มาม่า ยันไม่ปรับ/ลดราคา พร้อมเดินหน้าสร้างแบรนด์ลอยัลตีกับทุกกลุ่มสินค้า ทุ่มงบ 300 ล้านบาท มุ่งกลยุทธ์อินเตอร์แอกทีฟและสานกิจกรรม CSR ต่อเนื่อง ล่าสุดเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดมาม่า หมูสับ หวังย้ำแบรนด์ใกล้ชิดผู้บริโภค วาดเป้าสิ้นปีดันแชร์เพิ่มเป็น 55% จากมูลค่าตลาดรวมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 10,500 ล้านบาทย ย ย ย ย ย ย ย ย นางเพ็ญนภา ธนาสารศิลป์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดจำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปภายใต้แบรนด์มาม่า เปิดเผยว่า หลังจากที่มาม่าได้ปรับขึ้นราคาสินค้าไปแล้ว 1 บาทต่อซองเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2551 ที่ผ่านมา แม้ว่าขณะนี้ต้นทุนสินค้าหลักโดยเฉพาะแป้งสาลีจะมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่บริษัทยังยืนยันที่จะไม่มีการปรับขึ้นราคาสินค้าแต่อย่างใด รวมทั้งจากนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ที่ขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการให้ปรับลดราคาสินค้านั้น คงเป็นเรื่องที่ไม่สามารถทำได้ อีกทั้งหากเปรียบเทียบราคาที่จำหน่ายกับสินค้าในต่างประเทศในแถบเอเชียนั้น ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่จำหน่ายสินค้าในราคาถูกสุด ขณะที่ต่างประเทศนั้น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปได้ปรับขึ้นไปแล้ว 10-20% ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2550 ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น เกาหลี จีน
แนวทางความเป็นไปได้ของการให้ความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ อาจจะต้องรื้อแบรนด์สินค้าไทยขึ้นมาอีกรอบ ขณะที่แนวทางการผลิตสินค้าอาจทำได้ในลักษณะของแวลูฟอร์มันนี หรือความคุ้มค่าด้านราคาเพียงอย่างเดียว ขณะที่มาม่าเองไม่มีแผนการผลิตสินค้าไฟติ้งแบรนด์ออกสู่ตลาด เนื่องจากต้องการรักษาคุณภาพของสินค้าและความเป็นผู้นำในท้องตลาดที่มีอยู่ในปัจจุบัน
สำหรับแผนการรุกตลาดในปีนี้ บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการจัดกิจกรรมเพื่อสังคม หรือ CSR (Corporate Social Respondsibility) เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้กับกลุ่มลูกค้าทุกกลุ่ม ซึ่งในปีนี้บริษัทได้ทุ่มงบประมาณกว่า 300 ล้านบาท สำหรับการรุกตลาดมิติใหม่เจาะตรงเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในรูปแบบอินเตอร์แอกทีฟระหว่างแบรนด์สินค้ากับกลุ่มลูกค้า พร้อมจัดแคมเปญคืนกำไรสู่สังคมตลอดทั้งปี ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดมาม่าหมูสับ ใช้งบประมาณราว 70-80 ล้านบาท ในแนวทางที่แตกต่างจากคู่แข่ง ด้วยการดึงครูเป็ด มนต์ชีพ ครูสอนดนตรีและวงออกัส เป็นพรีเซนเตอร์ รวมทั้งจะมีการจัดแคมเปญของมาม่าหมูสับในรูปแบบบีโลว์เดอะไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการจัดประกวดมาม่ามิวสิก อวอร์ด เพื่อคัดเลือกผู้มีความสามารถทางด้านดนตรีเข้าแคมป์ร้องเพลงกับครูเป็ด มนต์ชีพ เพื่อสร้างกิจกรรมให้ใกล้ชิดกับลูกค้ามากขึ้น โดยตั้งเป้าที่จะกระตุ้นตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสหมูสับที่ปัจจุบันมีส่วนแบ่งตลาด 14% เพิ่มขึ้นเป็น 20% จากมูลค่ารวมบะหมี่ทั้งระบบ รวมทั้งได้จัดทำเว็บไซต์ใหม่ www.mamalocer.com เพื่อทางใหม่ในการสื่อสารอีกด้วย
อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา มาม่าได้มีการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการมุ่งเน้นการสนับสนุนด้านการศึกษาที่ได้ทำมากกว่า 10 ปี ไม่ว่าจะเป็นการประกวดวาดภาพระบายสีระดับมัธยมศึกษา การจัดโครงการทบทวนความรู้สู่มหาวิทยาลัยกับมาม่าในระดับมัธยมปลาย ที่ปัจจุบันมีนักเรียนที่สนใจเข้าร่วมโครงการถึง 7 หมื่นคน จากแรกเริ่มที่มีเพียง 3,000 คนเท่านั้น รวมทั้งยังมีการบริจาคสิ่งของช่วงเกิดอุทกภัยด้วย
ย ย ย ย ย ย ย ย ย ย ย ย ย ย สำหรับเป้าหมายของบริษัทในปีนี้ ตั้งเป้ารายได้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่าเติบโตประมาณ 7% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาที่มีการเติบโต 10% และตั้งเป้าส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 55% จากปีนี้ที่มีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 52.5% ขณะที่แบรนด์ไวไวมีส่วนแบ่งตลาด 25.8% ยำยำ 19.7% อื่นๆ 2% จากมูลค่าตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทั้งหมด 10,500 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากปีที่ผ่านมา 8% แบ่งเป็นตลาดแบบซอง 90% และแบบถ้วย 10% โดยการเติบโตมาจากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบถ้วยที่มีการเติบโตสูงถึง 30%
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
