ฆ่าโนโวเทล- พล.ต.ต.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น รองผบช.น. แถลงข่าวบก.น.5 จับกุมนายภาคินัย จันทร์วิมาน อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาฆ่าน.ส.สุกานดา เมฆลอย พนักงานการเงินโรงแรมโนโวเทล แล้วหลบหนีไปนานกว่า 2 เดือน เมื่อ 23 พ.ค.จับแล้วอดีตตชด.โชเฟอร์โรงแรมโนโวเทล ฆ่าชิงทรัพย์พนักงานสาวฝ่ายการเงินของโรงแรม ขณะขับรถพาไปฝากเงินที่แบงก์ เผยพลเมืองดีจำหน้าคนร้ายได้อย่างแม่นยำ จึงแจ้งเบาะแสให้ชุดจับกุมตามรวบตัวได้ที่อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี สารภาพต้องการเงินไปใช้หนี้บัตรเครดิต-หนี้นอกระบบ วันเกิดเหตุจะเพียงแค่ชิงทรัพย์ แต่โดนคนตายด่าทอ พร้อมพูดจาเหยียดหยามจึงใช้เนกไทรัดคอ นำศพไปทิ้งคูน้ำสยอง ส่วนเงินที่ได้มาทั้งหมดก็ใช้เป็นทุนหลบหนี
จากกรณีนายภาคินัย จันทร์วิมาน อดีตตำรวจตชด. และเป็นพนักงานขับรถโรงแรมโนโวเทล สาขาศรีนครินทร์ ผู้ต้องหาฆ่าชิงทรัพย์ น.ส.สุกานดา เมฆลอย พนักงานฝ่ายการเงิน โรงแรมโนโวเทล นำศพไปทิ้งคูน้ำซอยเฉลิมพระเกียรติ 7 แยก 4 ถนนเฉลิมพระ เกียรติ เขตประเวศ กทม. เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 มี.ค. ที่ผ่านมา ก่อนที่จะหลบหนีไป ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าคดีนี้ เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 23 พ.ค. ที่กก.สส.น.5 พล.ต.ต.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น รองผบช.น. พล.ต.ต.อนันต์ ศรีหิรัญ ผบก.น.5 พ.ต.อ.ชาญ แสงเสียงฟ้า ผกก.สส.น.5 ร่วมแถลงผลการจับกุมนายภาคินัย จันทร์วิมาน หรือจรัล จันทร์วิมาน อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 48/164 ถ.เสรีไทย แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กทม. ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ จ.624/2550 ลงวันที่ 31 มี.ค.2550 ในข้อหาชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยชุดของพ.ต.อ.ชาญ พ.ต.ท.ชูศักดิ์ แจ้งบำรุง พ.ต.ท.ประยูร ศาลาทอง พ.ต.ท.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ รองผกก.สส.น.5 พ.ต.ท.สุรพล ก้อมน้อย พ.ต.ท.ขจรศักดิ์ โกษะโยธิน พ.ต.ท.ชัยพร บุญชม พ.ต.ท.สุรชัย เก็งทอง สว.ฯ พ.ต.อ.สัจพงศ์ วรอนันต์กุล ผกก.สน.บางนา พ.ต.ท.ตฤณจร บุญโทแสง รองผกก.(สส) พ.ต.ท.จักรภัณฑ์ จันทรอุทัย สว.สส. พร้อมกำลังจับกุมผู้ต้องหาได้ในเวลา 17.00 น. ของวันเดียวกัน ที่บริเวณตลาดเขาชะอางค์ หมู่ 1 ต.พวงทอง อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 มี.ค. เวลาประมาณ 13.00 น. น.ส.สุกานดา เมฆลอย อายุ 27 ปี พนักงานฝ่ายการเงินโรงแรมโนโวเทล ศรีนครินทร์ นำเงินสดจำนวน 400,000 บาท เพื่อนำไปฝากธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาถนนศรีนครินทร์ โดยมีนายภาคินัยเป็นพนักงานขับรถของโรงแรม ยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค สีดำ ทะเบียน ศอ-2808 กทม. ไปกับผู้ตาย ต่อมาเวลา 18.30 น. นายภาคินัยได้กลับมาที่โรงแรมเพียงคนเดียว โดยอ้างว่ารถยนต์ที่ขับไปประสบอุบัติเหตุ ทำให้กระจกรถคันดังกล่าวแตก ต้องไปเปลี่ยนกระจกหน้ารถใหม่ น.ส.สุกานดาจึงขอตัวขึ้นรถแท็กซี่ เพื่อนำเงินไปฝากธนาคารเพียงลำพัง และได้หายตัวไปพร้อมเงินสดจำนวนดังกล่าว
