับเรื่องดังกล่าวว่าอาจเป็นประเด็นที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง
เผยสรรพากรเก็บภาษี546ล.ไม่ได้
ด้านนายศานิต ร่างน้อย อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า หลังจากคณะกรรมการอุทธรณ์ภาษีมีมติว่ากรมสรรพากรไม่สามารถจัดเก็บภาษีจากนายบรรณพจน์ เมื่อช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา กรมสรรพากรได้ตั้งคณะกรรมการสอบหาผู้รับผิดทางแพ่งกรณีทำให้กรมสรรพากรเสียหาย ไม่ได้รับเม็ดเงินภาษี 546 ล้านบาท จากนายบรรณพจน์ ขึ้นมาทันทีโดยไม่ได้นิ่งนอนใจ ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารของกรม และฝ่ายกฎหมาย เพื่อทำหน้าที่หาแนวทางนำเม็ดเงินจำนวนดังกล่าวกลับคืนมาให้ได้
ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษากฎหมายทั้งทางแพ่ง และทางละเมิด เพื่อหาทางทวงเงินกลับมาเพราะเงินหลวงตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้อยู่แล้ว ซึ่งต้องทำงานร่วมกับกรมบัญชีกลางด้วย เท่าที่ทราบความคืบหน้าของคณะทำงานได้นำสำนวนมาดูจำนวนมากแล้ว และยิ่งมีความหวังมากขึ้นเมื่อมีคำสั่งศาลออกมา โดยกรมจะพยายามทำหน้าที่ของกรมให้ดีที่สุด นายศานิตกล่าว และว่า ยอมรับว่าเรื่องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับกฎหมายจำนวนมากทั้งประมวลรัษฎากร และพ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิด ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐทั้ง 5 คนที่ถูกให้ออกจากราชการไปแล้ว ดังนั้น การขอสำนวนมาพิจารณาต้องใช้เวลาพอสมควร
เรืองไกรจี้เอาผิดคนทำคดีหมดอายุ
นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา กล่าวว่า การเอาผิดบุคคลจากความเสียหายที่รัฐไม่สามารถจัดเก็บภาษีหุ้นชินวัตรคอมพิวเตอร์ 546 ล้านบาทได้ กรมสรรพากรจะต้องพิจารณาว่าใครที่ทำให้คดีหมดอายุความ โดยเฉพาะคณะกรรมการอุทธรณ์ ที่ประกอบด้วยกรมสรรพากร สำนักงานอัยการสูงสุด และกระทรวงมหาดไทย ที่ทำให้อายุความสิ้นสุดลงจนเรียกร้องภาษีกลับคืนมาไม่ได้ เรื่องนี้คณะกรรมการอุทธรณ์ต้องรับผิดชอบหรือไม่
เรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ ต้องนำเม็ดเงินภาษี 546 ล้านบาทกลับคืนมาให้ได้ โดยต้องพิจารณาทีละขั้นว่าใครหรือส่วนใดที่บกพร่องจนทำให้รัฐเสียหายถึงขนาดนี้ นายเรืองไกรกล่าว
นายเรืองไกรยังให้สัมภาษณ์ถึงการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของนางปราณี สืบวงศ์ลี ภริยาของน.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกฯและรมว.คลัง ที่มีหุ้นในห้างหุ้นส่วนสามัญและคณะบุคคลว่า ตนอยู่ระหว่างร่างถ้อยคำเพื่อยื่นหนังสือต่อป.ป.ช.เพื่อตรวจสอบการถือหุ้นดังกล่าว ว่าเข้าข่ายข้อห้ามมาตรา 269 ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ รวมถึงขัดกับมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ. 2543 หรือไม่ จากนั้นจะรวบรวมรายชื่อส.ว.ให้ได้ 15 คนเพื่อยื่นต่อป.ป.ช. แต่หากไม่สามารถรวบรวมได้จะเสนอเพียงคนเดียว ซึ่งทำได้ตามมาตรา 62 แห่งรัฐธรรมนูญ
รองโฆษกโต้ไม่มีแก๊งออฟโฟร์
เวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความพยายามเสนอข้อมูลมีแก๊งออฟโฟร์ในรัฐบาลเคลื่อนไหวยึดอำนาจบริหารทางการเมืองว่า ไม่เป็นความจริง รัฐบาลทำงานตามนโยบายที่วางไว้ ซึ่งการปรับครม. นายกฯดำเนินการตามขั้นตอน ขณะนี้รอโปรดเกล้าฯลงมา จึงยืนยันว่าแก๊งออฟโฟร์ไม่มี แต่อยากให้ระวังแก๊งออฟไฟว์ ที่สะพานมัฆวานมากกว่า เพราะแก๊งนี้มีแนวโน้มทำให้เกิดความวุ่นวายและนำไปสู่เหตุการณ์ที่ไม่พึงปรารถนาเหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในวันที่ 19 ก.ย.2549
