บริหารล้มเหลว-ทำแบงก์ขาดทุน1.8หมื่นล.ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2550 ของธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2550 ว่า มีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น 1,079 คน ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างตึงเครียด โดยผู้ถือหุ้นพยายามกดดันให้คณะกรรมการบริหารธนาคารพิจารณาตัวเองและลาออกทั้งชุดเพื่อแสดงความรับผิดชอบจากความล้มเหลวในการบริหารงาน ทำให้ผลการดำเนินงานปี 2549 ขาดทุน 18,000 ล้านบาท และยังไม่สามารถล้างขาดทุนสะสมจำนวนกว่า 60,000 ล้านบาทได้ นอกจากนี้ ในสิ้นปีที่ผ่านมาธนาคารยังมีหนี้สงสัยจะสูญรวมของบริษัทย่อย 30,243 ล้านบาท และมีหนี้จัดชั้นต่ำกว่ามาตรฐาน, สงสัยและสงสัยจะสูญเฉพาะกิจการจำนวน 56,089 ล้านบาท ซึ่งเมื่อถึงวาระการเลือกตั้งกรรมการที่ครบวาระกลับเข้าดำรงตำแหน่ง ปรากฏว่าในการลงคะแนนโหวตให้กับนายสุภัค ศิวะรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหารมีผู้ถือหุ้นทำบัตรเสียทั้งสิ้น 103 ล้านเสียง ขณะที่วาระอื่นๆ ไม่มีการทำบัตรเสีย อย่างไรก็ตาม เสียงส่วนใหญ่ลงมติให้กรรมการทั้ง 5 ท่าน ที่ครบวาระกลับเข้าดำรงตำแหน่งต่อไป
นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นยังแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการกำหนดค่าตอบแทนกรรมการจำนวน 40 ล้านบาท ว่าอยู่ในระดับที่สูงเกินไป ซึ่งธนาคารได้นำตัวเลขของธนาคารขนาดใหญ่มาเปรียบเทียบ ทำให้ผู้ถือหุ้นแสดงความไม่พอใจ โดยระบุให้ธนาคารเปรียบเทียบกับธนาคารที่มีขนาดและผลการดำเนินงานใกล้เคียงกัน
นายสุภัค ศิวะรักษ์ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาภาวะเศรษฐกิจและกฎเกณฑ์ของทางการไม่เป็นไปตามที่ธนาคารประมาณการณ์ไว้ รวมทั้งการแก้ไขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) เป็นไปได้ยากกว่าที่คาดไว้ ทำให้การทำงานยากลำบาก ทั้งนี้ ธนาคารได้พยายามปรับโครงสร้างรายได้ เร่งรายได้จากค่าธรรมเนียม รวมทั้งพยายามปรับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ ส่วนในปีนี้ธนาคารคาดว่าต้องตั้งสำรองเพิ่มเติมอีก 7,000 ล้านบาท
ธนาคารมีภาระหนักเนื่องจากเอ็นพีแอลส่วนใหญ่ธนาคารได้ดำเนินการฟ้องร้อง ซึ่ง ธปท.ให้ตั้งสำรองตามเกณฑ์ IAS39 ในส่วนนั้นก่อน ส่วนผลประกอบการปีนี้คาดการณ์ได้ยาก เนื่องจากต้องเผชิญหลายตัวแปร แต่ถ้าจะให้ไม่ขาดทุนต้องทำได้มากกว่าที่ต้องตั้งสำรอง 7,000 ล้านบาท
หน้า 7
ข้อมูลจาก มติชน
