เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 1 ส.ค. ที่กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วยนางบรรณโศภิษฐ์ เมฆวิชัย รองผู้ว่าฯ กทม. และคณะผู้บริหารสำนักการระบายน้ำ (สนน.) ร่วมประชุมหารือและเข้าฟังบรรยายสรุปโอกาสที่จะเกิด และเตรียมความพร้อมรับมือคลื่นขนาดใหญ่จากอ่าวไทยพัดเข้ากทม.และสร้างความเสียหายต่อกทม. โดยเฉพาะระบบการผลิตน้ำประปา ตามที่นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญมีการคาดการณ์ว่าลักษณะดังกล่าวจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนส.ค.-ต.ค.นี้นาวาเอกไชยวุฒิ นาวิกาญจนะ ผอ.กองอุตุนิยมวิทยา บรรยายสรุปว่า จากการตรวจสอบสถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาของสถานีน้ำ กองบัญชาการกองทัพเรือ พบว่าในช่วงประมาณเดือนส.ค.-พ.ย.ของทุกปีเป็นช่วงฤดูฝน ซึ่งมีน้ำหลาก น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะมีระดับสูงกว่าปกติ อันเนื่องมาจากพายุดีเปรสชั่นผ่านประเทศไทยและประเทศใกล้เคียง ทำให้มีฝนตกต่อเนื่องกันเกือบทุกภาค ปริมาณน้ำที่ระบายจากเขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณมาก เมื่อรวมกับปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาด้านท้ายเขื่อนและน้ำทะเลที่ขึ้นสูง อาจทำให้เกิดน้ำท่วมล้นริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาได้ ซึ่งที่ผ่านมาเคยเกิดขึ้นแล้วในปี49 ที่ผ่านมา การบริหารจัดการเป็นไปด้วยความลำบาก ขณะเดียวกัน จากการคาดการณ์ระดับน้ำทะเลพบว่า ในเดือนพ.ย.นี้จะมีน้ำทะเลสูงที่สุด โดยอยู่ที่ 1.22 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง ส่วนเดือนส.ค.-ต.ค. และธ.ค. เฉลี่ยอยู่ที่ 1.19 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง
ส่วนที่มีการคาดการณ์ว่าจะเกิดสภาวะน้ำเอ่อล้นฝั่ง และคลื่นซัดฝั่งเนื่องจากพายุหรือ Storm Surge ซึ่งจะมีลักษณะลมแรงจากพายุ คลื่นสูง ระดับผิวหน้าน้ำทะเลที่ยกตัวสูงขึ้นจากปกติ หรือสูงกว่าเดิมประมาณ 10-15 เมตร ทำให้น้ำทะเลทะลักเข้าสู่อ่าวไทย ทั้งนี้ กรมฯ ได้วิเคราะห์โอกาสตามช่วงเวลาที่เกิดขึ้น จากสถิติของกรมอุตุนิยมวิทยา 57 ปีที่แล้ว พบว่าในเดือน ต.ค.มีพายุหมุนเกิดขึ้น 1 ลูก ในปี 2505 พายุโซนร้อนแฮเรียต ส่วนเดือนพ.ย.เกิดขึ้น 5 ลูก ได้แก่ พายุโซนร้อน Ruth เมื่อปี 2513 ไต้ฝุ่น gay เมื่อปี 2532 สร้างความเสียหายรุนแรง พายุโซนร้อน Forrest เมื่อปี 2535 พายุ Linda เมื่อปี 2540 ซึ่งสร้างความเสียหายรุนแรง น้ำทะเลสูงกว่าปากแม่น้ำเจ้าพระยากว่า 30-40 ซ.ม. และพายุ Muifa เมื่อปี 2549 ส่วนเดือนธ.ค.เกิดขึ้น 1 ลูก คือพายุไต้ฝุ่น Sally เมื่อปี 2515
