พธม.โห่ไล่อนุพงษ์ลั่นวัด ฮึ่มฟ้องนายกฯ-ผบ.ตร.สมเด็จรพระราชินี เสด็จฯ พร้อมด้วย สมเด็จเจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ฯ ในพิธีพระราชทานเพลิงศพ น้องโบว์ เหยื่อความรุนแรงในเหตุการณ์ สลายม็อบ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้พ่อของน้องโบว์เข้าเฝ้าฯอย่างใกล้ชิดและทรงสอบถามเป็นการส่วนพระองค์ เผยม็อบพันธมิตรฯยังอารมณ์ค้างโห่ไล่ตามหลังพล.อ.อนุพงษ์ที่ไปร่วมพิธีด้วย ด้านยะใส แถลงยังไม่เคลื่อนม็อบดาวกระจาย ลั่นยื่นฟ้องแพ่ง-อาญานายกฯ-ผบ.ตร.-ผบช.น. ด้านม็อบอุดรฯแจ้งความจับสนธิ ลิ้มทองกุล-อัญชลี ไพรีรักษ์ หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ฐานวิพากษ์วิจารณ์คำพระราช ทานสัมภาษณ์ของสมเด็จพระเทพรัตนฯไปในทางที่ไม่เหมาะสม
-ม็อบมือตบกปน.ตามราวีโกวิท
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 13 ต.ค. พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รมว.มหาดไทย เดินทางไปตรวจเยี่ยมการประปานครหลวง โดยมีกลุ่มสหภาพแรงงานกปน. ประมาณ 20 คน โพกผ้าเหลืองกู้ชาติพร้อมมือตบ มายืนถือป้ายขนาดใหญ่ระบุว่า เราขอประณามการกระทำของตำรวจที่ฆ่าผู้บริสุทธิ์ และมีตัวแทนจะเข้ามายื่นหนังสือแถลงการณ์สหภาพแรงงานรัฐวิสากิจ กปน. ฉบับที่ 5/2551 เรื่อง ประณามรัฐบาลใช้ความรุนแรงกับปราบปรามประชาชน
พล.ต.อ.โกวิท ไม่ยอมรับหนังสือดังกล่าว พร้อมทั้งระบุว่า ให้ไปยื่นที่เลขานุการส่วนตัวของตน จากนั้นมีผู้ชุมนุมคนหนึ่งตะโกนว่า โกวิท ทรราช พล.ต.อ.โกวิท จึงเดินขึ้นห้องประชุมทันที
ก่อนการตรวจเยี่ยมพล.ต.อ.โกวิท ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ไม่สามารถเดินทางไปต่างจังหวัดได้เลย พอลงข่าวทำให้มีผู้ชุมนุมไปรอรับตลอด รัฐบาลมีหน้าที่เดินหน้าต่อไปจะถอยหลังไม่ได้ ไม่เช่นนั้นบ้านเมืองก็อยู่ไม่ได้ ใครมีหน้าที่อย่างไรก็ทำต่อไป พยายามสร้างความเข้าใจ ความสมานฉันท์ความอดทน ซึ่งนายกฯก็เป็นตัวอย่างให้เห็นในเรื่องความอดทนและความเสียสละ ดังนั้นทุกคนต้องช่วยกันไม่เช่นนั้นก็อยู่ไม่ได้
เมื่อถามถึงกรณีกลุ่มสหภาพแรงงานกปน. เรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา หากไม่ดำเนินตามข้อเรียกร้องจะถึงขั้นตัดน้ำตัดไฟหรือไม่ พล.ต.อ.โกวิท กล่าวว่า ไม่มี ทุกคนมีความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง เหมือนเวลาเราเหนื่อยก็บ่นนั่นบ่นนี่แต่พอถึงเวลาจะไม่ทำก็ไม่ได้ เหมือนตำรวจถ้าไม่เข้าเวรยามไม่ดูแลประชาชน ไป 1 วัน อะไรจะเกิดขึ้น เขาทำไม่ได้ เขามีวินัย พนักงานประปาก็เหมือนกัน มีหน้าที่อะไรก็ต้องทำ คนไม่ทำหรือทำอะไรเสียหายก็ต้องดูแลพิจารณาโทษทัณฑ์กันไป
-เตือนประชาชนอย่าถูกใครหลอก
เมื่อถามถึงรายงานข่าวประชาชนจะเดินทางเข้ามาร่วมชุมนุมในกทม. พล.ต.อ.โกวิท กล่าวว่า ขอให้อย่าไปกังวล เชื่อว่าสถานการณ์ต่างๆ ก็จะเริ่มดีขึ้นเป็นลำดับ ประชาชนก็ต้องฟังและมีสติ เคยเรียนให้ทราบแล้วว่าไม่ว่าเป็นผู้ใดก็ตามต้องใช้สติในการรับฟัง ไม่เช่นนั้นใครมาหลอกให้เราทำอะไร บ้านเมืองก็เสียหายหมด
เมื่อถามว่าในฐานะอดีตผบ.ตร.มองอย่างไรถึงสถานการณ์ที่อดีตตำรวจออกมาเคลื่อนไหวกรณีการสลายม็อบ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดีที่ ข้าราชการตำรวจมีความห่วงใย แต่การเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาต่างๆ ก็อาจเห็นด้วยหรือไม่ก็แล้วแต่ เพราะทุกคนเป็นห่วงบ้านเมือง ไม่อยากให้ตำรวจถูกดูหมิ่นดูแคลนก็เป็นความรักความผูกพัน นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ก็เป็นคนที่มีประสบการณ์ เคยผ่านการแก้ไขปัญหาต่างๆมา ก็อยากให้ตำรวจยืนอย่างมีเกียรติ เป็นที่ยอมรับในสังคม ก็ถือว่าช่วยกัน อย่าไปมองว่าเป็นความขัดแย้งทางสังคม ถ้าตำรวจทำตามหน้าที่ ประเทศชาติก็ไปได้ ปัจจุบันคนทำผิดกฎหมาย ไปละเมิดผู้อื่น ทำความเสียหายให้กับผู้อื่น ไม่รู้ตัวว่ากระทำผิด เขาทำความเสียหายกับบ้านเมือง
เมื่อถามถึงการยุติการเคลื่อนไหวไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติของกลุ่มพันธมิตรฯ พล.ต.อ.โกวิท กล่าวว่า แต่ละกลุ่มก็ว่ากันไป ตำรวจก็ต้องดูแลในหน้าที่ของเขา มหาดไทยก็ดูแลในด้านที่จะให้เกิดความสงบเรียบร้อย ต้องประคับประคองให้บ้านเมืองสงบร่วมเย็นให้ได้ ถ้าประชาชนไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย คิดเป็นคนไทยด้วยกัน อะไรที่มันถูกก็เดินทางไปทางนั้นมันก็จบ
-โยนบึ้มเสียงดังสนั่น-ไล่หลังมท.1
เมื่อถามว่า นายกฯมีแนวทางจะมอบหมายงานด้านความมั่นคงให้ดูแลหรือไม่ พล.ต.อ.โกวิท กล่าวว่า ยัง ตอนนี้นายกรัฐมนตรียังดูแลงานด้านความมั่นคงด้วยตัวเองอยู่ เมื่อถามว่าเหตุใดจึงเชื่อมั่นว่าสถานการณ์จะคลี่คลายขึ้น พล.ต.อ.โกวิท กล่าวว่า ตนเป็นรัฐบาลก็ต้องดูแลตามหน้าที่ ถ้าไม่มีความเชื่อมั่นจะทำให้ดีขึ้นได้ก็ไม่ควรจะอยู่ ถ้าเราอยู่ต้องทำให้ดีขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นพล.ต.อ.โกวิท กล่าวในที่ประชุมตอนหนึ่งว่า บ้านเมืองเราตอนนี้ไม่รู้เป็นอย่างไร บางคนไม่รู้ว่าอะไรดีอะไรชั่ว ว่าคนอื่นเลวหมด ตัวเองดีอยู่คนเดียว เหมือนคนที่เลี้ยงลูกเสือเอาไว้ ตอนเล็กๆ ก็น่ารัก พอโตขึ้นมาก็เที่ยวไปฆ่าคนโน้นคนนี้ แต่บางคนก็ยังบอกว่าเสือตัวนี้ยังน่ารักอยู่และตอนนี้ในบ้านเมืองเราก็ไม่มีใครเป็นเจ้าภาพที่จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะต่างคนก็กลัวว่าจะเปลืองตัว ไม่ต้องการที่จะตอบคำถาม สื่อส่วนใหญ่ก็ไม่ต้องการที่จะมีเรื่องกับโจร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากประชุมเสร็จ พล.ต.อ. โกวิท เดินไปเยี่ยมโรงงานกรองน้ำทางด้านหลังอาคาร กลุ่มผู้ชุมนุมที่อยู่ด้านล่างของอาคารได้ตะโกนโห่ขับไล่ และเกิดเสียงระเบิดขึ้นดังสนั่น จากบริเวณหน้าโรงอาหารของสหภาพกปน. ใกล้กับสนามฟุตบอล จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของกปน. พบว่ามีกระบอกกระดาษขนาดใหญ่ที่ยังมีความร้อนอยู่ตกอยู่บริเวณดังกล่าว แต่ไม่ได้สร้างความเสียหายแต่อย่างใด
-สล้างชี้พันธมิตรฯไม่ได้จงรักภักดี
เมื่อเวลา 05.00 น. วันเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ พร้อมอดีตตำรวจเก่า ได้เดินทางมาที่สำนัก งานตำรวจแห่งชาติ เพื่อวางพานพุ่มสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 พร้อมให้สัมภาษณ์ว่า ตนเดินทางมาในวันนี้เป็นการเดินทางมาปกติเหมือนที่ทำมาทุกปี เพื่อมาร่วมงานในวันตำรวจตามคำเชิญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
วิกฤตที่เกิดขึ้นเพราะคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.) ได้สร้างไว้ไม่ว่าจะเป็นการตั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่เป็นองค์กรที่ไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ มีคดีค้างมากที่สุด เพราะดองเรื่องของพรรคพวกตนเองไว้ แต่คดีกับฝ่ายตรงข้ามรีบจัดการอย่างเต็มที่ พล.ต.อ.สล้างกล่าว
