คอลัมน์ สดจากสนามข่าวสุรเชษฐ์ แรกรุ่น เรื่อง/ภาพ
พวกผมลงมือปล้นทองเพราะอยากดัง และอยากมีคดีติดตัวเหมือนพวกนักการเมืองท้องถิ่นที่มีกัน เพราะนักการเมืองท้อง ถิ่นแต่ละคนล้วนเป็นผู้กว้างขวาง และมีคดีติดตัวทั้งนั้น ขนาดบางคนทำผิดถูกตัดสินประหารชีวิตยังประกันตัวออกมาสมัครรับเลือกตั้งได้เลยทำ ให้อยากมีคดีติดตัวบ้าง เผื่อว่าในอนาคตจะได้ลงเล่นการเมืองท้องถิ่น
คือคำรับสารภาพของ นายพันธ์ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี 1 ใน 3 แก๊งวัยรุ่นที่จนมุมตำรวจ หลังก่อเหตุร้ายปล้นร้านทองกลางตลาด อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช แต่หนีไปได้ไม่ไกลก็โดนจับได้เสียก่อน
คนร้ายทั้ง 3 ล้วนเป็นเยาวชนทั้งนั้น!!
ลำพังพฤติกรรมของเยาวชนกลุ่มนี้ที่ร่วมกันปล้นร้านทองจะทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองและ เจ้าหน้าที่อึ้งในการกระทำแล้ว ยิ่งมาได้รับฟังเหตุผลการปล้นที่นายพันธ์ หัวหน้าแก๊ง อ้างว่าทำเพราะต้องการเลียนแบบพวกนักการเมืองท้องถิ่นที่มีความยิ่งใหญ่ โดยเข้าใจว่านักการเมืองท้อง ถิ่นมักจะมีคดีติดตัวและเป็นผู้มีอิทธิพลทำให้มีคนรู้จักทั่วไป โดยนายพันธ์คาดหวังว่าในอนาคตตัวเองอยากเป็นนักการเมืองท้องถิ่นบ้าง จึงก่อคดีปล้นทองเพื่อเก็บประสบการณ์ไว้ ทั้งที่ความจริงแล้วเป็นวิธีคิดที่ผิดและเลวร้าย
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ก็ยังฟังหูไว้หู เพราะนายพันธ์มีประวัติเสพสิ่ง เสพติด นิยมเสพน้ำต้มใบกระท่อมสูตร 4 คูณ 100 เป็นชีวิตจิตใจ ซึ่งบาง ทียาอาจกระตุ้นจินตนาการก็เป็นได้
แต่ถ้าวิธีคิดนี้เป็นสิ่งที่กลั่นออกมาจากจิตใจ
นั่นแสดงว่าสังคมกำลังน่าเป็นห่วง!?!
ย้อนไปดูเหตุแก๊งวัยรุ่นปล้นทองเกิดขึ้นตอนเย็นวันที่ 5 ส.ค. พ.ต.อ. วิสิทธิ์ ฤทธิ์แผลง ผกก.สภ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุ 3 คนร้ายบุกปล้นร้านทองศรีสุวรรณ เลขที่ 259/7 ต.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา จึงนำกำลังรุดไปยังที่เกิดเหตุ พบ นายสาโรจน์ ศักดิ์เกษมกิจ อายุ 50 ปี และ นางพรศรี ศักดิ์เกษมกิจ อายุ 50 ปี เจ้าของร้านยืนรอให้การว่า คนร้ายเป็นวัยรุ่น 3 คน สวมหมวกไหมพรมไอ้โม่งคลุมหน้า และหมวกแก๊ป ขี่รถจักรยานยนต์ซูซูกิ คริสตัล สีแดง ทะเบียน กบง 741 นครศรี ธรรมราช มาจอดหน้าร้าน จากนั้น 1 ใน 3 คนร้าย สวมหมวกไอ้โม่งลงจากรถถือปืนพกสั้นขนาด .357 เข้ามาจี้บังคับคนในร้าน ก่อนจะปีนข้าม ตู้กระจกกวาดเอาสร้อยคอทองคำ 16 เส้น รวมน้ำหนัก 16 บาท แล้ว วิ่งออกจากร้านซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่พรรคพวกติดเครื่องรออยู่หลบหนีไป
พ.ต.ท.ปรีชา ศรีสุกูล สว.สป.สภ.ท่าศาลา จึงนำกำลังออกติดตามคนร้ายทันที
เจ้าหน้าที่ไล่ล่าไปจนกระทั่งพบทั้ง 3 คนกำลังเดินจูงรถมอเตอร์ไซค์ อยู่แถวบ้านท่ากินดิน หมู่ 11 ต.ท่าศาลา เนื่องจากน้ำมันหมด จึงเข้าตะครุบตัวไว้ได้ ทราบชื่อคือนายพันธ์ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี บ้านอยู่ใน ต.ท่าศาลา นายเกรียงศักดิ์ นวลแป้น อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 65/1 หมู่ 3 ต.ไทยบุรี อ.ท่าศาลา และนายเกรียงศักดิ์ สุวรรณโพยม อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 200/7 หมู่ 3 ต.ท่าศาลา จนมุมพร้อมของกลางสร้อยคอทองคำ 16 เส้น หนัก 16 บาท รถจักรยานยนต์ 2 คัน และอาวุธปืนปลอมขนาด .357 จึงนำตัวมาสอบปากคำ
