ดาวเงินบนบ่านับได้ 4 ดวง มีมงกุฎครอบและช่อชัยพฤกษ์รองรับด้านล่าง บ่งบอกชั้นยศ พล.ต.อ.บวกกับนิสัยตรงไปตรงมา พูดจาเสียงดัง ฉะฉาน ดวงตาคมกริบซ่อนอยู่บนวงหน้าทรงกลมออกไปทางขาว ใครที่ไม่คุ้นเคยอาจเกิดความครั่นคร้าม ทว่ากับคนที่คุ้นเคยแล้ว อาจจะครั่นคร้ามยิ่งกว่า (ฮา) แต่ก็เฉพาะกับงานปราบปรามเหล่าร้ายที่คร่ำเคร่งอยู่ตรงหน้าเท่านั้นสำหรับวันว่างสไตล์ พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) แล้วก็ไม่ต่างอะไรกับชายกลางคนทั่วไป ให้ความสนใจกับต้นหมากรากไม้ มีความสุขอยู่กับการได้ต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาร่มรื่นแก่สวนกลางบ้าน อันเปรียบเสมือนแหล่งผ่อนคลายอารมณ์จากงานอันหนักอึ้งในแต่ละวัน สบายๆ สไตล์สีกากีฉบับนี้ คม ชัด ลึก จะพาผู้อ่านไปพบกับอีกมุมหนึ่งของบิ๊กตำรวจที่น้อยคนจะได้รับรู้
เช้าตรู่ปลายสัปดาห์ คม ชัด ลึก มุ่งหน้าไปที่บ้านพักของ พล.ต.อ.จงรัก ย่าน จ.นนทบุรี ประตูไม้ทั้งใหญ่ทั้งหนา สีน้ำตาลเข้ม ตั้งตระหง่านอยู่ข้างทาง รูปปั้นเสือโคร่งลายพาดกลอนเหลืองสลับดำแสยะเขี้ยวอยู่สองฟากฝั่งประตู เปรียบเสมือนผู้พิทักษ์รักษาบ้านหลังนี้เอาไว้
ใครที่เคยใกล้ชิดนายตำรวจใหญ่ผู้นี้หรือรับรู้จากข่าวสารแล้วจะรู้ว่า เขาผู้นี้เกิดปีเสือจึงรักและนิยมรูปปั้นเสือโคร่งเป็นชีวิตจิตใจ นอกจากเสือโคร่งทั้งสองตัวนี้แล้ว ยังสามารถพบเห็นรูปปั้นเสือได้ในอีกหลายๆ แห่ง ไม่ว่าจะเป็นในบ้านหรือแม้แต่ในสำนักงาน ตั้งแต่ยังเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผู้ช่วย ผบช.น.) มาจนถึง รอง ผบ.ตร.รูปหล่อเสือโคร่งคู่หนึ่งก็ตามติดไปทุกที่ เสมือนหนึ่งผู้ร่วมทางเดินบนถนนของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์สายนี้
ผ่านประตูไม้เข้าไปจะพบบ้าน 2 ชั้น อาณาบริเวณร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่น้อยที่ยืนต้นให้ความรู้สึกเย็นสบายและปลอดโปร่ง ศาลารับรองตั้งอยู่ด้านขวามือ ตรงข้ามกันเป็นห้องรับแขกปลูกติดกับรั้วบ้าน สิ่งสะดุดตาอีกอย่างที่ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เป็นต้องพบ คือ ตุ๊กตารูปปั้นหินทราย (งานศิลป์ระดับรากหญ้า) ตั้งอยู่เรียงรายทั่วไปหมด เหมือนกับทำหน้าที่เชื้อเชิญและต้อนรับแขกผู้มาเยือนแทนผู้เป็นเจ้าของบ้านฉะนั้น
ระหว่างเดินชมสวนท่ามกลางบรรยากาศร่มคลึ้มชายรูปร่างออกไปทางสูงใหญ่ สวมชุดลำรองด้วยเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีแดงลายสกอต ท่าทางทะมัดทแมงกระฉับกระเฉง ใบหน้ายิ้มแย้ม สบายๆ ตรงเข้ามาหาย จะเป็นใครได้อีกนอกเสียจากเจ้าของบ้าน พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร.ที่มองแว้บแรกก็ให้ความรู้สึกแตกต่างไปจากภาพที่เคยเห็นอยู่ทั่วๆ ไปในชุดเครื่องแต่งกายสีกากีเต็มยศ หน้าตาเคร่งครึม เชื้อเชิญและหย่อนกายลงนั่งอยู่ที่โต๊ะกลางสวนด้วยท่าทางผ่อนคลาย
