คอลัมน์ เฉลียงไอเดียโดย นันทนา แสงมิตร
มีเหตุผลหลัก 2 เรื่องที่ทำให้ วัลลภา พิมพ์ทอง ที่มีพื้นฐานการศึกษาถึงขั้นดอกเตอร์ อาชีพเดิม เป็นนักบัญชี ผู้ตรวจสอบ และนักการศึกษา สนใจเรื่องแอนิเมชั่นหรือเทคโนโลยีการสร้างภาพแบบ 2 และ 3 มิติ จนตัดสินใจตั้งบริษัทตัวเองภายใต้ชื่อ บริษัท มีเดีย สแตนดาร์ด จำกัด เพื่อให้เป็นบริษัทจัดทำภาพยนตร์แอนิเมชั่นในส่วนเรื่องราวที่เกี่ยวกับ ศาสนาพุทธ ขึ้นมาเป็นการเฉพาะ
บริษัทแห่งนี้กำลังจะมีภาพยนตร์แอนิเมชั่นเกี่ยวกับศาสนาออกฉายตามภาพยนตร์ชั้นนำเรื่องแรกในเดือนธันวาคมนี้ คือเรื่อง พระพุทธเจ้า (The Life of Buddha)
ถือเป็นบริษัทผลิตแอนิเมชั่น ที่มีตำแหน่งทางการตลาดต่างออกไปจากบริษัทอื่นทั่วไป มักจะเลือกผลิตภาพยนตร์แอนิเมชั่น จากการ์ตูนหรือเรื่องราวอื่นๆ ที่มีชื่อเสียง รู้จักกันเป็นการทั่วไปแล้ว เป็นหลัก
ประการแรก คือ เป็นคนสนใจ ศึกษา เรื่องหลักคิด วิธีปฏิบัติของศาสนาพุทธมาตั้งแต่ครั้งเยาว์วัย เพราะได้รับการปลูกฝัง ซึมซับมาจากครอบครัว
เธอเชื่อและนำหลักคำสอนพื้นฐานของศาสนาพุทธที่ว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ทุกอย่างที่เห็นและเป็นอยู่เกิดจากการกระทำหรือกรรมมาใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน
ประการถัดมาเมื่อสนใจจึงอยากจะเผยแพร่ คำสอนของพระพุทธเจ้าให้กับเด็กๆ ผ่านภาพยนตร์แอนิเมชั่น ที่มีภาพเป็นการ์ตูน สีสันสดใส สร้างคาแร็กเตอร์ของตัวการ์ตูน บทภาพยนตร์ให้มีทั้งพระเอก นางเอก และตัวผู้ร้าย เพื่อให้เรื่องราวของศาสนา ดูน่าติดตามเหมือนการ์ตูนแอนิเมชั่นในรูปแบบทั่วไป
ถึงตอนนี้ ภาพยนตร์แอนิเมชั่นศาสนาเรื่องพระพุทธเจ้า (The Life of Buddha) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นที่ปรึกษาทางด้านวิชาการ ใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้วและจะนำออกฉายตามโรงภาพยนตร์ชั้นนำ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2550 เพื่อเฉลิมพระเกียรติในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา และยังมีแผนจะสร้างแอนิเมชั่นเกี่ยวกับศาสนาอีกเรื่องถัดมาคือ พระอานนท์
วัลลภา เล่าให้ฟังถึงที่มาของธุรกิจแอนิเมชั่นว่า มีความสนใจเพราะเห็นว่าแอนิเมชั่นเป็นสื่อที่ใช้เพื่อการศึกษาได้เป็นอย่างดี สอดรับกับภาวการณ์ของเทคโนโลยีสื่อสารโลกที่เปลี่ยนแปลงไป จึงอยากจะปลูกฝังให้เด็กรุ่นใหม่สนใจเรื่องแอนิเมชั่นเพราะเห็นว่าเป็นอาชีพที่สามารถสร้างเงินได้เป็นอย่างดี
จังหวะและโอกาสดี วัลลภา ในฐานะครูใหญ่ โรงเรียนศูนย์การศึกษาเพื่อการพัฒนาอาชีพ ได้ทำโครงการระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ช่วยสอนหรือห้องเรียนอัจฉริยะ โดยใช้แอนิเมชั่น มาเป็นสื่อในการประกอบการเรียนการสอน เมื่อปี พ.ศ.2546 ไอเดียเรื่องการจัดทำภาพยนตร์แอนิเมชั่นเกี่ยวกับเรื่องประวัติของพระพุทธเจ้าจึงเกิดขึ้นในช่วงนี้
ที่มาของแอนิเมชั่นศาสนาเกิดจากความศรัทธาในพุทธศาสนาเป็นการส่วนตัว และอยากจะถ่ายทอดเรื่องนี้ให้กับเด็กๆ ผ่านแอนิเมชั่นเพราะเชื่อว่าทำได้เพราะคนไทยเก่ง มีทีมงานที่เคยผลิตแอนิเมชั่น ให้กับวอลท์ ดิสนีย์ แต่อยู่เบื้องหลังไม่ได้รับการเปิดเผยตัว
พอดีเวลานั้นรัฐบาลชุดก่อนหน้า ได้ให้ความสำคัญกับเรื่อง แอนิเมชั่น และได้กำหนดให้แอนิเมชั่น มัลติมีเดีย เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศ ภายใต้การดูแลของหน่วยงานแห่งใหม่ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ หรือซิป้า ภายใต้การดูแลของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที
เมื่อนำเสนอเรื่องประวัติพระพุทธเจ้าเข้าไป ได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ในภาพยนตร์ดีเด่น ควบคู่กับเรื่องก้านกล้วย ได้รับการสร้างเป็นภาพยนตร์โดยบริษัท กันตนา แต่ในส่วนของเราต้องหางบฯในการดำเนินการเอง