สอบสวนนายพันธ์ ซึ่งกำลังเรียนหนังสืออยู่ชั้น ม.3 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.นครศรีธรรมราช ยอมรับว่าเป็นหัวหน้าแก๊ง ให้การในสภาพมึนเมาน้ำใบกระท่อมสูตร 4 คูณ 100 ว่า ทำเพียงคนเดียว ส่วนเพื่อนทั้ง 2 ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เป็นคนขับรถให้เท่านั้น แต่ตำรวจไม่เชื่อ เพราะจากพฤติกรรมชี้ชัด ว่าร่วมกันก่อเหตุ โดยหลังจากก่อเหตุแล้วคนร้ายได้พยายามขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี แต่น้ำมันหมด จึงไปเอารถจักรยานยนต์ชาวบ้านขับหลบหนีต่อ แต่ขับไปได้ไม่ไกลปรากฏว่าน้ำมันหมดอีกจึงถูกจับได้
หลังได้ตัวคนร้ายเจ้าหน้าที่จึงติดต่อไปยังผู้ปกครองให้รับทราบและเดินทางมาโรงพักเพื่อฟังคำรับสารภาพ เมื่อได้ยินทุกคนก็ถึงกับอึ้งไปตามๆ กัน เมื่อนายพันธ์เอ่ยปากว่าที่ทำไปเพราะอยากปล้น เห็นว่าช่วงนี้ในพื้นที่ อ.ท่า ศาลา เงียบเหงา ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่มีเหตุการณ์ใหญ่ๆ เป็นประจำ อีกทั้งการเลือกตั้งนายก อบต.ที่ผ่านมาก็ไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น จึงก่อเหตุปล้นร้านทองเพื่อต้องการให้เป็นข่าวใหญ่
นอกจากนี้ นายพันธ์ยังบอกว่าที่ทำลงไปก็เพราะอยากมีคดีติดตัวเหมือนกับนักการเมืองท้องถิ่น และผู้มีอิทธิพลทั่วไป ขนาดคนที่ทำผิดถูกตัดสินประหารชีวิตยังประกันตัวออกมาสมัครรับเลือกตั้งได้ ตนเองอยากเป็นนักการเมืองท้องถิ่น เพราะนักการเมืองท้องถิ่นมีความยิ่งใหญ่ คนเป็นนักการเมืองท้องถิ่นส่วนใหญ่จะมีคดีร้ายแรงติดตัวทั้งนั้น จึงอยากก่อเหตุบ้างเพราะอยากมีคดีติดตัว เผื่อในอนาคตจะได้เป็นนักการเมืองท้องถิ่นบ้าง
คำสารภาพของนายพันธ์ดูเหมือนยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอ หรืออาจพูดไปเพราะฤทธิ์ใบกระท่อมที่เมาอยู่ แต่เมื่อตำรวจตรวจสอบที่มาที่ไปของการปล้นทองในครั้งนี้ พบว่าคนร้ายไม่มีเรื่องเดือดร้อนด้านการเงินแต่อย่างใด การปล้นร้านทองก็ไม่มีการวางแผนล่วงหน้า เพียงแค่ขับรถผ่านมาเห็นปลอดคนนายพันธ์ก็ลงไปปล้นทันที โดยใช้เวลาเพียง 1 นาทีได้ทองมาถึง 16 เส้น ปล้นทองทั้งๆ ที่ฐานะทางบ้านก็จัดอยู่ในขั้นดี และไม่มีแผนในการนำเงินไปใช้อย่างอื่น
เลยอดคิดไม่ได้ว่านายพันธ์จะมีวิธีคิดเยี่ยงนี้
ตำรวจแจ้งข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์ลักทรัพย์และรับของโจร นำตัวส่งสถานพินิจทันที
คดีนี้กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันว่าหากคนร้ายแก๊งนี้ปล้นทองไปตามความเชื่อและค่านิยมผิดๆ คิดว่าการเป็นนักการเมืองท้องถิ่นจะต้องทำตัวให้มีคดี ก็นับว่าเป็นเรื่องที่น่าห่วงในความเข้าใจเหล่านี้
แต่ถ้าหากคนร้ายพูดไปเพราะฤทธิ์ยาก็คงถือว่าเป็นอีกกรณี
น.พ.กัมปนาท ตันสิถบุตรกุล จิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แสดงทรรศนะเรื่องนี้ว่า มองได้หลายรูปแบบ แต่อย่าไปเหมารวมว่าเด็กคนนั้นมีพฤติกรรม ที่ชอบใช้ความรุนแรง หรือชอบใช้อำนาจทั้งหมด ควรตรวจดูว่าเด็กมีปัญหา ทางครอบครัว หรือมีปมอะไรซ่อนเร้นอยู่หรือไม่ที่ทำความผิดลงไป ดูจากการอบรมเลี้ยงดูของครอบครัว ว่าครอบครัวชอบใช้ความรุนแรงกับเด็กหรือไม่ ทั้งนี้ เมื่อมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นก็ควรให้เด็กตรวจสุขภาพจิตจากนักสุขภาพจิตเสียก่อน ถ้าดูแล้วไม่แก้ไขโอกาสที่เด็กจะกลับมาทำผิดอีกก็มีสูงมาก ส่วนยาเสพติดก็เป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะอย่างที่ทราบแล้วว่าปัจจุบันมีการแพร่ระบาดของยาเสพติดมากขึ้น เมื่อเด็กติดยาจึงทำทุกอย่างที่ให้ได้เงิน เพื่อนำไปซื้อยามาเสพ เมื่อเสพยาเสพติดเข้าไปแล้วฤทธิ์ของยาที่เสพก็อาจจะทำให้การควบคุมตนเองไม่อยู่และมักทำอะไรลงไปโดยไม่คำนึงถึงผลที่จะตามมา
มีแต่ผลเสียหายทั้งนั้น!?!
หน้า 2
ข้อมูลจาก ข่าวสด