พล.ร.ท.คงวัฒน์ นีละศรี เจ้ากรมอุทกศาสตร์ กล่าวว่า สำหรับความเป็นไปได้ที่จะเกิด Storm Surge ในช่วงปลายปีนี้ ตนมั่นใจว่าไม่น่าจะมีความรุนแรง แต่ก็ไม่สามารถยืนยันได้ 100% เนื่องจากเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ อีกทั้งยังมีสภาวะเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเป็นปัจจัยประกอบด้วยทั้งปรากฏการณ์ลานิญ่า ภาวะโลกร้อน ดังนั้น อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ เห็นได้จากปัญหาน้ำแข็งขั้วโลกละลาย ฝนตกนอกฤดูกาลเพิ่มมากขึ้น เราจึงต้องทำใจไว้ก่อน อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการเตรียมการรับมือเชื่อว่าสามารถพยากรณ์แจ้งเตือนประชาชนได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดกรณีดังกล่าว เนื่องจากการเกิดหย่อมความกดอากาศต่ำกว่าจะก่อตัวเป็นดีเปรสชัน หรือพายุโซนร้อน จะต้องใช้เวลาก่อตัวประมาณ 6 วัน แต่กรมฯ สามารถเตรียมการแจ้งเตือนล่วงหน้าได้หลายวัน
นายอภิรักษ์ กล่าวว่า จากรายงานของกรมอุทกศาสตร์กองทัพเรือ คาดว่าไม่น่าจะมีความรุนแรง แต่อย่างไรก็ตามไม่ควรประมาท เพราะภัยทางธรรมชาติอะไรก็เกิดขึ้นได้ตลอด ทั้งนี้ กทม.ได้ตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าร่วม นอกจากนี้ ยังได้ทำแบบจำลองพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม หากพื้นที่ใดได้รับผลกระทบมากก็จะมีการแจ้งเตือนล่วงหน้า ขณะเดียวกัน กทม.ได้เตรียมความพร้อมมาโดยตลอด แต่ก็ต้องหาทางป้องกันเหตุที่จะเกิดความรุนแรงในการที่ 3 น้ำจะมาเจอกัน ได้แก่ น้ำทะเลหนุน น้ำเหนือหลาก และน้ำฝน
จากนั้นเวลา 15.30 น. นายอภิรักษ์พร้อมคณะเดินทางไปยังสำนักงานการประปานครหลวง (กปน.) สำนักงานใหญ่ บางเขน และได้หารือกับนายบัณฑูร ชื่นกุล รองผู้ว่าฯ กปน. เพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์หากเกิดคลื่นขนาดใหญ่พัดเข้ากทม. โดยนายบัณฑูร กล่าวว่า จุดรับน้ำดิบของกปน.มีสถานีจ่ายน้ำสำแล ต.บ้านกระแทง อ.เมือง จ.ปทุมธานี ซึ่งอยู่ด้านตะวันออก ห่างจากปากอ่าวไทยประมาณ 56 กิโลเมตร ซึ่งมั่นใจว่าน้ำทะเลจะมาไม่ถึงกทม.อย่างแน่นอน ส่วนด้านตะวันตกมีจุดรับน้ำที่กปน.ขุดขึ้นใหม่จากเขื่อนแม่กลอง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี มีระยะทาง 106 กิโลเมตร มายังโรงผลิตน้ำมหาสวัสดิ์ จ.นนทบุรี ซึ่งคลองมีระดับความสูง 25 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง จึงไม่น่ากระทบมากนัก ทั้งนี้ กปน.ได้ทำเขื่อนแนวป้องกันสูง 3 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งหากเกิด Storm Surge น้ำไม่น่าจะเข้ามาถึงได้ นอกจากนี้ น้ำดิบที่กปน.นำมาทำน้ำประปา ส่วนใหญ่ก็มาจากทางภาคเหนือซึ่งเป็นน้ำจืด ดังนั้น จึงไม่น่าจะมีน้ำเค็มปนเปื้อน
หน้า 11
ข้อมูลจาก ข่าวสด