พล.ต.อ.สล้าง กล่าวต่อว่า ส่วนการที่พันธมิตรฯ พยายามใส่ร้ายตำรวจจนขณะนี้ตำรวจกลายเป็นจำเลยของสังคมนั้น ตนขอบอกเลยว่าแกนนำพันธมิตรเหล่านั้นไม่ได้จงรักภักดีต่อชาติ สถาบัน เท่าทหารตำรวจ คนเหล่านั้นหลายคนเป็นอดีตคอมมิวนิสต์ ตำรวจทหารจงรักภักดีมาทั้งชีวิต กลับถูกกล่าวร้ายเหมือนเป็นโจร มีทหารและตำรวจโทร.มาหาเป็นจำนวนมาก จึงมีกำลังใจในการทำงาน
-ม็อบเสื้อขาวให้กำลังใจวันตำรวจ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติคึกคักตั้งแต่เช้า เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการระดมกำลังกองร้อยปราบจลาจลพร้อมโล่จำนวนมาก มายืนเรียงแถวบริเวณรั้วด้านใน โดยแถวหน้าสุดจะเป็นตำรวจหญิงของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ส่วนด้านหลังจะเป็นตำรวจตระเวนชายแดน ต่อมาเวลาประมาณ 06.00 น.มีกลุ่มประชาชนจากจังหวัดนครปฐมและประชาชนชาวมุสลิมจากเขตมีนบุรีประมาณ 1,000 คน สวมเสื้อขาว เดินทางมาที่สำนัก งานตำรวจแห่งชาติ โดยระบุว่าต้องการมาให้กำลังใจตำรวจ โดยมีการนำดอกไม้มามอบให้ตำรวจ โดยมี พล.ต.ท.ธีระเดช รอดโพธิ์ทอง ผบช.ส. พล.ต.ท. วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.ก. และพล.ต.ท.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร ผบช.สตม. เป็นตัวแทนในการรับมอบ
เวลา 07.00 น. พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ได้เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 พร้อมรองผบ.ตร.และผู้ช่วยผบ.ตร.ทุกคน โดยพล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวภายหลังพิธีว่า ท่ามกลางวิกฤตในวันตำรวจในปีนี้ ตนอยากฝากความห่วงใยไปถึงข้าราชการตำรวจทั่วประเทศ ขอย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายทำหน้าที่ในการดูแลพี่น้องประชาชนและสถาบันตำรวจ ให้ทุกคนระลึกว่าหน้าที่ตำรวจต้องรับใช้ประชาชน สถาบัน และชาติบ้านเมือง ส่วนวิกฤตศรัทธาที่เกิดขึ้นกับตำรวจในปีนี้นั้น ขอเรียนว่าตำรวจเสียใจเป็นอย่างมาก ที่จำเป็นต้องทำการเปิดทางให้มีการประชุมสภาผู้แทนในวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา
ผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สร้างความรู้สึกที่ไม่ดีกับตำรวจในวงกว้างจะชี้แจงในเรื่องนี้อย่างไร พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่า เรื่องนี้ตนยังไม่ขอพูดอะไรมาก เพราะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนในเรื่องนี้แล้ว ต้องรอผลการสอบสวน ซึ่งจะออกมาอย่างชัดเจน
ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ ตนขอเรียนว่า ทุกคนในชาติเป็นคนไทยเหมือนกันทุกคน รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์เหมือนกันทุกคน อยากให้ทุกคนคำนึงถึงเรื่องนี้ให้มากขึ้น พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าว
-เผยแก๊สน้ำตาซื้อหลังพค.ทมิฬ
พล.ต.ต.ภูวดล วุฑฒกนก ผู้บังคับการกองพลาธิการและสรรพาวุธ(ผบก.พธ.) กล่าวถึงกระสุนแก๊ส น้ำตาที่อาจมีปัญหาว่า กระสุนจากประเทศจีนที่มีการทดสอบแล้วอาจก่อให้เกิดปัญหานั้น เป็นกระสุนล็อตที่สั่งมาจากบริษัทหนึ่งในจีน ซึ่งตอนนี้บริษัทได้ปิดตัวไปแล้ว โดยสั่งซื้อมาเมื่อปี 2536 เหตุผลที่สั่งซื้อครั้งนั้นเพราะเกิดเหตุพฤษภาทมิฬ เมื่อปี 2535 เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีอุปกรณ์ปราบจลาจล ไม่มีแก๊สน้ำตา ต้องใช้กระสุนจริงทำให้เกิดการสูญเสียชีวิต หลังเหตุการณ์พฤษภาทิฬผ่านพ้นไป ปี 2536 รัฐบาลสมัยนั้นได้อนุมัติงบให้ซื้อแก๊สน้ำตาพร้อมอุปกรณ์ปราบจลาจล
พล.ต.ต.ภูวดล กล่าวว่า ตอนนั้นที่เลือกซื้อจากจีน เพราะของจีนกำลังได้รับความนิยม เมื่อซื้อมาได้แจกจ่ายให้หน่วยต่างๆทั่วประเทศ จนไม่เหลืออยู่ในคลังของกองพลาธิการและสรรพาวุธ และตำรวจไม่เคยใช้แก๊สน้ำตาเป็นเวลา 20 ปี หลังจากนั้นปี 2537-38 การจัดซื้อแก๊สน้ำตาจะสั่งมาจากสหรัฐเป็นส่วนใหญ่ และบางส่วนสั่งมาจากสเปน ไม่มีของจีนอีกเลย สำหรับหลักการใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ต้องนำของเก่ามาใช้ก่อน
พล.ต.ต.ภูวดล กล่าวต่อว่า หลังเหตุการณ์วันที่ 7 ต.ค. เราเห็นว่าแก๊สน้ำตาอาจมีปัญหา วันที่ 8 ต.ค.ได้นำกระสุนมาทดสอบ ตอนแรกทดสอบกระสุนจากสหรัฐที่อยู่ในคลังของกองพลาธิการให้สื่อดู ก็ไม่มีปัญหา ตอนนั้นตนไม่รู้ว่ามีกระสุนล็อตที่สั่งมาจากจีน เพราะไม่มีในคลังของพลาธิการ สงสัยว่าทำไมมีปัญหาก็ไปขอตำรวจดูเห็นกระสุนลูกสีเขียวๆ เอามาทดสอบดูปรากฏว่าอาจมีปัญหา เพราะมีความแรงเกินกว่าปกติในการขับลูกกระสุนออกไป ถ้ายิงในพื้นที่โล่งไม่เป็นไร แต่ถ้ากระเด็นไปใกล้คน หรือคนไปอยู่ด้านล่าง อาจทำให้บาดเจ็บได้
เราสั่งเก็บกระสุนดังกล่าวในชั่วโมงนั้นเลย สั่งเก็บจากทุกหน่วยเพื่อรอทำลาย ต่อไปถ้าจำเป็นต้องใช้ก็ให้ใช้แบบขว้างเป็นหลัก ยืนยันว่าตำรวจไม่มีเจตนาแต่เป็นเหตุสุดวิสัย เมื่อเรารู้ว่ามีปัญหาก็รีบแก้ไขทันที ไม่ได้ปล่อยไว้ เรื่องแบบนี้เราพิสูจน์ได้ตามหลักวิทยาศาสตร์ ตำรวจไม่โกหก พิสูจน์ได้ พล.ต.ต. ภูวดล กล่าว
-ตร.ยึดแนวคำสั่งศาลปค.รับม็อบ
ที่สำนักงานตำรวจแห่ชาติ พล.ต.ท.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร ผบช.สตม.ในฐานะหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์และเจรจาต่อรอง กล่าวถึงการเตรียมการรักษาความปลอดภัยสตช.ว่า สิ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมการทั้งหมด เพื่อรักษาสถานที่ บุคคลและทรัพย์สินทางราชการ ถ้ากลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางมาอย่างสงบปราศจากอาวุธ ก็ทำได้ โดยจะไม่ปิดกั้นใดๆทั้งสิ้น จะมีการใช้กำลังต่อเมื่อมีการละเมิดกฎหมายภายใต้กรอบคำสั่งของศาลปกครอง ที่ให้ใช้กำลังได้ตามความเหมาะสม มีการวิเคราะห์เป็นขั้นเป็นตอน และแจ้งกลุ่มผู้ชุมนุมให้ทราบทุกขั้นตอนในการปฏิบัติ
พล.ต.ท.ชัชวาลย์ กล่าวว่า วันนี้มีประชาชนมาให้กำลังใจตำรวจ ก็ขอขอบคุณประชาชนทุกคนที่มาให้กำลังใจ ส่วนที่แกนนำพันธมิตรฯตัดสินใจไม่เคลื่อนกำลังมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ทำให้เกิดความเรียบร้อยขึ้น ขอย้ำว่าสิ่งที่ตำรวจเตรียมไว้ไม่ใช่เพื่อปะทะ หรือเตรียมสลายการชุมนุม แต่เป็นการป้องกันเท่านั้น
เราตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจขึ้น เพื่อดูแลความเรียบร้อยในสตช. โดยมีพล.ต.ท.ธีระเดช รอดโพธิ์ ทอง ผบช.ส.เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ มี พล.ต.ท. วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.ก. และผมเป็นรองผู้บัญชาการเหตุการณ์ เมื่อมีเหตุการณ์อะไร คนที่ตัดสินใจคือผบช.ส. แต่เมื่อวันนี้กลุ่มพันธมิตรไม่มาก็เรียบร้อย ส่วนพันธมิตรจะมาวันไหนนั้น การข่าวเราก็มีแต่ยังไม่แน่นอน แต่ถ้าพันธมิตรจะมา คงไม่ได้มาแบบใต้ดินคงแจ้งให้ทราบ ส่วนการดูแลความเรียบร้อยคงใช้แผนเดิม แต่จะปรับปรุงแผนในส่วนที่บกพร่อง พล.ต.ท.ชัชวาลย์กล่าว
-เผยตร.ก็สั่งสอบสวนเหตุการณ์7ตค.