ลักษณะเช่นนี้ทำให้นึกถึงคำพูดของ พ.ต.ท.วรวุฒิ คุณะเกษม นายตำรวจติดตาม ที่บอกเอาไว้ว่า ยามใดที่นายเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน ถ้ามีโอกาสหยุดนั่งพักที่สวนมุมหนึ่งมุมใดของบ้านแล้ว ความตึงเครียดจะสลายไปทันที
ผมทำงานตลอดเวลา ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีวันหยุดติดต่อกันนานๆ เหมือนกับคนอาชีพอื่น ทุกวันหยุดที่คนธรรมดาหยุดกัน ผมก็ไม่สามารถหยุดทำงานได้ โทรศัพท์ทุกเครื่อง เครื่องมือสื่อสารทุกชนิดจะเปิดสแตนบายเอาไว้ เพื่อรอรายงานหรือการติดต่อจากผู้ใต้บังคับบัญชาเสมอ หากเกิดคดีสำคัญๆ ขึ้นก็อย่างที่ผมบอก ผมไม่ค่อยมีวันหยุดมากนัก พล.ต.อ.จงรัก เริ่มต้นประโยคด้วยสีหน้าสดใส
เมื่อไม่มีวันหยุดเหมือนกับคนอาชีพอื่นทุกครั้งที่มีวันหยุดนายตำรวจใหญ่จึงอยากจะอยู่กับบ้าน อยู่กับครอบครัว ซึ่งประกอบด้วยภรรยาและลูกอีก 2 คน จนเรียกได้ว่ามีความผูกพันกับบ้านมาก ดังนั้น จึงเสาะแสวงหาบรรดาของมาตกแต่งบ้านให้น่าอยู่ยิ่งๆ ขึ้นไปอีก พล.ต.อ.จงรัก บอกว่า ส่วนตัวเขาชอบต้นไม้ ชอบธรรมชาติ จึงไปสรรหาต้นไม้และสิ่งของมาตกแต่งสวน
ใครเลยจะรู้ว่านายตำรวจมือปราบคนนี้ชอบเดินสวนจตุจักร เขาบอกว่าไปจตุจักรบ่อยมาก บ่อยถึงขนาดว่าพ่อค้าแม่ค้าคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี !?! ก่อนจะถ่อมตัวว่าไม่ได้มีความรู้เรื่องต้นไม้มากนัก อาศัยว่าเป็นคนชอบต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงาเกิดความร่มเย็นก็เลือกเอาต้นที่ชอบๆ มาปลูกในสวนรอบบ้าน
เนื่องจากเป็นตำรวจจึงต้องเดินทางไปต่างจังหวัด พล.ต.อ.จงรัก บอกว่า ไปมาแล้วทั่วประเทศ ครั้งหนึ่งนานมากแล้วเดินทางไป จ.สระแก้ว พบรูปปั้นตุ๊กตาหินทราย ซึ่งช่างไทยเลียนแบบจากศิลปะเขมรรู้สึกชอบมาก ที่สำคัญราคาไม่แพงมากนักเลยเริ่มซื้อมาสะสมเก็บไว้ในสวนหน้าบ้าน จากนั้นก็เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ จนปัจจุบันแม้แต่เจ้าของเองก็นับแทบไม่ถ้วนว่ามีอยู่กี่ตัวกันแน่
พอเพื่อนฝูงมาเยี่ยมเห็นเราชอบรูปปั้นเหล่านี้ คราวหน้าก็เอามาฝาก ตอนนี้เลยไม่รู้ว่ามีกี่ชิ้น พล.ต.อ.จงรัก พูดกลั้วหัวเราะน้ำเสียงยังคงฉะฉานตามสไตล์ที่คนใกล้ตัวรับรู้ได้เลยว่า อย่างนี้อารมณ์ดีจริงๆ
ตุ๊กตาหินทรายเลียนแบบศิลปะเขมร ตุ๊กตาจีน และอื่นๆ อีกมากมายที่รายล้อมอยู่รอบสวน แม้จะมีอยู่ดาษดื่นทว่ามีอยู่เพียง 2 ตัวเท่านั้นที่เจ้าของบ้านรู้สึกชอบเป็นพิเศษ นั่นก็คือรูปปั้นยักษ์ขนาดย่อมๆ ที่ซื้อมาจากสระแก้ว รอง ผบ.ตร.เจ้าของฉายามือปราบหน้าหยกอธิบายว่า หมายถึงผู้พิทักษ์ปกปักรักษาบ้านและบริวารในบ้านให้เกิดความสงบร่มเย็น
