จากกรณีที่นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.สธ. ได้ประกาศเดินหน้าการบังคับใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตรโดยรัฐ (ซีแอล) ในที่ประชุมคณะผู้บริหาร สธ. แต่ขัดแย้งกับนโยบายการทำงานของนายไชยา สะสมทรัพย์ รมว. พาณิชย์ ที่ประกาศจะไม่มีการดำเนินการอีก นายชวรัตน์กล่าวว่า การทำซีแอลถือตามนโยบายเดิม ที่ทำซีแอลยา 7 รายการ ส่วนในอนาคตจะทำซีแอลยาตัวใหม่หรือไม่ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ป่วย และความพอใจเรื่องราคายา ซึ่งตนจะให้เน้นเจรจาต่อรองราคายากับบริษัทผู้ผลิตยาต้นตำรับให้ได้ราคาที่ถูกลง หรือสนับสนุนการจัดซื้อยารวมระดับภูมิภาค โดยเจรจากับประเทศต่างๆ ที่มีความต้องการยาชนิดเดียวกัน ให้จัดซื้อรวมกันหรือใช้มาตรการทางภาษีควบคู่กันไปด้วย โดยลดราคาภาษีศุลกากรนำเข้ายาลงหากเจรจาให้ลดราคาไม่ได้ ก็คงต้องใช้ซีแอล แต่จะใช้เป็นไม้สุดท้ายเท่านั้น ซึ่งระยะสั้นนี้คงจะไม่มีโอกาสทำซีแอลอย่างแน่นอน ขณะนี้ยังไม่ได้หารือกับนายไชยา แต่อนาคตคงจะมีการประสานงานกัน ขอความร่วมมือให้กระทรวงพาณิชย์ช่วยควบคุมราคายาอีกทาง นายชวรัตน์กล่าวและว่า การที่นายไชยาประกาศไม่ทำซีแอลต่อ ถือว่าทำถูกต้องแล้ว เพราะอยู่กระทรวงพาณิชย์ต้องดูแลผลประโยชน์ทางการค้า แต่ตนต้องดูแลผลประโยชน์ของผู้ป่วยทำหน้าที่คนละอย่างกัน ไม่กลัว และไม่ต้องห่วงเรื่องจะถูกล่ารายชื่อถอดถอน เพราะตนไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน
ด้านน.พ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ประธานชมรมแพทย์ชนบท กล่าวว่า การประกาศของนายไชยาในฐานะรมว.พาณิชย์ว่า ไม่เอาซีแอลแล้ว เหมือนกับว่าเอาอาวุธให้กับฝ่ายตรงกันข้าม ยกอิสระด้านเสรีภาพให้คนต่างชาติ ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่การประกาศครั้งนี้เพื่อต้องการเอาใจนายจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาที่มาเยือนไทยพอดี เพราะบริษัทยาส่วนใหญ่ที่ทำซีแอลเป็นของสหรัฐ ข้อเท็จจริงแล้วคือแม้แต่สหรัฐก็ทำซีแอลยามากกว่าไทยด้วยซ้ำ การทำเช่นนึ้จึงเหมือนกับคนไทยบอนไซกันเอง เหมือนวันแรกก่อนที่จะเข้าทำงานที่สธ.ก็ประกาศว่าจะไม่เอาซีแอล สะท้อนว่านายไชยาอยู่ข้างบริษัทยา ไม่ได้อยู่ข้างประชาชน ทั้งที่ควรแยกแยะว่ามียาใดบ้างที่จำเป็นต้องทำซีแอลอีก ไม่ใช่เหมารวมว่าไม่ต้องทำซีแอลอีกต่อไปแล้ว
หน้า 14
ข้อมูลจาก ข่าวสด