พล.ต.ท.ชัชวาลย์ กล่าวว่า เหตุการณ์เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ทางสตช.ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงขึ้นมา โดยตั้งแพทย์จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เป็นหัวหน้า และมีบุคคลภายนอกอื่นๆ ตอนนี้คณะกรรมการยังไม่มีการประชุมกัน ยังให้ข้อมูลอะไรไม่ได้ หากมีอะไรคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบ คณะกรรมการชุดนี้ตั้งขึ้นเพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏ ไม่ได้ตั้งธงหรือโน้มเอียงไปฝั่งหนึ่งฝั่งใด โดยให้แสวงหาข้อมูลทั้งจากภายในและภายนอก ซึ่งภายในจะรวบรวมข้อมูลจากบช.น. ส่วนภายนอกจะประสานขอข้อมูลจากแหล่งต่างๆ รวมทั้งจากการทดสอบยิงแก๊สน้ำตาของพ.ญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ด้วยว่าจะประสานข้อมูลกันอย่างไร เพื่อหาข้อเท็จจริงเสนอต่อสื่อมวลชน
พล.ต.ท.ชัชวาลย์ กล่าวว่า ผบ.ตร.แสดงความเสีย ใจต่อผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทั้งประชาชนและตำรวจ ซึ่งไม่น่าจะเกิดขึ้นกับคนไทยด้วยกัน ซึ่งในส่วนของตำรวจนั้น ทางตร.ดูแลภายในกรอบของสวัสดิการ ส่วนประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ทางผู้บังคับบัญชาคงพิจารณาช่วยเหลือต่อไป ซึ่งบางครั้งไม่ได้ผ่านสื่อมวลชน คงไม่ได้มีเพียงคำพูดเสียใจเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อผลการพิสูจน์ออกมาว่าแก๊สน้ำตาอาจทำให้แขนขาขาดได้ ตำรวจยืนยันจะใช้แก๊สน้ำตาอีกหรือไม่ พล.ต.ท.ชัชวาลย์ กล่าวว่า ถึงตอนนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าการบาดเจ็บเกิดขึ้นจากอะไร แก๊สน้ำตามีหลายชนิด การทดสอบไม่ใช่ทุกชนิดที่อันตราย จากการทดสอบตำรวจรู้ว่าจะใช้อุปกรณ์แค่ไหนอย่างไร ไม่ให้เกิดการบาดเจ็บ ที่ผ่านมาตำรวจไม่ได้คิดว่าตำรวจเป็นแพะหรืออะไร เราไม่รู้สึกแบบนั้น ส่วนใดที่เกิดความเสียหายก็ให้เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง ต้องตรวจสอบทุกเรื่อง
-วันตำรวจบช.น.ค่อนข้างเงียบเหงา
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศวันตำรวจแห่งชาติ ที่ บช.น.ค่อนข้างเงียบเหงา มีเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนจาก บช.ภ. 1, 2 และ 7 สับเปลี่ยนมาช่วยกำลัง ปจ.ของ บช.น. และ ก. ในช่วงเช้า มี พล.ต.ต.เอกรัตน์ มีปรีชา รอง ผบช.น. ประชุมติดตามสถาน การณ์การชุมนุม นอกจากนี้ ยังประชาชนจากที่ต่างๆ เดินทางมามอบสิ่งของตั้งแต่อาหารกล่อง ก๋วยเตี๋ยว ไอศกรีม เครื่องดื่ม ตลอดจนดอกไม้ให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเฉพาะกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า กลุ่มรักประชาธิปไตย นำโดย นาวาเอก(พิเศษ) พ.ญ. สุพัตรา สิทธิราชา ได้นำเอาเครื่องดื่ม ลูกอม บะหมี่ มา 1 คันรถมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมี พล.ต.ต. สำเริง สุวรรณพงษ์ ผบก.อก.บช.น. เป็นตัว แทนรับมอบ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผบช.น.ซึ่งกลับจากรับเสด็จ ได้แวะทักทายและพูดคุยกับผู้มามอบสิ่งของที่ขอถ่ายรูปด้วย
พล.ต.ท.สุชาติ กล่าวว่า สุดท้ายทุกสิ่งเป็นสิ่งสมมติทั้งหมด สุดท้ายแล้วก็จะเหมือนกันหมด คือ จากโลกนี้ ตอนนี้มอบหมายหน้าที่อะไรมาให้ใครก็ปฏิบัติกันไป เป็นเสมือนหัวโขน วันที่ 7 ต.ค.นั้นเราไม่ได้เรียกว่าเป็นการสลาย แต่เป็นการเปิดทาง จะให้ใครไปยึดครองไม่ได้ ส.ส.และส.ว.จะเข้าไปทำงานได้หรือไม่ ฝ่ายนิติบัญญัติทำงานกันไม่ได้เลย คนที่ชุมนุมปิดล้อมแล้วบ้านเมืองจะอยู่กันได้อย่างไร
นาวาเอก(พิเศษ) พ.ญ.สุพัตรา กล่าวว่า รู้สึกสงสารตำรวจมาก ไม่เหลืออะไรถูกเหยียบย่ำ เหมือนกับ นิติบัญญัติ บริหาร ตลอดจนศาล เวลานี้แทบไม่เหลืออะไรแล้ว อยากให้ตำรวจทราบว่าได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว
-ผบช.น.เสียใจ-พร้อมยอมรับผลสอบ
เมื่อเวลา 15.10 น. พล.ต.ท.สุชาติ กล่าวกับเพื่อนข้าราชการตำรวจเนื่องในวันตำรวจแห่งชาติ ว่า วันตำรวจก็ขอให้ตำรวจทุกคนรับใช้ดูแลประชาชนให้ดีที่สุด ปกป้องในชีวิตและทรัพย์สิน หากจะมีอะไรที่กระทบกระเทือนใจบ้างก็ขอให้อดทนส่วนอะไรที่มันเกิดขึ้น ตนคนหนึ่งที่จะต้องแสดงความเสียใจ กล่าวขอโทษในสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ข้อให้น้องๆ ที่มาช่วยงานผู้บังคับบัญชาแต่ละคนจะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ได้สั่งการ ไม่มีปัญหา ตนยืนยันไม่น้อยใจ ถ้าถามว่าเสียใจในสิ่งที่เกิดขึ้นตนเสียใจ เพราะทุกอย่างก็เป็นคนไทยด้วยกันทั้งนั้น เราควรจะไปทำกับคนอื่นที่เป็นศัตรูของประเทศชาติมากกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเราไม่รู้จะทำอะไร ขอให้รอผลการตรวจสอบหรือผลพิสูจน์จะดีกว่า
พล.ต.ท.สุชาติกล่าวว่าการที่ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ถ้าผลสอบออกมาอย่างไร เราก็ยอมรับตามนั้น เราถือว่าคนกลางเป็นคนที่มีความยุติธรรมดีแล้ว เราจะไปปฏิเสธกระบวนการยุติธรรมไม่ได้ เมื่อเขาตั้งใครมาเป็นกรรมการ ซึ่งเป็นคนกลางที่มีความรู้สังคมยอมรับ ผลออกมาอย่างไร เราก็ต้องน้อมรับ ถามถึงจิตใจตนก็ปกติดี เรื่องนี้ต้องแบ่งแยกให้ออกจากกัน หน้าที่อย่างไร กับความรู้สึก โกรธ เกลียด รัก ชอบ เราจะจ้องแยกให้ออก เหมือนกับเรารักญาติมิตรของเรา แต่เขาไปทำผิดกฎหมาย เราก็จะต้องบังคับใช้กฎหมายไปตามนั้น เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่งั้นกระบวนการยุติธรรมที่เริ่มต้นตั้งแต่ตำรวจเป๋ไปแล้วก็จะลำบาก โดยเฉพาะจะเป๋ไปเพราะใจเราไม่ได้เด็ดขาด
พล.ต.ท.สุชาติ กล่าวอีกว่า ยืนยันตำรวจเราจะให้บริการประชาชนไม่เลือกว่าเป็นสาขาอาชีพใด มีบางคนพูดทำนองว่าแล้วถ้าตำรวจเสียกำลังใจแล้วไม่ทำหน้าที่ อะไรจะเกิดขึ้น ตนบอกว่าถ้าคิดแบบนั้นก็ไม่ควรจะมีตำรวจ ตำรวจจะต้องทำ ทำจนสุดความสามารถ
-ส.ส.เด็กจิ๋วแถลงป้องนายยึดสันติ
