เจ้าของเงินกว่า 30 ล้านบาทซุกท่อพีวีซี ส่งตัวกลับมาเค้นสอบเครียด เตรียมแถลงข่าวใหญ่ ส่วน ตร.นราธิวาส จับเอเย่นต์ยาเสพติดเครือข่ายเดียวกันได้เพิ่มอีก 1 คน ขณะที่กลุ่มโจรป่วนใต้โหดไม่เลิกบุกจ่อยิงพ่อเฒ่าไทยพุธวัย 70 ปีดับสยองหน้าบ้านตัวเอง อีกรายถล่มยิง จ.ส.ต.ร่างพรุนผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 21 ต.ค. พ.ต.อ.วิศิษฐ์ อักษรแก้ว ผกก.สภ.อ.รามัน จ.ยะลา รับแจ้งมีคนถูกยิงบาดเจ็บหน้าบ้านเลขที่ 170 หมู่ 3 บ้านบาลอ ต.บาลอ อ.รามัน จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.วิชัย บุญยงค์ รอง ผกก.ป.นำกำลังรุดไปสอบสวน พบเพียงกองเลือด ส่วนผู้บาดเจ็บทราบชื่อ นายสุขสันต์ ธีรวงศ์พานิชย์ อายุ 70 ปี เจ้าของบ้านถูกยิงด้วยกระสุนปืนไม่ทราบขนาดที่ศีรษะและลำตัวรวม 5 นัดอาการสาหัส ถูกนำส่ง รพ.รามัน แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา สอบสวนทราบว่า ขณะที่ผู้ตายกำลังจะเดินเข้าบ้าน มีคนร้ายเป็นชาย 2 คน ขี่รถ จยย.ตรงเข้ามาจอดประกบด้านข้างพร้อมทั้งชักปืนออกมากระหน่ำยิงจนล้มคว่ำจมกองเลือดก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนสาเหตุเชื่อว่าเป็นฝีมือพวกก่อความไม่สงบชุดเดียวกับที่เคยก่อคดียิงชาวไทยพุทธในหมู่บ้านบาลอเสียชีวิตมาแล้วหลายราย จนเหลือครอบครัวชาวไทยพุทธไม่กี่รายรวมทั้งนายสุขสันต์ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตเป็นรายล่าสุด
ขณะเดียวกัน เมื่อเวลา 02.00 น. คืนวันที่ 21 ต.ค. กลุ่มโจรติดอาวุธประมาณ 10 คน บุกเข้าโจมตีฐานปฏิบัติการของชุดเฉพาะกิจร้อย ตชด.ที่ 425 ตั้งอยู่ภายในโรงเรียนนิคมธารโต 6 หมู่ 3 ต.บ้านแหร อ.ธารโต ร.ต.ต.อาคม โพธิ์อ่อง ผบ.ร้อยฯ สั่งกำลังยิงตอบโต้ เกิดการปะทะกันอย่างดุเดือดนานกว่า 10 นาที กลุ่มโจรจึงล่าถอยไปทิ้งไว้แต่รอยเลือดเป็นจำนวนมาก คาดว่าคนร้ายน่าจะถูกยิงบาดเจ็บหลายคน เก็บปลอกกระสุนปืนอาก้าและเอชเค 33 เป็นจำนวนมาก ฝ่าย ตชด.ได้รับบาดเจ็บ 1 นายคือ ส.ต.ต.สิทธิชัย ซุ้มทรง อายุ 27 ปี ถูกยิงที่หน้าอกและท้อง นำส่ง รพ.ศูนย์ยะลา อาการยังสาหัส
ถัดมาเวลา 13.45 น. วันเดียวกัน พ.ต.ต.ศุภวัฒน์ ชินรี สว.หน.สภ.ต.จะกว๊ะ อ.รามัน จ.ยะลา รับแจ้งมีคนถูกยิงเสียชีวิตคารถ บนถนนทางเข้าหมู่บ้านปะแตรายอ หมู่ 2 ต.เกะรอ อ.รามัน จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พบรถเก๋งเชฟโรเลตออพตร้า สีเทา ทะเบียน ฉก 9130 กรุงเทพมหานคร พุ่งตกลงไปในคูน้ำข้างทาง สภาพกระจกบังลมหน้าและประตูด้านข้างคนขับถูกยิงเป็นรูพรุน กระจกแตกกระจายเกลื่อน บนเบาะนั่งคนขับพบศพ จ.ส.ต. ภูวฤทธิ์ ยูโซ๊ะ อายุ 39 ปี ตำแหน่ง ผบ.หมู่งาน ป. สภ.ต.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ถูกยิงด้วยอาวุธปืนอาก้าและลูกซองที่บริเวณศีรษะและลำตัวจนร่างพรุนเลือดสาดกระจายเต็มรถ บนพื้นถนนเก็บปลอก กระสุนปืนทั้ง 2 ขนาดได้กว่า 15 ปลอก สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ จ.ส.ต.ภูวฤทธิ์ ยูโซ๊ะ กลับมาเยี่ยมบ้านแม่ที่หมู่บ้านดังกล่าวในช่วงเทศกาลฮารีรายอ พอเสร็จธุระก็ขับรถออกจากบ้านแม่เพื่อจะเดินทางกลับไปปฏิบัติหน้าที่ใน จ.นราธิวาส ถึงจุดเกิดเหตุถูกกลุ่มโจรไม่ต่ำกว่า 2 คน ที่แอบดักซุ่มอยู่ที่ป่าข้างทางกราดยิงถล่มด้วยอาวุธสงครามจนเสียชีวิตคารถดังกล่าว
