เมื่อเวลา 04.15 น. วันที่ 7 ก.ค. พ.ต.ท.สุวิทย์ ปัญโญ พนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น สาขาสนามบิน ถนนสายเชียงใหม่ - หางดง ต.ป่าแดด อ.เมือง จ.เชียงใหม่ อยู่ใกล้กับโรงพยาบาลเชียงใหม่ใกล้หมอ จึงรุดไปสอบสวนที่เกิดเหตุ พร้อมกับตำรวจชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดจากหน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรภาค 5ในที่เกิดเหตุพบกล่องทรงสี่เหลี่ยมลูกเต๋าสีขาว ขนาดประมาณ 6 ซม. ด้านบนมีนาฬิกาปลุกขนาดเท่ากล่องติดไว้อยู่และมีสายไฟสีดำ 1 เส้นเชื่อมต่อกับนาฬิกาเข้ากับกล่องคล้ายระเบิด วางไว้บริเวณหน้าร้านเจ้าหน้าที่จึงได้ใช้ยางรถยนต์ จำนวน 2 เส้น และกรวยยางมาทำการครอบวัตถุระเบิดดังกล่าวไว้ แล้วทำการกั้นเพื่อไม่ให้ประชาชนเข้าใกล้เกรงว่าจะเกิดอันตราย
ส่วนภายในร้านพบพนักงานซึ่งเป็นหญิงทั้งหมด 3 คน คือ นางดวงเนตร พวงจิตร อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 126 หมู่ที่ 5 ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นางสาวอริสรา กล้าหาญ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18 หมู่ที่ 7 ต.ปางหมู อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และนางสาววิมล ลีธรรม อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 105/7 หมู่ที่ 13 ต.บวกค้าง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ยืนอยู่ภายในร้านและมีท่าทางหวาดกลัวและตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
จากการสอบปากคำนางดวงเนตร ให้การว่า ช่วงที่เกิดเหตุนั้นตนได้ยืนอยู่บริเวณเคาน์เตอร์รับชำระสินค้า ส่วนนางสาวอริสรา ยืนอยู่บริเวณด้านท้ายเคาน์เตอร์ และนางสาววิมล ยืนอยู่บริเวณประตูด้านหลังร้าน ได้มีคนร้าย ลักษณะการแต่งกายสวมเสื้อแขนยาวลายพรางแบบทหาร กางเกงขายาวลายพรางทหาร รองเท้าแบบทหาร สวมหมวกแก๊ปสีดำ สะพายกระเป๋าเป้สีแดง ได้เดินเข้ามาโดยทำทีเป็นลูกค้าเข้ามาภายในร้านและมายืนอยู่บริเวณเคาน์เตอร์ตรงที่ตนยืนอยู่ และบอกว่าขอซื้อบุหรี่ ซึ่งตนได้ถามกลับไปว่าจะเอายี่ห้ออะไร แต่คนร้ายไม่ตอบและเดินไปหยิบถุงยางอนามัยมา 1 กล่องวางไว้ ตนก็หยิบขึ้นมาและคิดเงิน
ในช่วงจังหวะดังกล่าวคนร้ายได้ชักอาวุธปืนพกสั้นออกมา 1 กระบอก และบอกให้ตนส่งเงินมาให้ ทำให้ตนและเพื่อนพนักงานที่อยู่ในร้านต่างพากันตกใจ เกรงว่าหากไม่ให้ตามที่คนร้ายขอจะถูกคนร้ายยิง จึงได้นำเงินที่อยู่ในเครื่องคิดเงินให้คนร้ายไป จำนวน 1,000 กว่าบาท เมื่อคนร้ายได้เงินแล้ว ก็ล้วงเอากล่องซึ่งมีรูปร่างด้านบนเป็นนาฬิกาปลุก ส่วนด้านล่างเป็นกล่องสี่เหลี่ยมห่อด้วยกระดาษสีขาวและมีสายไฟต่อกับนาฬิกาเข้ากับกล่อง
นางดวงเนตร กล่าวว่า เมื่อคนร้ายนำกล่องดังกล่าวไว้ที่เคาน์เตอร์แล้วก็รีบวิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นดรีม สีแดง สภาพเก่า ซึ่งช่วงเกิดเหตุนั้นเกิดอาการตกใจจึงจำหมายเลขทะเบียนของคนร้ายไม่ได้และคนร้ายได้ขี่รถมุ่งหน้าหลบหนีไปทางถนนสายเชียงใหม่ - หางดง ขาออกเมืองเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งสกัดจับกุมคนร้ายตามเส้นทางต่างๆ ที่คาดว่าจะหลบหนีแต่ก็ไม่พบ
อย่างไรก็ตาม ร้านเซเว่นอีเลพเว่นดังกล่าว ไม่พบว่ามีการติดกล้งวงจรปิด พบเพียงแต่สติ๊กเกอร์ที่มีข้อความว่าร้านนี้มีกล้องวงจรปิดติดอยู่ เหมือนเป็นการป้องปรามไม่ให้เกิดเหตุ แต่ก็มาถูกคนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ดังกล่าว
ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดจากหน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้มาตรวจสอบและเก็บกู้วัตถุระเบิดดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนย้ายจากบริเวณหน้าร้านมาทำลายทิ้งที่บริเวณเกาะกลางถนน จากนั้นก็มีการปิดถนนขาออกเมือง ก่อนที่จะจุดชนวนเพื่อทำลายวัตถุระเบิดดังกล่าว
หลังจากทำลายเสร็จแล้วทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสอบก็พบว่าวัตถุระเบิดที่คนร้ายทิ้งไว้นั้น ภายในมีอิฐ 1 ก้อน ซึ่งผสมกับดินปืนอยู่ เมื่อทำลายเสร็จแล้วทางเจ้าหน้าที่ได้เก็บนาฬิกาที่อยู่ด้านบนกล่องวัตถุระเบิดไว้เป็นหลักฐาน เพื่อนำส่งตรวจหาลายนิ้วมือแฝงของคนร้ายที่ก่อเหตุ เพื่อจะได้ใช้เป็นหลักฐานในการสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ปริศนาฮิวอี้ ไม่ถึงปีตก 3 ครั้ง
เหตุเฮลิคอปเตอร์ แบบเบลล์ 212 ตกติดต่อกันถึง 3 ครั้ง สูญเสียเจ้าหน้าที่ไปครั้งละนับสิบนายทำให้เกิดข้อกังขาว่า เฮลิคอปเตอร์รุ่นนี้ บุโรทั่งเกินไปหรือเพราะถูกสอย หรือเพราะนักบิน-สภาพภูมิอากาศ ใครจะตอบคำถามนี้
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