เวลา 11.30 น. ที่รัฐสภา นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน ในฐานะคณะทำงานของพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี แถลงถึงกรณีข่าวพาดพิงถึงพล.อ.ชวลิต ที่ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดในการตัดสินใจสั่งการสลายม็อบ หลังเข้าร่วมประชุมครม.ฉุกเฉิน เมื่อวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า ยืนยันว่าพล.อ.ชวลิต ยังไม่หมดกำลังใจ เพราะเชื่อมั่นว่าได้ตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยความมีสติรอบคอบ ยึดสันติวิธี โดยเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ ตนได้อยู่กับพล.อ.ชวลิต ตลอดคืนวันที่ 6 ต.ค. ตั้งแต่เวลา 21.00 น. ที่ทำเนียบดอนเมือง จนถึงเที่ยงคืน จากนั้นเดินทางไปบช.น. และอยู่ต่อจนถึงเวลา 02.00 น. โดยพล.อ.ชวลิต ได้เสนอให้แก้ไขปัญหาโดยยึดหลักสันติวิธี ขอให้ย้ายสถานที่ประชุมรัฐสภาไปเป็นที่อื่น แต่มีรัฐมนตรีหลายคนอภิปรายไม่เห็นด้วย อ้างว่ารัฐบาลถูกยึดทำเนียบไปแล้ว หากยึดรัฐสภาอีก บ้านเมืองไม่มีขื่อแป ครม.จึงมีมติให้พล.อ.ชวลิต เป็นผู้รับผิดชอบ โดยพล.อ.ชวลิตจึงไปให้นโยบายแก่ตำรวจที่บช.น. โดยให้ใช้การเจรจากับกลุ่มพันธมิตรฯด้วยความละมุนละม่อม เพื่อให้สมาชิกรัฐสภาเดินทางเข้าไปประชุมรัฐสภาได้ตามกำหนด และหากไม่สามารถปฏิบัติตามนโยบายได้ ขอให้ยุติไว้ก่อน แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ปะทะขึ้น พล.อ.ชวลิต จึงลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ
นายชวลิต กล่าวว่า พล.อ.ชวลิต ไม่หนักใจในการให้ข้อมูลกับคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงงและเห็นด้วยที่นายกฯระบุต้องการเจรจากับพันธมิตรเพื่อสร้างความปรองดอง ส่วนข้อเสนอให้ปฏิวัตินั้นได้คิดอย่างรอบคอบและไม่เคยคิดฆ่าน้องแม้แต่รายเดียว ส่วนที่พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ให้พล.อ. ชวลิต ไปเคลียร์ปัญหาการให้นโยบายกับตำรวจนั้น เชื่อว่าผบ.ทบ.คงไม่มีเจตนาพูดกระทบพล.อ.ชวลิต และพล.อ.ชวลิต มีเมตตาต่อ ผบ.ทบ. (อ่านรายละเอียดน.6 )
-พปช.เตือนพธม.-ชี้กก.เป็นกลาง
วันเดียวกัน นายปัญญา ศรีปัญญา ส.ส.ขอนแก่น พรรคพลังประชาชน กล่าวถึงแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ไม่ยอมรับคณะกรรม การตรวจสอบข้อเท็จจริง และคณะกรรมการเยียวยาเหตุสลายการชุมนุมพันธมิตรฯโดยอ้างว่าเป็นคนของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯว่า พวกเขาพิสูจน์ได้อย่างไรว่า ใครเป็นคนของใคร เพราะถึงแม้รัฐบาลจะตั้งใครมาทำหน้าที่ คงหนีไม่พ้นการถูกต่อต้านและวิจารณ์จากกลุ่มพันธมิตรอยู่ดี เชื่อว่าคณะทำงานทุกคนที่ร่วมกันไปพิสูจน์และตรวจสอบทั้งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ตำรวจ และหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง คงไม่กล้าบิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้
นายปัญญา กล่าวถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่เสด็จฯในพิธีพระราชทานเพลิงศพให้ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ว่า ส่วนตัวมองว่าเป็นโชคดีของบ้านเมืองและคงไม่ใช่เป็นการส่งสัญญาณไปถึงใครคนใดคนหนึ่งอย่างที่มีการตั้งข้อสังเกต เพราะหากไม่มีการพระราชทานเพลิงศพ กลุ่มพันธมิตรฯคงจะลุกฮือไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขณะที่กลุ่มนปช.มุ่งหน้าไปที่ดังกล่าวเช่นเดียวกัน หากเสี่ยงก็อาจเกิดเหตุปะทะขึ้นทั้งนั้น จึงถือว่าเป็นโชคดีของบ้านเมือง
-เหลิมท้าไล่ 5 นายพลตร.ม็อบ
ด้านร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ตนรับราชการตำรวจ 10 ปี ตำรวจทุกคนในสตช.ไม่มีเจตนาทำร้ายฆ่าแกงประชาชน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นใครจะผิดหรือถูกต้องรอการสอบสวน หากผิดก็ต้องลงโทษ พันธมิตรฯปราศรัยด่าว่าเกลียดตำรวจ อยากขอให้ 4 นายพลตำรวจกับอีก 1 นายพลตำรวจที่ลาออกจากราชการแล้ว ซึ่งอยู่ในกลุ่มพันธ มิตร ออกมาจากการช่วยวางแผนให้พันธมิตรฯด้วย อย่ามาสิงสู่อยู่ในม็อบ วางแผนเรื่องความปลอดภัย ให้อีก
ปากพันธมิตรบอกว่าไม่ชอบตำรวจ เกลียดตำรวจ อยากเอามือตบไปตบปากพันธมิตรฯทุกคนเลย ฝากบอกว่าให้ไล่ 5 นายพลตำรวจ โดยมี 1 พล.ต.ต.ที่ลาออกจากราชการไปแล้วร่วมอยู่ด้วย หากยังไม่ได้ลาออกก็คงเกษียณในวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา ส่วนอีก 4 นายพลตำรวจมี 1 พล.ต.ต.ตำแหน่งรองผู้บัญชาการ กับอีก 3 ตำแหน่งรองผู้บังคับการ ก็ขอให้ออกมาจากการวางแผนทั้งหมดของพันธมิตร อย่าให้มาสิงสู่เช่นนี้อีก ไม่ได้ท้าทายแต่ถ้าออกมาได้ทุกอย่างจะดีขึ้น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนจะไปไหนพันธมิตรก็มักกล่าวหาว่า ปอด ไม่กล้าไป พันธมิตรทำอะไรก็ควรเคารพสิทธิ์คนอื่นบ้าง กรณีนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ แกนนำ กล่าวหาว่าตนสั่งการไม่ให้แพทย์พยาบาลช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ที่ผ่านมาก็อดทนและยอมทุกเรื่อง ไม่อยากเอาเรื่องการเมืองมาเกี่ยวข้องกับกระทรวงสาธารณสุข แต่การกล่าวเช่นนี้ทำให้กระทรวงเสียหาย อย่าคิดว่าตนจะยอมทุกเรื่อง พูดเกเรกับตนได้แต่อย่าเกเรกระทรวง ขอชี้แจงว่าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บเต็มที่ ไม่เคยคิดหรือสั่งการไม่ให้ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ หากสั่งการเช่นนั้นพวกหมอก็ไม่ฟัง สังคมไทยต้องมีสติให้มากกว่านี้ ใครไม่เห็นด้วยกับพันธมิตรก็ควร แสดงออก ขึ้นป้ายผ้าว่าเศรษฐกิจแย่ บ้านเมืองวุ่นวายเพราะพันธมิตร ให้รู้ว่ามีคนไม่ชอบ แต่ไม่เน้นการเผชิญหน้า ส่วนนปช.มาชุมนุมกันก็เป็นสิทธิ์ที่จะกระทำได้ พันธมิตรชุมนุมได้ นปช.ก็ชุมนุมได้ เพราะประกาศแล้วว่าจะไม่ปะทะกัน
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ทราบข่าวว่าจะมีมือตบไปประท้วงหน้าโรงแรมปริ๊นซ์พาเลซ ที่จะจัดการประชุมนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศในวันที่ 16 ต.ค. จึงหารือกับน.พ.ปราชญ์ บุณยวงศ์ วิโรจน์ ปลัดกระทรวงว่าจะเลื่อนการประชุมดังกล่าวออกไปโดยไม่มีกำหนด เพราะการต่อต้านตนตั้งแต่ที่ทราบว่าจะเดินทางไปจ.กระบี่ ครั้งนี้หากเป็นเช่นนี้อีกจะทำให้คนอื่นเดือดร้อน โรงแรมเดือดร้อน แต่ครั้งหน้ามีอีกตนไม่ยอมแน่ อาจไปใช้สถานที่หอประชุมกองทัพเรือแทน
-พระพยอมเตือนสติ-แนะลดดื้อรั้น
ที่ จ.นครราชสีมา พระราชธรรมนิเทศ หรือพระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว จ.นนทบุรี ให้สัมภาษณ์หลังเสร็จภารกิจการเดินทางมารับบริจาคสิ่งของ ในฐานะประธานมูลนิธิวัดสวนแก้วว่าเหตุการณ์ที่ไม่ปกติของบ้านเมืองในขณะนี้ อาตมาอยากจะบอกผ่านสื่อมวลชนว่า คนเราอย่าคิดแต่จะเอาชนะกันอย่างเดียว เหมือนคำสอนของทางโบราณที่ว่า ดึง ดื้อ ดัน มีแต่จะพากันไปบรรลัย ซึ่งหลวงพ่อพุทธทาส เคยพูดไว้ว่าไม่ดื้ออย่างเดียว ทุกอย่างดีหมด ไม่ว่าฝ่ายไหน ลองลดความดื้อลงนิดหนึ่งจะช่วยลดระดับความรุนแรงได้พอสมควร ขณะนี้สถานการณ์เข้าลักษณะ รถเล็กกับรถใหญ่ชนกัน ยังไงรถใหญ่ก็ผิดเสมอ ทั้งที่จริงรถเล็กอาจแซงมาชนก็ได้ เหมือนรัฐบาลใหญ่กว่า ปะทะกันยังไงรัฐบาลก็ผิดตลอด เราก็ต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ ว่าอย่าวิ่งไปชนกันได้ไหม ให้ต่างฝ่ายก็อยากจะหลีกเลี่ยงการชนกัน นี่ดีนะที่บอกว่าไม่ไปนั่น ไม่ไปนี่ ถ้าไปมันชนกันแน่ๆ เพราะอีกฝ่ายบอกดาวกระจาย อีกฝ่ายบอกว่ามึงมาซิกูจะทำให้กระจุยเลย มันก็ลงเอยอย่างที่เห็น ประเทศชาติก็จะพินาศลง
