อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ เตรียมเดินทางไปอังกฤษ กลางเดือน หน้า ประสานขอให้ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ขณะที่ทนายจำเลยรีบ แจ้งข่าวดีให้ทราบทันที ...ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 11.00 น. วันนี้ (25 ก.ย.) องค์คณะผู้พิพากษา 9 คน ออกนั่งบัลลังก์พิจารณาคดีครั้งแรกในคดีหมายเลขดำที่ อม.1/2550 ระหว่างอัยการสูงสุดเป็นโจทก์ฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร จำเลยที่ 1 และ 2 ในความผิดฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ร่วมกันเป็นคู่สัญญา หรือมีส่วนได้เสียในสัญญา ที่ทำกับหน่วยงานของรัฐ ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นปฏิบัติหน้าที่ในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งมีอำนาจกำกับดูแลควบคุม ตรวจสอบ หรือดำเนินคดี และเป็นเจ้าพนักงานเข้าไปมีส่วนได้เสีย เพื่อประโยชน์สำหรับตัวเอง หรือผู้อื่น เนื่องด้วยกิจการนั้นเป็นเจ้าพนักงาน หรือสนับสนุนเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 จากกรณีถูกกล่าวหาว่าทุจริตซื้อขายที่ดินย่านรัชดาภิเษก จำนวน 33 ไร่ มูลค่า 772 ล้านบาท จากกองทุนฟื้นฟูเพื่อพัฒนาระบบสถาบันการเงิน
องค์คณะผู้พิพากษาพิจารณาคำร้องของจำเลยทั้งสองว่ามีที่อยู่จริงในต่างประเทศ คำฟ้องของโจทก์ที่ไม่ได้ระบุที่อยู่จริงมาในคำฟ้อง จึงเป็นคำฟ้องที่ไม่ได้ทำตามแบบที่กฎหมายกำหนด จึงเป็นคำฟ้องที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งมีคำสั่งให้ออกหมายจับจำเลยทั้งสอง จึงเป็นการผิดระเบียบของข้อกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินคดีของศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2543 ข้อ 8 วรรคสอง ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งของศาล เมื่อวันที่ 10 ก.ค. และเพิกถอนกระบวนการพิจารณา ในวันที่ 14 ส.ค. ที่ศาลมีคำสั่งเกี่ยวกับที่อยู่จริงของจำเลยทั้งสอง และมีคำสั่งให้ออกหมายจับจำเลยทั้งสอง กับให้มีคำสั่งเพิกถอนหมายจับจำเลยทั้งสอง รวมทั้งขอให้ระงับการพิจารณาคดีลับหลัง และขอให้ศาลจำหน่ายคดีไว้เป็นการชั่วคราว
อย่างไรก็ตาม โจทก์ได้ยื่นคำคัดค้านว่ายังไม่ได้แถลงขอให้ศาลพิจารณาไต่สวนพยานหลักฐานลับหลังจำเลย และศาลก็ยังไม่ได้มีคำสั่งให้พิจารณา หรือไต่สวนพยานหลักฐานลับหลังจำเลย จึงไม่มีเหตุที่ศาลจะสั่งระงับการพิจารณา และไต่สวน และขณะนี้โจทก์ได้ดำเนินการให้มีการส่งจำเลยทั้งสอง เป็นผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งต้องใช้เวลาดำเนินการภายในกำหนดประมาณ 90 วัน จึงยังมีโอกาสที่จะนำตัวมาปรากฏต่อศาล เพื่อดำเนินกระบวนการพิจารณาต่อไปได้
องค์คณะผู้พิพากษาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ศาลจะพิจารณาคดีอาญาไปได้ ก็ต่อเมื่อจำเลยได้เข้ามาอยู่ในอำนาจศาลแล้ว เมื่อจำเลยมาอยู่ต่อหน้าศาล และศาลเชื่อว่าเป็นจำเลยจริง ให้อ่านและอธิบายฟ้องให้จำเลยฟัง และถามว่าได้กระทำผิดจริงหรือไม่ จะให้การต่อสู้อย่างไรบ้าง แต่คดีนี้โจทก์ฟ้องโดยมิได้นำตัวจำเลยทั้งสองมาศาลในวันฟ้อง เมื่อศาลมีคำสั่งให้ประทับฟ้อง และให้ส่งหมายเรียก และสำเนาคำฟ้องให้จำเลยทั้งสอง ตามที่อยู่ในคำฟ้อง ถือว่าจำเลยทั้งสอง ทราบนัดโดยชอบแล้ว แต่ไม่มาศาล จำเลยทั้งสอง จึงยังไม่ได้เข้ามาอยู่ในอำนาจศาล ศาลจึงไม่อาจดำเนินการต่อไป จนกว่าจะได้ตัวจำเลยทั้งสอง
ส่วนที่จำเลยทั้งสอง ขอให้มีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสาระบบความเป็นการชั่วคราวนั้น เห็นว่า แม้โจทก์จะแถลงว่า จะใช้เวลาดำเนินการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ภายในกำหนดประมาณ 90 วัน แต่กรณีนี้ก็ไม่อาจทราบได้แน่ชัดว่าจะได้ตัวจำเลยทั้งสองมาศาลเมื่อใด จึงให้จำหน่ายคดีออกจากสาระบบความชั่วคราว และเมื่อได้ตัวจำเลยทั้งสองมาศาลแล้ว จะได้ยกคดีขึ้นพิจารณาต่อไป
นายเศกสรรค์ บางสมบุญ อธิบดีอัยการ ฝ่ายคดีพิเศษ เปิดเผยภายหลังฟังคำพิพากษา ว่าช่วงกลางเดือน ต.ค.นี้ จะเดินทางไปประสานงานกับพนักงานอัยการของประเทศอังกฤษ (CPS) ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจส่งผู้ร้ายข้ามแดน เพื่อนำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย มั่นใจว่าจะสามารถนำตัวทั้งสองมาดำเนินคดีได้ภายในกำหนดกรอบเวลาที่วางไว้ คือ 90 วัน โดยไม่ขาดอายุความ 15 ปี ขอยืนยันว่า อัยการมีความพร้อมที่จะดำเนินคดีนี้ ไม่ได้ทำงานล่าช้า
ขณะที่นายพิชิฏ ชื่นบาน ทนายความของ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน กล่าวว่า ได้แจ้งคำวินิจฉัยของศาล ให้คุณหญิงพจมานทราบแล้ว ซึ่งการพิจารณา วันนี้ เป็นไปตามกระบวนการ และศาลเมตตาที่จำหน่ายคดีออกจากสาระบบความชั่วคราว ส่วนขั้นตอนต่อไป เป็นหน้าที่ของฝ่ายพนักงานอัยการ ที่จะไปตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน มาศาลต่อไป