วันเดียวกัน เมื่อเวลา 10.00 น. พ.ต.อ.คำรณ ยอดรักษ์ ผกก.สภ.อ.สายบุรี จ.ปัตตานี พร้อมด้วยนายประสิทธิ์ จีระพันธ์ นายอำเภอสายบุรี นำกำลังตำรวจ ทหารหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ และฝ่ายปกครอง จำนวน 300 นาย กระจายกำลังเข้าปิดล้อมพื้นที่เป้าหมายรวม 22 จุด ในพื้นที่ ม.4 บ้านป่าทุ่ง ต.บางเก่า อ.สายบุรี จ.ปัตตานี หลังสืบทราบว่าผู้ต้องหาที่ก่อคดียิง น.ส.กามาเรีย มะลี ครูอัตราจ้างโรงเรียนบ้านป่าทุ่ง จนเสียชีวิตเมื่อวันที่ 23 ก.ย. แอบมาหลบซ่อนตัวอยู่ จับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน คือนายลุตฟี มามุ อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 82 ม.2 บ้านป่าทุ่ง และนายฮาเลง สาเม็ง อายุ 31 ปี อยู่ บ้านเลขที่ 188 ม.4 บ้านป่าทุ่ง นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ควบคุมตัวแนวร่วมทั้งชายและหญิงที่มีชื่ออยู่ในบัญชีกลุ่มก่อความไม่สงบจำนวน 12 ราย พร้อมของกลางเป็นอาวุธปืนยาวชนิดไทยประดิษฐ์ 5 กระบอก ประทัดยักษ์ที่มีการผูกไว้กับขดยากันยุงเพื่อตั้งเวลารวม 30 ลูก นำตัวไปสอบสวนที่ สภ.อ.สายบุรี ก่อนส่งตัวไปสอบขยายผลที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้าจ.ยะลา (ศปก.ตร.สน.ยะลา) ต่อไป
ส่วนกรณีการตรวจยึดเงินสดกว่า 30 ล้านบาทซุกซ่อนไว้ในท่อพีวีซีที่บ้านของนายมะยากี ยะโกะ พ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา ส่วนนายมะยากี ยะโกะ กับน้องชายหลบหนีไปได้นั้น ล่าสุดสามารถจับตัวได้แล้ว โดยเมื่อเวลา 00.50 น. คืนวันที่ 21 ต.ค. พล.ต.ต.อดิเทพ ปัญจมานนท์ รอง ผบช.ปส. มอบหมายให้ พล.ต.ต.พิภพ เบี้ยวไข่มุข ผบก.ปส.3 นำกำลังชุดสืบสวนเดินทางไปรับตัวนายมะยากี ยะโกะ อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ข้อหาสมคบกันค้ายาเสพติด และร่วมกันมียาเสพติดให้โทษไว้ในความครอบครอง ซึ่งเจ้าหน้าที่หน่วยปราบปรามยาเสพติดของมาเลเซียคุมตัวมาส่งให้บริเวณท่าเทียบเรือ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ก่อนจะนำตัวกลับเข้ากรุงเทพฯทันที เพื่อให้ พล.ต.ท.วุฒิ ลิปตพัลลภ ผบช.ปส. สอบสวนด้วยตัวเองก่อนจะมีการแถลงข่าวในวันที่ 22 ต.ค.นี้ รวมทั้งจัดกำลังออกไล่ล่าตัวนายรอดี ยะโกะ น้องชายของนายมะยากีที่ยังหลบหนีต่อไป รายงานข่าวแจ้งว่าหลังมีการตรวจค้นบ้านของนายมะยากีที่อ.สุไหงโก-ลก นายมะยากีกับน้องชายได้รับความช่วยเหลือจากกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่พาหลบหนีข้ามแดนไปกบดานในฝั่งมาเลเซีย ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดของมาเลเซียซึ่งได้รับการประสานงานจาก บช.ปส.ของไทยบุกเข้าจับกุมถึงแหล่งซ่อนตัวและส่งตัวกลับมาดำเนินคดีในไทยดังกล่าว