-ระบุแก๊สน้ำตาจีนมีสารอาร์ดีเอ็กซ์
ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นายสุรสีห์ โกศลนาวิน กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ที่ร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์การสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ต.ค. พร้อมด้วยพ.ญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยา ศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ในฐานะกรรมการเฉพาะกิจ ร่วมแถลงผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่เกิดเหตุว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น การใช้แก๊สน้ำตาของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะใช้ของจีนและสหรัฐอเมริกา แต่ที่พบในเหตุการณ์เป็นแก๊สน้ำตาของจีนที่มีรูปทรงกระบอกสีเขียวและสีขาว มีสารอาร์ดีเอ็กซ์ ซึ่งเป็นสารประกอบระเบิดร้ายแรง แต่ถ้าเป็นแก๊สน้ำตาของ อเมริกาจะไม่พบสารดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้แก๊สน้ำตาของจีนจำนวนมากกว่า เนื่องจากของอเมริกา มีราคาสูง นอกจากนี้ แก๊สน้ำตารูปทรงกระบอกสีเขียวของจีนลักษณะการทำลายจะทำให้เกิดหลุมลักษณะเฉพาะ มีรูปแบบใกล้เคียงกับแผลของ น.ส. อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ อย ่างไรก็ตาม อนุกรรมการยังไม่สรุปข้อมูล เนื่องจากต้องรอเชิญผู้บาดเจ็บ และเจ้าหน้าที่ตำรวจมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมก่อนเสนอคณะกรรมการสิทธิฯ พิจารณา
-กก.สิทธิฯเตรียมเรียกสอบตร.
เวลา 14.00 น. คณะกรรมการสิทธิฯ ได้ประชุมพิจารณาข้อเท็จจริงจากการตรวจสอบเบื้องต้น นายเสน่ห์ จามริก ประธานกรรมการสิทธิฯ กล่าวว่า ขอบข่ายในการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์ 7 ต.ค. เพื่อนำไปสู่ความรับผิดชอบ 2 ระดับ คือ ระดับบังคับบัญชา และระดับความรับผิดชอบทางการเมืองว่าควรเป็นอย่างไร พร้อมทั้งนำไปสู่การเยียวยาและชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น จากนี้ไปอนุกรรมการจะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้บังคับบัญชา รวมทั้งเชิญนักการเมืองที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อเท็จจริง แต่ทางปฏิบัตินักการเมืองมักไม่ค่อยให้ความสำคัญ เช่น กรณีท่อก๊าซไทย-มาเลเซีย กรรมการสิทธิฯ เชิญบุคคลสำคัญมาก็ไม่มีใครมา
การเชิญบุคคลมาให้ข้อเท็จจริง ไม่ได้เชิญมาเป็นจำเลยหรือถูกปรักปรำ แต่เชิญมาหารือให้เกิดความเข้าใจ ซึ่งการปฏิบัติให้เกิดผล คณะกรรมการสิทธิฯ จะรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงไปยังผู้บังคับบัญชาตามลำดับถึงนายกฯ หากนายกฯ ละเลย ก็จะเสนอรายงานไปยังรัฐสภา จากประสบการณ์ ความรับผิดชอบทางการเมืองไม่มีเลยน่าเสียใจและผิดหวังอย่างมาก นายเสน่ห์กล่าว
นางสุนี ไชยรส กรรมการสิทธิฯ กล่าวว่า วันนี้ รัฐบาลยอมรับให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ถือว่าให้ความร่วมมือแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่มาให้ข้อมูลกับกรรมการสิทธิฯ หากเราทราบว่ามีนักการเมืองคนใดเกี่ยวข้องเราจะเชิญมาในลักษณะพูดคุยปรึกษาหารือ ส่วนจะมีการฟ้องร้องต่อไปหรือไม่ รายงานการตรวจสอบของกรรมการสิทธิฯ ใครจะนำไปใช้ฟ้องร้องก็ได้ หรือคณะกรรมการสิทธิฯเองอาจฟ้องร้องแทนผู้เสียหายก็ได้
-เผยผู้บาดเจ็บยังนอนพักร.พ. 47 คน
วันเดียวกัน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า สำหรับยอดผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต ล่าสุดถึงเวลา 08.00 น. ของวันที่ 13 ต.ค.ศูนย์นเรนทรได้รับรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บต้องนอนรักษาตัว เหลือ 47 ราย และนอนพักรักษาตัวในห้องไอซียู 4 คน คือ 1 นายธันยา บุญแก้ว อายุ 50 ปี อยู่ที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล 2 นางรุ่งทิวา ธาตุนิยม อายุ 46 ปี พักที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 3 นายชิงชัย อุดมเจริญกิจ อยู่ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี และ 4 ส.ต.อ.ทวีป กลั่นเนียม อยู่ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
ในส่วนของผู้ที่ต้องอยู่โรงพยาบาล 9 แห่ง ได้แก่ วิทยาลัยแพทยศาสตร์กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล 11 ราย โรงพยาบาลกลาง 3 ราย โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 3 ราย โรงพยาบาลศิริราช 3 ราย โรงพยาบาลราชวิถี 1 ราย โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า 6 ราย โรงพยาบาลรามาธิบดี 10 ราย โรงพยาบาลตำรวจ 9 ราย และโรงพยาบาลเลิดสิน 1 ราย ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว
-แจ๊ค ชุมพร-รุ่งทิวายังไม่รู้สึกตัว
น.พ.ธันต์ สุภัทร์พันธุ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า อาการของนายชิงชัย อุดมเจริญกิจ ยังคงมีไข้ต่ำๆ อาการทั่วไปดีขึ้น ไม่มีอาการแทรก ซ้อน ไม่น่าเป็นห่วง แต่ต้องรักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียูอย่างน้อย 2 สัปดาห์ และรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาล ไม่ต่ำกว่า 1 เดือน ส่วนผู้ป่วยรายอื่นๆ อาการทั่วไปดีขึ้นเป็นลำดับ ทั้งนี้ มีผู้ป่วยที่นอนรักษาตัวอยู่ไอซียูรวมทั้งสิ้น 7 ราย โดยมีผู้ป่วยยังคงรักษาที่โรงพยา บาล 10 คน
น.พ.ชัยวัน เจริญโชคทวี ผู้อำนวยการวชิรพยาบาล กล่าวว่า อาการของนายธันยา บุญแก้ว หรือแจ๊ค ชุมพร การ์ดพันธมิตรฯ ที่ถูกระเบิดขาขาด ยังคงเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ผู้ป่วยยังไม่รู้สึกตัว แพทย์ได้ให้การรักษาอาการดูแลบาดแผลที่เกิดขึ้นเพราะขาขาดอย่างเต็มที่ และไม่ให้ปอดเกิดการติดเชื้อ ดูแลให้สมองบวมน้อยลง โดยต้องดูแลทุกระบบของร่ายกายอย่างใกล้ชิดต่อไป ซึ่งรายนี้ยังคงมีอาการน่าเป็นห่วงมากที่สุด ทั้งนี้อาการผู้ป่วยรายอื่นๆ ดีขึ้นแล้ว มี 2-3 รายที่เตรียมตัวที่จะกลับบ้านได้ในวันที่ 14 ต.ค.นี้ โดยในวันนี้ ได้ทำรายงานอาการบาดเจ็บของผู้ป่วยอย่างละเอียด ถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถด้วย
