ศูนย์พยากรณ์หอการค้าฯ มองแนวโน้มเศรษฐกิจชะลอตัวอีก ปรับประมาณการจีดีพีลงเหลือ 3.5-4% ระบุหากการเมืองไม่ชัดเจนอาจต้องปรับลดลงอีกรอบ ด้าน ส.อ.ท.เผยความเชื่อมั่นภาคอุตฯ กระเตื้องเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือนดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ศูนย์ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปี 2550 มีแนวโน้มชะลอตัวลง คาดว่ามีโอกาสขยายตัว 3.5-4% แบ่งเป็นในช่วงครึ่งปีแรกขยายตัว 3.4-3.8% และครึ่งปีหลังขยายตัว 3.2-4.5% ลดลงจากประมาณการเดิมที่คาดว่าเศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัว 4-4.5% ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวเป็นผลมาจากการเมืองไทยขาดเสถียรภาพ และมีปัจจัยเสี่ยงรุมเร้าเศรษฐกิจต่อเนื่อง ทั้งราคาน้ำมัน เงินบาทแข็งค่า ความเชื่อมั่นผู้บริโภคและผู้ประกอบการต่ำสุดในรอบ 5 ปี
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจยังมีปัจจัยบวกจากอัตราดอกเบี้ยในประเทศ ที่คาดว่าในปีนี้มีโอกาสลดลงประมาณ 1-1.25% การใช้งบประมาณขาดดุลของรัฐบาล เพื่อกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และสร้างเงินทุนหมุนเวียนให้เศรษฐกิจไทย รวมทั้งรัฐบาลพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายการเงิน การคลัง ขณะที่ดุลการค้าจะเกินดุลประมาณ 4,000-5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเดิมคาดว่าจะเกินดุล 1,500-2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากการนำเข้าชะลอตัว และการส่งออกเติบโตสูงขึ้นต่อเนื่อง
หากสถานการณ์การเมืองมีความชัดเจน ทั้งการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญและกำหนดวันเลือกตั้ง ก็น่าจะทำให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้นในไตรมาส 3-4 แต่หากยังไม่มีความชัดเจนและไม่แน่นอน ก็อาจต้องปรับลดประมาณการเศรษฐกิจปีนี้ลงอีกครั้ง ดร.ธนวรรธน์ กล่าว
ด้านนายอดิศักดิ์ โรหิตะศุน รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจค่าดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมไทย ในเดือนมีนาคม 2550 พบว่า ค่าดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 86.8 จาก 82.7 ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรก หลังจากที่ค่าดัชนีลดลงต่อเนื่องติดต่อกันตลอด 5 เดือน นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2549 ที่ผ่านมา โดยสาเหตุที่ทำให้ค่าดัชนีสูงขึ้น เนื่องจากในเดือนมีนาคม มีการเร่งผลิตเพิ่มขึ้น เพื่อชดเชยการผลิตที่จะลดลงในเดือนเมษายน
ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมต้องการให้ภาครัฐออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศและสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจเพื่อดึงนักลงทุนต่างชาติ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าว
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