ต่อมาเวลา 18.00 น. วันที่ 31 มี.ค. เจ้าหน้าที่พบศพน.ส.สุกานดา ถูกฆ่าตายอย่างเหี้ยมโหดหมกศพทิ้งไว้ที่แอ่งน้ำ ภายในชุมชนประดู่ลาย 2 ถนนเฉลิมพระ เกียรติร.9 ซอย 7 แขวงหนองบอน เขตประเวศ กทม. จากการสืบสวนสอบสวนเป็นที่แน่ชัดว่า ผู้ต้องหาในคดีนี้คือ นายภาคินัย เนื่องจากพบหลักฐานคราบเลือดและเส้นผมของผู้ตายในรถยนต์ ทั้งกระจกรถยนต์ที่แตกด้านภายในรถ จึงยื่นคำร้องขอต่อศาลอาญากรุงเทพใต้เพื่อออกหมายจับ
สำหรับประวัตินายภาคินัยเคยเป็นอดีตตำรวจตชด. และถูกไล่ออกก่อนมาทำงานเป็นพนักงานขับรถที่โรงแรมโนโวเทล และมีความสนิทกับผู้ตายเป็นอย่างดี หลังหายตัวไปเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.บางนา นำตัวนายภาคินัยไปสอบสวนก่อนปล่อยตัวออกมา จากนั้นนายภาคินัยได้หลบหนีไป จนกระทั่งพนักงานสอบสวนขออนุมัติหมายจับกุมตามล่าตัว
จากการสอบสวนนายภาคินัยให้การรับสารภาพว่า ที่ทำไปเพราะความโลภ เนื่องจากตัวเองมีหนี้สินติดตัวอยู่จำนวนมาก ทั้งเงินกู้รายวัน และหนีบัตรเครดิตรวมเป็นเงินกว่า 1 แสนบาท อีกทั้งถูกเจ้าหน้าที่โทรศัพท์ทวงอยู่ตลอดเวลา กระทั่งวันเกิดเหตุได้ขับรถพาผู้ตายไปฝากเงินที่ธนาคาร ระหว่างทางได้ตัดสินใจแย่งเงินจากผู้ตาย แต่เกิดขัดขืน และถูกด่าแบบเหยียดหยาม พร้อมทั้งใช้เท้าถีบ จึงโกรธได้ใช้เนกไทรัดคอ ก่อนจะจับศีรษะโขกกับกระจกรถจนแน่นิ่ง จากนั้นได้นำร่างไปโยนทิ้งน้ำบริเวณที่มีการพบศพ ในขณะนั้นไม่ทราบว่าผู้ตายเสียชีวิตหรือยัง ที่ทำไปไม่ได้ตั้งใจที่จะฆ่าเพียงต้องการเงินจริงๆ
นายภาคินัยกล่าวต่อว่า หลังถูกตำรวจเรียกสอบและปล่อยตัวกลับ จากนั้นได้เก็บข้าวของพร้อมนำเงินจำนวนดังกล่าวไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่พัทยา จ.ชลบุรี โดยเช่าโรงแรมพักถึง 5 วัน ก่อนจะเดินทางไปที่หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และเดินทางต่อไปยังอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ก่อนจะย้อนกลับมาอยู่ที่พัทยา เพื่อไม่ให้ตำรวจตามเจอ จากนั้นได้ไปหลบซ่อนตัวอยู่กับที่อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี กระทั่งมีพลเมืองดีพบเห็นจึงแจ้งตำรวจให้มาจับกุม สำหรับเงินที่ได้มาได้นำไปใช้ในการหลบหนี จึงไม่ได้นำไปใช้หนี้ที่ติดค้างเขาแต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการแถลงข่าวจับกุมตัวผู้ต้องหาครั้งนี้มีนายรัชดา เมฆลอย อายุ 48 ปี บิดาพร้อมญาติกว่า 10 คน มายืนสังเกตการณ์ด้วย แต่ไม่เกิดเหตุการณ์รุมประชาทัณฑ์แต่อย่างใด
ด้านนายรัชดา กล่าวว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่คิดว่าคนร้ายที่ลงมือครั้งนี้เป็นคนเดียวกับลูกสาวตนเคยแนะนำให้รู้จัก คิดว่าคนร้ายมีการวางแผนเป็นอย่างดี เพราะมีการบิดกล้องวงจรปิดที่หน้าโรงแรมเพื่อไม่ให้กล้องจับภาพในขณะไปด้วยกัน โดยได้นัดลูกสาวตนให้ไปพบด้านนอกตัวโรงแรม แต่วันนี้ดีใจมากที่ได้ร่วมมือกับตำรวจตามจับกุมคนร้ายที่ลงมือฆ่าลูกสาวจนได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะให้ผู้ต้องหาขอขมาหรือไม่ นายรัชดา กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องปรึกษากับทางญาติก่อน แต่หากให้ขมาจริงจะต้องให้ขอขมาแบบลูกผู้ชาย โดยให้ตำรวจพาไป หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวออกจากห้องแถลงข่าว
ทางด้านพ.ต.อ.ชาญ กล่าวว่า สำหรับการติดตามจับกุมคนร้ายรายนี้มาได้ สืบเนื่องจากพลเมืองดีจำหน้าคนร้ายรายนี้ได้อย่างแม่นยำ เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจกภาพคนร้ายกระจายไปทั่วประเทศ กระทั่งพลเมืองดีไปพบเห็นคนร้ายกำลังนั่งดื่มเบียร์ที่ตลาดเขาชะอางค์ จึงแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้มาจับกุมตัวดังกล่าว
หน้า 1
ข้อมูลจาก ข่าวสด