รศ.น.พ.ธีระพงศ์ เจริญวิทย์ รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า ขณะนี้อาการของนางรุ่งทิวา ธาตุนิยม ยังไม่รู้สึกตัว ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง และเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง ส่วนรายอื่นๆ อาการทั่วไปดีขึ้นแล้ว
-พธม.อ้างกก.สอบมีคนของทักษิณ
เวลา 10.00 น. ที่ห้องผู้สื่อข่าวทำเนียบรัฐบาล นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แถลงถึงรัฐบาลแต่งตั้งนายปรีชา พานิชวงศ์ อดีตรองประธานศาลฎีกาและอดีตศาลปกครองสูงสุด เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเหตุการณ์สลายม็อบ วันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า เราต้องขอดูผลงานก่อน เนื่องจากมีคณะกรรมการบางคนที่ถูกแต่งตั้งมาเป็นคนของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ทำให้การแต่งตั้งคณะกรรมการชุดนี้มีข้อกังขา ซึ่งกลุ่มพันธมิตรฯเห็นว่าควรแต่งตั้งคณะกรรมการที่มาจากองค์กรอิสระ ส.ว.และส.ส. แต่ไม่ควรให้คนที่เกี่ยวข้องกับพรรคพลังประชาชนหรือ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้ามาเกี่ยวข้องเนื่องจากจะชัดเจนเฉพาะตัวประธานกรรมการไม่ได้ การทำงานจะราบ รื่นหรือไม่ต้องดูในส่วนคณะกรรมการและองค์ประ กอบคณะกรรมการเป็นหลัก เชื่อว่าได้คนระดับรองประธานศาลฎีกาน่าจะมีความเชื่อถือได้ เนื่องจากกลุ่มพันธมิตร เชื่อในกระบวนการยุติธรรมและยึดศาลเป็นที่ตั้ง แต่คณะกรรมการคนอื่น ทางสื่อมวลชนต้องช่วยกันตรวจสอบ
นายพิภพกล่าวว่า วันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา ญาติของผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตได้มาให้ปากคำกับทีมกฎหมายของพันธมิตรฯ ที่บริเวณด้านหลังเวทีปราศรัย ซึ่งพันธมิตรได้ขอความร่วมมือไปยังญาติให้นำหลักฐานเป็นเสื้อผ้าที่ผู้บาดเจ็บ หรือผู้เสียชีวิตใส่ในวันเกิดเหตุ โดยกลุ่มพันธมิตรฯ จะส่งเสื้อผ้าไปตรวจสอบหาสารเคมีและคราบเขม่าระเบิดที่ติดอยู่ เพื่อใช้ฟ้องร้องคดีทั้งทางแพ่งและอาญา
-ยังไม่คืนทำเนียบฯจัดงานสันนิบาต
ผู้สื่อข่าวถามว่านายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกฯขอให้ยุติความขัดแย้งชั่วคราวและคืนทำเนียบรัฐบาล จะได้จัดพิธีสำคัญได้ นายพิภพกล่าวว่า ตนไม่ขอยืนยันการคืนทำเนียบรัฐบาล แต่หากมีเรื่องสำคัญเราต้องพิจารณา ส่วนการจะย้ายออกจากทำเนียบรัฐบาล ต้องใกล้เวลาเข้ามาก่อน การยุติความขัดแย้งเป็นเรื่องที่นายสมชาย พูดเพียงฝ่ายเดียว ที่ผ่านมานายสมชาย พ.ต.ท.ทักษิณ และพรรคพลังประชาชนเป็นผู้สร้างความขัดแย้งให้กับสังคมตั้งแต่ต้น ทั้งเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การนำตัวพ.ต.ท.ทักษิณ ออกจากกระบวนการยุติธรรม การสนับสนุนกลุ่มนปช. การตั้งข้อหากบฏกับ 9 แกนนำ และตำรวจไม่ดูแลความปลอดภัยให้กลุ่มพันธมิตรฯ และปล่อยให้นปช.เข้ามาทำร้าย ความขัดแย้งทั้งหมดล้วนมีปัจจัยเกิดจากคอร์รัปชั่นของอดีตนายกฯ ยืนยันว่าพันธมิตรฯไม่ได้สร้างความขัดแย้ง แต่เราเข้ามาตรวจสอบและนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งความขัดแย้งทั้งหมดจะยุติลงได้ นายกฯต้องลาออก
นายพิภพ กล่าวว่า สำหรับพระราชพิธีพระราช ทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ กลุ่มพันธมิตร ได้ประกาศย้ายเวทีบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ออกนอกพื้นที่ ถ.ราช ดำเนินนอก ส่วนการเคลื่อนย้ายพื้นที่อื่นๆ จะพิจารณา อีกครั้ง ส่วนที่รัฐบาลจะขอพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อจัดงานสโมสรสันนิบาตในโอกาสวันเฉลิมพระชนม พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งรัฐบาลเป็นเจ้าภาพนั้น กลุ่มพันธมิตรฯยังไม่ได้พูดคุยในเรื่องนี้ แต่เราจะพิจารณาตามความเหมาะสมเป็นเรื่องๆไป
-พระราชินีเสด็จฯพิธีศพน้องโบว์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศภายในวัดศรีประวัติ ต.ปลายบาง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นสถานที่จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพ น.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ หรือน้องโบว์ อายุ 28 ปี เหยื่อที่เสียชีวิตจากการสลายม็อบหน้ารัฐสภา เมื่อเช้าวันที่ 7 ต.ค. โดยครอบครัวระดับปัญญาวุฒิได้รับพระมหา กรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินมาร่วมพิธี ท่ามกลางกลุ่มประชาชนที่เดินทางมาร่วมงานและเฝ้าฯรับเสด็จจนแน่นวัดไม่ต่ำกว่าหมื่นคน โดยมีแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ประกอบด้วย นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายสุริยะใส กตะศิลา และแกนนำคนอื่นๆ ได้ทยอยเดินทางมาร่วมงานกันพร้อมหน้า
นอกจากนี้ ยังมีบุคคลสำคัญทางทหารและตำรวจ เดินทางมาร่วมงานด้วยหลายคน อาทิเช่น พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.สส. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผช.ผบ.ตร. นอก จากนี้ยังมีกลุ่ม ส.ว.สรรหา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน รวมทั้งแกนนำจากพรรคประชาธิปัตย์ มาร่วมพิธีด้วย
สำหรับภายในงานได้มีการแจกหนังสืออนุสรณ์ ชื่อ ดอกไม้พันธมิตร ซึ่งเป็นเรื่องราวและคำสรรเสริญ ให้กับ น.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ หรือน้องโบว์ ผู้เสียชีวิตจำนวน 20,000 เล่ม นอกจากนี้ยังมีการแจกจ่ายหนังสือเหตุการณ์การสลายม็อบวันที่ 7 ต.ค.ด้วย
-พธม.ตามโห่ไล่พล.อ.อนุพงษ์
เวลา 16.00 น.สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ถึงภายในวัดศรีประวัติ และเสด็จเข้าที่ประทับ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้นายจินดา ระดับปัญญาวุฒิ บิดาของน้องโบว์ เข้าเฝ้าฯ พร้อมทั้งทรงสอบถามเป็นการส่วนพระ องค์ โดยนายจินดาได้ทูลเกล้าฯ ถวายหนังสือที่ระลึกเชิดชูเกียรติของน.ส.อังคณาด้วย
หลังพิธีพระราชทานเพลิงศพเสร็จสิ้นลง และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ เสด็จฯ กลับ ปรากฏว่าขณะที่ขบวนรถของพล.อ.อนุพงษ์ กำลังเดินทางกลับ มีประชาชนที่มาร่วมงานต่างพากันโห่ร้อง ขับไล่ เนื่องจากไม่พอใจที่พล.อ.อนุพงษ์ ปล่อยให้ประชาชนที่ร่วมชุมนุมถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทำร้าย จนเป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ
-สำราญเชิญปชป.ไปร่วมพิธีศพได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรในช่วงบ่าย ยังมีผู้ชุมนุมบางส่วนปักหลักฟังการปราศรัยบนเวที น่าสังเกตว่า ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่จะสวมใส่ชุดสีดำและขาว เนื่องจากต้องการไว้อาลัยกับผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุม อีกทั้งในวันเดียวกันนี้ยังเป็นวันพระราชทานเพลิงศพของน.ส. อังคณา ทั้งนี้ บนเวทีมีนักวิชาการและนักเคลื่อนไหวจากกลุ่มต่างๆผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนขึ้นกล่าวปราศรัยกรณีตำรวจใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม รวมทั้งต้อง การให้ผู้สั่งการแสดงความรับผิดชอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
นายสำราญ รอดเพชร ประกาศบนเวทีว่า ทราบข่าวว่าจะมีนายตำรวจและนักการเมืองไปร่วมงานพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษน.ส.อังคณา ขอความกรุณาอย่าไปร่วมงานดังกล่าว เพราะจะทำให้ญาติไม่สบายใจ อย่าไปทำให้สถานที่จัดงานแปดเปื้อน แต่หากเป็นนักการเมืองฝ่ายค้านสามารถไปได้
นอกจากนี้บริเวณประตูทางเข้าออกพื้นที่การชุมนุม การ์ดพันธมิตรได้นำน้ำเปล่าที่บรรจุในขวดมาวางไว้จำนวนมาก เพื่อไว้ใช้สำหรับป้องกันหากเจ้าหน้าที่ตำรวจสลายการชุมนุมด้วยการยิงแก๊สน้ำตาอีก หากใช้น้ำเทไปที่พื้นผิวถนนจะดูดซึมควันของแก๊สน้ำตาลงได้
-พธม.อาละวาดใส่เจ้าหน้าที่คุรุสภา
ส่วนบริเวณข้างวังปารุสกวัน ถ.ศรีอยุธยา ซึ่งเป็นจุดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาจนเป็นเหตุให้น.ส. อังคณา เสียชีวิต ทางผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรร่วมกันประกอบพิธีกรรมเพื่อรำลึกและไว้อาลัยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยนำผ้าโผกศีรษะสีเหลือง มีข้อความระบุว่า กู้ชาติ ผ้าปิดจมูก แว่นป้องกันแก๊สน้ำตาและมือตบสีเหลือง ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่น้องโบว์ใส่ในวันเกิดเหตุ นอกจากนี้มีการนำป้ายผ้าผูกติดบริเวณที่เสียชีวิต โดยมีข้อความอาลัยน้องโบว์ โดยพิธีกรรมดังกล่าวผู้ชุมนุมได้นำดอกไม้มาวางไว้บริเวณพื้นถนน จากนั้นได้ร่วมกันจุดเทียนเพื่อไว้อาลัย นอกจากนี้บริเวณริมรั้วของวังปารุสกวันและบริเวณกลางถ.ศรีอยุธยา ทางกลุ่มศิลปินอิสระได้ร่วมกันสร้างประติมากรรม ซึ่งใช้กระดาษหนังสือพิมพ์มาปั้นเป็นรูปทรงผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งมีผู้ชุมนุมทยอยมาร่วมพิธี และเวลา 19.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมจะจัดพิธีรำลึกอีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีกลุ่มพันธมิตร ประมาณ 6-7 คน ตะโกนด่าเจ้าหน้าที่กลุ่มบริการห้องพัก สำนัก งาน สก.สค. คุรุสภา เมื่อไม่สามารถเปิดห้องพักได้ เนื่องจากห้องพักเต็ม แต่กลุ่มคนดังกล่าวไม่พอใจ เพราะเห็นว่ามีตำรวจเข้าพักจำนวนมาก จึงใช้ถ้อยคำหยาบคายด่าทอเจ้าหน้าที่ต้อนรับ พร้อมเขย่ามือตบใส่หน้าเจ้าหน้าที่ หาว่าให้แต่ตำรวจพักและรังเกียจไม่ยอมให้กลุ่มพันธมิตรเข้าพัก แม้เจ้าหน้าที่พยายามอธิบายว่าตำรวจที่เข้าพักได้จองห้องพักล่วงหน้ามาก่อน และไม่ได้รังเกียจกลุ่มพันธมิตร เพราะห้องพักกว่าครึ่งหนึ่งที่เปิดให้กลุ่มพันธมิตรเข้าพัก แต่เป็นการจองล่วงหน้าเช่นเดียวกัน แต่กลุ่มพันธมิตรดังกล่าวยังแสดงความไม่พอใจตะโกนด่าอีกสักพักจึงกลับออกไป
ต่อมาเวลา 18.30 น. พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ขึ้นบนเวทีประกาศขอยางรถยนต์เก่าจำนวน 300 เส้น เน้นยางขนาดใหญ่เพื่อนำไปเสริมแนวป้องกันบริเวณเชิงสะพานมัฆวาน สำหรับป้องกันกลุ่มนปช. ที่ท้องสนามหลวงบุกเข้ามาก่อเหตุ
-ม็อบอุดรฯแจ้งจับสนธิลิ้ม-ปอง
เมื่อเวลา 13.00 น.วันเดียวกัน ที่หน้า สภ.เมืองอุดรธานี นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร ได้นำแกนนำและสมาชิกชมรมคนรักอุดรที่ใส่เสื้อสีแดง ประมาณ 200 คน พร้อมรถติดเครื่องขยายเสียง ไปมอบดอกไม้เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ตำรวจอุดรธานี และขอมอบกำลังใจฝากผ่านไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจส่วนกลางที่ปฏิบัติหน้าที่ที่หน้ารัฐสภา กทม.เมื่อวันที่ 7 ต.ค. โดยมี พล.ต.ต.เพิ่มศักดิ์ ภราดรศักดิ์ ผบก.ภ.จว.อุดรธานี นำเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ทั้งของ กก.ภ.จว.อด.และสภ.เมืองอุดรฯ มารับมอบ
นายขวัญชัย กล่าวว่าที่มาวันนี้มีวัตถุประสงค์อยู่ 2 ประเด็น ประเด็นแรกนั้นเพื่อเป็น การมอบขวัญและกำลังใจให้ตำรวจทุกคน ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่คอยพิทักษ์รักษาความปลอดภัยให้ประชาชน จนตกเป็นจำเลยของสังคมทั้งๆ ที่ตนเองก็ได้รับบาดเจ็บทางร่างกาย เราก็ได้เห็นนักรบศรีวิชัย ใช้ด้ามธงแทงจนทะลุปอด เราก็เกิดความหดหู่มาก รวมทั้งภาพขับรถชนแล้วถอยรถมาทับซ้ำอีก
นายขวัญชัย กล่าวต่อไปว่า ส่วนอีกประเด็นหนึ่งคือจากที่ได้ติดตามข่าวทางสื่อที่ผ่านมา และจากการที่ได้เห็นนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ และ น.ส.อัญชลี ไพรีรักษ์ ทีมโฆษกพันธมิตรฯ ได้นำบทสัมภาษณ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ในทางที่ไม่เหมาะสมนั้น ตนพร้อมด้วยสมาชิกชมรมส่วนหนึ่งได้มอบอำนาจให้นายธนาวัฒน์ นุ่นสวัสดิ์ ทนายความที่ปรึกษาของชมรมคนรักอุดร ได้นำหลักฐานเป็นวีซีดี รายการของเอเอสทีวี ที่ถ่ายทอดจากเวทีพันธมิตรในทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 12 ต.ค.เข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับนายสนธิ และน.ส.อัญชลี ข้อหาดูหมิ่นสถาบัน ตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา 112
-ยะใสเผยยังไม่ดาวกระจายไปไหน
เวลา 19.30 น. นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตร แถลงว่า ในช่วง 1-2 วันนี้ กลุ่มพันธมิตรจะยังไม่เคลื่อนไหวตามยุทธศาสตร์ดาวกระจายไปที่ใด เพราะจะรอให้เสร็จสิ้นงานศพ ของพ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี ก่อน หลังจากวันนี้มีงานพระราชทานเพลิงศพน.ส.อังคณา ที่วัดศรีประวัติ โดยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ เสด็จฯไปร่วมงานพระราชทานเพลิงศพ ถือเป็นเกียรติแก่ครอบครัวน.ส.อังคณามาก อย่างไรก็ตาม ในช่วง 7 วันอันตราย คือก่อนพิพากษาคดีที่ดินรัชดา ในวันที่ 21 ต.ค.นี้เราต้องระมัดระวังให้มากที่สุด เพราะเป็นช่วงการเมืองไทยอ่อนแอที่สุด มากกว่าสมัยที่พ.ต.ท. ทักษิณ เป็นนายกฯ นอกจากนี้ในการจัดงานของกลุ่ม นปก.ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 14 ต.ค.นี้ ไม่ทราบว่าหลังจากนั้นจะมีการเคลื่อนไหวอย่างไรหรือไม่ แต่เรายังยืนยันว่าจะอยู่ในที่ตั้งและเฝ้าระวังความปลอดภัย ไม่เดินไปตามเกมของฝ่ายนปก. รวมถึงความพยายามสร้างสถานการณ์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ที่จะขอลี้ภัยทางการเมืองที่อังกฤษอย่างแน่นอน
-ฮึ่มฟ้องนายกฯ-ผบ.ตร.-ผบช.น.