เมื่อถามว่าที่ให้ระวังแก๊งออฟไฟว์ เพราะรัฐบาลประเมินว่าจะมีการปฏิวัติขึ้นมาอีก นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า การเคลื่อนไหวตลอดมา มีความมุ่งหวังจะเกิดชนวนความวุ่นวายและบานปลายจนเป็นเงื่อนไขการยึดอำนาจ ซึ่งเราหาจุดจบและทางลงของกลุ่มพันธมิตรฯไม่ออกว่าเคลื่อนไหวเพื่อให้เกิดอะไร เพราะรัฐบาลยืนยันจะทำงานต่อไป นายกฯและครม.จะไม่ลาออก
แก๊งออฟไฟว์พยายามเคลื่อนไหวและสร้างเงื่อนไขต่างๆ ให้เกิดขึ้น แต่รัฐบาลไม่กังวลถึงขั้นว่าจะเกิดการปฏิวัติ แต่ต้องระวังไม่ให้คนกลุ่มนี้สร้างเงื่อนไข และคิดว่า 3-5 วันจากนี้ไปเรายังดูแลได้อยู่ และคนส่วนใหญ่ไม่ต้องการให้บ้านเมืองเกิดสิ่งที่ไม่พึงปรารถนา อย่าลืมว่ารัฐบาลนี้จะหน้าตาดีหรือขี้เหร่อย่างไร ก็มาจากการเลือกตั้ง นายณัฐวุฒิ กล่าว
นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ส่วนที่ติติงการตั้งนายไชยา สะสมทรัพย์ มารับตำแหน่งรมว.พาณิชย์นั้น ยืนยันว่ากรณีนายไชยาไม่ขัดในข้อกฎหมาย หากจะมาดำรงตำแหน่งถือว่ามีสิทธิ์โดยชอบ ซึ่งจะพิสูจน์กันด้วยผลงาน เมื่อถามว่าการแต่งตั้งนายไชยา จะเป็นชนวนให้เกิดความไม่พอใจรัฐบาลเพิ่มหรือไม่ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ต้องดูความถูกต้องเป็นสำคัญ แต่ยอมรับว่าจำนวนที่จำกัดของครม.ย่อมไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้ทั้งหมด
อนุพงษ์เชื่อสถานการณ์จะดีขึ้น
ที่กองทัพบก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. กล่าวถึงศาลพิพากษาจำคุกคุณหญิงพจมาน 3 ปีว่า สถานการณ์ในภาพรวมน่าจะดีขึ้น ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม หากเป็นไปตามกฎหมายก็ไม่มีปัญหา
เมื่อถามว่าการตัดสินของศาลถือเป็นความสำเร็จของคมช.หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ไม่มีความเห็น ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนสถานการณ์การเมืองในอนาคต ทุกคนน่าจะมีความคิดใกล้เคียงกับตน คือทุกอย่างน่าจะเป็นไปในทางที่ดีขึ้น ถ้าไม่เป็นในทางที่ดีขึ้น เราคงแย่กันหมด
เมื่อถามถึงข้อมูลความเคลื่อนไหวของทหารที่อดีตนายกฯอาจใช้เพื่อปฏิวัติตนเองล้มการตรวจสอบคดีของศาล พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่ทหารเป็นทหารของชาติทำเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน ยืนยันไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับกองทัพบกโดยเด็ดขาด ทหารไม่มีความขัดแย้งกัน
มฌ.ย้ำช่วยประคองรัฐบาล
ด้านนางอนงค์วรรณ เทพสุทิน หัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย กล่าวถึงสถานการณ์ของรัฐบาลว่า ตอนนี้สถานภาพของรัฐบาลค่อนข้างยังวุ่นวาย อาจดูเหมือนไม่มั่นคง พรรคได้พูดคุยเรื่องนี้ ยอมรับว่ามีบางอย่างที่ไม่พอใจ คือไม่พอใจเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ จะนัดประชุมเพื่อตัดสินใจเรื่องนี้กันต่อไป สิ่งที่ควรทำขณะนี้คือการช่วยประคองให้ยังคงมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งไปก่อน ทำงานให้ประเทศเดินไปข้างหน้า แม้ครม.หรือรัฐบาลอาจออกมาไม่สวยงาม แต่ดีกว่าไม่มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเลย เหตุที่พรรคของตนยังแน่นแฟ้นกับพรรคพลังประชาชนและนายกฯ เพราะที่ผ่านมาแม้จะเกิดเรื่องอะไรขึ้น พรรคไม่ได้แสดงออกอะไรมากนัก เปรียบเหมือนเด็กเรียบร้อยคนหนึ่ง แต่ยืนยันว่าการทำงานทุกคนจริงจังและติดตามสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา ส่วนกรณีนาย สุวิทย์ลาออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลนั้น น่าจะเป็นปัญหาภายในพรรค ตนรู้จักนายสุวิทย์มานานแต่ในทางการเมืองไม่เคยพูดคุยกัน การประชุมพรรควันที่ 5 ส.ค. คงจะนำเหตุการณ์ประเด็นร้อนพูดคุยเพื่อหาแนวทางของพรรคต่อไป
หน้า 1
ข้อมูลจาก ข่าวสด