ต่อมาเวลา 07.00 น. วันเดียวกัน น.ท.บุญเกิด มูลละกัน (รน.) ผบ.ฉก.33 หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินทหารเรือ พร้อมด้วย พ.ต.ต.เอกรัฐ สวนแสน สวป. สภ.อ. เมืองนราธิวาส นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารกว่า 100 นาย เข้าปิดล้อมพื้นที่หมู่ 10 ต.ลำภู อ.เมืองนราธิวาส จับกุมนายอายิ เปาะจิ อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 150 หมู่ 10 ต.ลำภู อ.เมืองนราธิวาส แกนนำกลุ่มโจรใต้ พร้อมของกลางกัญชาแห้งอัดแท่ง 1 กก. ทองรูปพรรณน้ำหนักรวม 5 บาท อาวุธปืนลูกกรด .22 จำนวน 1 กระบอก กระสุน 1 นัด มีดเดินป่า 1 เล่ม หนังสือผ่านแดนชั่วคราวไทย-มาเลย์ จำนวน 2 ฉบับ เงินไทยและเงินสกุลริงกิตของมาเลย์กว่า 1 แสนบาท บ้องสูบกัญชา 1 อัน สมุดบัญชีธนาคาร 2 เล่ม รถ จยย.ซูซูกิ ไม่ติดป้ายทะเบียนอีก 1 คัน โดย น.ท.บุญเกิด มูลละกัน ผบ.ฉก.นย.33 กล่าวว่า นายอายิ เปาะจิ เป็นพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่เครือข่ายเดียวกันกับนายมะยากี ยะโกะ มาเฟียยาเสพติดที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดเงินได้กว่า 30 ล้าน ที่ อ.สุไหงโก-ลก เมื่อหลายวันก่อน โดยได้นำเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติดไปสนับสนุนแนวร่วมในการก่อเหตุพื้นที่ 2 อำเภอคือ อ.เมืองนราธิวาส และ อ.ยี่งอ คุมตัวไว้สอบสวนขยายผลต่อไป
ด้าน พ.อ.อัคร ทิพโรจน์ ผอ.กองปฏิบัติการข่าวสาร กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า ตามที่กองทัพภาคที่ 4 ได้ออกคำสั่งที่ 103/2550 ลงวันที่ 15 มี.ค. 50 เรื่องการห้ามบุคคลออกนอกเคหสถาน โดยประกาศห้ามประชาชนในเขตท้องที่อำเภอยะหา และอำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ออกนอกเคหสถานในระหว่างเวลา 21.00 น. ถึง 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ต่อมาทางกองทัพภาคที่ 4 ได้ผ่อนผันให้ประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลาม สามารถประกอบศาสนกิจในช่วงเทศกาลถือศีลอด ระหว่างวันที่ 12 ก.ย.-21 ต.ค. นั้น บัดนี้ได้ครบกำหนดแล้ว จึงขอประกาศเตือนในประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว กลับเข้าสู่สภาวะควบคุมการห้ามออกนอกเคหสถานในยามวิกาลตามเดิม โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของคืนวันที่ 22 ต.ค.เป็นต้นไป ทั้งนี้ ฝ่ายความมั่นคงและผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน และผู้นำท้องถิ่นจะร่วมกันหารือพิจารณาถึงความเหมาะสมที่จะสถาปนาความสงบสุขอย่างยั่งยืนถาวรในพื้นที่ และแสวงหาแนวทางเพื่อให้ ประชาชนได้มีส่วนร่วมดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย เพื่อผ่อนคลายมาตรการดังกล่าวอย่างถาวรต่อไป