นายสุริยะใส กล่าวว่า สำหรับการดำเนินคดีกับฝ่ายการเมืองและตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการสลายการชุม นุมนั้น ขณะนี้ทนายความได้รวบรวมข้อมูล พยานเอกสาร และขอข้อมูลของเจ้าทุกข์ผู้บาดเจ็บและญาติกว่า 100 คน คาดว่าจะฟ้องต่อศาลอาญาและศาลแพ่ง รวมถึงคณะกรรมการป.ป.ช. ได้ในต้นสัปดาห์หน้า ส่วนการยื่นให้ศาลอาญาระหว่างประเทศ คงต้องรอสักระยะ ส่วนผู้สูญหายที่มี 20 คน จะเปิดเผยรายชื่อในวันที่ 15 ต.ค.เพราะยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงอยู่ ทั้งนี้ ผู้ที่เราจะยื่นฟ้องประกอบด้วย นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกฯ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. และพล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผบช.น. ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจคนอื่นยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง
นายสุริยะใส กล่าวถึงนายกฯระบุจะไม่ลาออก เพราะแก้ปัญหาไม่ได้ว่า การเรียกร้องให้นายสมชาย ลาออกเป็นการรักษาระบบ เมื่อผู้นำหมดความชอบธรรมก็ลาออก เพื่อหาคนใหม่มาทำหน้าที่แทน หากเป็นเช่นนั้น เชื่อว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ และจะเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ได้ แต่การดึงดันจะอยู่ในตำแหน่งต่อไปจะก่อให้เกิดความเสียหาย เพราะทำเนียบเข้ามาทำงานไม่ได้ ไปสภาฝ่ายค้านก็ไม่สังฆกรรมด้วย ไปที่ไหนก็มีประชาชนขับไล่ จึงต้องถามว่าการดึงดันกอดเก้าอี้อยู่นั้น อยู่แล้วปกครองได้หรือไม่ จึงอยากเตือนให้นายสมชาย ศึกษากรณีของพ.ต.ท.ทักษิณ ไว้เป็นตัวอย่าง และหากเหตุการณ์รุนแรงมากขึ้น นายสมชายจะต้องรับผิดชอบทุกอย่าง
-ระทึกเวทีนปช.-จับหญิงสาวพธม.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 17.30 น. บริเวณท้องสนามหลวง แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ยังปักหลักตั้งเวทีปราศรัยเป็นวันที่ 2 เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ครบรอบ 35 ปี 14 ตุลา ภายใต้ชื่อประชาธิปไตยภายใต้อุ้งเท้าใคร เมื่อกบฏถูกปกป้อง โดยมีกลุ่มผู้ร่วมชุมนุมใส่เสื้อสีแดง ต่างทยอยมาร่วมชุมนุมร่วมพันคน ทั้งนี้มีแกนนำนปช. อาทิ นายวีระ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส. สัดส่วน พรรคพลังประชาชน นายก่อแก้ว พิกุลทอง นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย สลับการขึ้นเวทีปราศรัย โดยเนื้อหาส่วนใหญ่ กล่าวถึงการต่อต้านเผด็จการและกล่าวปราศรัยโจมตีพันธมิตร
นายจตุพร กล่าวปราศรัยว่า วันที่ 1 พ.ย.ขอรวมพลคนเสื้อแดงต่อการจัดรายการความจริงวันนี้ ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน หัวหมาก โดยจะมีแขกรับเชิญที่พี่น้องคิดถึง จะถอดสายน้ำเกลือไปร่วมรายการด้วย และต่อไปนี้ หากกลุ่มพันธมิตร และผู้สนับสนุนพันธมิตรไปกินข้าวที่ไหน ขอให้พี่น้องช่วยกันใช้ตีนตบโห่ไล่พันธมิตรด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ด้านหน้าเวทีช่วงเวลา 20.30 น. ได้เกิดเหตุการณ์ชุลมุนขึ้น เมื่อมีหญิงสาวคนหนึ่งใส่เสื้อสีดำ ทราบชื่อว่า น.ส.นฤมล พบประเสริฐ อายุ 29 ปี ถูกกลุ่มผู้ชุมนุมที่นั่งอยู่ข้างๆบริเวณหน้าเวที ตะโกนและประกาศว่ามีกลุ่มพันธมิตรแทรกซึมเข้ามา และระบุว่ามีหลักฐานชัดเจน มีมือตบขนาดเล็ก ความยาวเท่าฝ่ามือ ห้อยติดกับสายโทรศัพท์อยู่ จนทำให้การ์ดนักรบพระเจ้าตากต้องมาหิ้วตัว เพื่อหลีกหนีจากการรุมประชาทัณฑ์ รวมทั้งนำไปสอบปากคำที่ด้านหลังเวที จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสน.ชนะ สงคราม ได้มารับตัวออกนอกพื้นที่ เพราะเกรงจะเกิดอันตราย
-สนธิขึ้นเวทีเย้ย-ด่าอนุพงษ์
เวลา 21.00 น. แกนนำพันธมิตรขึ้นเวทีปราศรัย พล.ต.จำลอง กล่าวว่า วันนี้ไม่ได้ไปงานพระราชทานเพลิงศพ น.ส.อังคณา จึงมีเวลาตรวจตรารอบบริเวณ และให้คำแนะนำผู้ดูแลรักษาความปลอดภัยเพื่อให้การป้องกันเข้มแข็งขึ้น แต่วันที่ 14 ต.ค. จะไปร่วมงานพระราชทานเพลิงศพ พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี แม้งานดังกล่าวอาจไม่ได้รับเกียรติสูงสุด แต่พันธมิตรตัดสินใจว่าจะทำอะไรให้พ.ต.ท.เมธี อย่างดีที่สุด การตัดสินใจยกเลิกการไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อจัดงานพระราชทานเพลิงศพทั้ง 2 งานเป็นสิ่งที่ถูกต้องและรู้สึกสงสารตำรวจมาก เพราะไม่ยอมเชื่อ ต้องเสียแรงเตรียมการไว้รับมืออย่างเต็มที่
นายสนธิกล่าวว่า รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างสูงสุดและก่อนถึงเวลาเสด็จพระราชดำเนิน สังเกตเห็นผบ.ทอ. พูดคุยกับพ่อของน้องโบว์ อย่างห่วงใย ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ กลับไม่สนใจ และหลังจากเสด็จฯ กลับพล.อ.อนุพงษ์ รีบกลับทันทีไม่สนใจใคร จนถูกโห่ไล่และรุมทุบรถจากผู้ชุมนุมจำนวนมาก จนถึงวันนี้ยังไม่รู้สำนึกว่ามีคนเกลียดอีกมาก วันนี้มาเพราะจำเป็นตามหน้าที่จึงมีสีหน้าหงุดหงิด กระซิบกระซาบกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คล้ายจะบอกว่าจะเปลี่ยนขั้วให้ พล.อ.อนุพงษ์ไม่เข้าใจเลยว่าการเปลี่ยนขั้วยังเป็นการเมืองเก่า เรามีผบ.ทบ.ที่ใจดำอำมหิตปล่อยให้ทหารนั่งดูตำรวจฆ่าประชาชน ขณะที่ลูกซึ่งเรียนอยู่อังกฤษเดินตามนายพานทองแท้ ชินวัตร
-เรียกร้องอีกไม่ซื้อข่าวสด-มติชน
นายสนธิกล่าวอีกว่า ประชาชนทุกคนต้องสัญญาว่าจะบอยคอตหนังสือพิมพ์ข่าวสด หนังสือพิมพ์มติชนและมติชนสุดสัปดาห์ อย่าไปซื้อข่าวสดที่บิดเบือนและไม่จงรักภักดีต่อราชบัลลังก์ ไม่ซื้อมติชน และมติชนสุดสัปดาห์ ปล่อยให้เหลือเป็นตั้งไม่ต้องขาย ร้านค้าบอกว่าวันนี้ลดยอดสั่งข่าวสดไปมากแล้วยังไม่พอต้องเลิกสั่งไปเลย
นายสนธิกล่าวว่า ในการประชุมครม. คืนวันที่ 6 ต.ค. มีผู้เล่าให้ฟังว่า นายสมชาย สั่งให้สลายประชาชนเพื่อเข้าใช้รัฐสภาให้ได้ แต่มีรัฐมนตรีบางคนทักท้วงเพราะเกรงเกิดเหตุรุนแรง แต่นายสมชาย โทรศัพท์ถึงพ.ต.ท.ทักษิณ แล้วเปิดเสียงให้ทุกคนฟัง พ.ต.ท. ทักษิณ สั่งการว่าให้ลุยหากพล.ต.อ.พัชรวาท ไม่ทำให้ปลดออกทันที ส่วนที่มีคนบอกว่าพล.ต.อ.สล้าง บุนนาค โทรศัพท์มาคุยด้วยนั้นไม่เป็นความจริง แต่เคยมายืมเงินไป 60 ล้านแล้วยังไม่คืนสักบาท ที่พล.ต.อ. สล้างออกมาในงานนี้เพราะถูกร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป่าหูให้ออกมา ส่วนตำรวจที่อยากจะพูดถึงคือ พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วยผบ.ตร. อดีต ผบช.น. เพราะที่ผ่านมาไม่เคยใช้กำลังต่อประชาชน แม้จะเป็นไม้เบื่อไม้เมากับพันธมิตรเพราะต้องทำตามหน้าที่เท่านั้น
ข้อมูลจาก ข่าวสด