ทุกครั้งที่กลับมาถึงบ้านหรือตื่นตอนเช้า ได้ออกมาเดินสูดอากาศบริสุทธิ์ ดูศิลปะที่เราชอบ ทำให้สมองปลอดโปร่ง พอไปถึงที่ทำงานเราก็จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ไม่ยาก
จบจากเรื่องต้นไม้และรูปปั้นตุ๊กตาหินทรายแล้ว คราวนี้ลองมาดูของชอบอีกอย่างคือ อาวุธปืนคู่กาย พล.ต.อ.จงรัก บอกฉะฉานเช่นเคย ว่ามีปืนที่รักและใช้เป็นปืนคู่กายอยู่ทั้งสิ้น 4 กระบอก
กระบอกแรกเป็นขนาด 11 มม.ยี่ห้อสมิธแอนด์เวสสัน ซึ่งจะใช้ติดตัวสำหรับเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ตามต่างจังหวัด กระบอกที่สองเป็น บาเรตต้าขนาด .38 ซึ่งจะพกติดตัวกับเครื่องแบบเป็นประจำ จุดเด่นของปืนกระบอกนี้คือด้ามปืนแกะสลักจากงาช้างเป็นลวดลายวิจิตรตระการตา กระบอกต่อมาเป็นขนาด 9 มม.สมิธแอนด์เวสสัน อีกเช่นเคย ใช้ในกรณีอยู่ในชุดนอกเครื่องแบบ สำหรับกระบอกสุดท้าย ซึ่งถือเป็นเขี้ยวเล็บของบรรดานักสืบมือปราบหลายๆ คน คือ .22 เบอร์นาดิกส์ ขนาดเล็กกว่าฝ่ามือนิดเดียว สามารถซ่อนเอาไว้ในกระเป๋าเอกสารหรือใต้ขากางเกง จึงเหมาะกับงานสืบสวนสอบสวนเป็นที่สุด
พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร.เป็นนักเรียนนายร้อยอบรม (นบ.รบ.รุ่น 5) สำเร็จการศึกษาจากปริญญาตรีนิติศาสตร์บัณฑิตเกียรตินิยมจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปริญญาโทนิติศาสตร์มหาบัณฑิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำเร็จเนติบัณฑิตไทยจากสำนักอบรมการศึกษากฎหมายแห่งเนติบัญฑิตยสภา วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 4111 เป็นผู้ให้ความรู้ด้านกฎหมายและการสอบสวนคนหนึ่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ชีวิตราชการส่วนใหญ่อยู่ในนครบาลมาโดยตลอด
คดีที่ได้รับการกล่าวขานมากที่สุด คือการคลี่คลายคดี นพ.วิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ ผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพ พญ.ผัสพร บุญเกษมสันติ ภรรยา กระทั่งศาลมีคำพิพากษาประหารชีวิต
ใครอยากเห็นมือปราบชั้นเซียนลงมือพรวนดินใส่ปุ๋ยต้นไม้ ลองสอบถามเจ้าของบ้านดูก่อนแล้วค่อยไปเยี่ยมนะครับ แล้วจะได้เห็นภาพในอีกมุมสบายๆ !?!
บิ๊กโกไปตายเอาดาบหน้าเก้าอี้ มท.1
กรณีที่มีข่าวว่า พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ อดีต ผบ.ตร. จะมานั่งตำแหน่ง รมว. มหาดไทย ในการปรับครม.ชุดใหม่ หรือ ครม.สมัคร 4
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