วัลลภาบอกว่า ใช้เวลาในการเตรียมงาน ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับประวัติพระพุทธเจ้า ตั้งแต่ประสูติ เสด็จออกบรรพชา ตรัสรู้ เสด็จจาริก ออกแสดงธรรม โปรดสัตว์โลก รวมระยะเวลา 2 ปีเต็ม ใช้ทีมงานวาดภาพ เขียนบท โปรดัคชั่น รวม 60 คน
เลือกจะนำเสนอ ในรูปแบบภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชั่นทั่วไป มีพระเอก นางเอก และตัวร้ายเพื่อให้ภาพยนตร์ดูน่าติดตาม และยังจะสร้างจุดเด่นให้กับภาพยนตร์ โดยการนำเสนอเรื่องอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ต่างๆ เกี่ยวกับพระพุทธเจ้า ให้สามารถรับรู้ผ่านการ์ตูนแอนิเมชั่น
เราสร้างคาแร็กเตอร์ของการ์ตูนให้มีทั้งพระเอก ผู้ร้าย นางเอก ในเรื่องนี้ มีเจ้าชายสิทธัตถะ เป็นพระเอก พระเทวทัต เป็นผู้ร้าย และนางพิมพา เป็นนางเอก และได้สร้างคาแร็กเตอร์การ์ตูน ที่เกี่ยวกับเรื่องอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ของพระพุทธเจ้าด้วย เพื่อให้คนอยากติดตาม
อย่างตอนที่พระพุทธเจ้าจะตรัสรู้แล้วมีมารมาผจญ ในหนังสือที่อ่านเกี่ยวกับประวัติพระพุทธเจ้า คำว่ามารผจญเป็นเรื่องที่อยู่ในใจ แต่ในเรื่องนี้ได้สร้างตัวมาร คาแร็กเตอร์การ์ตูนขึ้นมา เพื่อให้เด็กดูแล้วมีจินตนาการ ดูแล้วน่าตื่นเต้น
ภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องประวัติพระพุทธเจ้าใช้งบฯในการจัดสร้างรวมทั้งสิ้น 120 ล้านบาท มีทั้งเงินทุนส่วนตัวของวัลลภา เงินกู้จากสถาบันการเงิน และยังได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนแห่งอื่นอีกเช่น ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ สำนักกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย
ถึงตอนนี้การจัดสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้มีความคืบหน้าไปกว่า 90% อยู่ระหว่างการพากษ์เสียง มี บิ๊ก-ศรุต วิจิตรานนท์ เป็นผู้ให้เสียงพากย์บทเจ้าชายสิทธัตถะ กิ่ง-ภัทรา ทิวานนท์ พากย์บทพระนางพิมพา และดาราชื่อดังของเมืองไทย หลายคนเป็นผู้ให้เสียง เช่น อู๋-ธนากร โปษยานนท์, อ๋อม-สกาวใจ พูลสวัสดิ์, โอปอล-ปาณิสรา พิมพ์ปรุ, เอส-คมกฤษ ตรีวิมล (ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องเพื่อนสนิท)
วัลลภาบอกว่า เธอรู้ดีว่า ภาพยนตร์แอนิเมชั่นในเชิงประวัติของพระพุทธเจ้า มีเนื้อหาในเชิงวิชาการ คาดหวังเรื่องผลกำไรทางธุรกิจยากต่างจากภาพยนตร์แอนิเมชั่นของวอลท์ ดิสนีย์ จะเลือกสร้างแนวแอ๊คชั่นหรือเลือกเรื่องที่เป็นการ์ตูนชื่อดังอยู่แล้วจึงสร้างกำไรได้อย่างดี
แต่เมื่อตั้งใจไว้แล้วว่าอยากทำภาพยนตร์แอนิเมชั่นเกี่ยวกับเรื่องศาสนา เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับประวัติของพระพุทธเจ้า หลักคิดและคำสอนเพื่อนำมาใช้ในการปฏิบัติในชีวิตประจำวัน เมื่อมีภาพยนตร์ออกมาได้ตามที่ตั้งความหวังไว้ จึงถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว
ไม่ได้คาดหวังเรื่องผลตอบรับทางธุรกิจ ได้ทำแอนิเมชั่นเรื่องประวัติพระพุทธเจ้าตามที่ได้ตั้งใจไว้ ถือว่าบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้แล้ว
หลังจากนี้จะทำเรื่องพระอานนท์ต่อไปเพราะตั้งใจไว้แล้วว่า จะทำเรื่องแอนิเมชั่นเกี่ยวกับเรื่องศาสนา และคิดว่าเรื่องศาสนาสามารถจะนำเสนอผ่านภาพยนตร์แอนิเมชั่นได้อีกหลายเรื่อง
แต่ต้องได้รับการสนับสนุนส่งเสริมจากรัฐด้วยเพราะภาพยนตร์แอนิเมชั่นใช้เงินลงทุนสูง อย่างวอลท์ ดิสนีย์ต่อเรื่องใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 400 ล้านบาท ของไทยใช้เงินลงทุนหลักร้อยล้านยังถือว่าน้อย
หน้า 8
ข้อมูลจาก มติชน
