เมื่อวันที่ 23 พ.ค. เครือข่ายองค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย มูลนิธิสืบนาคะเสถียร มูลนิธิโลกสีเขียว มูลนิธิเพื่อนช้าง กลุ่มอนุรักษ์กาญจน์ สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย กลุ่มรณรงค์มลภาวะอุตสาหกรรม โครงการนิติธรรมสิ่งแวดล้อม สมาคมพิทักษ์สัตว์ (ไทย) สมัชชาองค์กรเอกชน ด้านการคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสถาบันเพื่อสิทธิชุมชน ส่งจดหมายเปิดผนึก เรียกร้องให้นายพิสิษฐ์ ณ พัทลุง ลาออกจากตำแหน่งประธานมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทยฯ โดยระบุว่า จากกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงภายในมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าฯ โดยมีการปลดนายสุรพล ดวงแข เลขาธิการมูลนิธิ ไปเป็นที่ปรึกษากรรมการมูลนิธิ และนายหาญณรงค์ เยาวเลิศ จากผู้ช่วยเลขาธิการฝ่ายวิชาการ เป็นเจ้าหน้าที่กิจกรรมอนุรักษ์นั้น โดยให้เหตุผลว่าเป็นการปรับปรุงองค์กรเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ยังคงนโยบายหลักด้านการอนุรักษ์ป่าไม้สัตว์ป่าและทรัพยากรไว้ และการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการที่มีการประชุมกันมาหลายครั้งแล้ว อย่างไรก็ตามแม้ว่าการปลดเลขาธิการมูลนิธิ เสมือนว่าจะเป็นเรื่องภายในมูลนิธิคุ้มครอง แต่เรื่องดังกล่าวได้ส่งผลสะเทือนต่อเครือข่ายองค์กรอนุรักษ์ เนื่องจากคนที่ทำงานด้านอนุรักษ์ตระหนักดีว่า นายสุรพลและนายหาญณรงค์เป็นผู้ปฏิบัติงานหลักที่ทำงานด้านนี้มาโดยตลอดขณะเดียวกันนายพิสิษฐ์ในฐานะประธานมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าฯ กลับเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัท สยามโอเชี่ยนเวิร์ล ที่สยามพารากอน ซึ่งเป็นองค์กรธุรกิจเอกชนแสวงหาผลกำไรจากการซื้อขายสัตว์ และการตั้งบริษัท เอเชี่ยน ไวด์ไลฟ์ คอนซัลแตนซี ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการส่งช้างไทย 8 เชือก ไปประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นข่าวโด่งดังทางหน้าหนังสือพิมพ์ และประชาชนยังมีข้อกังขาเรื่องที่มาของช้าง บริษัทนี้ยังให้บริการจัดหาสัตว์ป่าที่หายาก ทั้งในและต่างประเทศให้กับโครงการสวนสัตว์เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี และการที่นายพิสิษฐ์จัดตั้ง บริษัท เพื่อนเดรัจฉาน จำกัด โดยจดทะเบียนการค้าว่าเป็นธุรกิจขายอาหาร เครื่องดื่ม และซื้อขายแลกเปลี่ยนสัตว์ป่า
เครือข่ายองค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นการรวมตัวขององค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ มีความเห็นร่วมกันว่า 1.มูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าฯ เป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ด้านการคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืช ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินกิจกรรมเพื่อการเฝ้าระวังกิจกรรมและนโยบายที่ส่งผลกระทบต่อการอนุรักษ์ เพราะฉะนั้นการทำงานต้องโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ 2.มูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าฯ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการอนุรักษ์สัตว์ป่าและพรรณพืช ในขณะที่นายพิสิษฐ์ ณ พัทลุง ประธานมูลนิธิ เป็นเจ้าของบริษัท เพื่อนเดรัจฉาน ที่จดทะเบียนการค้าว่า ขายอาหารเครื่องดื่มและซื้อขายแลกเปลี่ยนสัตว์ พร้อมทั้งรับเป็นที่ปรึกษาให้กับองค์กรเอกชนที่แสวงหาผลกำไรจากการค้าสัตว์ ดังนั้นจึงถือเป็นการผิดหลักการขององค์กรอนุรักษ์ในเรื่องการค้าสัตว์ป่าและมีผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างชัดเจน
3.มูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าฯ ได้ดำเนินบทบาทในการตรวจสอบองค์กรและหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายสัตว์ป่ามาโดยตลอด จึงขาดความชอบธรรมเป็นอย่างยิ่งที่ประธานองค์กรที่ทำหน้าที่ตรวจสอบจะเข้ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้าสัตว์และจัดหาสัตว์ป่าเสียเอง ด้วยเหตุนี้เครือข่ายองค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เห็นว่านายพิสิษฐ์ขาดความชอบธรรมเพียงพอ ที่จะดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าฯ เนื่องจากสร้างความเสียหายให้กับภาพรวมขององค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จึงเรียนมาเพื่อเรียกร้องให้นายพิสิษฐ์ลาออกจากตำแหน่งประธานมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าฯ เพื่อเป็นการแสดงจุดยืนในการปกป้ององค์กรที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า จากกรณีที่นายพิสิษฐ์ได้ตั้งทนายฟ้องร้องนายสมศักดิ์ มาคล้าย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ต.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ กรณีที่นายสมศักดิ์เขียนจดหมายขอให้นายพิสิษฐ์พิจารณาตัวเองด้วยการลาออกจากประธานมูลนิธิ เพราะมีคุณสมบัติไม่เหมาะสม เนื่องจากทำตัวขัดกับตราสารมูลนิธินั้น ล่าสุดศาลไม่รับฟ้องกรณีดังกล่าว
หน้า 15
ข้อมูลจาก ข่าวสด
